มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 335 ไป๋กังผู้โอหัง
“ไป๋กัง ศิษย์พี่ของเรามีระดับห่างจากเจ้าอยู่เจ็ดขั้น ต่อให้เจ้าชนะ ก็ไม่ถือว่าเป็นชัยชนะที่ยุติธรรม!”
“ถูกต้อง! เจ้ายังมีสัตว์อสูรระดับเจ็ดช่วยอีก หากเจ้าเก่งจริง ลองสู้กับศิษย์พี่ในระดับเดียวกันดูสิ ข้ารับรองว่าเขาต้องชนะเจ้าแน่นอน!”
“โอหังเกินไปแล้ว! หากบุตรศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่นี่ เจ้าคงโดนไล่กระทืบจนหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว!”
เหล่าศิษย์ของนิกายเทียนเต๋าต่างจ้องไป๋กังด้วยแววตาอาฆาต
ศิษย์พี่ศิษย์น้องอย่างคิงคง, มู่หลิง, ถู่หยวน และสุ่ยหว่านเอ๋อร์ต่างพ่ายแพ้และบาดเจ็บกันถ้วนหน้า ต้นเหตุล้วนมาจากนิกายปราบอสูร
ไป๋กังเพิ่งโจมตีฉับพลัน ใช้กระบวนท่าฟันเทพพยัคฆ์ขาวอันทรงพลังหวังสังหารเซี่ยวฝาน มันมิใช่การแลกเปลี่ยนวิชากันเลยสักนิด
“ชัยชนะไม่ยุติธรรมงั้นหรือ? ช่างน่าขัน! โลกนี้เคารพแต่ผู้แข็งแกร่ง หากเขาแกร่งพอจะพ่ายแพ้ให้ข้าได้อย่างไร?”
ไป๋กังแสยะยิ้มเหยียดหยาม
เขากวาดตามองเหล่าศิษย์นิกายเทียนเต๋าด้วยแววตาเหยียดหยามแล้วกล่าวว่า “มีใครในนิกายเทียนเต๋าพอจะสู้ได้อีกไหม? หากไม่มี ก็แค่ยอมรับเสียว่านิกายเทียนเต๋าไร้ค่า แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า ดีไหมล่ะ?”
เสียงของไป๋กังเต็มไปด้วยความโอหัง
เขาเหลือบมองหวังเจี่ยวด้วยแววตาเลื่อมใส เห็นนางพยักหน้าน้อย ๆ ให้ เขาก็ยิ่งฮึกเหิม
สมกับที่เขากวาดล้างนิกายเทียนเต๋าได้ หวังเจี่ยวย่อมสังเกตเห็นเขาแล้ว
น่าเสียดายที่ซูเฉินผู้นั้นช่างขี้ขลาด ไม่กล้าออกมาเสียที หากเขาเอาชนะบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเทียนเต๋าได้ เชื่อว่าแม้แต่หวังเจี่ยวก็คงมองเขาเปลี่ยนไป
ถึงตอนนั้นจะได้ครอบครองโฉมงามก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม
สำหรับบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเทียนเต๋าในตำนานผู้สามารถกดขี่นักบุญยุทธ์ได้ตั้งแต่ยังเป็นราชายุทธ์นั้น เขาคิดว่าเป็นเพียงเรื่องขี้โม้เท่านั้น
ช่องว่างระหว่างราชายุทธ์กับนักบุญยุทธ์มันกว้างยิ่งนัก
ต่อให้เป็นหวังเถิงแห่งนิกายไร้เริ่มต้นหรือหลี่หยุนเฟยแห่งนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า ยังทำไม่ได้ แล้วซูเฉินจะทำได้อย่างไร?
ก็แค่คำพูดไร้สาระ!
“ไป๋กัง เจ้าเกินไปแล้ว! ข้า…ข้าจะสู้กับเจ้าเอง!”
ฮั่วหยางกัดฟันแน่น เต็มไปด้วยโทสะ อยากจะพุ่งขึ้นเวที
ในหมู่แปดบุตรแห่งสวรรค์ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ยังไม่ได้ลงมือ
“พี่ฮั่วไม่ได้! ท่านคือหลอมโอสถ จะไปต่อสู้กับคนอื่นง่าย ๆ ได้อย่างไร? ยิ่งกว่านั้นท่านก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดี! น่าเสียดายที่บุตรศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ออกจากการปิดด่าน เราไม่แข็งแกร่งพอ ทำให้นิกายเทียนเต๋าถูกเหยียดหยามเช่นนี้!”
