มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 366 ภาพมายาจิตวิญญาณ
“น่าสนใจนัก เจ้ากลับมีพลังปีศาจอยู่ในร่าง แต่กลับไม่เคยฝึกวิชาปีศาจเลยงั้นหรือ?”
ในดวงตาของซูเฉินมีแสงสีทองสว่างวาบ เขาจ้องมองเสวียนหมิงตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา
เขาสัมผัสได้ว่าเสวียนหมิงแผ่พลังปีศาจออกมา ซึ่งหมายความว่าอีกฝ่ายเคยติดต่อกับปีศาจนอกดินแดน ทว่าเสวียนหมิงกลับมิได้ฝึกฝนวิชามารใด ๆ
สิ่งนี้ยิ่งทำให้ซูเฉินรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับตัวเสวียนหมิงมากขึ้น
“เจ้าคงเป็นซูเฉิน บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเทียนเต๋าสินะ? ซูเฉินนับว่าเป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งยิ่ง แม้แต่ศิษย์หลักและผู้อาวุโสของหอสมบัติว่านเป่าข้าก็ยังสู้เจ้าไม่ได้ ข้าชื่นชมเจ้ายิ่งนัก!”
เสวียนหมิงเองก็สังเกตเห็นสายตาของซูเฉิน เขาจึงกล่าวยิ้ม ๆ อย่างไม่ยี่หระ
ทว่าไม่ว่าจะมองอย่างไร รอยยิ้มของเขากลับแฝงแววเย้ยหยัน
แน่นอนว่า หลังจากคำพูดของเสวียนหมิงจบลง ผู้อาวุโสและศิษย์จำนวนมากของหอสมบัติว่านเป่าที่อยู่รอบด้านต่างจ้องมองซูเฉินด้วยแววตาไม่พอใจเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าทุกคนยังไม่ลืมว่า ซูเฉินเคยทำร้ายฟางจั้นสง หยวนชิง และยังปราบพานหู่กับพานเป่าอีกด้วย
“เสวียนหมิง เจ้าทำได้แค่พูดเก่งอย่างนั้นหรือ? รอดูตอนเจ้าชนะประลองโอสถให้ได้ก่อนเถอะ!”
ฉินมู่หยิงขมวดคิ้ว พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ศิษย์น้องฉิน ไม่ต้องรีบร้อน ความจริงเท็จย่อมปรากฏแก่สายตาผู้คน! แต่ในการประลองโอสถวันนี้ ข้ามั่นใจว่าจะต้องชนะ!”
เสวียนหมิงเอ่ยอย่างสงบนิ่ง
“หรือ? ถ้าอย่างนั้นก็รอให้เจ้าชนะข้าให้ได้ก่อนเถอะ!”
ฉินมู่หยิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
ก่อนที่การประลองโอสถจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ฉินมู่หยิงกับเสวียนหมิงก็ประจันหน้ากันด้วยท่าทีพร้อมประลอง สายตาของผู้คนล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
การประลองโอสถในวันนี้ ช่างน่าดูนัก!
“ทุกท่าน ข้าคือหยางชวน ผู้อาวุโสใหญ่แห่งหอสมบัติว่านเป่า วันนี้ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การประลองโอสถของหอสมบัติว่านเป่า!
การประลองโอสถในวันนี้ มีเป้าหมายเพื่อคัดเลือกคุณหนูใหญ่ของหอสมบัติว่านเป่า จึงแบ่งออกเป็นสามด่าน ได้แก่ ภาพมายาจิตวิญญาณ การประลองยุทธ์ และการประลองโอสถ!
ผู้ที่สามารถคว้าชัยในทั้งสามด่านนี้ได้ จะได้รับตำแหน่งธิดาศักดิ์สิทธิ์ / บุตรศักดิ์สิทธิ์ ของหอสมบัติว่านเป่า! เอาล่ะ ข้าจะไม่กล่าวมากความ ขอเริ่มจากด่านแรก...ภาพมายาจิตวิญญาณ!”
