มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1064: สู้กันก่อนแล้วค่อยคุย
นักเรียนผู้พานกเขาออกมาเดินเล่นหันหลังกลับไปมองต้นไม้
ด้านหลังที่มีใบไม้ร่วงหล่นลงมา บนต้นไม้มีชายคนหนึ่งสวมเครื่องแบบ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสีน˺าเงินดำนั่งอยู่บนนั้น ซึ่งกำลังมองเขา
แล้วหัวเราะเยาะ
เมื่อซูเสี่ยวม่านเห็นใครบางคนอยู่ที่นั่น ในใจของเธอก็พลันสงบลง
เล็กน้อย
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในโรงเรียนงั้นเหรอ?
พวกขยะเหล่านี้ยังมีประโยชน์อยู่บ้างงั้นเหรอ?
แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังเข้มแข็งมากกว่าไอ้ขยะเฉินเจี้ยนปัวเป็นร้อยเท่า
แต่ร่างกายของเธอได้อ่อนแรงลงไปแล้ว ข้อเท้าของเธอไม่มีแรง
เลยแม้แต่น้อย เมื่อเธอขยับก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา ถึงอยากจะหนีก็หนี
ไปไหนไม่ได้ เธอทำได้แค่มองคนสองคนที่อยู่คนละด้านอย่างจำใจ
เท่านั้น
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนี้น่าสนใจมาก กลางดึกแบบนี้
ยังปีนต้นไม้ขึ้นมา
“เคี๊ยก ๆ ๆ …..”
นักเรียนผู้พานกเขามาเดินเล่นไม่หนีไปไหน แต่เขากลับเปล่งเสียง
หัวเราะแปลก ๆ ออกมาด้วยความตื่นเต้นแทน
“เชี่ย เป็นโรคประสาทหรือไง?”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้นั่งอยู่บนต้นไม้ ในปากของเขา
คาบบุหรี่เอาไว้ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ย
ถาม
“ฉินเฉา ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัวออกมา”
จู่ ๆ ชายคนนั้นก็เอ่ยปากพูดออกมา
เสียงของเขาที่ดังขึ้นมาในยามค˹าคืนนั้นราวกับเสียงก้อนหินที่
เสียดสีกันอย่างน่ากลัว
“เฮ้ แกรู้จักฉันงั้นเหรอ?”
ดวงตาที่ซ่อนอยู่ในความมืดของฉินเฉาหรี่ลงเล็กน้อย
ซูเสี่ยวม่านอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัยคนนี้คือฉินเฉาในตำนานงั้นเหรอ? เขาคือคนที่ทำร้ายนักเรียน
และตัดอวัยวะเพศของซื่อหลงคังงั้นเหรอ?
ด้วยความสามารถของหนีฉาง เขาจึงสามารถสื่อสารกับพืชพรรณ
ทั้งหมดในโรงเรียนได้
พืชเหล่านี้เป็นหูเป็นตาให้ฉินเฉา และคอยบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ในโรงเรียนให้เขาฟัง
เมื่อนักเรียนที่พานกเขามาเดินเล่นปรากฏตัวต่อหน้าเฉินเจี้ยนปัว
ฉินเฉาจึงรู้ได้ทันที
แต่เมื่อเขารีบตามมา เฉินเจี้ยนปัวก็หายตัวไปแล้ว
โอ้ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชายเสียหน้าได้
“ข้าต้องรู้จักเจ้าแน่นอนอยู่แล้ว… และข้าก็กำลังตามหาเจ้าอยู่….
รับไปซะ!”
เท้าที่เปลือยเปล่าของนักเรียนชายคนนี้กระโดดขึ้นไปได้สูงมากจน
ราวกับเป็นซูเปอร์แมน เขากระโดดข้ามผ่านระยะทางประมาณห้าเมตร
เข้าไปหาฉินเฉาที่นั่งอยู่บนต้นไม้
ฉินเฉาผงะอยู่ในใจ ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา!
เขามองไม่เห็นพลังของอีกฝ่ายเลย!
ร่างของฉินเฉากลายเป็นประกายแสงและไปปรากฏตัวอยู่บน
ต้นไม้ต้นข้าง ๆ ในชั่วพริบตา
และต้นไม้ที่เขานั่งอยู่ก่อนหน้านี้ถูกมีดของชายผู้พานกเขามาเดิน
เล่นผ่าออกเป็นสองส่วน
โครม!
เสียงที่ดังก้องทำให้ซูเสี่ยวม่านที่ล้มไปบนพื้นเกิดความหวาดกลัว
สวรรค์ นี่มันพละกำลังอะไรกัน!
