มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1058: เล่นละคร
คนเหล่านี้มีจุดประสงค์บางอย่าง
โชคดีที่วันนี้เขามากับอู๋ซิ่น ไม่อย่างนั้นถ้าหากเธออยู่คนเดียว เธอ
คงจะรับมือกับพวกเขาไม่ได้
“เฉินเต๋อจุ้น นายกับอู๋ซิ่นมาร้องเพลงด้วยกันสิ ว่ายังไงล่ะ!”
หวังฮ่าวตะโกนถาม
“ฉันไม่มีความคิดเห็นอะไรหรอก น่าเสียดายที่เธอคงจะไม่ชอบ
เสียงของฉัน ก็เลยไม่อยากร้องเพลงกับฉันด้วย”
เฉินเต๋อจุ้นกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงล่ะ!”
หวังฮ่าวหันหน้ามาทันที “อู๋ซิ่น พวกเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก
เธอไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องรักษาหน้าตาของเพื่อนแล้ว! มาเถอะ
มันก็เป็นแค่การร้องเพลงคู่เท่านั้น ไม่ใช่การจีบกันสักหน่อย แม้แต่
พี่ชายฉินก็ไม่น้อยใจหรอก!”
ใบหน้าของฉินเฉาดูมืดครึ้มลงไปนิดหน่อย
คนพวกนี้ไร้ยางอายกันจริง ๆ
ฉินเฉาคนนี้ไม่ใช่คนดี
มายั่วโมโหเขาครั้งแล้วครั้งเล่า มันทำให้เขารู้สึกโกรธขึ้นมา
“ขอโทษที แต่ที่จริงแล้วฉันคิดมากเลยล่ะ”
ฉินเฉามองหวังฮ่าวและกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า “เพราะว่าฉันเป็นคน
ขี้หึง”
ถ้าหากเป็นเพื่อนกันจริง ๆ ฉินเฉาจะไม่ห้ามให้อู๋ซิ่นไปหาเพื่อน
ผู้ชายคนนั้นเลย
แต่เห็นได้ชัดว่าเฉินเต๋อจุ้นนั้นคิดอะไรมิดีมิร้ายอยู่
คนอื่น ๆ เองก็เช่นกัน พวกเขายังคงเกลี้ยกล่อมอยู่แบบนั้น เห็นได้
ชัดว่าต้องการที่จะแยกเขาและอู๋ซิ่นออกจากกัน จากนั้นก็ให้เธอ
และเฉินเต๋อจุ้นอยู่ด้วยกันแทน
“พี่ชาย ที่พูดอยู่นี่ไม่ใช่ว่ากำลังไม่ไว้หน้ากันอยู่เหรอ”
ราวกับว่าหน้าของหวังฮ่าวถูกดึงไปถึงภูเขาฉางไป๋ซาน
เขามีกล้ามเนื้อเพราะว่าเขาเป็นโค้ชในยิม
ผู้ชายคนนี้รูปร่างผอมบางมาก แต่ยังกล้าพูดกับเขาแบบนี้ ดู
เหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังหาเรื่องเขาอยู่
“ไว้หน้า ทำไมฉันถึงจะต้องไว้หน้านายด้วย?”
ตอนแรกฉินเฉาไม่อยากทำให้อู๋ซิ่นต้องลำบากใจต่อหน้าเพื่อนสมัย
ประถมของเธอ แต่ตอนนี้เขาทนไม่ไหวแล้ว
ฉินเฉาเป็นผู้ฝึกตนสายไหน เขาเป็นผู้ฝึกตนปีศาจ! ไม่ใช่พุทธะ!
ถึงแม้ว่าจะเป็นสายพุทธะก็ยังรู้สึกโกรธขึ้นมา
นับประสาอะไรกับจอมปีศาจอย่างฉินเฉา
“ฉันสนิทกับนายมากนักหรือไง?”
“นาย…..”
