มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 118: ห้องโถงหลัก
วัดเป่าไต้ เขาซงซาน ในโถงหลัก หลวงจีนหัวโล้นนับสิบในชุดสี
เหลือง กำลังพากันนั่งอยู่บนอาสนะ ตรงหน้าพวกเขา มีพระพุทธรูป
ขนาดใหญ่ 3 องค์ตั้งอยู่
ใต้พระพุทธรูปนั่งไว้ด้วยหลวงจีนวัยกลางคนในชุดสีแดง ใบหน้า
หลวงจีนเคร่งขรึมราวกับพระพุทธรูปที่มีชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นหลวงจีนวัยกลางคน หรือจะเป็นหลวงจีนชุดเหลือง
ข้างล่าง พวกเขากำลังนั่งอยู่พร้อมกับปิดตาอย่างไร้อารมณ์ราวกับรูป
ปั้นในโถงนี้
นอกจากหลวงจีนพวกนี้ สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือ มีสาวสวยในชุด
โค้ตยาวสีแดง หญิงสาวคนนี้ต่างจากหลวงจีนพวกนี้ เธอมองไปรอบๆ
อย่างลับๆ ล่อๆ ทั่วโถงหลักนี้
“ซูจี” หลวงจีนวัยกลางคนจู่ๆ ก็พูดขึ้น น˺าเสียงของเขาเต็มไปด้วย
ความสงบ “นี่เป็นการทำวัตรเช้า อย่าว่อกแว่ก”
“อะ อาจารย์…” หญิงสาวบุ้ยปาก ทำท่าเหมือนเด็กไม่ดีที่ถูก
ตามใจต่อหน้าพ่อของเธอ และพูดกับหลวงจีนว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่หนู
มาที่โถงหลักนี้ ดังนั้น หนูก็เลยอยากรู้อยากเห็นไปหน่อย”
กับเรื่องลูกศิษย์ผู้ร่าเริงคนนี้ของเขา หลวงจีนคนนี้ชื่นชอบอย่าง
มาก ความสามารถของซูจียอดเยี่ยม ยิ่งกว่านั้น เธอยังมีความสัมพันธ์
กับพุทธศาสนาอย่างใกล้ชิด และเป็นผู้ที่เกิดมาเป็นพุทธโดยธรรมชาติ
ในอายุ 20 ปี เธอก็เข้าสู่ขั้นที่ 4 ของการฝึกตนแล้ว ในโลกของผู้ฝึกตน
นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากอย่างมาก
โชคไม่ดี ที่ไม่ใช่เพียงแค่เธอเป็นศิษย์สายนอก แต่ยังเป็นผู้หญิงอีก
ด้วย ถ้าเธอเป็นผู้ชาย เขาคงแหกกฎและบวชให้เธอเป็นหลวงจีน
จากนั้นก็รับเข้าเป็นศิษย์ส่วนตัวของเขาไปแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้น วัดแห่ง
นี้ก็จะมีลูกศิษย์ของพุทธะที่ภาคภูมิใจ และวัดเป่าไต้เขาซงซานแห่งนี้ก็
จะสามารถสร้างผู้เชี่ยวชาญวัยเยาว์ขึ้นมาได้
แต่ซูจีเกิดมาเป็นผู้หญิง ในประวัติศาสตร์นับพันปีของวัดเป่าไต้
เขาซงซานนี้ ศิษย์หลักจะมีเพียงหลวงจีนเท่านั้น ไม่สามารถเป็นแม่ชีได้
อย่างไรก็ตาม นี่ก็ไม่สามารถหยุดให้หลวงจีนวัยกลางคนนี้หยุด
ดูแลลูกศิษย์คนนี้ได้ เขาพูดด้วยรอยยิ้มคลุมเครือว่า
“ซูจี ความสนใจของเจ้าไม่ค่อยจดจ่อเลย เจ้าจึงไม่สามารถเรียน
หัวใจเจ้าแม่กวนอิมนี้ได้อย่างเต็มที่ หนึ่งปีผ่านไป อาจารย์ได้ส่งผ่าน
เทคนิคนี้ให้เจ้า และเชื่อว่าภายใน 1 ปี เจ้าจะสามารถสำเร็จวิชา
พื้นฐานนี้ได้ แต่ดูเอาเถอะ วันนี้ ข้าเห็นเจ้าเรียนได้แค่ 4 ตัว นี่ทำให้
อาจารย์ผิดหวังจริงๆ”
“อาจารย์…” ซูจียังคงบุ้ยปาก และคร˹าครวญว่า “ท่านพูด
เหมือนกับว่านี่เป็นแค่เทคนิคทั่วไป เมื่อซูจีเรียนมัน มันไม่มีพลังเลย”
“โอ้?” หลวงจีนวัยกลางคนยกคิ้วขึ้น “ไม่มีพลัง? อธิบายมา?”
