มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1071: ตงฟางในยามค˹าคืน
พวกเขากำลังร่วมรักกัน
ซีเหมินอวี่ชิงที่ต่อต้านและเขินอายในตอนแรก ท้ายที่สุดก็ได้
เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ฉินเฉาคิดในใจว่าสมแล้วที่เป็นร่างกายของผู้ฝึกตน ถึงเธอจะ
ต่อต้านอย่างรุนแรง แต่ก็เริ่มตอบโต้บิดากลับมาบ้างแล้ว
ขาของผู้หญิงคนนี้ดีที่สุดแล้ว กางเกงของเธอถูกฉีกออกจากกัน
และถลกขึ้นไปด้านบน ขาทั้งสองข้างของเธอเกี่ยวเอวของฉินเฉาเอาไว้
และเขย่าไปมาอย่างต่อเนื่อง
เอวที่แนบแน่น!
และยังมีแรงเกี่ยวที่ทรงพลัง!
ฉินเฉาเองก็เป็นผู้ฝึกตนเช่นกัน ถ้าหากเขาเป็นผู้ชายธรรมดา เอว
ของเขาคงจะถูกบีบไปแล้ว
ผู้หญิงคนนี้กล่าวอย่างดุดัน
“เธอจะยอมแพ้มั้ย! ยอมแพ้ไปได้แล้ว!”
ฉินเฉาไม่รู้ว่าเขาทำไปกี่ครั้งแล้ว เขาเริ่มเบนสายตาไปถามซีเหมิ
นอวี่ชิงที่อยู่ใต้ร่าง
ซีเหมินอวี่ชิงค่อย ๆ กล่าวออกมาทีละคำ
“ไม่…ไม่ยอมแพ้ ข้า ข้าจะไม่ยอม…แพ้เจ้า!”
ดังคำกล่าวที่ว่า มีเพียงวัวแก่ที่ตายเพราะความเหนื่อยล้าเท่านั้น ที่
ไม่ได้ไถไร่นาอันทรุดโทรม
ซีเหมินอวี่ชิงเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง เธอไม่สามารถที่จะต่อกรกับ
พลังอันเหนือธรรมชาติของฉินเฉาได้ แม้แต่การต่อสู้บนเตียงเธอก็ยัง
พ่ายแพ้!
ไม่ได้ เธอจะต้องใจกล้าและต่อสู้กลับไป เธอจะยอมให้อาจารย์เสีย
หน้าไม่ได้!
อาจารย์ ปรมาจารย์ ศิษย์จะรักษาหน้าให้พวกท่านเอง! ศิษย์
จะต้องเผชิญหน้ากับประมุขนิกายหลัวซา ทำให้เขารู้ซึ้งถึงความ
แข็งแกร่งของคุนหลุน!
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะไม่ยอมแพ้!”
ฉินเฉาเร่งความเร็ว
ร่างของเขาราวกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีพลังในการยิงที่
แข็งแกร่ง
ร่างกายของทั้งคู่เสียดสีกันจนมีอุณหภูมิสูงขึ้น อากาศที่อยู่รอบ ๆ
นั้นราวกับจะจุดไฟได้
“เธอไม่ยอมแพ้เหรอ! ยังไม่ยอมแพ้เหรอ!”
ฉินเฉากระแทกอย่างดุดัน เขาไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถจัดการกับ
ผู้หญิงในคุนหลุนคนนี้ได้
“มะ ไม่ ไม่ยอม!”
“จะไม่อะไรอีก!”
ฉินเฉาขยับตัวอย่างรุนแรงในขณะที่ตะโกนออกมา “เธอ ทำไมเธอ
ถึงไม่ตะโกนว่า ยาเมะเตะ!”
“เอ๋ ยาเมะเตะหมายความว่าอะไร?”
“มันหมายความว่าไม่ยอมแพ้!”
ฉินเฉากลอกตาก่อนที่จะกล่าวออกมา
“ทะ ทำไมถึงจะต้องตะโกนคำประหลาด ๆ แบบนั้นด้วย…..”
“เพราะมันเป็นคำที่ทันสมัยยังไงล่ะ เธอเป็นหญิงชราที่พูดจา
โบราณ ไม่มีความทันสมัยเลย!”
“คะ ใครบอก! ถะ ถึงข้าจะแก่ แต่ในโลกของผู้ฝึกตน ขะ ข้าก็เป็น
แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ!”
“เธอก็ตะโกนคำสมัยนี้ออกมาสิ! บอกว่าเธอไม่ยอม เธอไม่ยอม!”
“ยา ยาเมะเตะ…..”