หวังฮ่าวกำหมัดแน่น กล้ามเนื้อของเขาดูแข็งแรงมาก เขาจ้องด้วย
ตาเบิกโพลงแล้วกล่าวว่า “อู๋ซิ่น นี่คือแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เธอหามาได้
แล้วเหรอ? ดูเขาสิ ไร้ยางอายจริง ๆ”
“อู๋ซิ่น เธอจะมองหาใครเป็นแฟน พวกเราก็ไม่อยากคัดค้านหรอก
นะ แต่เธอจะเชื่อใจคนผิดไม่ได้ เธอต้องมองคนที่เหมือนกันสิถึงจะดี”
“ใช่ คนนามสกุลฉินคนนี้เป็นอันธพาลชัด ๆ”
“ยังไงก็ต้องเป็นเฉินเต๋อจุ้น อู๋ซิ่น ทำไมเธอไม่อยู่กับเฉินเต๋อจุ้น
แทนล่ะ พวกเราสนับสนุนเธออยู่นะ”
เสียงรบเร้าของทุกคนทำให้เฉินเต๋อจุ้นยิ้มออกมาด้วยความยินดี
อันอันเบ้ปาก ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกไม่พอใจ แต่เธอก็ไม่กล้าพูดอะไร
ออกมา
อู๋ซิ่นมองฉินเฉาด้วยความกังวล เธอกลัวว่าเขาจะโมโหขึ้นมา
เธอรู้ว่าฉินเฉาเป็นเจ้าพ่อของสมาคมต้าฉิน คนที่สามารถขึ้นมา
เป็นผู้นำของสมาคมแบบนั้นได้จะเป็นคนอารมณ์ดีได้ยังไง
ยังไงก็ตามสำหรับเธอแล้ว เขาจะกลายเป็นคนที่อ่อนโยนที่สุด
แต่เขาจะปฏิบัติต่อศัตรูของเขาด้วยวิธีที่โหดเหี้ยมอย่างมาก
แต่เพื่อนสมัยประถมของเธอนั้นค่อนข้างที่จะทำเกินไปจริง ๆ
พวกเขารู้ว่าเธอและพี่ใหญ่ฉินมีความสัมพันธ์ต่อกัน แต่กลับพูดราวกับ
ว่าไม่ได้เป็นอะไรกันแบบนั้น ไม่ใช่ว่าพวกเขาตั้งใจจะยั่วโมโหพี่ใหญ่ฉิน
อยู่งั้นเหรอ?
เธอรู้สึกเสียใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอไม่ควรที่จะพาพี่ใหญ่ฉิน
มาเข้าร่วมในงานเลี้ยงรวมตัวเพื่อนสมัยประถมเลย
เธอไม่ควรที่จะมาเลยด้วยซ˺า
เพื่อนสมัยประถมกลุ่มนี้ไม่ใช่เพื่อนเล่นที่ยังไร้เดียงสาในวัยเด็ก
พวกเขาเริ่มที่จะแปดเปื้อนไปด้วยบรรยากาศต่าง ๆ ในสังคม
“พี่ใหญ่ฉิน พวกเราไปกันเถอะ”
อู๋ซิ่นเริ่มรู้สึกเหน็ดเหนื่อยขึ้นมาเล็กน้อย เธอไม่อยากเห็นเพื่อน
สมัยเด็กของเธออีกต่อไป
เธอดึงแขนฉินเฉาและยืนขึ้น
“ซินซิน เธอจะไปไหน?”
เฉินเต๋อจุ้นผงะไปแล้วรีบเอ่ยถามขึ้นมา
เขาไม่คิดว่าอู๋ซิ่นจะเดินออกไปแบบนั้น
เธอจะทำตามใจยามจน ๆ คนนี้จริง ๆ เหรอ?
“ต้องขอโทษทุกคนด้วย ฉันมีเรื่องที่ต้องทำเลยจะต้องกลับไปก่อน
ทุกคนสนุกกันต่อเถอะ ถ้ามีโอกาสฉันจะชวนทุกคนมาเจอกันในครั้ง
หน้า”
อู๋ซิ่นโค้งตัวให้ทุกคนด้วยใบหน้าหดหู่และหันหลังเดินออกไป
“ซินซิน รอเดี๋ยว!”
ในขณะนั้นเอง เฉินเต๋อจุ้นก้าวไปข้าวหน้าแล้วจับมืออู๋ซิ่นเอาไว้
“นาย นายจะทำอะไร”
อู๋ซิ่นตกใจ เธอดึงมือออกมาทันทีราวกับถูกไฟฟ้าช็อต จากนั้นก็
มองเฉินเต๋อจุ้นด้วยความระแวดระวังอยู่ข้าง ๆ ฉินเฉา
“ซินซิน ผ่านมานานหลายปีแล้ว เธอไม่รู้เลยเหรอว่าฉันคิดยังไงกับ
เธอ?”
