มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1023: ผู้ฝึกตนที่เชี่ยวชาญวิชาหลายแขนง
ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดลงไปแล้ว
อาจจะกล่าวได้ว่างานประลองหงเหมินกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่สาม
ลูกที่ซัดเข้ามาในทีเดียว
ผู้ฝึกตนทุกคนล้วนมีความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไป
เทียบกับครั้งก่อน ๆ นั้น ยังไม่ต้องกล่าวถึงม้ามืดมากมายในนิกาย
หลัวซา ยังมีทั้งเรื่องของนิกายเหยียนลั่ว และเรื่องของปีศาจสาว
อีกทั้งสำนักฝ่ายธรรมะและยอดเขาหมอกก็แทบจะสูญสลายไป
พร้อม ๆ กัน
และเหตุผลที่ทุกคนยังคงปลอดภัยดีอยู่นั้น ต้องขอบคุณประมุขฉิน
เฉา จากนิกายหลัวซา
เฉินชิงยิ่งมีความรู้สึกที่แสนซับซ้อนอยู่ในใจ
ไม่รู้ว่าฉินเฉา ผู้ฝึกตนในเส้นทางปีศาจช่วยชีวิตของคนในสำนัก
ฝ่ายธรรมะมากี่ครั้งแล้ว
ถึงเธอไม่ต้องการที่จะมีบุญคุณติดค้างกับฉินเฉา แต่ก็ต้องมี
ทางด้านตงฟางอิ๋งหน้าซีด และพยายามที่จะระงับความตื่น
ตระหนกในใจเอาไว้
จีหยวนหยวนเกือบจะฆ่าเธอไปด้วย!
ท่านเซียนฉื่อไม่คิดถึงชีวิตของเธอเลยอย่างนั้นเหรอ?
อาจจะเป็นเพราะว่าเธอจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ไม่ดีหลายต่อหลาย
ครั้ง ท่านเซียนฉื่อจึงโกรธ…..
โอ้ พวกเธอคือคนที่มอบชีวิตให้กับโลกเซียน พินิจดูแล้วอาจจะดู
สวยงาม แต่ในความจริงถ้าหากไม่ใช่สุนัขของเขา ถ้าเขาไม่ชอบ เขาก็
จะฆ่ามันให้ตาย
ถึงได้มีคำกล่าวที่ว่า อยู่กับกษัตริย์ก็เหมือนกับการนั่งเฝ้าเสือ…..
สำนักต่าง ๆ จำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็รู้สึกโล่งใจ พวกเขาเข้ามา
กล่าวขอบคุณฉินเฉากันทีละคน แต่ก็มีบางสำนักที่ไม่กล้าแม้แต่จะพูด
อะไรออกมาสักคำเดียว เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ ด้วยคำสั่งของเฉินตง
พวกเขาได้กระโจนเข้าไปโจมตีฉินเฉา แต่มาตอนนี้ฉินเฉาได้กลายเป็นผู้
มีพระคุณของพวกเขาไปแล้ว พวกเขาจึงรู้สึกละอายใจเป็นอย่างมาก
“เรื่องในวันนี้ต้องขอขอบคุณสหายนิกายหลัวซาจริง ๆ”
โม่เทียนหยายื่นมือที่จับกระบี่ออกมาจับกำปั้นอีกข้างของตัวเอง
เอาไว้ จากนั้นจึงกล่าวว่า “แต่ความซาบซึ้งใจก็คือความซาบซึ้งใจ การ
ประลองคือการประลอง การต่อสู้ในรอบสุดท้ายของพวกเราควรดำเนิน
ต่อไปดีหรือเปล่า?”
โม่เทียนหยายังคงรอคอยที่จะได้ตัดสินแพ้ชนะกับนิกายหลัวซาอยู่
แต่ในตอนนี้อารมณ์ของเขาผสมปนเปกันไปหมด เขาไม่คิดเลยว่า
คนที่เขาเกลียดชังจะกลายมาเป็นคนที่ช่วยชีวิตของทุกคนเอาไว้
เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ เขาเพียงต้องการที่จะหา
โอกาสระบายความโกรธแค้นในหัวใจของเขาเท่านั้น
ผู้ที่มีกายเซียนอย่างเขาจะอ่อนแอกว่าคนที่มีกายมนุษย์อย่างนั้น
เหรอ?
