มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 380 ตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่
“คารวะท่านอาวุโสอู๋!”
ซูเฉินโค้งคำนับต่ออู๋เชียนคุนพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ในดวงตาของอู๋เฉียนคุนฉายแววตกตะลึง เขามองซูเฉินพลางกล่าวว่า “เจ้าหลอมโอสถตัดสวรรค์สำเร็จจริงหรือ?!”
ฉินมู่หยิงเพิ่งจะบอกเขาเมื่อครู่
แต่เดิม เขาคิดว่าซูเฉินกล่าวเช่นนั้นเพียงเพื่อปลอบใจเขาเท่านั้น ทว่าไม่เคยคาดคิดเลยว่าซูเฉินจะหลอมโอสถตัดสวรรค์สำเร็จจริง
นั่นคือโอสถโบราณที่แม้แต่นักบุญโอสถยังหลอมได้ยาก และเป็นโอสถที่สาบสูญไปเนิ่นนาน
แต่บัดนี้ ซูเฉินกลับหลอมมันได้สำเร็จ!
“ใช่แล้ว! นี่คือโอสถตัดสวรรค์!”
ซูเฉินยิ้มบาง ๆ และในฝ่ามือของเขาก็มีแสงสว่างส่องประกาย ปรากฏโอสถสีทองอร่ามดูโบราณและเรียบง่าย กลิ่นหอมของโอสถแผ่ซ่านทั่ว มีลายโอสถประหลาดแปดเส้นพาดผ่าน ดูสูงส่งไม่ธรรมดา
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ซูเฉิน ดูเหมือนเจ้าจะตั้งใจจะให้ข้าเข้าร่วมนิกายเทียนเต๋าให้ได้เลยนะ!”
อู๋เฉียนคุนยิ้มเจื่อน แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและตื่นเต้น
ตลอดพันปีที่ผ่านมา เขาผ่านทั้งรุ่งโรจน์และตกต่ำ พื้นฐานยุทธ์ถูกทำลาย พลังปราณและโลหิตเสื่อมถอย จวนสิ้นลมหายใจ ไร้ซึ่งความหวัง
แต่ไม่คาดคิดว่า ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต เขากลับได้พบกับซูเฉิน
จากซูเฉิน เขาได้เห็นแสงแห่งความหวังอีกครั้ง
“คารวะท่านอาวุโสอู๋!”
ขณะนั้น เฟิงเวินเทียนและผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็เดินเข้ามา คารวะต่ออู๋เฉียนคุนอย่างนอบน้อม
สำหรับหยางชวน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตะลึงและตื่นเต้น
เมื่อครู่เฟิงเวินเทียนเพิ่งแนะนำว่าชายชราใกล้ตายตรงหน้าคือสุดยอดอัจฉริยะ นักบุญค่ายกลอู๋เฉียนคุนเมื่อพันปีก่อน!
นี่คือตำนานแห่งดินแดนรกร้างทิศตะวันออก
แม้แต่หยางชวนก็เคยพบกับอู๋เฉียนคุนมาก่อนครั้งหนึ่ง
“สหายอู๋ ข้าไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่!”
หยางช้วนเอ่ยด้วยความตื้นตัน
“พี่หยาง เราเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่เมื่อพันปีก่อน ไม่คาดคิดเลยว่าพี่หยางก็ชราลงแล้วเช่นกัน!”
อู๋เฉียนคุนยิ้มเล็กน้อย
“ข้าแก่แล้วจริง ๆ! พี่อู๋ เจ้าคือตำนานแห่งดินแดนรกร้างทิศตะวันออก เป็นจอมค่ายกลที่ใช้พลังเพียงลำพังผนึกทะเลเหวเมื่อพันปีก่อน เจ้าที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น ถือเป็นพรอันยิ่งใหญ่ของดินแดนรกร้างและของเผ่ามนุษย์!”
หยางชวนกล่าวอย่างเคร่งขรึม
เขากับอู๋เฉียนคุนเป็นคนรุ่นเดียวกัน แต่ในดินแดนรกร้างทิศตะวันออก ใครก็ตามที่เคยผ่านศึกเมื่อพันปีก่อน ล้วนยำเกรงในนามของนักบุญค่ายกลอู๋เฉียนคุน
หากปราศจากนักบุญค่ายกลอู๋เฉียนคุน ใครจะกล้ายืนยันว่าปัจจุบันยังมีผู้รอดชีวิตอยู่มากมายในดินแดนรกร้างทิศตะวันออก?
