มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1054: พบเพื่อนเก่า
“ในที่สุดพี่ใหญ่ฉินก็มา…..”
ฉินเฉายืนอยู่หน้าร้านอาหารม่านถัวหลัว เขามองอู๋ซิ่นที่ซ่อนความ
ขื่นขมเอาไว้ แล้วยิ้มออกมาพลางถูจมูกของตัวเอง
เมื่อวานนี้ในขณะที่กำลังทานอาหารอยู่นั้น ฉินเฉาก็ได้รับข้อความ
จากอู๋ซิ่น
ข้อความจากสาวน้อยคนนี้ช่างเรียบง่ายและมีแค่ตัวอักษรสี่ตัว
เท่านั้น ฉันคิดถึงนาย
ถึงแม้ว่าจะมีเพียงสี่ตัวอักษร แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในนั้นมีมากมาย
มหาศาล ทำให้ฉินเฉาได้แต่ถอนหายใจออกมา
เขาและอู๋ซิ่นไม่ได้พบกันมานานมาก แต่สุดท้ายแม่วัวสาวก็มาพบ
เขาในขณะที่กำลังทำเรื่องอย่างว่ากับหยูลู่
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สาวน้อยคนนี้ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
เข้า และครั้งก่อนหน้านั้นก็ยังเหมือนเดิม เธอยังหน้าแดงก˹าได้น่ารักน่า
ชัง
ตั้งแต่ที่มาถึงเมืองตงชวนก็ราวกับฝนตกไม่ทั่วฟ้า
หยูลู่ก็เห็นด้วยเช่นกันที่จะให้ฉินเฉาไปร้านอาหารม่านถัวหลัวใน
วันถัดไป และให้อู๋ซิ่นออกมาทานมื้อเที่ยงด้วยกัน
อู๋ซิ่นรู้ว่าฉินเฉากำลังจะมา เธอจึงแต่งตัวอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ
ท่อนบนของเธอสวมเสื้อกันหนาวสีเทา ท่อนล่างสวมถุงน่องสีดำ
รูปร่างที่ราวกับนางปีศาจและผ้าไหมสีดำนั้นทำให้เธอดูเซ็กซี่อย่างที่ไม่
สามารถต้านทานได้
ที่จริงแล้วอู๋ซิ่นสวมหมวกสีเทาที่ดูน่ารักมาก แต่น่าเสียดายที่
รูปร่างของเธอบดบังทุกอย่างไปจนหมด
ดวงตาของฉินเฉาไล่มองไปยังหน้าอกใหญ่ ๆ และต้นขาที่โค้งมน
ของอู๋ซิ่น สายตาที่ราวกับเปลวไฟนั้นทำให้อู๋ซิ่นหน้าแดง
ไม่ใช่แค่ฉินเฉาเท่านั้น แขกที่ผ่านไปผ่านมาก็อดไม่ได้ที่จะมองมา
เช่นกัน
ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เธอสวยมาก!
“โอ้ ความสวยแบบนี้ หน้าอกและเรียวขาแบบนี้ สุดยอดจริง…..”
“ไม่ได้การแล้ว ฉันจะจีบเธอ ฉันทนไม่ไหวแล้ว!”
“นายหาที่ตายหรือไง นี่คือบอสหญิงของร้านอาหารม่านถัวหลัว
แฟนของนายท่านฉิน!”
“แค่ก ๆ เมื่อกี้นี้ฉันแค่ล้อเล่น…..”
ผู้คนที่มาทานอาหารที่นี่ ไม่ว่าจน มีฐานะหรือไม่ก็มีเพียงไม่กี่คน
เท่านั้นที่จะไม่รู้จักนายท่านฉินผู้โด่งดัง
เมื่อได้ยินว่าเธอคือแฟนของนายท่านฉิน ทุกคนก็ไม่พูดอะไร
ออกมาอีก
ถึงแม้ว่าสาวสวยจะเป็นเรื่องที่ดี แต่การมีความสุขกับชีวิตก็ต้อง
เป็นเรื่องที่ดีมากกว่า
“ทำไมนายต้องจ้องฉันแบบนั้นตลอดเวลาเลยล่ะ”
อู๋ซิ่นลูบมือของตัวเองไปมาพลางหน้าแดงก˹าด้วยความเขินอาย
“ก็เพราะว่าเธอสวยน่ะสิ!”
ฉินเฉากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ความสวยงามของโลกนี้ทั้งใบก็ยังสวย
สู้เธอไม่ได้เลย”
“นายแกล้งฉันอีกแล้ว…..”
ใบหน้าของอู๋ซิ่นราวกับมีไฟลุก เธอดึงหมวกของเธอลงมาบดบัง
ใบหน้าเอาไว้ ราวกับกำลังกลัวว่าฉินเฉาจะเห็นใบหน้าอันแดงก˹าของ
เธอ
“เฮ้ ถ้าเธอขี้อายนัก ฉันจะไปแล้วนะ”
ฉินเฉากล่าว ก่อนที่เขาทำท่าจะหันหลังเดินออกไป
“ไม่นะ!”
อู๋ซิ่นรีบดึงแขนของฉินเฉาเอาไว้
“พี่ใหญ่ฉินแย่ที่สุดเลย ทำให้ฉันตกใจอยู่เรื่อย”
“ฉันแค่แกล้งเธอเท่านั้น ฉันคิดจะทิ้งอู๋ซิ่นน้อยของฉันที่ไหนล่ะ”
ฉินเฉายื่นมือออกมาบีบจมูกของอู๋ซิ่นด้วยความเอ็นดู “ไม่ได้เจอ
กันมานาน ดูเหมือนว่าอู๋ซิ่นน้อยจะโตขึ้นแล้ว”
“ที่ไหนกันล่ะ!”
อู๋ซิ่นยิ่งหน้าแดงมากกว่าเดิม “มัน มันใหญ่มาก….”
“จริงเหรอ? ฉันไม่เชื่อหรอก ฉันต้องลองตรวจสอบดูหน่อย”
“ไม่ได้นะ มีคนอยู่ที่นี่…..”
อู๋ซิ่นกอดแขนของฉินเฉาเอาไว้ ทำให้หน้าอกคู่โตบีบแขนของเขา
เลือดในกายของฉินเฉาจึงกำลังเดือดพล่าน
“เธอหมายความว่าถ้าหากไม่มีคนอยู่ล่ะก็ แค่ก ๆ …..”
ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะพูดจาสองแง่สองง่าม
“ให้ตายเถอะ… มาคุยเรื่องหน้าอกของฉันกันเนี่ยนะ…..”
อู๋ซิ่นดึงหมวกลงมาปิดหน้าตัวเอง
ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอยู่ในใจ
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหน ถึงแม้ว่าอู๋ซิ่นจะกลายเป็น
เจ้าของร้านอาหารม่านถัวหลัว เธอก็ยังคงขี้อายอยู่ไม่เปลี่ยน
สาวหน้าอกใหญ่ที่ขี้อาย ฮี่ ๆ
ถ้าหากเขาได้มันมา ไม่รู้ว่าจะต้องฝึกตนอีกกี่ปีถึงจะเหาะขึ้นไปได้
“แม่วัวสาว เธอบอกว่าวันนี้พวกเราจะไปเล่นกันที่ไหนนะ?”
ฉินเฉาเรียกชื่อเล่นของอู๋ซิ่น
“น่าเกลียด มาเรียกฉันว่าแม่วัวสาว…..”
“จะให้เรียกเธอว่ายังไงล่ะ? สาวหน้าอกใหญ่ สาวน้อยหน้าอก
ใหญ่? หรือว่าสาวน้อยอกดินระเบิด?”
“น่าเกลียดจริง ๆ ทำไมถึงมีแต่ชื่อน่าเกลียดเยอะแยะแบบนั้น…
ระ เรียกว่าแม่วัวสาวดีกว่า…..”
“นั่นแหละ เธอต้องเชื่อในฝีมือการตั้งชื่อของฉัน มันเหมาะสมกับ
เธอที่สุดแล้ว”
“เป็นเรื่องดีตรงไหนกัน…..”
“เอาล่ะ… มาคุยเรื่องของพวกเรากันต่อเถอะ วันนี้เธอจะไปเที่ยวที่
ไหน?”
ในที่สุดพวกเขาก็กลับมาเข้าเรื่องเดิมอย่างยากลำบาก ฉินเฉาถาม
ความคิดเห็นของอู๋ซิ่น
“พี่ใหญ่ฉินจะต้องพาฉันไปเจอเพื่อนสมัยประถม”
“หืม?”
