มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 36
“ผู้นำนิกายไม่อยู่ ไปสำรวจแดนลับเขาอู่หลงใช่หรือไม่?”
ซูเฉินเอ่ยถามอย่างสงบ แต่ในใจพลันสั่นไหว
“เจ้ารู้เรื่องแดนลับเขาอู่หลงได้อย่างไร?”
หลินชิงชิงเบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
แต่พอคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างซูเฉินกับปรมาจารย์กู่หยาน นางก็เดาได้ทันทีว่าคงเป็นฝ่ายนั้นที่บอกข่าวแก่เขา เพราะปรมาจารย์กู่หยานย่อมมีคุณสมบัติพอจะรู้เรื่องแดนลับนี้
“ใช่แล้ว! ผู้นำนิกายไปสำรวจแดนลับเขาอู่หลง พร้อมกับผู้อาวุโสใหญ่แห่งหอการค้าว่านเป่า และจอมยุทธ์ราชสำนัก! เรื่องแดนลับนี้สำคัญยิ่ง อย่าแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ผู้นำนิกายจะกลับมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า!”
หลินชิงชิงพยักหน้า
ซูเฉินก็พลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
เขาแน่ใจแล้วว่าเป็นแดนลับเขาอู่หลงจริง!
เขาอู่หลงเป็นเทือกเขาโบราณซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงของอาณาจักรต้าหลี่หลายร้อยลี้ เดิมมีผู้ค้นพบถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นที่พำนักของยอดฝีมือระดับสูง ต่อมาเมื่อสำรวจลึกลงไปก็พบว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่เพียงถ้ำธรรมดา แต่เป็นแดนลับโดยแท้!
ต้องรู้ว่าผู้ที่สามารถเปิดแดนลับได้ อย่างน้อยต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับนักบุญยุทธ์ผู้เข้าใจเจตจำนงแห่งมิติ!
นั่นหมายความว่าแดนลับเขาอู่หลงน่าจะเป็นสถานที่ซึ่งนักบุญยุทธ์ทิ้งไว้ก่อนสิ้นชีพ
ซูเฉินทราบดีว่าเพราะการเปิดของแดนลับนี้ จึงดึงดูดความโลภของหลายอาณาจักรโดยรอบ แม้แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงก็ยังหมายตาสถานที่นี้
และที่สำคัญอาจารย์ของเขาก็จะเดินทางมายังเมืองหลวงแห่งนี้เพราะแดนลับเขาอู่หลง!
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อีกไม่นานเขาคงจะได้พบอาจารย์อีกครั้ง!
หลังจากเกิดใหม่ ความปรารถนาสูงสุดของซูเฉินคือการปกป้องมารดาและน้องสาวของตน ขณะเดียวกันอาจารย์ของเขาคือความหวังและแสงสว่างที่ช่วยพาเขาออกจากห้วงนรกในชาติปางก่อน
จำต้องทดแทน!
เมื่อหลินชิงชิงได้รับโอสถไท่อินหลอมจิตแล้วก็ตั้งใจจากไป ส่วนซูเฉินเมื่อได้รับฟังข่าวเรื่องผู้นำนิกาย เขาก็ตัดสินใจอยู่ที่หอการค้าว่านเป่าชั่วคราว เพื่อรอจนผู้นำนิกายกลับมาแล้วค่อยไปยังนิกายเทพศาสตรา
แม้เขาจะไม่เกรงกลัวโม่หลัว แต่ก็ไม่ต้องการก่อปัญหาในเวลานี้!
“เสี่ยวเฉิน พวกเรามาอยู่เมืองหลวงแล้ว ทำไมไม่ไปเยี่ยมบ้านตาเจ้าสักหน่อยล่ะ?”
หลิวหันเยียนพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
“ตา?”
ซูเฉินขมวดคิ้ว
เขาจำได้ว่ามารดาเขาเดิมเป็นธิดาคนโตของตระกูลหลิวแห่งเมืองหลวง ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่
แต่ภายหลังหลิวหันเยียนได้พบกับซูหยวนจง บิดาของเขา และตกหลุมรักกัน ทว่าเรื่องนี้กลับถูกบิดาของนางต่อต้านอย่างหนัก
หลิวหันเยียนในตอนนั้นแม้จะอ่อนโยน แต่กลับยืนกรานแน่วแน่ที่จะสมรสกับซูหยวนจง ผลคือถูกขับออกจากตระกูลหลิว และตัดขาดความสัมพันธ์โดยสิ้นเชิง
ในชาตินี้ซูเฉินจึงย่อมทราบดีถึงความเลือดเย็นของตระกูลหลิว!
แม้กระทั่งวันที่หลิวหันเยียนสิ้นใจอย่างอนาถ ก็ไม่มีผู้ใดจากตระกูลหลิวมาเยี่ยมเยียนเลยแม้แต่คนเดียว
ญาติใจดำเยี่ยงนี้ ยังจะไปดูหน้าทำไมอีก?
“ท่านตา? ท่านแม่ ข้าไม่เคยได้ยินท่านพูดถึงเลย ท่านตาอยู่เมืองหลวงหรือ?”