ยิ่งได้เห็นว่าศิษย์พี่เฉินชิงและอีกฝ่ายสบตากันและกันด้วย
ความรู้สึกชื่นชมและผูกพัน ก็ยิ่งทำให้เขาโกรธมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นเขาจึงรู้สึกหงุดหงิด และหงุดหงิดมาก ๆ
ถึงแม้ว่าข้อเสนอของโม่เทียนหยาจะไม่เหมาะสมไปบ้าง แต่ตาม
กฎแล้วจะต้องมีการตัดสินกันว่าใครเป็นฝ่ายที่เหนือกว่า
“การตัดสินแพ้ชนะนั้นเป็นสิ่งจำเป็น”
ถานไห่กล่าวออกมาอย่างยุติธรรม “แต่เทียนหยา เจ้าเป็นฝ่ายทำ
ผิดกฎก่อน เจ้าจึงถูกตัดสิทธิ์ในการแข่งขันรอบสุดท้าย”
“อาจารย์!”
โม่เทียนหยาตกใจมาก เขาไม่คิดว่าอาจารย์ของเขาจะพูดแบบนี้
ออกมา
“เทียนหยา ไม่ว่าเจ้าจะคิดยังไง แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ ในเมื่อเจ้าทำ
ผิดกฎ เจ้าก็ควรที่จะต้องถูกลงโทษ”
ถานไห่กล่าวออกมา
นักพรตชราท่านนี้เป็นผู้ที่มีจิตใจมั่นคง เขาเพิกเฉยต่อสายตาของ
ศิษย์ของเขา
“ฮ่าวเทียนเองก็ไม่มีแรงพอที่จะต่อสู้ เขาสู้ต่อไม่ได้แล้ว”
ฉินเฉารู้ดีว่าโม่เทียนหยาจะต้องไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ถ้า
สามารถทำให้ชายคนนี้รู้สึกไม่ดีได้ เขาก็รู้สึกมีความสุข
ในฐานะที่เป็นผู้ตัดสิน เขาจึงเสนอความคิดเห็นของตัวเองออกมา
บ้าง
“ฉันคิดว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ควรจะให้เฉินชิงจากเขาซูซาน และ
ปรมาจารย์จักรพรรดิฟ้าจากนิกายหลัวซามาต่อสู้กัน ส่วนคนอื่น ๆ
สามารถลงจากเวทีการประลองได้”
“เป็นความคิดที่ดี”
ผู้ตัดสินที่อยู่ใกล้ ๆ กันกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วย
ตอนนี้มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่จะกล้ากล่าวปฏิเสธฉินเฉา
ก่อนหน้านี้ที่ฉินเฉาแสดงพลังออกมาในเหตุการณ์เก้าสิบเก้าทัณฑ์
สวรรค์ ผู้ฝึกตนทุกคนก็ตัวสั่นสะท้าน
พื้นฐานการฝึกตนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้คืออะไร!
สายฟ้าสีแดงนับร้อยที่ผ่าลงมายังทำอะไรเขาไม่ได้ แล้วพวกเขาจะ
ไปต่อกรด้วยได้ยังไง!
“ข้าเห็นด้วย”
เมื่อเฉินชิงได้ยินความคิดเห็นนี้ เธอก็พยักหน้ารับ
“ฉันไม่คัดค้าน”
เมื่อสถานการณ์วิกฤตผ่านพ้นไป อารมณ์ของซูจีก็กลับมาสงบลง
ตามปกติไปด้วยเช่นกัน เธอก้าวขึ้นไปบนเวทีประลองและสูดหายใจเข้า
ไปลึก ๆ
“พี่สาวเฉิน จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับพี่สาวเฉินเลย
พวกเราทุกคนล้วนเป็นหุ่นเชิดปีศาจ ที่จริงพวกเราควรจะมีจิตใจที่
เชื่อมโยงถึงกัน…..”