ฝูงชนที่แต่เดิมสงสัยในตัวอู๋เฉียนคุน แต่เมื่อได้ยินคำพูดของหยางชวนต่างก็พากันตกตะลึง
“นักบุญค่ายกลอู๋เฉียนคุน? เขาคืออัจฉริยะไร้เทียมทานแห่งดินแดนรกร้างเมื่อพันปีก่อนหรือ?!”
“เล่าลือกันว่าเมื่อพันปีก่อน เขาลงมือเพียงผู้เดียวตั้งค่ายผนึกมารผานกุน ผนึกทะเลเหวไว้ และช่วยเหลือดินแดนรกร้าง! เขาคือตำนานมีชีวิตเลยทีเดียว มีข่าวลือว่าเขาเสียชีวิตในศึกเมื่อพันปีก่อน ใครจะคาดคิดว่าเขายังมีชีวิตอยู่?!”
“เหลือเชื่อจริง ๆ! ท่านอาวุโสอู๋ยังมีชีวิตอยู่?”
“แต่เหตุใดเขาดูอ่อนแรงนัก พลังปราณและโลหิตดูเสื่อมโทรมถึงเพียงนี้?”
ทุกคนตื่นเต้นสุดขีด
นี่คือตำนานมีชีวิต
ในหมู่นักยุทธ์แห่งดินแดนรกร้างทิศตะวันออก รวมถึงผู้คนจากเจ็ดดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิถียุทธ์ มีผู้ใดไม่รู้จักนามของนักบุญค่ายกลอู๋เฉียนคุน?
มีใครเติบโตขึ้นมาโดยไม่เคยได้ยินเรื่องราวของนักบุญค่ายกลบ้างเล่า?
ดวงตาของทุกคนเต็มไปด้วยความชื่นชมและเลื่อมใส
นักบุญค่ายกลอู๋เฉียนคุน เพียงแค่เอ่ยนาม ก็เพียงพอให้ใครต่อใครหวาดหวั่น!
“พี่อู๋ เหตุใดเจ้าจึงเป็นเช่นนี้?”
หยางช้วนสัมผัสถึงสภาพภายในร่างของอู๋เฉียนคุนและเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
ตามการรับรู้ของเขา พื้นฐานยุทธ์ของอู๋เฉียนคุนถูกทำลายแล้ว จุดตันเถียนแตกสลาย วิญญาณก็เสื่อมสลาย เขาใกล้สิ้นชีพเต็มที
แม้ภายในร่างจะมีพลังชีวิตแข็งแกร่งแผ่ออกมา แต่ชัดเจนว่าเป็นผลจากการกินโอสถทรงพลังเข้าไป ทว่าก็ยังไม่อาจรักษาอาการได้โดยสิ้นเชิง
เมื่อพลังชีวิตนั้นสลายไป อู๋เฉียนคุนย่อมต้องตายแน่นอน
“ศึกเมื่อพันปีก่อนทำให้รากฐานของข้าเสียหาย และเรายังถูกคนชั่วเล่นงาน จึงตกอยู่ในสภาพนี้ ข้าน่าอับอายจริง ๆ!”
อู๋เฉียนคุนยิ้มสงบ
ดวงตาเขาเปี่ยมด้วยความสุขุมและปล่อยวาง ราวกับไม่มีโทสะหรือความคับแค้นใด ๆ
“เข้าใจแล้ว! แต่พี่อู๋ บุตรศักดิ์สิทธิ์ซูเฉินแห่งนิกายเทียนเต๋าหลอมโอสถตัดสวรรค์ได้ หากเจ้ารับประทานมัน อาจฟื้นฟูพื้นฐานยุทธ์และหวนคืนสู่จุดสูงสุดได้อีกครั้ง!”
ดวงตาของหยางชวนเป็นประกาย กล่าวขึ้นทันที
“ผู้อาวุโสหยางกล่าวถูกต้อง! นี่คือเหตุผลที่ข้าเชิญท่านอาวุโสอู๋มาที่นี่ ไม่ใช่หรือเสวียนหมิงเคยสงสัยว่าข้ามิได้หลอมโอสถตัดสวรรค์จริง? ทุกคนย่อมรู้ถึงสภาพร่างกายของท่านอาวุโสอู๋ หากเขารับประทานโอสถนี้ แล้วสามารถฟื้นฟูพื้นฐานยุทธ์ได้ เช่นนั้นก็ย่อมพิสูจน์ได้ว่าโอสถนี้คือโอสถตัดสวรรค์ของจริง!”
ซูเฉินยิ้มสงบ
สีหน้าของเสวียนหมิงฝั่งตรงข้ามยิ่งบูดเบี้ยวไปทุกที