มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1137: แสดงให้ฉันเห็นสิ
ฉินเฉาเก็บปืนกลับไปในขณะที่มองเฉิงอิงซึ่งกำลังโกรธเคือง
จากนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาและกล่าวว่า “ทำไมฉันถึงจะ
ยิงไม่ได้ ในเมื่อพวกมันกำลังคุกคามความปลอดภัยของคนที่ฉันต้อง
ปกป้อง ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังแตกต่างจากเธอ ฉันไม่จำเป็นที่จะต้อง
รายงานใครถ้าหากฉันจะยิง นอกจากนี้ฉันยังมีสิทธิ์คุ้มครองการฆ่าด้วย
ถึงแม้ว่าฉันจะฆ่าพวกมันจริง ๆ มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย”
“ฉันรู้ว่านายทั้งยอดเยี่ยมและแข็งแกร่งมาก แต่นายจะไม่สนใจ
ชีวิตของคนธรรมดาแบบนี้ไม่ได้!”
ในคราวนี้เฉิงอิงดูจริงจังเป็นอย่างมาก และเธอก็รู้สึกไม่พอใจฉิน
เฉาเอามาก ๆ ด้วยเช่นกัน “พวกนั้นเป็นแค่นักเลงกระจอกธรรมดา ๆ ที่
มีบ้านและคนในครอบครัว ถ้าหากนายฆ่าพวกเขาแล้วครอบครัวของ
พวกเขาจะทำยังไง? นายช่วยเคารพชีวิตของพวกเขาได้หรือเปล่า?”
“ถ้าอยากให้คนอื่นเคารพเธอ เธอก็ต้องเรียนรู้ที่จะเคารพซึ่งกัน
และกันก่อน”
ฉินเฉากล่าวขึ้นมาทีละคำ “คนพวกนี้มีใครที่เคารพชีวิตของเธอ
บ้าง? พวกมันจะใช้มีดแทงเธอให้ตาย เธอลืมไปแล้วหรือไง?”
“นั่น นั่นไม่ใช่…..”
“อย่ามาพูดเรื่องทฤษฎีกับฉินเฉา!”
ฉินเฉากล่าวด้วยความเย็นชา “ฉินเฉาคนนี้ไม่เคยเชื่อในทฤษฎี
พวกนั้น ฉันรู้เพียงแค่ว่ากฎของสังคมสมัยนี้คือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ถ้า
หากเธอแสดงความอ่อนแอออกมา เธอก็จะถูกคนอื่นกิน”
ไม่ว่าจะเป็นโลกของผู้ฝึกตนหรือแม้กระทั่งในสังคมปัจจุบันก็ล้วน
แต่เป็นสังคมที่มีมนุษย์กินคนอยู่ทั้งนั้น
“ฉันสามารถสุภาพและทำตัวดีกับคนอื่นได้ แต่ถ้าหากมีใครมา
หยาบคายและทำร้ายฉัน ฉันก็จะไม่ปล่อยมันไปอย่างแน่นอน แน่นอน
ว่านั่นเป็นเพราะว่าฉันแข็งแกร่งยังไงล่ะ!”
ฉินเฉากล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
“ช่างมันเถอะ ฉันพูดอะไรกับนายไม่ได้ ฉันบังคับนายไม่ได้หรอก
ตั้งแต่หัวจรดเท้าของฉินเฉามันคือความจริงทั้งหมด”
เฉิงอิงโกรธมาก แต่เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมา เธอคิดได้
เพียงแค่ว่าฉินเฉาเป็นพวกอันธพาล!
“ใช่ นี่เธอรู้ได้ยังไง!”
ฉินเฉามองสาวน้อยคนนี้ด้วยความประหลาดใจ “ไม่สิ… เธอเคย
เห็นแล้วนี่…เธอมันผู้หญิงอันธพาล!”
ฉินเฉากอดไหล่ของตัวเองและทำท่าทางหวาดกลัว
“ใคร ใครจะไปเคยเห็นล่ะ! นายจะจริงจังไม่ได้เลยหรือไง!”
เฉิงอิงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปด้วยท่าทีดุดัน
การพูดคุยกับฉินเฉาเป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร
เขาจะสามารถทำให้คุณกลายเป็นพวกลามกได้ตลอดเวลา จากนั้น
เขาก็จะเอาชนะคุณด้วยประสบการณ์อันโชกโชนของเขา
“ฉันไม่จริงจังตรงไหน? เธอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาให้ฉันคิดเองต่างหาก!”
ฉิงเฉาแย้มรอยยิ้มบนมุมปากอย่างชั่วร้าย
เฉิงอิงอยากจะเข้าไปเตะไข่ของฉินเฉาให้แตก
แต่เธอรู้ดีว่ามันเป็นได้แค่ฝันเท่านั้น
“นาย….ฉันไม่คุยกับนายแล้ว! ฉันจะนอน!”
เฉิงอิงหงุดหงิดมาก เธอเดินเข้ามาและล้มตัวลงนอนบนเตียง ก่อน
จะหลับตาเพื่อที่จะได้ลืม ๆ โลกนี้ไปซะ
อย่างไรก็ตามเฉิงอิงกลับนอนไม่หลับเพราะเธอได้ไปมีเรื่องกับ
หวงมู่
และเมื่อเธอหลับตาลง ในหัวของเธอก็มีแต่ภาพที่เธอ ‘จูบ’ จมูก
ของฉินเฉา
ฉินเฉา เจ้าคนน่ารังเกียจ ทำไมถึงต้องเข้ามาอยู่ในหัวของเธอ
ทำไมเธอถึงสลัดเขาออกไปไม่ได้!
เขาจะต้องใช้วิชาอะไรสักอย่างกับเธอแน่ ๆ!
ใช่แล้ว มันจะต้องเป็นแบบนั้น!
ยอดฝีมือคนนั้นบอกเอาไว้ไม่ใช่เหรอว่าพวกเขาเป็นผู้มีวิชาน่ะ…..
ฉินเฉาคนสารเลวจะต้องคิดอะไรกับเธอแน่ ๆ เขาก็เลยใช้วิชาเพื่อ
ทำให้หัวใจของเธอเกิดความสับสน!
ฉินเฉา ทำไมนายถึงเป็นคนที่น่ารังเกียจแบบนี้!
ฉันเกลียดนายชะมัด!
“ฉินเฉา! นายมาปลดวิชาของนายออกจากตัวฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉิงอิงก็หลับไม่ลงอีกต่อไป เธอคิดและกังวลจน
ร่างกายกระสับกระส่ายขึ้นมา
ดังนั้นเธอจึงลืมตาขึ้น ก่อนที่จะดึงฉินเฉาที่นอนอยู่ข้าง ๆ และ
กำลังจะหลับ แล้วกล่าวออกมา
“หา? วิชาอะไร?”
ฉินเฉาผงะ เขาไปใช้วิชากับเฉิงอิงเหรอ? ก็เปล่านี่!
“ก็นายใช้วิชาบางอย่างที่ทำให้จิตใจของฉันเกิดความสับสนไม่ใช่
หรือไง!”
เฉิงอิงกัดริมฝีปากและกล่าวออกมา
“เปล่านี่ จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ!”
ฉินเฉาคิดในใจ วิชาเดียวที่ทำแบบนั้นได้มีแค่พลังจิตทำลายล้าง
เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากวิชานั้นแสดงผลออกมา ผู้หญิงคนนี้จะ
กลายเป็นคนเลอะเลือนไปทันที
“ไร้สาระ! นายจะต้องใช้วิชาแบบนั้นได้แน่ ๆ!”
เฉิงอิงตัดสินไปแล้วว่าฉินเฉาจะต้องเป็นคนทำ
“ฉันใช้วิชาแบบนั้นได้จริง ๆ …. แต่วิชานั้นจะทำให้เธอกลายเป็น
คนบ้าได้ โอ้… นี่เธอคิดว่าตัวเองเป็นคนบ้างั้นเหรอ?”
“ฮึ่ม! นายนั่นแหละที่บ้า!”