“พวกเราอยู่ในเส้นทางที่ต่างกัน”
เฉินชิงถือกระบี่น˺าค้างแข็งของเธอเอาไว้ “ข้า เฉินชิง ชีวิตนี้มี
หน้าที่ในการปราบมารกำจัดปีศาจ แล้วข้าจะมีจิตใจที่เชื่อมโยงถึงคนที่
อยู่ในเส้นทางปีศาจอย่างพวกเจ้าได้ยังไง สำหรับเรื่องการเป็นหุ่นเชิด
ปีศาจ ข้าได้กลืนกินวิญญาณเซียนเข้าไป และตัดความสัมพันธ์กับฉิน
เฉาไปแล้ว ถ้าหากว่านิกายหลัวซาคิดว่าพลังหุ่นเชิดปีศาจของข้ามันไม่
เหมาะสม ก็เอามันกลับไปซะ ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครช่วยเหลือเฉินชิงผู้นี้
แต่ข้าก็สามารถก้าวหน้าขึ้นไปอย่างยิ่งใหญ่ด้วยตัวของข้าเองได้”
นิสัยที่แข็งกร้าวของเฉินชิงทำให้ฉินเฉารู้สึกปวดหัว
“อืม ดูเหมือนว่าพี่สาวเฉินจะตัดสินใจแล้ว”
ซูจีรู้ดีว่าเธอไม่สามารถโน้มน้าวได้ แต่ในฐานะที่เป็นบ้านใหญ่ของ
ฉินเฉา เธอจึงจะต้องทำแบบนี้
ส่วนที่เหลือก็ให้เป็นเรื่องของกำปั้น
“เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อเจ้า ข้าจะไม่ออมมือ”
เฉินชิงกล่าว จากนั้นจึงแทงกระบี่น˺าค้างแข็งเข้าไปในท้องน้อย
อย่างช้า ๆ
ฉินเฉามองตาค้าง คิดในใจว่า โชคดีที่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เธอกำลัง
ตั้งครรภ์ ไม่อย่างนั้นถ้าหากแทงกระบี่ลงไป ลูกทั้งสองคนอาจจะโชค
ร้ายไปแล้ว
สุดท้ายพวกเขาก็จะถูกแม่ของตนแทงกระบี่เข้าไป
“ข้ามีกระบี่เทพ กระบี่น˺าค้างแข็ง! วิชากระบี่ลับ กระบี่น˺าค้าง
แข็ง!”
แน่นอนว่าเฉินชิงไม่ได้กำลังทำร้ายตัวเองอยู่ แต่เธอกำลังใช้วิชา
กระบี่ลับที่น่าภาคภูมิใจของเธอ
ตูม!
เปลวไฟสีแดงลุกโชนอยู่บนตัวของเฉินชิง ท้ายที่สุดเปลวไฟนี้ก็
รวมกันอยู่บนศีรษะ และมีเพียงเพลิงสีดำและแดงขนาดเล็กเท่านั้นที่
กำลังลุกโชนไม่หยุด
การควบคุมเพลิงฟินิกซ์ของเธอก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
“ฉันก็เหมือนกัน ฉันจะทำให้ดีที่สุด”
ซูจีกล่าว จากนั้นเท้าทั้งสองข้างของเธอก็เหยียบอยู่บนเมฆมงคล
ที่กำลังประคองร่างกายของเธอเอาไว้
ในขณะเดียวกัน ก็ได้มีคลื่นน˺าโอบล้อมร่างกายอันบอบบางของ
เธอเอาไว้
ดูเหมือนว่าเธอจะใช้พลังของมังกรอสูร เพื่อต้องการที่จะใช้น˺ามา
รวมกับไฟ
ด้านหนึ่งคือวารีที่แท้จริง อีกด้านคือเปลวไฟที่มืดมิด พลังทั้งสอง
สายนี้ได้ข่มซึ่งกันและกัน
ฉินเฉาคาดว่าพลังของเฉินชิงในตอนนี้อยู่ในขั้นกายทองคำชั้นที่ห้า
ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าสะพรึงกลัวมาก เขาจึงใช้วิชาอัญเชิญกับตัวเอง และ
ใช้วิชาปลดปล่อยพลังของซูจี เพื่อให้พวกเธอทั้งคู่อยู่ในระดับที่เท่า
เทียมกัน
“ข้าขอดูหน่อยเถอะ ว่าเจ้าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง ด้วยการ
ช่วยเหลือจากเขา!”
เฉินชิงกล่าว จากนั้นเธอก็ยื่นมือทั้งสองข้างออกไป และกระแทก
ฝ่ามือนั้นใส่บริเวณด้านหน้าของเธอ
ทันใดนั้นด้านหลังของเธอได้ปรากฏกระบี่เพลิงจำนวนมากกว่าสิบ
เล่ม ที่ลอยขึ้นและหมุนวนอยู่บนอากาศ
“ซูจี ระวังให้ดี กระบี่ของเธอจะระเบิดออกมา”
ฉินเฉาส่งกระแสจิตบอกซูจี
“วางใจเถอะ นี่คือการต่อสู้ระหว่างฉันกับเธอ นายไม่ควรที่จะเข้า
มายุ่ง!”