“ยังไม่ยอมอีกงั้นเหรอ!”
“ยาเมะเตะ!”
ฉินเฉาลงโทษเธอด้วยวิธีที่ชั่วร้ายมาก ถึงแม้ว่าศิษย์หญิงในคุน
หลุนจะตอบสนองเขาอย่างดุเดือดและรุนแรง แต่ในเรื่องภาษานั้น เขา
ชนะ
ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างรุนแรงมาก หนึ่งคนลงแรงอย่างแข็งขัน อีกคน
ร้องว่ายาเมะเตะ หนึ่งคนขยับตัวเป็นจังหวะ อีกคนก็ไม่ยอมแพ้ และผล
สุดท้ายก็คือ โครม! เตียงไม้หักลงมา
ถ้าหากคนทั่วไปเจอสถานการณ์เช่นนี้ มันคงจะเลวร้ายเป็นอย่าง
มาก
แต่ฉินเฉาและซีเหมินอวี่ชิงเป็นผู้ฝึกตน
เมื่อทั้งคู่อยู่กลางอากาศ ฉินเฉาจับซีเหมินอวี่ชิงเอาไว้ และพลิก
ร่างของเธอ
ซีเหมินอวี่ชิงก็ยื่นมือทั้งสองข้างไปเท้ากับกำแพงที่อยู่ใกล้ ๆ และ
ทันใดนั้นเมื่อเท้าของทั้งคู่ตกลงมาบนพื้น เธอก็โค้งลงไปกับกำแพงและ
มีฉินเฉาอยู่ด้านหลัง
ฉินเฉายืนอยู่บนพื้นเช่นกัน จากนั้นเขาก็ตอกเสาเข็มต่อไป
วันนี้เขาไม่ต้องออมแรงให้ผู้หญิงคนนี้ เขามาในฐานะประมุขของ
นิกายหลัวซา
ตามปกติในยามที่เขามีอะไรกันกับหลี่นาหรือหลงเบล เนื่องจาก
พวกเธอไม่ได้เป็นผู้ฝึกตน ถ้าหากทำอย่างรุนแรงเกินไป ร่างกายอัน
บอบบางของพวกเธอจะถูกทำลาย
แต่กับซีเหมินอวี่ชิงที่เป็นผู้ฝึกตนเหมือนกัน ฉินเฉาจึงสามารถ
หยาบคายกับเธอได้
เสียงกระแทกดังก้องขึ้นมาอย่างชัดเจน
ถ้าหากไม่เปียกชื้น อาจจะเกิดประกายไฟไปแล้ว
ท้ายที่สุดแล้วตัวแทนจากคุนหลุนก็พ่ายแพ้ หลังจากที่ร่างกายสั่น
สะท้าน ก็พลันอ่อนระทวยไปในทันที มือทั้งสองข้างที่ยันผนังเอาไว้
เกือบจะไถลลงไปกับพื้น
โชคดีที่ฉินเฉาคว้าหน้าอกของเธอเอาไว้ได้ทัน จากนั้นก็พลิกตัว
เธอกลับมา ให้เธอขึ้นมาขี่อยู่บนเอวของเขา
ขาทั้งสองข้างของผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งมาก ถึงแม้เธอจะบอกว่า
หมดแรงแล้ว แต่แรงหนีบที่ขาก็ยังคงอยู่อย่างแข็งแรง
ฉินเฉาพาร่างของศิษย์หญิงในคุนหลุนเดินเล่นไปทั่วกระท่อมเล็ก
ๆ แห่งนี้
ซีเหมินอวี่ชิงตาลาย เธอรู้สึกว่าวิญญาณของเธอกำลังจะหลุดลอย
ไป
เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกแบบนี้ ราวกับว่าวิญญาณนี้ไม่ใช่ของเธออีก
ต่อไป แต่เป็นของผู้ชายคนนี้
เขาเป็นคนมอบความสุขทั้งหมดให้เธอ
ท้ายที่สุดแล้ว เธอไม่รู้ว่าเธอได้ไปแตะสวรรค์เก้าชั้นมาทั้งหมดกี่
รอบ ประมุขของนิกายหลัวซาถึงได้วางอาวุธลง
ท้องฟ้าข้างนอกค่อนข้างมืดแล้ว
หลังจากที่ซีเหมินอวี่ชิงพักสักครู่หนึ่งเพื่อฟื้นฟูพลังลมปราณของ
ตัวเอง เธอก็สวมเสื้อผ้า
“ประมุขฉิน หวังว่าเจ้าจะจำสัญญาของเจ้าได้”
จากนั้นเธอก็ก้าวออกไปจากกระท่อมเล็ก ๆ แห่งนี้ด้วยความเขิน
อายเล็กน้อย
“เฮ้ ๆ ๆ เธอมาช่วยฉันเปลี่ยนเตียงก่อนสิ!”