ขะ เขาเป็นซูเปอร์แมนเหรอ!
แต่เขาเป็นคนโรคจิตไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมเขาถึงได้เก่งกาจขนาด
นี้!
แล้วยามคนนี้หลบหนีไปได้ยังไง?
“แกเป็นใครกันแน่”
ฉินเฉายืนอยู่อีกด้าน มองชายผู้โชว์นกเขาด้วยสายตาเย็นชา
“บางทีเจ้าคงจะไม่รู้จักข้า”
ชายคนนั้นหันหลังกลับมา ทำให้นกเขาของเขาแกว่งตามแรง
เหวี่ยง จากนั้นร่างกายของเขาก็เปลี่ยนไป
ขาทั้งสองข้างที่เปลือยเปล่าปรากฏขนสีน˺าตาลปกคลุมทันที
หลังจากนั้นไม่นานมันก็กลายเป็นขาที่มีขนยาวคู่หนึ่งแทน
หางที่เรียวยาวปรากฏขึ้นที่เอวของเขา
แม้แต่ส่วนที่ไม่น่ามองของเขาก็ถูกขนหนาบดบังเอาไว้
ฉินเฉามองรูปลักษณ์นี้ก็คิดในใจ เชี่ย หรือว่านี่จะเป็นชาวไซย่าใน
ตำนาน?
“เคี๊ยก ๆ ๆ ข้าได้ยินชื่อของเจ้ามานานแล้ว ฉินเฉา อิงเทียน เจ้า
ซ่อนตัวอยู่สองสามวัน ทำให้ข้าต้องใช้วิธีนี้บีบบังคับให้เจ้าปรากฏตัว
ออกมา!”
เขาหัวเราะแปลก ๆ ก่อนที่จะกล่าวออกมา
“แกคืออสูรโบราณ!”
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกเขาว่าอิงเทียน ฉินเฉาก็รู้ได้ทันที
“มารดามันเถอะ ไม่ได้ตกลงกันแล้วหรือไงว่าจะไม่มารบกวนบิดา
แล้วมันมาได้ยังไง?”
บนหน้าผากของฉินเฉามีเส้นเลือดสีน˺าเงินปรากฏขึ้นมา “อสูร
โบราณถึงวัยทองแล้วหรือไง?”
“เคี๊ยก ๆ ๆ ข้าไม่ได้มาเพื่อฆ่าเจ้า แต่มีภารกิจอื่นต่างหาก”
อสูรโบราณยิ้มออกมา “แต่อย่าชักช้าเลย ข้าอยากจะสนุกกับเจ้า
สักหน่อย”
“น้องสาวแกสิ ก้นแกเปลือยแบบนั้น ใครจะอยากไปสนุกกับแก”
หยดเหงื่อเย็น ๆ ไหลลงมาบนใบหน้าของฉินเฉา เขาไม่ใช่เฉินหยิง
หยาง เขาไม่มีงานอดิเรกแบบนั้น
“เจ้าควบคุมมันไม่ได้หรอก”
อสูรโบราณกล่าว จากนั้นหางของเขาก็ตวัดมาพันรอบเอวอย่าง
กะทันหัน
ขนที่ปลายหางพลันยาวออกไป พร้อมกันกับฝ่ามือที่กระแทกใส่
ฉินเฉา
ฉินเฉากระโดดลงมาจากต้นไม้ ลงมายืนอยู่บนพื้นเบา ๆ
ต้นไม้ที่เขาเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่นี้ถูกหางของอสูรโบราณตวัดใส่จน
แยกออกเป็นสองท่อน
“เชี่ย เป็นหางที่น่าลึกลับจริง ๆ มันยืดหดได้อย่างอิสระด้วย!”
ฉินเฉาคิดในใจ ดูเหมือนว่าหางนี้จะมีประโยชน์มากในบางแง่
ฮี่ ๆ เขาชั่วร้ายจริง ๆ
“จำชื่อของข้าเอาไว้ ข้าชื่อซานเส้า”
อสูรโบราณขยับหางของตัวเองราวกับลิง และกระแทกฝ่ามือใส่ฉิน
เฉาอีกครั้ง
ฝ่ามือนี้ราวกับสายฟ้าฟาด มันพุ่งมาอยู่ตรงหน้าฉินเฉาในชั่ว
พริบตา
“ฝ่ามือวัชระ!”
ฉินเฉาไม่อยากหลบอีกต่อไป เขารู้สึกอารมณ์เสียกับหางของมัน
ขึ้นมาบ้างแล้ว
ดังนั้นแสงสีทองจากฝ่ามือข้างขวาจึงถูกส่งออกไปทันที
ฝ่ามือทั้งสองข้างนี้ปะทะกัน
แสงสีทองพลันระเบิดออกมา จนเกือบจะทำให้ซูเสี่ยวม่านที่อยู่อีก
ด้านหนึ่งตาบอดได้เลย
นะ นี่มันอะไร!