ซูจีเอ่ยตอบฉินเฉาอยู่ภายในใจ
ฉินเฉายักไหล่ ยังไงซะซูจีก็เป็นปรมาจารย์ที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง
เช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้วพวกเธอก็คือผู้หญิงในสังคมยุคใหม่
ไม่สิ ซูจีคือผู้หญิงในสังคมยุคใหม่อยู่แล้ว
แต่เฉินชิงมีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ของเธอ
จะยังดูอ่อนเยาว์ ประมาณ 20 ปี แต่อายุทางจิตใจของเธอนั้นไม่น้อย
เลย
ไม่ว่าเฉินชิงจะเป็นผู้หญิงในสังคมยุคใหม่หรือไม่ การต่อสู้ระหว่าง
ผู้หญิงทั้งสองคนก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
“ไปเลย!”
เฉินชิงโบกมือ จากนั้นกระบี่เพลิงเล่มยาวจำนวนมากกว่าสิบเล่มก็
พุ่งเข้าไปหาซูจีทันที
“ฝันไปเถอะ!”
เมื่อล่วงรู้ความคิดของเฉินชิง ซูจีก็รีบใช้วิชาสร้างม่านวารีขึ้น
ด้านหน้า เพื่อป้องกันกระบี่เพลิงเหล่านั้น
ตูม! กระบี่เพลิงมากมายที่พุ่งเข้าชนม่านวารีระเบิดออกมา จนทำ
ให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงฉาน
“น˺าย่อมชนะไฟ พี่สาวเฉินไม่ได้มีโอกาสชนะแล้ว”
ซูจียืนอยู่ด้านหลังม่านวารี และกล่าวกับเฉินชิง
“มันก็ไม่แน่นักหรอก”
เฉินชิงยิ้มออกมา จากนั้นก็ใช้มือวาดอักขระวิชากระบี่
“กระบี่เพลิงสวรรค์ จงทำลายล้างเหล่าปีศาจ! วิชากระบี่เพลิง
ทะยาน!”
ทันใดนั้นกระบี่ที่ลอยอยู่ตรงหน้าเฉินชิงก็หมุนควงอย่างรุนแรง
เมื่อหมุนควงอย่างต่อเนื่องเช่นนั้น เสียงแหวกอากาศที่รุนแรงก็ดัง
ออกมา
พลังลมปราณที่อยู่รอบ ๆ รวมทั้งธาตุไฟเข้ามารวมกันอยู่บนกระบี่
เชี่ย ไม่นะ!
ฉินเฉาเบิกตากว้าง
หลังจากใช้วิชากระบี่ลับ เธอยังสามารถใช้วิชากระบี่ติงจุนได้อีก
ด้วย!
เฉินชิงช่างเป็นสาวงามที่มีพรสวรรค์มากจริง ๆ
“ไปเลย!”
เมื่อเฉินชิงสะบัดแขนเสื้อ กระบี่ก็ส่งเสียงคำรามและพุ่งเข้าไปหาซู
จีทันที
ซูจีที่ยังคงอยู่ภายใต้หน้ากากยังคงรักษาท่าทีเอาไว้อย่างสง่างาม
ได้
ตูม!
ม่านวารีพลันระเบิด และแยกตัวออกจากกันทันที
แต่พลังที่รุนแรงนี้ได้ส่งผลกระทบต่อซูจีไปด้วย
ท่ามกลางพลังนั้น กระบี่เพลิงทะยานยังคงมุ่งหน้าไปหาเธออย่าง
ไม่หยุดยั้ง
“โอม!”
ในขณะนั้นเอง ซูจีได้ใช้มือวาดผนึกพุทธะ จากนั้นก็เปล่งเสียง
ออกมาจากริมฝีปากสีแดงของเธอ
คลื่นเสียงที่มีพลังพุทธะอันบริสุทธิ์แพร่กระจายออกไปอย่าง
รวดเร็ว
ตรงหน้าของซูจีราวกับมีกำแพงอากาศที่ทำให้กระบี่เพลิงทะยาน
ลอยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า
“พระพุทธมนต์!”
เฉินชิงเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ไม่ใช่แค่พี่สาวเฉินที่สามารถใช้วิชาของสำนักอื่นได้”
ซูจียื่นมือข้างหนึ่งไปไว้ข้างหลัง “ฉันก็ทำได้เหมือนกัน… ดังนั้น
ระวังตัวเอาไว้ให้ดี!”
สิ้นคำพูดของซูจี เธอก็เหวี่ยงแขน เอาหอกวารีสีน˺าเงินออกมาจาก
ด้านหลัง
หอกวารีคืออาวุธที่ใช้วารีที่แท้จริงมาควบแน่นเข้าด้วยกัน ความ
คมของมันนั้นไม่สามารถหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้ แม้แต่เหล็กก็ยังถูก
ตัดราวกับเต้าหู้
“เข้ามาเลย!”