ฉินเฉาค่อนข้างแปลกใจที่อู๋ซิ่นจะพาเขาไปพบเพื่อนของเธอ
“ทุกคนนัดเจอกันในวันนี้ พวกเขาเป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กที่ดีมาก
ตอนที่พวกเราเรียนอยู่มัธยมต้นและมัธยมปลายก็ยังคงติดต่อกันอยู่ แต่
ช่วงนี้ทุกคนกำลังมีสอบ พอจัดงานเลี้ยงกัน ฉันก็ไม่ได้ไปด้วย และ
ตอนนี้เป็นช่วงวันหยุดยาว 11 วันที่พวกเขากลับมาบ้าน ก็เลยอยากให้
ฉันไปด้วยกัน”
“แม่วัวสาว เธอเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยไหน?”
ฉินเฉาคิดว่าแม่วัวสาวน่าจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน
แต่ทำไมเธอถึงไม่มีการเคลื่อนไหวเลยล่ะ?
“พี่ใหญ่ฉินนี่โง่จริง ๆ ฉันไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยสักหน่อย”
อู๋ซิ่นกอดแขนฉินเฉาเอาไว้แน่น และยืนเคียงข้างเขา
ชายและหญิงคู่นี้เรียกสายตาอิจฉาจากทุกคนที่ผ่านไปผ่านมา
แน่นอนว่ามีคนมากมายที่มองฉินเฉาด้วยความอิจฉา พวกเขาล้วน
ส่งสายตาแสดงความเกลียดชังมาให้
ถ้าหากสายตาของคนเหล่านี้เจาะทะลุเข้ามาได้ ตัวของฉินเฉาคง
จะเต็มไปด้วยรูแล้ว
“อะไรนะ?”
ฉินเฉาตกใจ เขาเข้าใจว่ามหาวิทยาลัยมีความสำคัญต่ออาชีพมาก
แค่ไหน
ในยุคนี้หากนักเรียนไม่มีวุฒิการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย พวกเขา
จะไม่มีหน้าตาในสังคม
แม้แต่การรับสมัครของบริษัทต่าง ๆ ก็ยังต้องการวุฒิการศึกษา
ระดับมหาวิทยาลัย หรืออย่างน้อยก็ต้องมีคุณวุฒิอาชีวศึกษา
และในปัจจุบันนั้นมีบัณฑิตเพิ่มมากขึ้น ถ้าหากคุณไม่มีวุฒิ
การศึกษาก็จะยิ่งไม่มีหน้าตามากขึ้นไปอีก
นับว่าเป็นข้อบังคับในยุคสมัยนี้
“เป็นเพราะว่าธุรกิจร้านอาหารม่านถัวหลัวยุ่งมาก ฉันเลยผละ
ออกไปไหนไม่ได้”
อู๋ซิ่นจับหมวกของเธอแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้ร้านอาหารม่านถัวหลัว
เพิ่งจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ฉันเป็นเจ้าของกิจการ ฉันจะออกไปได้
ยังไง เรื่องมหาวิทยาลัยไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก รอให้ม่านถัวหลัวมั่นคง
ฉันก็จะบริจาคเงินให้กับมหาวิทยาลัยไหนสักที่ และเข้าไปในฐานะผู้
ตรวจสอบบัญชี เท่านั้นฉันก็จะได้ประกาศนียบัตรเหมือนกัน”
คำพูดของอู๋ซิ่นมีกลิ่นอายความเป็นนักธุรกิจอยู่ในนั้น
“อืม แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่เรื่องม่านถัวหลัวจะทำให้เธอต้องเข้าเรียน
ช้าลง”
มือของฉินเฉาลูบไปที่สะโพกอันโดดเด่นของอู๋ซิ่นอย่างเป็น
ธรรมชาติ เขาลูบอยู่สองครั้งจนอู๋ซิ่นหน้าแดงและบิดเอวของเธอ
“น่าเกลียด อย่าแตะสิ มีคนอยู่ที่นี่…..”