เฉินเต๋อจุ้นห้ามตัวเองไม่ได้และบอกความในใจของตัวเองออกไป
“ที่ฉันยินดีที่จะให้เงินเธอไปเรียนมหาวิทยาลัย ที่ฉันยินดีที่จะให้เงิน
เพื่อรักษาอาการป่วยของยายเธอ เป็นเพราะว่าฉันชอบเธอ ซินซิน”
เขาสารภาพรักต่อหน้าทุกคน
เฉินเต๋อจุ้นคนนี้ช่างกล้าดีจริง ๆ
ฉินเฉาขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เขาไม่อยากทำให้อู๋ซิ่นลำบากใจ
“ขอโทษนะเฉินเต๋อจุ้น นายเป็นคนดีมาก แต่พวกเราไม่เหมาะสม
กันหรอก นอกจากนี้ฉันยังมีแฟนแล้ว ฉันเชื่อว่าคนดี ๆ อย่างนาย
จะต้องมีผู้หญิงที่ดีกว่ามาอยู่ข้างกายแน่นอน”
อู๋ซิ่นหงายการ์ดความเป็นคนดีให้เฉินเต๋อจุ้น
เฉินเต๋อจุ้นพลันตกตะลึง
เขาเป็นคนดี ก็เลยได้การ์ดดีเกินไปกลับมางั้นเหรอ?
เชี่ย!
เขาเป็นคนดี แล้วยังไงล่ะ อู๋ซิ่นดันมียามจน ๆ อยู่ข้างกาย!
เธอทำเรื่องผิดพลาดลงไปแล้ว!
“ซินซิน เธอให้โอกาสฉันเถอะ ให้ฉันได้จีบเธอ! ฉันจะทำให้เธอได้รู้
ว่าการอยู่ข้างฉันมันดีกว่าอยู่ข้างเขาเป็นหมื่นเท่า!”
เฉินเต๋อจุ้นไม่ยอมแพ้ เขารีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว
“เฉินเต๋อจุ้น มันจะเกินไปหน่อยแล้ว”
ในที่สุดฉินเฉาก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา
ปฏิเสธไปแล้ว แต่ยังจะมาตามตื๊อ
ฉินเฉาคนนี้เป็นธาตุอากาศไปตั้งแต่เมื่อไหร่?
“ไปให้พ้น! นายไม่ต้องสอดปากเข้ามา!”
เฉินเต๋อจุ้นเห็นแล้วว่าฉินเฉาไม่เป็นที่ชื่นชอบนัก เขาจึงกล่าวต่อว่า
ทันที “คิดจะมาคุยกับเฉินเต๋อจุ้น ไม่ได้มองเลยสินะว่านายมีสถานะ
อะไร!”
“เป็นยามกระจอก ๆ ไม่เห็นจะมีอะไรดี”
“ไม่รู้ว่าอู๋ซิ่นชอบเขาไปได้ยังไง แปลกจริง ๆ”
คนที่อยู่ใกล้ ๆ เริ่มกล่าวต่อว่า
“ที่นี่ไม่ต้อนรับนาย นี่คืองานเลี้ยงของเพื่อนสมัยประถมอย่างพวก
เรา โปรดออกไปจากที่นี่ด้วย”
หวังฮ่าวชี้ไปยังประตูแล้วกล่าวออกมา
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”
ไม่ต้องรอให้ฉินเฉาได้โต้ตอบอะไร อู๋ซิ่นกล่าวต่อว่าทันที
เธอตัวสั่นเทิ้มแล้วมองไปยังเพื่อนสมัยเด็กที่อยู่ตรงหน้า
ทุกคนที่อยู่ในความทรงจำของเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว
“ซินซิน ฉัน…..”
เฉินเต๋อจุ้นกำลังจะกล่าวอะไรออกมา แต่อู๋ซิ่นกล่าวอย่างโมโหว่า
“หุบปาก! ฉันไม่อยากฟังนายพูดแล้ว!”
“ทุกคนจะพูดอะไรกับฉันก็ได้ ต่อว่าฉันยังไงก็ได้ หรือแม้แต่จะไม่
ชอบฉันก็ได้! แต่อย่ามาดูถูกพี่ใหญ่ฉินของฉัน!”
อู๋ซิ่นกล่าวก่อนที่จะกอดแขนของฉินเฉา “พี่ใหญ่ฉิน พวกเราไปกัน
เถอะ”
ทุกคนต่างมองหน้ากัน พวกเขาไม่คิดว่าอู๋ซิ่นที่แสนอ่อนโยนจะ
ระเบิดอารมณ์ออกมา
เฉินเต๋อจุ้นอยากจะห้ามเอาไว้ แต่เขาไม่รู้ว่าจะห้ามพวกเขาได้
ยังไง
แต่ในขณะนั้นเอง ประตูของห้องส่วนตัวก็ถูกเปิดออก
ชายหัวโล้นคนหนึ่งถือขวดเหล้า พร้อมกับพากลุ่มนักเลงที่ย้อมผม
หลากสีเข้ามาในห้อง
“โอ้ ทำไมที่นี่ถึงเสียงดังขนาดนี้ บิดาเลยดื่มเหล้าอย่างไม่มี
ความสุขอยู่ข้างห้อง!”