ฉินเฉามองไปยังเตียงไม้ที่พังทลาย และอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา
“นอนบนโต๊ะไปเลย! คนอย่างเจ้าน่ะ!”
ซีเหมินอวี่ชิงหน้าแดงก˹า ใครจะกล้าไปเผชิญหน้าชายคนนี้อีกหน
กัน
ตอนที่เคลื่อนไหวไปก่อนหน้านี้เธอก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้เมื่อมี
สติขึ้นมา เธอรู้สึกอับอายมากจนอยากจะหาสถานที่เพื่อหลบเข้าไป
ซ่อนตัว
“สาวน้อยคนนี้ จะไม่ให้ฉันนอนบนเตียงหรือไง”
ฉินเฉาส่ายหน้า จากนั้นเขาก็กระแทกฝ่ามือระเบิดพลังลมปราณ
ใส่ไม้กระดานเพื่อทำความสะอาดพื้นที่
จากนั้นเขาก็หยิบอาสนะออกมาจากแหวนมิติ วางเอาไว้บนพื้น
และขึ้นไปนั่งขัดสมาธิ
เมื่อนอนไม่หลับก็ต้องนั่งสมาธิ
ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะฝึกฝนลมปราณแห่งความ
วุ่นวายของเขา
หลีหยินและหนีฉางช่วยเขาฝึกฝนลมปราณแห่งความวุ่นวายอย่าง
ต่อเนื่องทุกวัน ความเร็วในการฝึกฝนของมังกรสาวทั้งสองตัวนั้น
รวดเร็วกว่าการที่หลีหยินฝึกฝนคนเดียวเป็นอย่างมาก
ฉินเฉารู้สึกราวกับว่าพื้นฐานการฝึกตนของเขาจะสามารถทำลาย
โซ่ตรวนเพื่อเข้าสู่ขั้นกายทองคำชั้นที่สามเมื่อไหร่ก็ได้
ความก้าวหน้าที่รวดเร็วเช่นนี้ แม้แต่หลัวเต๋อก็ยังตกตะลึง
ฉินเฉาเกิดมาพร้อมกับกายาปีศาจ ความเร็วในการฝึกตนก็รวดเร็ว
มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าอยู่แล้ว และตอนนี้เขายังมีมังกรสาวทั้งสอง
ตัวที่มาช่วยฝึกฝนลมปราณแห่งความวุ่นวาย พื้นฐานการฝึกตนของ
เขาจึงก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เข้าสู่ขั้นกายทองคำ พื้นฐานการฝึกตนจะก้าวหน้าช้าลง
เป็นอย่างมาก จนสามารถอธิบายได้ว่าเหมือนหอยทากที่เข็นรถเข็น
ไม่อย่างนั้นทำไมปรมาจารย์มากมายที่อยู่มาจนถึงยุคนี้ถึงได้มี
พื้นฐานการฝึกตนในขั้นกายทองคำ
แต่ความเร็วในการก้าวหน้าของฉินเฉานั้นราวกับพระเจ้า
แน่นอนว่าลมปราณแห่งความวุ่นวายนั้นถือเป็นสมบัติอย่างแท้จริง
เมื่อเทียบกันระหว่างลมปราณแห่งความวุ่นวายและวิธีการฝึกวิธี
อื่น ๆ ก็นับว่าแตกต่างกันอยู่มาก
ตอนที่ฉินเฉารู้สึกถึงลมปราณแห่งความวุ่นวายได้เป็นครั้งแรก เขา
ยังไม่รู้วิธี การฝึกตนจึงพัฒนาไปอย่างช้า ๆ
แต่เมื่อหลีหยินตื่นขึ้นมา เธอได้แนะนำการฝึกตนด้วยวิธีนี้ให้เขา
เป็นประจำ
ไม่รู้ว่าหลังจากที่มังกรตัวที่สาม สี่ และห้าตื่นขึ้นมา….. สวรรค์ เขา
ไม่สามารถจินตนาการถึงตอนนั้นได้เลย! น่ากลัว จะน่ากลัวเกินไปแล้ว!
เมื่อฉินเฉาเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่การฝึกตนอย่างลึกซึ้ง ทันใดนั้น
ดวงตาของเขาก็ขยับ
“ยายมันเถอะ ผู้หญิงคนนั้นติดใจก็เลยจะกลับมาหรือไง?”