เฉิงอิงกล่าวอย่างเหยียดหยาม “นอกจากวิชานั้นแล้วจะต้องมีอีก
แน่ มันจะต้องมีวิชาอื่นอีกแน่ ๆ!”
“จะมีอะไรอีกล่ะ?”
ฉินเฉาถูจมูกของตัวเอง
“นายท่านอย่าลืมข้าไปสิคะ!”
เสียงของฮ่วนดังขึ้น
“โอ้ ใช่แล้ว มีอยู่จริง ๆ ด้วย”
ฉินเฉากล่าวว่า “ยังมีอีกหนึ่งวิชา…ที่สามารถทำให้คนเกิดความ
สับสนได้”
วิชาภาพมายา เป็นความสามารถที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของมังกร
มายาสีม่วง
เมื่อใช้วิชานี้จะสามารถทำให้คนอื่นเห็นภาพลวงตาได้โดยตรง
“นั่นแหละ!”
เฉิงอิงพยักหน้าทันที “นายจะต้องใช้วิชานั้นกับฉันแน่ ๆ!”
“เป็นไปไม่ได้หรอก”
ฉินเฉาโบกมือ “ถ้าจะให้พูดตรง ๆ วิชานี้ก็คือวิชาภาพมายา มันจะ
ทำให้เธอเห็นในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง…. ว่าแต่ทำไมเธอถึงได้หาว่าฉันใช้วิชา
นี้กับเธอล่ะ?”
“เพราะตอนนี้สิ่งที่อยู่ในหัวของฉันก็คือนาย สิ่งที่อยู่ในใจของฉันก็
คือนาย! เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้สำหรับฉัน ดังนั้นนายจะต้องเป็นคนทำ
อย่างแน่นอน!”
เฉิงอิงตัดสินไปแล้วว่าฉินเฉาเป็นคนทำ ดังนั้นเธอจึงพูดอย่าง
ตรงไปตรงมา
“เอิ่ม…..”
ฉิงเฉาค่อนข้างที่จะอึดอัดใจเล็กน้อย
“เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้หรอก”
ฉินเฉาโบกมือ “วิชาของฉันคือภาพลวงตาเท่านั้น ถ้าหากเธอคิด
แบบนี้ สิ่งแรกที่เธอจะทำก็คือมองฉันให้กลายเป็นโจวซูปิน เธอคงจะไม่
คิดว่าฉันเป็นคนงี่เง่าแบบหมอนั่นหรอกใช่มั้ย?”
“นายจะเป็นโจวซูปินไปได้ยังไง”
เฉิงอิงเบ้ปาก “เขาไม่ได้ลามกเหมือนนายสักหน่อย”
“แค่ก ๆ เลิกพูดเรื่องที่ว่าฉันเป็นคนลามกก่อนเถอะ…..”
ฉินเฉากระแอมไอออกมา ก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า “ฉันยังสามารถ
ใช้วิชาที่แทรกซึมเข้าไปในความทรงจำของเธอได้ด้วย ถ้าเป็นแบบนั้น
เธอก็จะเห็นว่าฉันเป็นแฟนของเธอไปอย่างสมบูรณ์ เธอคิดว่าฉันเป็น
แฟนของเธอหรือเปล่า?”
“เหอะ! ฝันไปเถอะ!”
เฉิงอิงกล่าวอย่างเหยียดหยามอีกครั้ง “ฝันของนายที่มีขี้มูกไหล
ออกมาน่ะสิ!”
“แค่ก ๆ อย่าพูดอะไรที่ไร้เดียงสาแบบนั้นออกมาสิ ดังนั้นมัน
แปลว่าฉันไม่ได้ใช้วิชาอะไรกับเธอทั้งนั้น”
ฉินเฉากล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึม “ถึงแม้ว่าวิชาจะดูน่าทึ่ง แต่มันก็ไม่
สามารถทำให้เธอชอบใครอีกคนได้หรอก…..”
“จริงเหรอ……”
เฉิงอิงดูเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทันใดนั้นเองเธอก็โกรธขึ้นมาอย่าง
กะทันหัน
“ใครชอบนาย! หน้าด้าน!”