พวกเขากำลังถ่ายหนังกันอยู่เหรอ?
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ซูเสี่ยวม่านรู้สึกว่าหัวของเธอไม่ยอมทำงาน
ตูม!
หลังจากที่แสงสีทองส่องสว่างออกมา หางของซานเส้าก็กระเด็น
กลับไป แต่ฉินเฉาไม่ได้ถอยกลับไปด้วย ฝ่ามือของเขายังหยุดอยู่ที่เดิม
“สมกับที่เป็นอิงเทียน มีความสามารถอยู่บ้างจริง ๆ แต่ดูเหมือนว่า
จะยังห่างไกลจากที่พวกไป๋เจ๋อพูดถึงอยู่มาก”
ซานเส้าสะบัดหาง จากนั้นหางของเขาก็กลายเป็นใบมีดแหลมคม
ที่กวัดแกว่งไปยังฉินเฉา
หางที่เปลี่ยนรูปแบบได้มากมาย!
หางทองคำสมใจนึก!
วิชาอัญเชิญเก้าเร้นลับ รวมร่าง!
ฉินเฉาเรียกใช้วิชารวมร่างอย่างไม่ลังเล ในขณะเดียวกันนั้นเกราะ
เก้ามังกรก็สวมอยู่ลงบนร่างกายของฉินเฉาเช่นกัน
พลังของเขาที่อยู่ในขั้นกายทองคำชั้นที่สองได้เข้าสู่ขั้นประกาย
แสงทันที
ยายมันเถอะ ตอนนี้บิดาอยู่ในขั้นประกายแสง ยังต้องกลัวอสูร
โบราณตัวน้อยที่น่ารักอีกเหรอ?
ฉินเฉาเรียกใช้พลังราชันย์ภูตเก้าเร้นลับ ร่างกายของเขากลายเป็น
ควันสีดำและหายไปในอากาศทันที
หางที่สะบัดออกไปนั้นพาใบมีดที่แหลมคมตัดต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่
ข้าง ๆ ฉินเฉาจนหายไปเป็นแถบ
ซานเส้ากะพริบตา เขาไม่รู้ว่าฉินเฉาอยู่ที่ไหน
“เป็นความสามารถที่ดี”
ในขณะนั้นเอง เสียงหยอกเย้าก็ดังก้องเข้ามาในหูของเขา
ชายคนหนึ่งซึ่งสวมเสื้อคลุมตัวยาวสีดำนั่งอยู่บนต้นไม้ด้านหลัง ใน
มือของเขาถือเคียวเอาไว้
ใบมีดโค้งของเคียววางอยู่บนลำคอของซานเส้า
“น่าเสียดายที่มันยังห่างชั้นกับฉันอยู่มาก”
“สมแล้วที่เป็นอิงเทียน…..”
ซานเส้าเหงื่อออกเต็มแผ่นหลัง แต่เขาไม่แสดงออกให้ฉินเฉารู้ เขา
ยังคงกล่าวอย่างสงบว่า “ดูเหมือนว่าพลังของเจ้าจะเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อน
มาไม่รู้กี่เท่า แต่ข้าขอแนะนำให้เก็บเคียวของเจ้ากลับไปซะ เพราะข้า
บอกเจ้าแล้วว่าข้าไม่ได้มาเพื่อเอาชีวิตของเจ้า”
“เฮ้ แกไม่ได้จะมาหาฉันเพื่อดื่มชาและพูดคุยกันหรอกใช่มั้ย?”
ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะกล่าวปราชดปราชันพร้อมรอยยิ้ม “ต้องใช้วิธี
โรคจิตแบบนี้ด้วยหรือไง?”
เขาเองก็รู้สึกโกรธมาก
ไอ้หมอนี่มันกล้าทำเรื่องหยาบคายในโรงเรียนของบิดา!
ชื่อเสียงบิดาถูกทำลายจนย่อยยับ!
อย่างไรก็ตาม เขาควรจะฟังคนสมองไม่ดีคนนี้ก่อน
“พูดมาสิว่าทำไมแกถึงไม่อยู่ในสุสานซานไห่ แล้วมาทำอะไรในถิ่น
ของฉัน! และแกยังทำให้นักเรียนของฉันต้องหวาดกลัวอีก! แกดูสิ
ผู้หญิงสวย ๆ ต้องกลัวจนเป็นบ้าเพราะแก!”