ซูหลิงเอ๋อร์ถามด้วยความสงสัย
“ใช่แล้ว! บิดาข้าหลิวเหวินหยาน ดำรงตำแหน่งมหาเสนาบดีแห่งอาณาจักรต้าหลี่ ตระกูลหลิวก็เป็นหัวหน้าตระกูลใหญ่ทั้งสี่ ข้า…เพราะเรื่องเมื่อก่อนจึงต้องออกจากตระกูล…”
หลิวหันเยียนกล่าวด้วยเสียงอ่อนพลิ้ว
ซูหลิงเอ๋อร์พยักหน้าอย่างไม่เข้าใจนัก
“ท่านแม่ ท่านแน่ใจหรือว่าจะกลับไปหาตระกูลหลิว? ท่านย่อมรู้ว่าพวกเขาทำกับท่านอย่างไรในอดีต!”
ซูเฉินเอ่ยถาม
เดิมเขาไม่อยากให้มารดากลับไปเจอพวกนั้นอีก แต่เมื่อเห็นแววตาแห่งความคะนึงและคาดหวังของหลิวหันเยียน เขาก็ไม่อาจเอ่ยห้ามได้
“เมื่อก่อน บิดาข้าห้ามไม่ให้แต่งกับบิดาเจ้า ข้าจึงขู่จะฆ่าตัวตาย ทำให้ท่านโกรธและผิดหวังมาก! แม้ท่านจะไม่ยอมรับข้าอีก แต่ตลอดหลายปีข้าก็ไม่เคยได้ตอบแทนบุญคุณสักวัน ตอนนี้กลับมายังเมืองหลวง ข้าก็อยากไปพบหน้าท่านสักครั้ง!”
ดวงตาของหลิวหันเยียนแดงก่ำ พูดเสียงเบา
“ได้! ท่านแม่ แต่ท่านต้องเตรียมใจไว้ด้วย ข้าเกรงว่าพวกเขาคงไม่ต้อนรับพวกเรา!”
ซูเฉินถอนหายใจเบา ๆ
เมื่อมารดาตั้งใจเช่นนี้ เขาย่อมไม่ขัด
“ไม่เป็นไร พวกเราแค่ไปเยี่ยมเยียน ถ้าเขาไม่ต้อนรับ ก็ค่อยจากมาเท่านั้นเอง!”
หลิวหันเยียนพยายามฝืนยิ้ม
ซูเฉินพยักหน้า
เช้าวันต่อมา เติ้งจื่อเฉินมาเอ่ยลาซูเฉิน
เจ้าเมืองเติ้งเถาได้ให้สหายที่เป็นอาจารย์ในนิกายเทพศาสตรามารับเติ้งจื่อเฉินเข้าไปเรียนด้วยตนเอง นางจึงปฏิเสธไม่ได้
เมื่อเห็นเติ้งจื่อเฉินได้เข้าสู่นิกายเทพศาสตรา ซูเฉินก็รู้สึกโล่งใจ อย่างน้อยเขาก็ไม่ทำให้เจ้าเมืองเติ้งเถาผิดหวัง
จากนั้น เขา หลิวหันเยียน และซูหลิงเอ๋อร์ก็ออกจากหอการค้าว่านเป่า มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ตระกูลหลิว
ตระกูลหลิวแห่งเมืองหลวง นับเป็นผู้นำหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่
ผู้นำตระกูลคือหลิวเหวินหยาน ดำรงตำแหน่งมหาเสนาบดีของราชสำนัก ได้รับความไว้วางใจจากพระราชาอย่างสูง ไม่เพียงรอบรู้ในศาสตร์ทั้งปวง ยังเป็นยอดฝีมือด้านวรยุทธ์อีกด้วย!
ตระกูลหลิวจึงเปรียบเสมือนยักษ์ใหญ่แห่งเมืองหลวง มีเรือนรับรองกว้างขวาง และมีองครักษ์รักษาการณ์แน่นหนา
หลิวเหวินหยานมีบุตรชายสอง บุตรสาวหนึ่ง บุตรชายทั้งสองล้วนรับราชการ มีอนาคตไกล ส่วนบุตรสาวไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงราวกับเป็นข้อห้าม
ซูเฉินและคนอื่น ๆ เดินทางมาถึงหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลิว
เมื่อได้กลับมาสถานที่เดิมอีกครั้ง ได้เห็นฉากหลังที่คุ้นเคย หลิวหันเยียนก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเบา ๆ ดวงตาแดงก่ำ นึกถึงความหลังในอดีต
“ท่านพ่อ…ลูกไม่เคยได้ตอบแทนเลย…”
เสียงหลิวหันเยียนสั่นเครือจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ในตอนนั้นเอง เสียงตะโกนอันหยิ่งผยองก็ดังขึ้น
“พวกคนต่ำต้อย ออกไปให้พ้น!”
เสียงฝีเท้าม้าเร่งร้อนดังใกล้เข้ามา ม้าขาวหลายตัววิ่งมาด้วยความเร็วสูง บนหลังม้าตัวหน้าคือชายหนุ่มในชุดหรู ใบหน้าเย่อหยิ่งเหยียดหยาม
เขามองเห็นซูเฉินและพวกยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ แววตาเปล่งประกายเย็นชา มือก็สะบัดแส้ในมือฟาดลงมา!