ฉินเฉาลุกขึ้นยืน จากนั้นเขาก็ไปปรากฏตัวอยู่หน้าประตูในชั่ว
พริบตา ก่อนที่จะยื่นมือออกไปเปิดประตู
“กลับมาส่งเตียงให้ฉันเหรอ?”
เมื่อเขาเปิดประตูออกมาก็ตกตะลึงทันที
ชายวัยกลางคนที่กำลังหัวเราะคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือร่างแปลง
ของซานเส้า
“เจ้าลิงตัวนี้ วิ่งมาหาฉันทำไมดึก ๆ ดื่น ๆ!”
“ประมุขฉินให้อาตมาเข้าไปพูดคุยด้านในเถอะ”
ซานเส้ามองไปรอบ ๆ “ถึงแม้ว่าจะเป็นตอนกลางคืน แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่
สถานที่ที่เหมาะแก่การพูดคุย”
“เข้ามา”
ฉินเฉาให้ซานเส้าเข้ามาด้านใน
เมื่ออสูรโบราณเข้ามาด้านในและเห็นว่าเตียงไม้หัก เขาก็อ้าปาก
ค้างและมองฉินเฉาด้วยสีหน้าตื่นตะลึงทันที “แม่เจ้า เจ้าต่อสู้ได้รุนแรง
มาก! บอกมาว่าเจ้าทำกับใคร ถึงได้เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขนาดนี้!”
“ไปไกล ๆ เลย ฉันฝึกวิชามากเกินไปหน่อยต่างหาก!”
ฉินเฉาขี้เกียจเกินกว่าจะพูดเรื่องนี้ให้สหายคนนี้ฟัง “บอกมาได้
แล้วว่ามาหาฉันกลางดึกทำไม!”
“เจ้ายังมีหน้ามาพูดเช่นนี้อีก!”
อสูรโบราณกล่าวด้วยความโกรธ “ตามที่ตกลงกันไว้ เจ้าจะต้อง
ช่วยหู่ชิงไม่ใช่หรือไง! ทำไมในชั่วพริบตาเจ้าถึงได้คิดที่จะจัดการกับเธอ
แทนได้!”
“แค่ก ๆ นี่ นี่เป็นเรื่องที่บิดาคิดมานานแล้ว…”
ฉินเฉายักไหล่ “ผู้หญิงของฉันต้องการเม็ดยามนุษย์ทองคำ…..”
“ยายมันเถอะ!”
ซานเส้าที่นั่งลงบนเก้าอี้ เมื่อได้ยินแบบนั้นเขาก็กระโดดขึ้นมาทันที
“ผู้หญิงของเจ้างั้นเหรอ แล้วฝ่าบาทไม่ใช่ผู้หญิงของเจ้าด้วยหรือไง! ไอ้
คนอกตัญญู ข้าอยากจะจัดการเจ้าจริงๆ!”
เมื่อกล่าวดังนั้น หางของเขาก็กลายเป็นค้อนขนาดยักษ์ที่ทุบลงมา
เสียงดังลั่น
ตูม!
ฉินเฉายื่นมือข้างขวาออกไปรับค้อนเอาไว้ พลังลมปราณของคน
ทั้งคู่แพร่กระจายออกไปจนโต๊ะที่อยู่ใกล้ ๆ แตกกระจายเป็นชิ้น ๆ
โต๊ะไม้ได้กลายเป็นขี้เลื่อยที่ปลิวว่อนไปทั่ว
“บัดซบ นายทำลายทรัพย์สินสาธารณะ!”
ฉินเฉารู้สึกหงุดหงิด ในห้องนี้ก็ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใด ๆ อยู่แล้ว ผู้ชาย
คนนี้ยังทำลายมันไปอีก
“อิงเทียน ข้าจะสู้กับเจ้า!”
ลิงตัวนี้โกรธมาก แต่ทันใดนั้นทั้งคู่ก็เลิกคิ้วขึ้นพร้อมกัน
“เอ่อ มีคนกำลังมา ไปซ่อนเร็วเข้า!”
“ห้องเจ้าเดินร้อยเก้าก็ทั่วแล้ว ข้าจะไปซ่อนที่ไหน!”
ซานเส้ารู้สึกกังวลเช่นกัน เขาแอบเข้ามาหาประมุขนิกายหลัวซา
กลางดึก หากบอกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกันมานานหลายปี คนของคุน
หลุนก็คงจะไม่เชื่อ
“อ๊ะ ใช่ ข้าคิดออกแล้ว เจ้าไปที่ประตูเถอะ ปล่อยให้ข้าจัดการ
เอง”
ซานเส้ากล่าว ก่อนที่เขาจะถอยหลังกลับไปสองก้าวแล้วคุกเข่าอยู่
ที่มุมห้อง
“นายทำบ้าอะไรอยู่?”
