มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 78 ประลองหลอมโอสถ
ตามความตั้งใจเดิมของซูเฉิน หากเขาเป็นฝ่ายชนะ เขาย่อมต้องการเดิมพันด้วยชีวิตกับเจียงอวิ๋นเหอ
ทว่า เจียงอวิ๋นเหอผู้นี้มิใช่คนธรรมดา หากยังมีราชวงศ์ต้าหลินหนุนหลัง ถึงแม้ซูเฉินจะไม่เกรงกลัว แต่เขาก็ไม่อยากสร้างความลำบากให้หลินลั่วเว่ย
สำหรับบุรุษอย่างเจียงอวิ๋นเหอแล้ว การให้เขาคุกเข่าตบหน้าตนเองขอโทษ ยังเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตายเสียอีก
“ตกลง ข้ารับพนัน!”
ก่อนที่องค์ชายเก้าจะเอ่ยสิ่งใด เจียงอวิ๋นเหอก็แค่นเสียงเย็นชา ตอบรับอย่างไม่ลังเล
หากเป็นการประลองยุทธ์ เขาอาจต้องไตร่ตรองอยู่บ้าง
แต่หากเป็นการประลองหลอมโอสถ เขาไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
เขามีความมั่นใจอย่างมากในศาสตร์โอสถของตน ไม่ต้องพูดถึงว่าซูเฉินจะเป็นปรมาจารย์โอสถจริงหรือไม่ แม้ซูเฉินจะเป็นจริง เขาก็มั่นใจว่าจะต้องชนะแน่นอน
“ดีมาก! ในเมื่อเป็นการประลองหลอมโอสถ เช่นนั้นข้ากับแม่นางลั่วเว่ยจะเป็นพยานให้ อีกทั้งให้พวกเจ้าทั้งสองกล่าวคำสัตย์อันยิ่งใหญ่ เพื่อผนึกจิตมารในใจ ท่านเห็นเป็นเช่นไร?”
แววตาองค์ชายเก้าเปล่งประกายเล็กน้อย พลางยิ้มบาง ๆ
คำสัตย์ผนึกจิตมาร คือคำสัตย์ที่เกี่ยวข้องกับจิตแห่งเต๋าของผู้บ่มเพาะ
หากผู้ใดฝ่าฝืนคำสัตย์ เช่นนั้นอย่างเบาก็จิตแตกหนทางวุ่นวาย เสียการบ่มเพาะ อย่างหนักอาจเส้นลมปราณแหลกสลายกลายเป็นคนพิการ
“ได้!”
ซูเฉินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
คำพูดขององค์ชายเก้า ยิ่งเป็นสิ่งที่เขาปรารถนา
องค์ชายเก้าหวั่นว่าเขาจะไม่ยอมทำตามพนัน และตัวเขาเองก็เกรงว่าเจียงอวิ๋นเหอจะโกง
เมื่อกล่าวถึงศาสตร์โอสถแล้ว อย่าว่าแต่เจียงอวิ๋นเหอ ต่อให้เป็นนักบุญโอสถมาเอง ซูเฉินก็หาได้เกรงกลัวไม่!
ไม่นาน ซูเฉินกับเจียงอวิ๋นเหอก็กล่าวคำสัตย์ผนึกจิตมารเสร็จสิ้น
ทั้งสองเดินเข้าสู่หอการค้าว่านเป่า
ผู้อาวุโสใหญ่หยุนอี้ แห่งหอการค้าเองก็ได้รับข่าวเรื่องการเดิมพันโอสถระหว่างซูเฉินกับเจียงอวิ๋นเหอ จึงอาสาเป็นพยาน พร้อมกับให้ผู้นำเตาหลอมโอสถโบราณสองใบออกมา
เพื่อเป็นการดูแคลนซูเฉิน องค์ชายเก้ากับเจียงอวิ๋นเหอไม่เพียงไม่ปิดห้อง หากยังตั้งใจเชิญผู้คนมาชม เพื่อทำให้ซูเฉินอับอายต่อหน้าฝูงชน
ข่าวการประลองหลอมโอสถระหว่างสองปรมาจารย์โอสถแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแค่นักปรุงโอสถแห่งหอการค้า แม้แต่ชาวเมืองทั่วทั้งราชธานีก็ต่างหลั่งไหลมาชม
ปรมาจารย์โอสถ เป็นบุคคลทรงเกียรติเทียบเท่าราชายุทธ์ การได้เห็นศึกโอสถเช่นนี้ เรียกได้ว่าเป็นโชควาสนาโดยแท้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปรุงโอสถ นี่เปรียบได้กับโอกาสทองสวรรค์ประทาน!
“ไม่รู้ว่าการประลองครานี้ใครจะแพ้หรือชนะ? เจียงอวิ๋นเหอหรือซูเฉิน?”
“จะต้องถามด้วยหรือ? ย่อมเป็นเจียงอวิ๋นเหอแน่แท้! เขาคืออัจฉริยะโอสถแห่งราชวงศ์ต้าหลิน ผู้ได้รับการหมายตาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังเป็นปรมาจารย์โอสถโดยแท้!”