ฉินเฉาใช้มืออีกข้างชี้ไปยังซูเสี่ยวม่านที่นั่งมองอยู่อีกด้านอย่างโง่
งม
ฉันไม่ได้เป็นบ้าสักหน่อย!
ซูเสี่ยวม่านอยากจะตะโกนออกมา แต่เมื่อเห็นรูปร่างอันน่ากลัว
ของซานเส้าและเคียวสีดำ เธอก็กลืนคำพูดของเธอกลับลงคอ
สองคนนี้…เป็นสัตว์ประหลาด…..
“เคี๊ยก ๆ ๆ แค่เล่นสนุก ๆ เท่านั้น แค่เล่นสนุกเอง…..”
ซานเส้ากล่าวออกมา
“ยายแกเถอะ หยุดหัวเราะสักที น่าเกลียดเป็นบ้า”
“เฮ้? จริงเหรอ? ถ้าอย่างนั้นทำไมเทาเที่ยถึงบอกว่าเสียงหัวเราะ
ของข้ามันน่าฟังล่ะ?”
“เอ่อ รสนิยมของพวกนั้นแย่จริง ๆ เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว รีบพูด
ธุระของแกมา”
“ดี เจ้าดูกังวลอย่างกับลิง”
“เชี่ย ระหว่างพวกเราสองคนใครกันแน่ที่เหมือนลิง? เชื่อเถอะว่า
บิดาจะตัดหางของแกแน่!”
“ไม่! ข้าชอบหางของข้าที่สุด เจ้าไม่คิดว่ามันสวยหรือไง? อ๊า! หะ
หางของข้า!”
ฉินเฉาตวัดเคียว ตัดสิ่งที่ซานเส้าชอบที่สุดออกมาเป็นสองท่อน
“ดี ตอนนี้แกก็ไม่มีอะไรให้ชอบแล้ว รีบพูดมาซะ”
เมื่อมองซานเส้ากำหางของตัวเองเอาไว้และกรีดร้องออกมาอย่าง
น่าสงสาร ฉินเฉาก็กล่าวอย่างไร้อารมณ์
“เฮ้ ข้าโกหกเจ้า หางของข้าสามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้!”
ซานเส้าเก็บเสียงกรีดร้องกลับไป ในชั่วพริบตาหางของเขาก็
กลับมาเป็นเช่นเดิม
“ฮึ่ม เลิกเล่นลูกไม้กับบิดาได้แล้ว รีบบอกมาเร็ว ๆ ว่าแกคิดจะทำ
อะไร!”
ฉินเฉาห้ามตัวเองเอาไว้ไม่ให้ไปตัดหัวชายคนนี้
“ที่จริงแล้วข้าเป็นผู้ส่งสาร”
ในที่สุดซานเส้าก็เข้าประเด็น “ในคราวนี้ข้าอยากจะมาบอกเจ้าว่า
สุสานซานไห่ถูกคนของเขาซูซานค้นพบเข้าแล้ว”
“โอ้?”
ฉินเฉาเลิกคิ้ว เขาซูซานรู้เรื่องที่สุสานซานไห่ฟื้นคืนชีพแล้วอย่าง
นั้นเหรอ?
“ศิษย์ของเขาซูซานตายไปด้วยน˺ามือของเทาเที่ย ข้าคาดว่าเรื่องนี้
คงจะจัดการไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว”
ซานเส้ายักไหล่
“พวกแกก็ชื่นชอบการฆ่าคนเหมือนกันงั้นเหรอ”
“มันผู้นั้นหยาบคายต่อฝ่าบาท ถึงจะฆ่ามันก็ยังไม่สาสม”
สีหน้าของซานเส้าดูเหี้ยมเกรียมขึ้นมาเล็กน้อย
“แล้วที่แกมาบอกฉัน มันหมายความว่ายังไง?”
“ฮ่า ๆ ๆ เป็นเพราะว่าพวกมันคิดว่าพวกเราฟื้นคืนชีพเพราะผู้ฝึก
ตนในเส้นทางปีศาจ ถ้าหากเจ้าไม่ฉลาด ก็อาจจะโดนสำนักฝ่ายธรรมะ
เล่นงานนิกายของเจ้าได้”
“เป็นไปไม่ได้”
ฉินเฉายิ้มอย่างเหยียดหยาม “ถึงพวกเขาจะมีความกล้าหาญ
ขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่กล้ามาเล่นงานนิกายหลัวซาหรอก”
นิกายหลัวซามีหัวหน้าปีศาจสาว หลัวหรูเมิ่ง เป็นผู้บัญชาการ ฉิน
เฉาจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาโจมตีนิกาย เว้นเสียแต่ว่าอีกฝ่ายจะมี
ปัญหาทางสมอง
“อิงเทียน แน่นอนว่าเจ้าอาจจะไม่กลัว แต่นิกายอสูรโบราณ
อาจจะถึงคราวย˹าแย่”
ซานเส้ายิ้มออกมาอย่างเย็นชา
“อะไรนะ?”