“เจ้าไปเร็ว ๆ เถอะ!”
ซานเส้าเอ่ยเร่ง
ฉินเฉาไม่มีทางเลือก ถึงยังไงเขาก็ไม่สนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว เขามีคน
ของศาลาต้นไม้ใหญ่เป็นคู่ขา ยังต้องกลัวอะไรให้มากมาย
เมื่อเขาเปิดประตูออก และเห็นคนที่เข้ามาก็ต้องประหลาดใจ
ที่แท้คนที่เข้ามาก็คือตงฟางอิ๋ง
“มาส่งเตียงหรือไง?”
ตงฟางอิ๋งสวมเสื้อคลุมสีขาว เธอมองฉินเฉาและยิ้มออกมาบาง ๆ
ก่อนที่จะกล่าว “ประมุขฉินช่างมีอารมณ์ขันจริง ๆ”
“โชคดีจริง ๆ ที่จริงแล้วคำพูดของฉันมักจะเฉียบคมแบบนี้อยู่
เสมอ และสิ่งที่ฉันพูดก็มักจะเป็นความจริงเช่นกัน ถ้าหากทำให้เจ้า
สำนักตงฟางไม่พอใจ ก็ต้องขอให้เจ้าสำนักตงฟางให้อภัยด้วย”
“เป็นแบบนั้นที่ไหน”
ตงฟางอิ๋งยิ้มแย้มราวกับดอกไม้ที่กำลังผลิบาน แต่น่าเสียดายที่
ดอกไม้ดอกนี้ไม่ใช่ดอกไม้ที่ฉินเฉาชอบ
“ประมุขฉินจะไม่เชิญให้ข้าเข้าไปนั่งด้านในหน่อยเหรอ?”
ตงฟางอิ๋งกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“นี่…..”
“ประมุขฉิน ถึงแม้ว่าพวกเราจะขัดแย้งกันไปบ้าง แต่ถึงยังไงข้าก็
ยังเป็นผู้หญิง”
ตงฟางอิ๋งกล่าวว่า “เมื่อเห็นผู้หญิง การให้เธอยืนอยู่นอกประตูมัน
สุภาพแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
“ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามา”
ฉินเฉาเปิดประตูออกกว้างขึ้นเพื่อให้ตงฟางอิ๋งได้เข้ามา
หลังจากที่ตงฟางอิ๋งเข้ามา สิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือโต๊ะไม้ที่แตก
ละเอียด
“ดูเหมือนว่าประมุขฉินจะกำลังฝึกฝนวิชาอยู่”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว”
ฉินเฉาหันไปมองรอบ ๆ ซานเส้าหายไปแล้ว
แต่ตรงจุดที่เขาเพิ่งจะนั่งคุกเข่าลงไปนั้นกลับมีเตียงไม้วางอยู่
เอ่อ ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะแปลงร่างได้ 72 ร่างจริง ๆ
เขาจำสิ่งที่ชีพูดก่อนหน้านี้ได้ ซานเส้าเป็นเทพแห่งภูเขาที่สามารถ
เปลี่ยนร่างได้
ตอนแรกฉินเฉาคิดว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนร่างเป็นคนได้ แต่ไม่คิดว่าจะ
สามารถเปลี่ยนร่างเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้ด้วยเช่นกัน
ดี ถ้าหากผู้หญิงเข้ามาก็ดี เขาก็จะได้มีที่นอนในคืนนี้
แต่ถ้าหากเป็นผู้ชายมาก็คงขอผ่าน เขาไม่มีรสนิยมประหลาด และ
ไม่มีทางนอนด้วยอย่างเด็ดขาด
“ถึงแม้ว่าห้องนี้จะเล็ก แต่ก็สวยงามและเรียบง่าย เหมาะที่จะให้
พวกเราได้ฝึกตน”
ตงฟางอิ๋งกล่าว จากนั้นบั้นท้ายอันอวบอิ่มของเธอก็นั่งลงบนเตียง
“ข้านั่งอยู่บนเตียงของเจ้าแบบนี้ เจ้าจะไม่รังเกียจใช่มั้ย?”
“ไม่รังเกียจ ไม่รังเกียจ…..”
ฉินเฉาส่ายหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า พลางคิดในใจว่าคนที่จะรังเกียจก็
คือซานเส้าต่างหาก