“นั่นน่ะสิ! ซูเฉินยังเด็กนัก แม้จะร่ำลือว่ามีพรสวรรค์ด้านหลอมโอสถ แต่จะเรียกว่าปรมาจารย์โอสถ เกรงว่าคงยังเกินไปหน่อย!”
ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา
“พวกเจ้ารู้อะไร! คุณชายซูเฉินย่อมเป็นปรมาจารย์โอสถแน่นอน! พวกเจ้าเคยได้ยินเม็ดยาฟื้นคืนเยาว์วัยหรือไม่? นั่นคือโอสถระดับหก และคุณชายซูเฉินเป็นผู้ปรุงขึ้นเองกับมือ!”
ขณะนั้นเอง ชายชราผู้หนึ่งเครารุงรังกล่าวด้วยเสียงโมโห
“ใครช่างบังอาจพูดจาโอหังเช่นนี้? เฮ้ย…นี่มันปรมาจารย์กู่เหยียนนี่! ข้า ข้าขออภัย ข้าเพียงแค่พูดลอย ๆ เท่านั้น!”
มีคนหนึ่งตวาดกลับ แต่พอเห็นใบหน้าชายชรา ก็รีบยิ้มแห้งประจบทันที
กู่เหยียน ปรมาจารย์โอสถแห่งหอการค้าว่านเป่า!
ต่อให้ให้สิบใจ เขาก็ไม่กล้าล่วงเกิน
“เฮ้อ…กู่เหยียน พลังจิตเจ้าหรือว่า…?”
ในตอนนั้นเอง อาวุโสใหญ่หยุนอี้ก็ตัวสั่นเล็กน้อย เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันมามองปรมาจารย์กู่ด้วยแววตาตื่นเต้น
“ใช่แล้ว ข้าบังเอิญทะลวงถึงระดับห้าได้สำเร็จ!”
กู่เหยียนหัวเราะร่าพลางตอบ
ระดับห้าแห่งพลังจิต คือเงื่อนไขขั้นต่ำในการก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์โอสถ
อาวุโสใหญ่หยุนอี้เองก็เคยติดอยู่ที่ปลายขอบเขตระดับสี่ของพลังจิตมาโดยตลอด จึงไม่อาจทะลวงเป็นปรมาจารย์โอสถได้
ไม่คาดคิดว่า กู่เหยียนกลับทะลวงก่อนเขา!
“ดี! ดีมาก! กู่เหยียน เจ้านี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ!”
หยุนอี้กล่าวพลางหัวเราะเสียงดัง ดวงตาเปล่งประกาย
เขาเต็มไปด้วยข้อสงสัย อยากรู้ว่ากู่เหยียนทะลวงขอบเขตได้อย่างไร แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเวลาแข่งขัน จึงจำใจสงบใจลง
“ซูเฉิน พี่เจียง การประลองหลอมโอสถของพวกเจ้าครานี้ ข้า แม่นางลั่วเว่ย และอาวุโสใหญ่หยุนอี้จะร่วมเป็นพยาน พวกเราเลือกตำราสูตรโอสถโบราณมาอย่างละหนึ่ง ใครสามารถปรุงโอสถได้สำเร็จ และมีคุณภาพสูงกว่า ผู้นั้นชนะ เห็นเป็นเช่นไร?”
แววตาองค์ชายเก้าเป็นประกาย เลื่อนมองซูเฉินกับเจียงอวิ๋นเหอพร้อมรอยยิ้ม
แน่นอนว่าเขาเชื่อมั่นในฝีมือโอสถของเจียงอวิ๋นเหอเต็มเปี่ยม จึงมีท่าทีผ่อนคลายไร้ความกังวล
“ได้!”
“ไม่มีปัญหา!”
ซูเฉินกับเจียงอวิ๋นเหอต่างตอบพร้อมกัน
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นหลังจากศึกษาตำราโอสถเสร็จสิ้นแล้ว จึงเริ่มได้เลย! แต่ละคนจะได้รับวัตถุดิบสามชุด ไม่มีการกำหนดเวลา!”
หลินลั่วเว่ยกล่าวเสียงเรียบ
จากนั้น นิ้วขาวเรียวของนางพลันปล่อยลำแสงสองสาย กลายเป็นลูกกลมแห่งแสง พุ่งเข้าสู่มือของซูเฉินและเจียงอวิ๋นเหอ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหยกจารคำ
แม้นางจะรู้ว่าซูเฉินมีพรสวรรค์ด้านโอสถเหนือชั้น อีกทั้งเบื้องหลังอาจมีนักบุญโอสถหนุนหลัง แต่ก็ยังไม่อาจมั่นใจว่าเขาจะสามารถเอาชนะเจียงอวิ๋นเหอได้
แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว นางก็ทำได้เพียงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามวาสนา
เมื่อซูเฉินได้หยกจารคำ เขาก็ใช้พลังจิตสอดเข้าไปทันที สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าในทันใดคือเนื้อหาของตำราสูตรโอสถโบราณเล่มหนึ่ง
“โอสถจิตวิญญาณมังกรพยัคฆ์?”
แววตาซูเฉินเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย คล้ายมีความประหลาดใจแฝงอยู่
ไม่คาดคิดว่า จะเป็นโอสถวิเศษเช่นนี้!