ชายหัวโล้นหยิบขวดเหล้ามาเทกรอกปากแล้วพ่นออกมา จากนั้น
เขาก็ตะโกนออกมา
“นายเป็นใคร?”
เฉินเต๋อจุ้นกล่าวในใจว่าเข้ามาเลย
แต่ภายนอกยังคงรักษาท่าทีเย็นชาเอาไว้ แล้วกล่าวด้วยความโกรธ
“เฮ้ สหายคนนี้ตัวเป็นคนแต่ใจกลับเป็นหมา ฉันจะบอกแกก็ได้ ชื่อ
ของฉันอาจจะถูกลืมไปแล้ว แต่คนบนถนนต่างก็เรียกฉันว่าพี่หัวโต
ใช่มั้ยพี่น้องทั้งหลาย”
“ใช่แล้วพี่หัวโต”
อันธพาลข้างหลังต่างตะโกนตอบออกมา
“พวกนายคิดจะทำอะไรที่นี่? พวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย
สักหน่อย”
เมื่อเห็นอันธพาลกลุ่มนี้ ทุกคนก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา มีเพียงเฉิน
เต๋อจุ้นเท่านั้นที่กล่าวด้วยท่าทีปกติ
“เหอะ บิดากำลังดื่มและร้องเพลงกันอยู่ในห้องข้าง ๆ แต่พวกแก
กลับมาทะเลาะกันอยู่ที่นี่! รู้หรือเปล่าว่ามันขัดอารมณ์ในการร้องเพลง
ของบิดา? บิดาไม่มีความสุข เมื่อบิดาไม่มีความสุข พวกแกก็จะต้องไม่มี
ความสุข!”
เมื่อกล่าวดังนั้น หัวโตก็รับมีดเจ็ดหลุมจากมือลูกน้องข้างหลังมา
ฟันโซฟา
ทุกคนในห้องต่างพากันหวาดกลัว พวกผู้หญิงกอดกันตัวสั่นเทา
“พวกแกไว้หน้าฉันกันบ้าง…..”
หวังฮ่าวคิดในใจว่าเขาเป็นผู้ชายหัวแข็ง เขาหวังว่าจะสามารถทำ
ให้สถานการณ์คลายความตึงเครียดลงไปได้
“ฮึ่ม แกเป็นใคร ฉันถึงต้องไว้หน้าแก!”
อันธพาลตัวเล็กที่อยู่ใกล้ ๆ กันเดินเข้าไปถีบหวังฮ่าว
หวังฮ่าวเป็นคนตัวใหญ่ เมื่อถูกอันธพาลตัวเล็ก ๆ เตะเขาจึงถอย
ออกไปไม่กี่ก้าวเท่านั้น
เขาขมวดคิ้ว ในใจรู้สึกโกรธแต่ไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไป
เป็นเพราะว่าอันธพาลคนนั้นถือมีดที่แวววับเอาไว้
“เฮ้ ผู้หญิงคนนี้สุดยอดไปเลย… โดยเฉพาะหน้าอก เยี่ยมมาก หัว
โตคนนี้ถูกใจจริง ๆ”
เมื่อหัวโตเห็นอู๋ซิ่น ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้างอย่างน่าสังเวช
แล้วยิ้มอย่างหื่นกระหาย “ถ้าเธอมาเล่นสนุกกับฉัน ฉันจะให้อภัยพวก
แก ว่ายังไงล่ะ? ฉันเป็นคนยุติธรรมใช่มั้ย”
ดวงตาของฉินเฉาแวววับไปด้วยจิตสังหารทันที
เฉินเต๋อจุ้นหัวเราะอยู่ในใจ หัวโตคนนี้ช่างเล่นละครได้ดีมาก
เมื่ออีกฝ่ายต่อยฉินเฉาสักหมัด ก็จะถึงเวลาของวีรบุรุษที่จะเข้าไป
ช่วยสาวงาม!
สิ้นคำพูดของหัวโต กรงเล็บของหมาป่าก็คว้าเข้าไปที่หน้าอกของอู๋
ซิ่นทันที
แต่ฉินเฉาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่า เขาจับข้อมือของหัวโตเอาไว้
“อ๊าก!”