“เงียบหน่อย เดี๋ยวจะปลุกเจิ้งซือฉีเข้า”
“เหอะ!”
ตอนนี้เฉิงอิงรู้สึกหงุดหงิดมาก เธอนอนและพลิกตัวหันสะโพกให้
ฉินเฉา
เธอชอบฉินเฉาจริง ๆ เหรอ…..
เป็นไปได้ยังไง เขาทั้งแย่ ทะลึ่ง แถมยังลามกขนาดนั้น….
เธอจะต้องมีรสนิยมยังไงถึงได้ไปชอบคนลามกแบบนั้น…..
ฉินเฉาไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกเฉิงอิงประเมินอยู่ในหัวใจ
ถ้าหากรู้เขาจะต้องกระอักเลือดจนตายอย่างแน่นอน
ภาพลักษณ์อันทรงพลังและชาญฉลาดของเขาถูกผลได้สีแดงลบ
ล้างออกไปหมดแล้ว
“ฉันว่านะ…”
ทันใดนั้นเฉิงอิงที่เงียบไปนานก็หันกลับมาดึงฉินเฉาอีกครั้ง
“หา?”
ฉินเฉากำลังชื่นชมสะโพกสวย ๆ ของเฉิงอิงอยู่ดี ๆ เมื่อผู้หญิงคนนี้
พลิกตัวกลับมาอย่างกะทันหัน เขาจึงเกิดความตกใจและคิดว่าตัวเอง
ถูกจับได้แล้วซะอีก
และยังคิดในใจอีกว่า หรือว่าก้นของเฉิงอิงจะมีดวงตาอยู่บนนั้น?
แค่ก ๆ ช่างชั่วร้ายจริง ๆ
“ฉันอยากรู้เรื่องวิชาของนาย…..”
เฉิงอิงคิดว่าเธอควรจะเปลี่ยนเรื่องไปพูดเรื่องอื่นน่าจะดีกว่า
“หืม?”
ฉินเฉากะพริบตา
“ทำไมถึงอยากรู้ล่ะ?”
“นายจะต้องเข้าใจว่าฉันเป็นทหารที่ยึดติดกับวัตถุ ฉันก็เลยไม่เชื่อ
เรื่องพวกนี้”
“เรื่องที่เธอไม่เชื่อไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีอยู่จริง”
ฉินเฉากล่าว
“ฉันเข้าใจแล้ว ดังนั้นฉันก็เลยอยากจะดูให้เห็นเองกับตา”
“เธอยังเห็นมาไม่พออีกเหรอไง?”
“ฉันยังไม่เห็นอะไรเลย… ฉันเห็นเพียงแค่นายต่อยรถถังให้ระเบิด
ได้ มันก็เป็นวิชาด้วยหรือเปล่า?”
ดวงตาของเฉิงอิงเป็นประกาย
“เป็นหนึ่งในนั้น มันคือวิชาป้องกันร่างกาย”
ฉินเฉากล่าว “เรื่องนี้ก็ทำให้เจิ้งซือฉีเข้าใจผิด คิดว่าฉันเป็นมนุษย์
ดัดแปลง บนเรือในคืนวันนั้นเธอก็เลยถือมีดผ่าตัดและเอาเลื่อยเข้ามา
เพื่อที่จะหั่นฉันดู”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้….”
เฉิงอิงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย
ที่แท้ทั้งสองคนก็ไม่ได้มีอะไรกันจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม ท่าทางของพวกเขามันทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้
ง่าย ๆ
“นอกจากวิชาป้องกันแล้วมีอะไรอย่างอื่นอีกมั้ย…..”
เฉิงอิงเริ่มเกิดความอยากรู้อยากเห็น
“ยังมีอยู่อีก… เธออยากเห็นเหรอ?”
“อืม….”
เมื่อเห็นว่าเฉิงอิงนอนมองมาที่เขาราวกับเด็กที่ขี้สงสัยแบบนั้น ฉิน
เฉาก็เลยกล่าวขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้นก็ดูซะ แต่เธออย่าได้พาฉันไปแสดงที่
สวนสัตว์หรือว่าไปที่สถาบันวิจัยของประเทศจีนล่ะ…..”