“เอิ่ม มันเป็นเพราะพลังของวิชานี้ไม่แข็งแกร่ง ดังนั้น หนูเลยไม่ได้
เรียนมันอย่างตั้งใจเท่าไหร่”
“เจ้าพูดผิดแล้ว” หลวงจีนวัยกลางคนยิ้ม และโบกมือให้กับหลวง
จีนหนุ่มที่อยู่ถัดจากซูจี “ฟาเซียง ทำไมเจ้าไม่แสดงวิชาให้ศิษย์น้องเจ้า
ดูหน่อยล่ะ ว่าพลังที่แท้จริงของหัวใจเจ้าแม่กวนอิมนั้นเป็นยังไง”
“ครับ ท่านอาจารย์” หลวงจีนหนุ่มที่ชื่อ ฟาเซียง ทำท่ามือ ยืนขึ้น
หันกลับไป และเดินไปที่ทางเข้าห้องโถง เผชิญหน้ากับท้องฟ้า และเริ่ม
ผนึกปางมือ
“โอม มะ นี ปัท เม ฮุม!”
แตกต่างจากซูจี น˺าเสียงที่เขาเปล่งออกมา เหวี่ยงเข้าไปในหู และ
ดังก้องทะลุวิญญาณ หลังจากที่ร่ายคาถาเสร็จ ฟาเซียงก็พุ่งปางมือ ขาว
เขียว เหลือง ฟ้า แดง และ ดำ ภาพพระพุทธรูป 6 องค์ในสีที่ต่างกัน
ลอยออกไป และรวมตัวกันเพื่อสร้างเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ข้างนอกโถง
แห่งนี้ และลอยอยู่ใต้ท้องฟ้า
พระพุทธรูปสีทอง ทันใดนั้นก็เข้าไปนั่งในภาพพระพุทธรูปทั้ง 6 นี้
จากนั้น ภาพพระพุทธรูปทั้ง 6 ก็เข้ามาบรรจบกันที่ตรงกลางของ
พระพุทธรูปสีทอง แสงสีทองที่ทำให้ตาพร่าทันใดนั้นก็ทะลักออกมา
เหมือนกับคลื่นน˺า ไหลท่วมเข้าสู่โถงหลัก
พลังที่บริสุทธิ์ และเป็นมงคลชำระล้างทุกซอกมุมของจิตวิญญาณ
จนสะอาด ทันใดนั้นซูจีก็รู้สึกว่าในหัวของเธอกระจ่างขึ้น ความกดดัน
ในใจเธอที่ไม่ได้เจอฉินเฉาเป็นเวลานานได้สลายหายไป
ในตอนนี้ ตลอดทั้งร่างของเธอผ่อนคลายอย่างมาก
หลังจากเสร็จสิ้น ฟาเซียงก็กลับเข้ามา คำนับแบบพุทธให้กับหลวง
จีนวัยกลางคนและซูจี จากนั้นก็นั่งลงที่อาสนะและปิดตาลง
“พลังของฟาเซียงก้าวหน้าขึ้นมาก” หลวงจีนวัยกลางคนอดพยัก
หน้าไม่ได้ เขาภูมิใจกับฟาเซียงศิษย์เขาคนนี้มาก หลังจากที่อยู่ในบ้าน
เด็กกำพร้า 1 ปี เขาก็ตามอยู่ข้างๆ มาตลอดเพื่อร˹าเรียนพุทธศาสนา
เมื่อเขาอายุ 19 ปี การฝึกตนของเขาก็เข้าสู่ขั้นที่ 5 ไปเรียบร้อยแล้ว
