มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 339 ซัดหวังเจี่ยวจนเละ
เผชิญหน้ากับหมัดของซูเฉิน สีหน้าหวังเจี่ยวแปรเปลี่ยนทันที นางซีดเผือดไร้สีเลือด
นางรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าในขณะนี้ ซูเฉินที่อยู่ตรงหน้า ราวกับเทพเจ้าเสด็จลงมาสู่โลกมนุษย์ ชิงพรากต้นกำลังของนางไปทั้งหมด และปรารถนาจะสังหารนางให้สิ้น
“ฝ่ามือเทพนิรันดร์!”
หวังเจี่ยวกัดฟันตะโกนออกมาด้วยความกราดเกรี้ยว
ปราณแท้ในร่างทั้งหมดพลุ่งพล่าน พลังการบ่มเพาะทั้งหมดของนางถูกปลุกเร้า ก่อนจะกลายเป็นฝ่ามือพลังอันมหาศาล นางยกสองมือผลักออกไปตรงๆ
ในเมื่อหลบไม่ได้ ก็ต้องรับหมัดของซูเฉินตรงๆ เท่านั้น!
เพล้ง!
หมัดกับฝ่ามือปะทะกัน ทำให้มิติสะท้านสะเทือน
แม้ฝ่ามือเทพนิรันดร์ของหวังเจี่ยวจะทรงพลังอย่างยิ่ง ทว่าภายใต้หมัดแห่งเคล็ดวิชาฟ้าดินอลวนของซูเฉินก็ยังคงระเบิดสลายลงไป
ท่ามกลางพายุแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้า ร่างของซูเฉินยืนอยู่กลางเวหา ใบหน้าเยือกเย็น เส้นผมดำพลิ้วไหว ประหนึ่งเทพเซียนอมตะ
แขนทั้งสองข้างของหวังเจี่ยวหักสะบั้นในทันที เลือดสาดกระเซ็น นางกระเด็นออกไปไกลราวกับถูกฟ้าผ่า เลือดทะลักออกจากปาก!
หวังเจี่ยว… พ่ายแพ้แล้ว!
“เป็นไปได้อย่างไร?”
“หวังเจี่ยวใช้อักขระไร้เริ่มต้นออกมา พลังต่อสู้นั้นไม่ด้อยไปกว่านักบุญยุทธ์ แล้วเหตุใดถึงแพ้เร็วเช่นนี้?”
แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
โดยเฉพาะบรรดาผู้อาวุโสจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใหญ่อื่น ๆ เช่นนิกายไร้เริ่มต้นและนิกายปราบอสูร พวกเขาต่างจ้องมองซูเฉินด้วยแววตาเต็มไปด้วยความสยดสยอง
พวกเขามองเห็นชัดเจนว่าหวังเจี่ยวปลุกอักขระไร้เริ่มต้นขึ้นมา ถึงขั้นใช้ออกซึ่งเคล็ดลับเทพศาสตราฝังสวรรค์ อานุภาพนั้นรุนแรงจนชวนขนหัวลุก
แต่ในขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ของซูเฉิน เทพศาสตราฝังสวรรค์กลับพังทลายลงโดยตรง และหวังเจี่ยวก็ถูกหมัดของซูเฉินกระแทกจนบาดเจ็บสาหัส
ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ของซูเฉินนั้นช่างประหลาดนัก!
“แค่นี้ยังกล้าอาละวาดในนิกายเทียนเต๋าของข้าอีกหรือ?”
ซูเฉินแค่นเสียงเยาะ
“แค่ก ๆ…”
หวังเจี่ยวกระอักเลือดออกมา แววตาเต็มไปด้วยเปลวไฟโกรธจัด สีหน้าตกตะลึงปนโมโห
พลังการต่อสู้ของซูเฉินรุนแรงเกินไป ในขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ของเขา นางกลับถูกตัดขาดจากการควบคุมกฎแห่งฟ้าดิน
นางไม่เคยได้ยินขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์เช่นนี้มาก่อนเลย!
“ซูเฉิน เจ้าอย่าหยิ่งนัก! หากพี่ชายข้าอยู่ที่นี่ เจ้าคงมิใช่คู่ต่อสู้ของเขาแน่!”
หวังเจี่ยวกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว
“หวังเถิงผู้นั้นหรือที่ว่ามีศักยภาพเป็นจักรพรรดิเทพยุทธ์? ข้าว่าเขาคงไม่ต่างจากหลี่หยุนเฟย ไม่คู่ควรกับคำเรียกนั้นเลย น่าเบื่อจริง!”
ซูเฉินกล่าวเรียบ ๆ
แววตาของหลี่หยุนเฟยพลันเย็นยะเยือก เมื่อนึกถึงความอัปยศที่เคยพ่ายแพ้แก่ซูเฉินก่อนหน้า ความโกรธที่เก็บกดไว้ก็ปะทุขึ้นในใจอย่างรุนแรง
ทว่าเมื่อนึกถึงคำสั่งของอาจารย์ เขาก็ข่มกลั้นไว้ได้
ซูเฉิน ข้าจะปล่อยให้เจ้าทำตัวอหังการไปอีกสักพักเถอะ!