ฉินเฉาเลิกคิ้ว พวกนั้นต้องการที่จะจัดการกับนิกายสัตว์อสูรงั้น
เหรอ?
“ทำไมถึงต้องมาบอกเรื่องนี้กับฉัน!”
ฉินเฉาเอ่ยถาม
“เพราะว่าประมุขของนิกายสัตว์อสูรเป็นลูกหลานของจิ้งจอกเก้า
หาง อสูรโบราณอย่างพวกเรา ฝ่าบาทจึงไม่ยอมให้อสูรโบราณตนไหน
ต้องตายไปอย่างไร้ความยุติธรรม ดังนั้นท่านจึงอยากจะช่วยเหลือ
ประมุขหู่”
ซานเส้ารู้ว่าฉินเฉามีข้อสงสัย เขาจึงรีบกล่าวเสริมขึ้นมา “แต่เรื่อง
นี้ฝ่าบาทลงมือเองไม่ได้ ไม่อย่างนั้นความบาดหมางระหว่างสุสานซาน
ไห่และผู้ฝึกตนจะยิ่งมีมากขึ้น ที่จริงแล้วด้วยพลังของสุสานซานไห่นั้น
ไม่จำเป็นที่จะต้องหวาดกลัวผู้ฝึกตนคนไหนเลย พวกนั้นก็เป็นแค่ขยะ
กลุ่มหนึ่งที่คิดจะมีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ฝ่าบาทไม่อยากให้เจ้าคิดว่าท่าน
เป็นปีศาจกระหายเลือด จึงไม่อยากให้พวกเราเป็นฝ่ายลงมือ”
“ดังนั้นเธอก็เลยอยากให้ฉันเป็นคนจัดการอย่างนั้นเหรอ?”
ในบางครั้งฉินเฉาก็รู้สึกว่าซวนหยวนอิงจี๋เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่
ตัดสินใจเลือกตามสิ่งที่เขาชอบและไม่ชอบ
เธอไม่อยากทำร้ายผู้ฝึกตนเพราะอยากจะทำให้ฉินเฉารู้สึก
ประทับใจ
เด็กน้อยเกินไปจริง ๆ ตอนนี้เหล่าอสูรโบราณคงจะรู้สึกเกลียดชัง
เขามาก
“ใช่ ฝ่าบาทหมายถึงแบบนั้น ดังนั้นข้าจึงมาส่งสารให้เจ้า”
ซานเส้ากล่าวว่า “ข้าส่งสารไปแล้ว เจ้าก็ตามข้ามาหรือจะเมินเฉย
ก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้า”
เขาไม่ได้กล่าวอะไรออกไป
ฉินเฉาคิดอยู่สักพัก เขาเองก็ติดหนี้หู่ชิงเอาไว้เช่นกัน คราวนี้เขาไม่
สามารถที่จะมองดูนิกายสัตว์อสูรถูกทำลายลงไปโดยไม่ช่วยอะไร
แต่ถ้าเป็นแบบนั้น เขาก็จะไม่สามารถกลับบ้านไปกับซูจีใน
เทศกาลไหว้พระจันทร์
โอ้ ช่างเป็นช่วงเวลาที่สำคัญจริง ๆ
“เจ้าตัดสินใจได้หรือยัง? ข้ามีเวลาไม่มากหรอกนะ”
ซานเส้ากล่าวออกมาอีกหน
“มีไม่มากกับน้องสาวแกเถอะ ถึงมีเวลาไม่มากแต่แกก็ยังมาทำ
เรื่องบัดสีในโรงเรียนของฉัน!”
ฉินเฉากล่าวด้วยความโกรธ
“มันเป็นวิธีที่ใช้บังคับให้เจ้าออกมาต่างหาก…..”
“บังคับลุงแกสิ เมื่อสองสามวันก่อนบิดาไม่ได้อยู่ในโรงเรียนอยู่
แล้ว!”
“แค่ก ๆ … นั่น นั่นเป็นเรื่องเข้าใจผิด… แล้วเจ้าตัดสินใจได้หรือยัง
…..”
“ฉันตกลง แต่ก่อนหน้านั้นบิดามีเรื่องหนึ่งที่จะต้องทำ”
“อะไรล่ะ?”
“ก็ต่อยแกไง!”