“จะมีอะไรล่ะ เราเป็นสามีภรรยากันนี่”
ฉินเฉายิ้ม แล้วกล่าวต่อไปว่า “ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เห็นด้วยเรื่องวิธี
การศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่การไปเรียนในมหาวิทยาลัยก็เป็นส่วน
หนึ่งของชีวิต ถ้าหากเธอไม่ได้สัมผัสประสบการณ์นั้น หลังจากนี้เธอ
จะต้องเสียดายแน่นอน”
“โอ้ ฉันรู้และฉันจะไปสัมผัสมันอย่างแน่นอน แต่ว่ายังไม่ใช่ตอนนี้
ฉันปล่อยธุรกิจนี้ไปไม่ได้”
อู๋ซิ่นเงยหน้าขึ้น เธอมองฉินเฉาด้วยสายตาเป็นประกายอย่าง
ลึกซึ้งแล้วกล่าวว่า “พี่ใหญ่ฉินเป็นคนมอบม่านถัวหลัวให้ฉัน ฉันจะต้อง
ดูแลมันให้ดีที่สุด”
“อย่าเหนื่อยเกินไปเพราะมันเลย ถ้าหากเธอเป็นอะไรไป ฉัน
จะต้องเสียใจแน่”
“ไม่ต้องห่วง ฉันเข้าฟิตเนสทุกวัน!”
อู๋ซิ่นยกแขนขึ้นมาแกว่งกำปั้นเล็ก ๆ และกล่าว
เมื่อเธอยกแขนขึ้นมา หน้าอกหน้าใจอันใหญ่โตของเธอก็สั่นไปมา
จนฉินเฉาตาลาย
“เฮ้ ไม่แปลกใจเลยที่มันจะโตขึ้น…..”
“น่าเกลียดที่สุด ดูแค่ตรงนั้น ไม่สังเกตเห็นเลยหรือไงว่าฉันผอม
ลง?”
“อืม หน้าอกที่อยู่ในเสื้อผ้าก็ไม่ได้ผอมลงเลยนี่”
“พี่ใหญ่ฉินน่าเกลียดที่สุด!”
อู๋ซิ่นหยิกแขนของฉินเฉาเบา ๆ จากนั้นฉินเฉาก็จำได้ว่าสาวน้อย
คนนี้กำลังจะไปเจอเพื่อน เขาจึงเอ่ยถามขึ้นมา
“ใช่แล้ว เพื่อนของเธอรอเธออยู่ที่ไหนล่ะ?”
“โรงแรมสกาล่า”
อู๋ซิ่นตอบ “เป็นโรงแรมของครอบครัวเพื่อนของฉัน”
“อืม ฉันจำได้ว่าที่นั่นเป็นโรงแรมสี่ดาว”
สถานที่ในเมืองตงชวนที่ฉินเฉาประทับใจนั้นมีแค่ไม่กี่ที่
“ใช่ ฐานะบ้านของเพื่อนฉันนับว่าค่อนข้างดี ตอนที่ยายของฉันไม่
สบายก็มักจะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายให้ฉันเสมอ…..”
ดวงตาของอู๋ซิ่นนั้นปรากฏอารมณ์ที่ซับซ้อน “แต่ว่า…”
“อะไรเหรอ?”
เมื่อเห็นสายตาของอู๋ซิ่น ฉินเฉาก็พอจะเดาบางอย่างได้ลาง ๆ
“เขาคิดอะไรกับฉัน ฉันไม่กล้าใช้เงินของเขา ฉันก็เลยปฏิเสธไป
…..”
สีหน้าของอู๋ซิ่นนั้นดูค่อนข้างที่จะหดหู่ เธอจับแขนของฉินเฉา
เอาไว้แล้วกล่าวว่า “พี่ใหญ่ฉิน… ตอนนั้นยายของฉันป่วยหนักมาก แต่
ฉันก็ยังทำแบบนั้น… ฉันเห็นแก่ตัวมากเลย…..”
เมื่อเห็นอู๋ซิ่นเศร้าใจ ฉินเฉาก็รู้สึกทุกข์ใจไปด้วย
เขาหันไปจับไหล่ของอู๋ซิ่นเอาไว้ แล้วกล่าว “แม่วัวสาว เธอพูดผิด
แล้ว แม้แต่ยายของเธอก็ไม่อยากเห็นเธอขายตัวเองเพื่ออาการป่วย
ของยายเธอหรอก ถ้าหากเธอขายตัวเอง เธอจะได้มาพบกับพี่ใหญ่ฉินที่
หล่อและไร้เทียมทานที่สุดในจักรวาลได้ยังไง?”
“อุ๊บ!”
อู๋ซิ่นรู้สึกตลกไปกับคำพูดไร้ยางอายของฉินเฉา “โอ้ พี่ใหญ่ฉินดี
ที่สุดแล้ว ถ้าหากไม่มีพี่ใหญ่ฉิน ฉันก็คงจะไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะทำยังไง
พี่ใหญ่ฉินเป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานมาให้ฉันเลยนะ”
อู๋ซิ่นกอดแขนของฉินเฉาเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าจู่ ๆ เขาจะหาย
ตัวไป
“ยัยโง่”
ฉินเฉาบีบจมูกเล็ก ๆ และบอบบางของอู๋ซิ่น
“ฉันเต็มใจที่จะเป็นยัยโง่ของพี่ใหญ่ฉิน…..”