เมื่อถึงทะเลอเวจี เมื่อนั้นจะเป็นสุสานของเจ้า!
“ซูเฉิน หากพี่ชายข้าลงมือ เจ้าต้องตายแน่นอน! ต่อให้เจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่เมื่อเทียบกับพี่ข้า เจ้าก็เป็นแค่แมลง ส่วนเขาคือมังกร!”
หวังเจี่ยวพูดอย่างดุเดือด
“ข้าไม่ว่างเถียงกับเจ้าต่อ! เจ้าเป็นแค่ผู้พ่ายแพ้ หากอยากสู้ ก็รวมมากันให้หมด!”
ซูเฉินแค่นเสียงเยาะ
สายตาของเขากวาดไปทั่ว เหล่าหวังเจี่ยว หลี่หยุนเฟย เสิ่นโหลว หลินเจวี๋ย
แม้จะเห็นจื่อเฉินกับฉินมู่หยิง เขาก็แค่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น
วันนี้ คนพวกนี้กล้าเหยียบย่างมาท้าทายนิกายเทียนเต๋า ก็อย่าโทษข้าที่จะตบหน้าพวกมันคืน!
ในแววตาของเสิ่นโหลวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการต่อสู้
เมื่อเห็นซูเฉินแสดงพลังร่างกายที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้ เขาก็อดตื่นเต้นไม่ได้ อยากจะเข้าไปต่อสู้ด้วยตนเองเดี๋ยวนั้น
ส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายเทพโบราณก็คือร่างกาย พวกเขาอ้างว่าตนได้รับการสืบทอดจากเทพเจ้าผู้โบราณ และเลือกเดินเส้นทางที่ใช้พละกำลังบดขยี้ทุกสิ่ง
หวังเจี่ยวกับหลี่หยุนเฟยซึ่งถูกซูเฉินมองผ่าน ต่างโกรธจัดแต่ก็เลือกที่จะเงียบงัน
พลังต่อสู้ของซูเฉินรุนแรงเกินไป!
แม้จะรุมกัน พวกเขาก็ไม่เห็นหนทางชนะเลย
นิกายเทียนเต๋า ถึงกับมีอัจฉริยะปีศาจเยี่ยงนี้ปรากฏขึ้นมา!
ตอนนี้ดูเหมือนว่า หากไม่นับหวังเถิงแห่งนิกายไร้เริ่มต้นแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดในบรรดาอัจฉริยะคนรุ่นใหม่แห่งเจ็ดสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถต้านทานซูเฉินได้อีก
ความจริงข้อนี้ทำให้พวกเขาทุกคนหดหู่ใจนัก
“เด็กคนนี้แข็งแกร่งเกินไป ข้าขอไม่ยุ่งดีกว่า!”
เสิ่นโหลวแห่งนิกายเทพโบราณกำลังจะออกโรง ทว่ากลับถูกผู้อาวุโสนักบุญยุทธ์ของนิกายขวางไว้ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
“ท่านอาวุโส ข้าแค่อยากประลองกับเขาสักครั้ง! ถึงจะแพ้ก็ไม่เป็นไร หาโอกาสเช่นนี้ได้ยากนัก!”
เสิ่นโหลวพูดอย่างกระตือรือร้น
“ตอนนี้เจ้าคือตัวแทนนิกายเทพโบราณ อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม! หากจะสู้ หาโอกาสประลองในภายหลัง อย่าไปเป็นดาบในมือผู้อื่น!”
อาวุโสแห่งนิกายเทพโบราณเหลือบมองไปยังหวังเจี่ยวในระยะไกลอย่างมีนัยแล้วกล่าวเสียงเรียบ
“ก็ได้!”
หัวใจเสิ่นโหลวสั่นไหวก่อนพยักหน้ารับ
วันนี้ นิกายปราบอสูรกับไป๋กังก็คือดาบในมือของหวังเจี่ยว หรืออาจจะกล่าวว่านิกายไร้เริ่มต้นใช้มันเพื่อลองของกับนิกายเทียนเต๋าก็ได้!
น่าเสียดายที่พลังต่อสู้ของซูเฉินร้ายกาจเกินไป นิกายไร้เริ่มต้นกับนิกายปราบอสูรจึงเสียหายย่อยยับ
ไม่เพียงไม่สามารถทำให้นิกายเทียนเต๋าอับอาย ซ้ำยังกลายเป็นการช่วยให้ซูเฉินสร้างบารมีเสียอีก
นับจากวันนี้ไป ชื่อของซูเฉินจะต้องกระฉ่อนไปทั่วดินแดนรกร้างตะวันออก กลายเป็นอัจฉริยะผู้เจิดจรัสที่สุดแห่งยุคนี้!