เฉินชิงกวัดแกว่งกระบี่เข้าปะทะกับหอกวารีของอีกฝ่ายอย่าง
แม่นยำ
แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อหอกวารีเล่มนั้นถูกโจมตี มันจะกลายเป็นมังกร
วารีสามตัวที่ทะยานเข้าไปรัดตัวเฉินชิงเอาไว้
“น˺าย่อมเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา”
ซูจียกรอยยิ้มขึ้นบนมุมปาก “พี่สาวเฉินถูกหลอกแล้วล่ะ”
เมื่อกล่าวดังนั้น เธอก็ใช้วิชาปลดปล่อยมังกรวารีที่ภายในตัวของ
มันเต็มไปด้วยกระแสน˺าอันเชี่ยวกรากเข้าไปโจมตีเฉินชิง
เฉินชิงที่ยังตั้งตัวไม่ทัน ถูกมังกรวารีตัวนี้พุ่งเข้ามาจู่โจมจน
เกือบจะตกลงไปจากเวที
“กระบี่จักรพรรดิสายลม ทะยานสู่ฟากฟ้า! วิชากระบี่สายลม!”
โชคดีที่เธอตอบโต้มันได้อย่างรวดเร็ว เท้าของเธอก้าวขึ้นไป
เหยียบอยู่บนกระบี่เพลิง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกจากเวทีจนพ่ายแพ้
“น่าเสียดายจริง ๆ อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นแท้ ๆ”
ซูจีเบ้ปาก
“กลลวงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเจ้ามันไร้ประโยชน์”
เฉินชิงที่อยู่บนอากาศยังคงใช้วิชากระบี่ต่อไป
“กระบี่ทะยานสวรรค์ มาบรรจบดิน! วิชากระบี่ทะลวงสวรรค์!”
นี่คือวิชากระบี่ที่เฉินชิงเคยใช้เพื่อที่จะเอาชนะฉินเฉาในโรงเรียนก
วงหยวน
ในตอนนั้นเธอต้องการที่จะใช้วิชากระบี่ทะลวงสวรรค์ แต่กลับมี
พลังไม่เพียงพอ เธอจึงเกือบจะถูกฉินเฉาเล่นงานตอบโต้
แต่ตอนนี้เธอใช้มันได้อย่างสบาย ๆ
บนท้องฟ้าปรากฏปราณกระบี่ที่ไม่สามารถซ่อนเร้นเอาไว้ได้
กระบี่เพลิงขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าอย่างช้า ๆ มันทั้งมี
ขนาดใหญ่และดูสง่างามเป็นอย่างมาก
เพลงกระบี่ติงจุนของเขาซูซานช่างร้ายกาจจริง ๆ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งในยามที่เฉินชิงใช้วิชากระบี่ลับไปแล้ว พลังของวิชากระบี่นี้จึงรุนแรง
ยิ่งกว่าเดิมมาก
เมื่อซูจีเห็นกระบี่ทะลวงสวรรค์อยู่บนอากาศ เธอก็หรี่ตามองมัน
เล็กน้อย
“พ่ายแพ้อยู่ภายใต้กระบี่ของข้าซะ!”
“ถ้าหากพูดแบบนั้นละก็…..”
กระบี่เล่มยักษ์ที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของซูจียิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อย
ๆ เธอจึงเริ่มวาดผนึกพุทธะและพึมพำออกมา “ฉันจะทำให้พี่สาวเฉิน
มาดูถูกกันไม่ได้”
เมื่อเห็นผนึกพุทธะของซูจี หลวงจีนหลายรูปจากวัดเป่าไต้เขาซง
ซานก็ตะลึง
“นี่ นี่มันเก้าอักขระ ผนึกเป่าผิง!”
อักขระทั้งเก้าเป็นวิชาลับที่ไม่อาจส่งต่อกันของวัดเป่าไต้เขาซง
ซาน
วิชานี้มีเพียงศิษย์ที่อยู่ภายในเท่านั้นที่จะสามารถฝึกฝนมันได้ แต่
มันกลับไปปรากฏอยู่ในมือของปรมาจารย์หญิงในนิกายหลัวซาได้ยังไง!
ทีแรกก็พระสูตรหัวใจเพชร มาคราวนี้กลับเป็นผนึกเป่าผิง! สวรรค์
ในเงื้อมมือของนิกายหลัวซาช่างมีแต่ผู้ฝึกตนที่เชี่ยวชาญหลากหลาย
แขนงวิชาจริง ๆ!