“ไม่หรอก อย่างมากที่สุดฉันก็จะจับนายไปเผาบนไม้กางเขน
เท่านั้นแหละ”
“เอ่อ ฉันไม่ใช่แม่มดสักหน่อย”
ฉินเฉากลอกตา จากนั้นทั้งคู่ก็ลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนเตียงนอน
เขาแบมือข้างหนึ่งออกมา
“ดูให้ดีล่ะ….”
เมื่อกล่าวดังนั้น เปลวไฟสีขาวก็ปรากฏออกมาจากฝ่ามือของเขา
เฉิงอิงมองมันด้วยดวงตาที่ลุกวาว
“มีไฟปรากฏออกมา…”
“ยังมีอีก…..”
จากนั้นเขาก็ใช้นิ้วมืออีกข้างวาดรูปวงกลมขึ้นมา
สายน˺าใส ๆ ไหลออกมา ก่อนที่จะก่อตัวเป็นเส้นด้ายบาง ๆ ที่พัน
รอบนิ้วมือของเขา
“นะ น˺าไหลออกมาแล้ว!”
เฉิงอิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ
แต่ฉินเฉาเหงื่อแตกพลั่กเต็มศีรษะ
เชี่ย…..
คำพูดนี้ฟังดูลามกมาก
โชคดีที่เขาเป็นสุภาพบุรุษผู้มีเกียรติ เขาจึงไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น
“อย่างไรก็ตาม นายกับคนที่มีพลังวิเศษสองคนนั้นแตกต่างกัน
หรือเปล่า?”
เฉิงอิงเอ่ยถาม
“ต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว”
ฉินเฉากล่าวว่า “พลังวิเศษเป็นพลังที่เกิดขึ้นมาเองโดยไม่ตั้งใจ
ถึงแม้ว่ามันจะดูแปลก แต่ในคนสิบล้านคน จะมีคนที่มีพลังแบบนี้ได้แค่
คนเดียวเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสามารถควบคุม
พลังได้”
ฉินเฉากล่าว จากนั้นเขาก็ยกฝ่ามือขึ้นมา และใช้ฝ่ามือข้างนั้นปัด
ผ่านหมอกสีขาว “แต่ผู้ฝึกตนอย่างพวกเรานั้น ไม่ว่าใครก็สามารถที่จะ
ฝึกฝนได้ และสิ่งที่จะต้องฝึกฝนก็คือพลังลมปราณ เมื่อมีพลังลมปราณ
นี้แล้ว พวกเราก็จะสามารถสื่อสารและสัมผัสกับพลังลมปราณในโลกใบ
นี้ และเปลี่ยนมันให้กลายมาเป็นพลังของพวกเราได้ อย่างเปลวไฟ หรือ
ว่าสายน˺าที่เธอเห็นก็ถือว่าเป็นพลังของเราเอง”
“หา? พลังของเราเองเหรอ?”
เฉิงอิงยังไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก “นายกำลังจะบอกว่าพวกเราทุกคน
สามารถกลายเป็นเปลวไฟได้เหรอ?”
“ตามหลักการแล้วก็นับว่าเป็นไปได้ เพราะว่าร่างกายของมนุษย์
ประกอบไปด้วยธาตุทั้งห้า หัวใจคือธาตุทอง ตับคือธาตุไม้ ม้ามคือธาตุ
น˺า ไตคือธาตุไฟ และปอดคือธาตุดิน พลังของไฟดวงนี้ถูกรวบรวมมา
จากไตของฉัน แต่ธาตุทั้งห้าก็ยังคงไม่เพียงพอ ลองยกตัวอย่างว่าฉันคือ
รถสักคัน ถ้าหากต้องการที่จะขับเคลื่อนฉัน ก็จะต้องใช้เชื้อเพลิง ซึ่งนั่น
ก็คือน˺ามัน”
“นายกำลังหมายความว่า…พลังลมปราณก็คือน˺ามันอย่างนั้น
เหรอ?”
“โอ้ เธอฉลาดจริง ๆ!”
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะเรียนบ้างได้หรือเปล่า?”