อู๋ซิ่นรู้สึกว่าอ้อมกอดของพี่ใหญ่ฉินนั้นอบอุ่นมาก มันอบอุ่นมาก
จริง ๆ
“ใช่แล้ว เธอมีนัดกี่โมงล่ะ?”
“ตอนเที่ยง”
“ไม่ต้องคุยกันแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาแล้วด้วย หรือว่าจะให้ตา
แก่มู่หลงเจียงขับรถไปส่งพวกเราดี”
“มะ ไม่ดีกว่า”
อู๋ซิ่นรีบส่ายหน้า
จะให้บอสมู่หรงขับรถให้เธอนั่ง… ไม่ไหว มันไม่ใช่สไตล์ของอู๋ซิ่น
เลย
“พวกเราไปขึ้นแท็กซี่กันดีกว่า”
อู๋ซิ่นเขย่าแขนของฉินเฉา “ดีมั้ย พี่ใหญ่ฉิน”
“โอเค โอเค พวกเราจะขึ้นแท็กซี่กัน”
ฉินเฉาผู้ถูกก้อนเนื้อสองลูกบีบแขนอยู่นั้นรีบพยักหน้าอย่างมี
ความสุข
วีรบุรุษนั้นยากที่จะข้ามผ่านด่านสาวงาม นับประสาอะไรกับฉิน
เฉาที่ไม่ใช่วีรบุรุษล่ะ เขาเป็นเสือผู้หญิงโดยแท้
แต่อู๋ซิ่นเป็นสาวงามอย่างแท้จริง
ความสวยนั้นน่ากลัวมากพอที่จะทำให้ผู้คนควบคุมตัวเองไม่ได้
ทั้งสองคนรอแท็กซี่อยู่ริมถนนเพื่อไปยังโรงแรมสกาล่า ซึ่งเป็น
โรงแรมสี่ดาวในเมืองตงชวน
แต่ในขณะนั้นเอง ในโรงแรมสกาล่า
ชายหนุ่มผู้สวมชุดสูทและรองเท้าหนังกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งชั้นพิเศษ
ที่หรูหราที่สุด ข้างกายของเขามีชายหนุ่มและหญิงสาวรุ่นราวคราว
เดียวกันห้อมล้อมเอาไว้
“เฉินเต๋อจุ้น ขอแสดงความยินดีที่นายได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย
ปักกิ่ง มหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ! ต่อไปพวกเราพี่
น้องคงจะต้องพึ่งพานายแล้ว”
ชายหนุ่มในชุดกีฬาเอ่ยประจบ
“เป็นอย่างนั้นที่ไหนกันล่ะ ผลสอบของทุกคนก็ออกมาดีทั้งนั้น ที่
ฉันสามารถไปทางภาคเหนือได้ก็นับว่าโชคดีแค่ไหนแล้ว พวกเราทุกคน
เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เติบโตมาด้วยกัน ต่อไปถ้าใครมาที่เมืองหลวงก็จำ
ไว้ว่าให้มาหาฉันล่ะ ฉันจะต้อนรับทุกคนเป็นอย่างดี”
ใบหน้าของเฉินเต๋อจุ้นมีรอยยิ้มประดับบาง ๆ ดูราวกับไม่ตั้งใจ แต่
ที่จริงแล้วเขารู้สึกภูมิใจในตัวเองเป็นอย่างมาก
“จริงเหรอเฉินเต๋อจุ้น?”
ผู้หญิงคนหนึ่งมีกระบนใบหน้าเล็กน้อยแต่รอยยิ้มของเธอนั้นดู
สะอาดตา “ฉันเองก็เรียนที่เมืองหลวงเหมือนกัน! ถ้าหากฉันไปหาเฉิน
เต๋อจุ้น เฉินเต๋อจุ้นก็อย่าเมินฉันล่ะ”
“อันอัน อย่าพูดเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลสิ”
เฉินเต๋อจุ้นยิ้มออกมา “เฉินเต๋อจุ้นคนนี้จะปฏิเสธเพื่อน ๆ ได้
ยังไง”