คิงคงรั้งฮั่วหยางไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธและไม่ยินยอม
แม้พวกเขาจะจ้องไป๋กังเขม็ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าแม้แต่เซี่ยวฝานยังพ่ายแพ้ หากพวกเขาขึ้นเวทีตอนนี้ คงมีแต่จะขายหน้าเปล่า ๆ
“พวกขยะ! ช่างน่าเบื่อจริง! ข้าว่านิกายเทียนเต๋าควรเปลี่ยนชื่อเป็นนิกายขยะเสียเถอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”
ไป๋กังหัวเราะเสียงดัง ดวงตาเต็มไปด้วยความโอหังและดูแคลน
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครในนิกายเทียนเต๋ากล้าโจมตีอีก เขาก็รู้สึกเบื่อหน่าย เตรียมจะลงจากเวที
ทว่าในขณะนั้น เสียงคำรามของมังกรโบราณก็ดังขึ้นกึกก้องทั่วนภา
แสงศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้าพุ่งทะยาน ฟากฟ้าสั่นสะเทือน แสงสว่างจ้านั้นดั่งอาทิตย์โชติช่วง และร่างหนึ่งก็พุ่งตรงมาจากความว่างเปล่า
เงามังกรทองพันรอบตัว กลิ่นอายลึกล้ำยากหยั่งถึง มีสายฟ้าแปรปรวนรอบกาย ผมดำสยายพลิ้ว พลังอำนาจกลบสรรพสิ่ง
โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น สว่างวาบดั่งดวงดารา คมกล้าราวกระบี่ไร้เทียมทาน เพียงสบตาก็รู้สึกเจ็บแปลบ ต้องหลุบตาหลบอย่างมิอาจต้าน
หากไม่ใช่ซูเฉินแล้วจะเป็นใครได้เล่า?
“นั่น…ท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์!!!”
เสียงอุทานดังขึ้น
ฉับพลันนั้น เหล่าอาวุโสและศิษย์ของนิกายเทียนเต๋าล้วนลุกพรวด สายตาจับจ้องไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“เขาคือบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเทียนเต๋า ซูเฉินหรือ?”
แววตาของหวังเจี่ยวเผยความสนใจ
ในดวงตาของหลี่หยุนเฟยผุดประกายสังหาร ก่อนจะปิดบังไว้อย่างมิดชิด
เฉินโหลวแห่งนิกายเทพโบราณมองซูเฉินด้วยแววตากระหายการต่อสู้ เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายกว้างไกลและพลังอันน่าหวาดหวั่นในกายซูเฉิน
นี่แหละคือคู่ต่อสู้ที่เขาตามหา!
การปรากฏตัวของซูเฉินทำให้ทุกคนรอบลานประลองลุกขึ้นในทันที
ทุกสายตาจับจ้อง!
ตูม!
เมื่อซูเฉินเหยียบพื้นลานประลอง พื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ความว่างเปล่าสั่นสะเทือน พลังอำนาจน่าสะพรึงกลัวกระจายออก ราวอสูรโบราณปรากฏตัว
ไป๋กังที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอดไม่ได้ต้องยกเปลือกตาขึ้น ดวงตาเผยแววจริงจัง
บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเทียนเต๋าผู้นี้ ดูท่าจะไม่ธรรมดา!
“เป็นเจ้าใช่ไหมที่ทำร้ายศิษย์พี่เซี่ยวฝานของข้า แล้วกล่าวว่าพวกเราทั้งหมดในนิกายเทียนเต๋าเป็นขยะ?”
ซูเฉินเอ่ยเสียงเรียบ
น้ำเสียงของเขาสงบ แต่กลับคล้ายมาจากนรก ล้นไปด้วยเจตนาฆ่าและโทสะ
ทุกคนต่างรู้ดี
ซูเฉิน…โกรธถึงขีดสุดแล้ว!
เมื่อเขามองไปยังเซี่ยวฟานที่นอนแน่นิ่งอยู่ไกล ๆ เลือดแดงฉานเปรอะร่าง อีกทั้งคิงคง, มู่หลิง และผู้อื่นที่บาดเจ็บ ซูเฉินก็ดวงตาเย็นเยียบ ร่างทั้งร่างแผ่กลิ่นอายมรณะออกมา
เจตนาฆ่าและพลังปีศาจหนาแน่นแทบกลายเป็นรูปธรรม ทำให้เขาดูราวเทพอสูร กระทั่งคนโดยรอบยังรู้สึกขนลุก!