(ขอเปลี่ยนคำจาก คุณชายใหญ่/คุณหนูใหญ่ เป็น ธิดาศักดิ์สิทธิ์ / บุตรศักดิ์สิทธิ์ นะครับ)
หยางชวนยืนขึ้น ดูสง่างามดุจเซียน เขากวาดตามองผู้คนเบื้องหน้าด้วยสายตาลุ่มลึก แล้วกล่าวเสียงดังฟังชัด
ทันทีที่กล่าวจบ เขาสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ พลันทะเลเมฆเบื้องหน้าก็พลันจางหาย แสงศักดิ์สิทธิ์เปล่งประกาย สายทางคดเคี้ยวสายหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทุกคน
เส้นทางนั้นซ่อนอยู่ในทะเลเมฆ คล้ายจะมุ่งหน้าสู่เบื้องลึกของทะเลเมฆ หากมองดูให้ดี จะเห็นว่ามันแตกแขนงเป็นหมื่นล้านเส้นทาง น่ามึนงงนัก
“นี่คือภาพมายาจิตวิญญาณของหอสมบัติว่านเป่าเรา เรียกว่าแดนภาพลวงตาไท่ซวี ผู้ใดเข้าสู่แดนภาพลวงตาไท่ซวีและผ่านมันภายในหนึ่งชั่วยาม จะถือว่าผ่านด่าน คะแนนจะวัดจากระยะเวลาที่ใช้ผ่านแต่ละคน!”
หยางชวนกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ
นอกจากฉินมู่หยิงและเสวียนหมิงแล้ว ยังมีศิษย์หลักของหอสมบัติว่านเป่าอีกแปดคน ต่างก็มีพรสวรรค์โดดเด่นและมุ่งมั่นที่จะคว้าตำแหน่งธิดาศักดิ์สิทธิ์ / บุตรศักดิ์สิทธิ์
แต่ทุกคนล้วนรู้ดีว่า พวกเขามีโอกาสเพียงแค่ชิงอันดับรอง เพราะผู้ที่มีโอกาสคว้าตำแหน่งมากที่สุด ย่อมเป็นฉินมู่หยิงกับเสวียนหมิง
ติง!
เสียงระฆังใสกระจ่างดังกังวานไปทั่วอากาศ
ฉินมู่หยิง เสวียนหมิง และคนอื่น ๆ ล้วนเผยแววต่อสู้ในดวงตา พริบตาเดียวก็กลายเป็นสายแสงพุ่งตรงสู่ทะเลเมฆ
“ช่างเป็นแดนภาพลวงตาที่พิสดารนัก!”
ซูเฉินเปิดใช้งานดวงเนตรเทพ มองทะลวงมายา เขาเห็นว่าทะเลเมฆเบื้องหน้า มีห้วงมิติซ้อนทับกัน อักขระลึกลับถักทอเป็นสาย คล้ายกับมีโลกพิศวงซ่อนอยู่ภายใน
แดนภาพลวงตาไท่ซวีเป็นโลกแห่งค่ายกลภาพลวงตาชั้นยอด ราวกับเขาวงกตที่สับสนซับซ้อน ผู้ใดที่จิตไม่แข็งแกร่งพอ หรือเจตจำนงไม่แน่วแน่ ย่อมยากจะหลุดพ้นได้!
ซูเฉินสัมผัสได้ว่าแดนภาพลวงตานี้เป็นค่ายกลลวงตาระดับสูง หากไม่ระวัง แม้แต่นักบุญยุทธ์ยังอาจหลงติดอยู่ภายในได้เช่นกัน
ข้าอยากรู้จริงว่า ฉินมู่หยิงจะสามารถเอาชนะเสวียนหมิง ก้าวผ่านด่านนี้เป็นคนแรก และคว้าโอกาสนำหน้าได้หรือไม่?