หัวโตรู้สึกราวกับข้อมือของเขาถูกคีมเหล็กยึดเอาไว้ เขาร้อง
ออกมาด้วยความเจ็บปวด
“บัดซบ ปล่อยเดี๋ยวนี้!”
อันธพาลที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตกใจเช่นกัน เขารีบถือมีดพร้อมก้าวไป
ข้างหน้าและใช้มันฟันไปยังแขนของฉินเฉาอย่างโหดเหี้ยม
ช่างโหดเหี้ยมจริง ๆ
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของทุกคน ฉินเฉาเตะไปยังท้องน้อยของ
อันธพาลคนนั้น
พลั่ก!
อันธพาลร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาปลิวไปกระแทกเข้ากับ
กำแพงด้านหลัง
หัวโตตกใจ เขามองหน้าฉินเฉา สายตาของเขาเปลี่ยนแปลงไป
เล็กน้อย
“ไอ้หนู แกเป็นคนมีวิชาอย่างนั้นเหรอ”
“โชคดีที่ฉันเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เลยมีวิชาอยู่บ้าง”
ฉินเฉาจับข้อมือของหัวโตเอาไว้แล้วยิ้มออกมา
“ไอ้หนู ฉันขอแนะนำให้แกปล่อยจะดีกว่า”
หัวโตเป็นนักเลง ถึงแม้ว่าจะเจอคนที่มีวิชาแต่เขาก็ยังคงหัวเราะ
เยาะออกมา “ถึงจะเป็นวีรบุรุษก็สู้กับคนจำนวนมากไม่ได้ แกเห็นหรือ
เปล่าว่าลูกน้องของฉันถือมีดมากี่คน ถ้าโดนคนหนึ่งแทงเข้าไปแกก็ตาย
แล้ว ถ้าแกไม่อยากตายก็ปล่อยบิดาแต่โดยดีซะ”
“ปล่อยงั้นเหรอ โอเค”
ฉินเฉามองอันธพาลกลุ่มนี้แล้วหัวเราะออกมา “ฉันเป็นคนที่น่า
พูดคุยด้วยที่สุดแล้ว แกบอกว่าถ้าฉันไม่ปล่อย…..”
“ถ้าแกไม่ปล่อยละก็… อ๊าก!”
หัวโตร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างกะทันหันราวกับว่าเขา
ถูกแทง เขาคุกเข่าลงกับพื้นและกุมข้อมือของตัวเองเอาไว้ “มือของฉัน
มือของฉัน…..”
ทุกคนต่างโง่งมไปหมด
เมื่อสักครู่นี้ทุกคนได้ยินเสียงหักข้อมือของหัวโตได้อย่างชัดเจน
คนคนนี้โหดเหี้ยมจริง ๆ เขาหักข้อมือของหัวโตได้
ในขณะนั้นเองหัวโตกำลังกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือด เหงื่อออก
ท่วมหัวของเขา
“แม่งเอ๊ย ฆ่ามันซะ หั่นมันเป็นชิ้น ๆ ให้บิดา!”
หัวโตตาแดงก˹า
เฉินเต๋อจุ้นเองก็โง่งมไปเช่นกัน
คนคนนี้งี่เง่าหรือไง!
เชี่ย บิดาแค่ต้องการจะเล่นละครเป็นวีรบุรุษไปช่วยสาวงาม แต่
ตอนนี้ละครกลับใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็กลายเป็นคดีฆาตกรรมไป
ได้ยังไง!
เขาช่วยอะไรไม่ได้แล้ว!
แต่ฉินเฉามองกลุ่มอันธพาลที่พุ่งเข้ามา จากนั้นก็หยิบบุหรี่ออกมา
จุดไฟแล้วสูบมันอย่างใจเย็น
“หัวโต ไม่ใช่ว่าฉันไม่ให้โอกาสแก แต่ถ้าหากแกต้องการที่จะ
จัดการกับฉัน แกก็จะต้องชดใช้”
หัวโตที่กำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมองฉินเฉาแล้วตะโกน
ออกมา “แม่งเอ๊ย ไอ้บัดซบ วันนี้บิดาจะหั่นแกให้เป็นชิ้น ๆ!”
“โอ้…..”
ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว คนดี ๆ อย่างเขากลับถูกคนเหล่านี้
บังคับให้ต้องทำแบบนั้นเสียได้
ฉินเฉาหยิบนกหวีดสีดำออกมาจากหน้าอก จากนั้นก็วางไว้ในปาก
ก่อนที่จะเป่าออกไป