โชคไม่ดี ที่วัดเป่าไต้ เขาซงซาน มักจะอยู่ในสำนักท้ายๆ น้อยคน
นักที่จะรู้ว่า ท่ามกลางรุ่นเยาว์ยุคนี้ พวกเขาได้มีผู้เชี่ยวชาญที่เยาว์วัย
อย่างนี้อยู่
ซูจีอ้าปากกว้างด้วยความตะลึง เธอไม่คิดว่าหลังจากที่เรียนหัวใจ
เจ้าแม่กวนอิมจนสำเร็จแล้ว มันจะทรงพลังขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม เธอ
กลอกตาของเธอ และจากนั้นพูดยิ้มๆ ว่า
“ขี้โกงนี่นา อาจารย์” ซูจีบุ้ยปากและแสดงท่าทางไม่พอใจ “ศิษย์
พี่ตามอาจารย์มาตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องพลัง แม้แต่การฝึกตนของ
เขาก็ยังสูงกว่าหนู! เอาอย่างนี้เป็นยังไง อาจารย์ก็สอนเทคนิคการฝึกตน
ที่สูงกว่านี้ให้หนู เอาเป็น พระสูตรหัวใจเพชรเป็นยังไง หนูได้ยินมาว่า
มันไม่เลวเลย”
“เหลวไหล” หลวงจีนวัยกลางคนส่ายหัวไปมา “พระสูตรหัวใจ
เพชรนี้ เรียนได้แต่ผู้ชายเท่านั้น เพราะว่ามันเป็นธาตุหยางโดย
ธรรมชาติ เจ้าจะไปฝึกได้ยังไง?”
“ฮิฮิ งั้นก็สอนเทคนิคอื่นให้หนูนะอาจารย์ อาจารย์ดีที่สุด” ซูจีรู้ดี
ว่าอาจารย์ของเธอรักเธอ ดังนั้นจึงรีบพูด
“พระโกหกไม่ได้” หลวงจีนวัยกลางคนถอนหายใจ “ซูจี อาจารย์
จะบอกเจ้านะ ในวัดเป่าไต้เขาซงซานนี้ ไม่มีแม้แต่เทคนิคเดียวที่เหมาะ
กับผู้หญิง เทคนิคทางพุทธเป็นธาตุหยางและแข็งตามธรรมชาติ ซึ่งเจ้า
เรียนไม่ได้”
พร้อมกันนั้น หลวงจีนวัยกลางคนก็หลับตาลงช้าๆ และเริ่มท่องบท
สวดทำวัตรเช้าต่อไป
“ฮึ่ม อาจารย์ขี้เหนียว!” ซูจีเมื่อเห็นว่าอุบายของเธอล้มเหลว จึงนั่ง
อยู่ที่นี่อย่างไม่พอใจ
ในตอนนี้เอง ฟาเซียง ที่นั่งอยู่ถัดจากเธอขณะที่หลับตาอยู่ ทันใด
นั้นก็ดึงแขนเสื้อเธอ ซูจีกะพริบตา แม้ว่าตาของฟาเซียงยังหลับอยู่ เขา
ก็แอบเอาของบางอย่างมายัดใส่มือของซูจี
ซูจีเอาขึ้นมามองใกล้ๆ และเห็นว่ามีคำหลายคำพิมพ์อยู่ในนั้น
“ตราผนึก 9 อักษร”
พระเจ้า ซูจีรู้ว่าตราผนึก 9 อักษรนี้เป็นหนึ่งในเทคนิคลับของวัด
เป่าไต้เขาซงซาน พระสูตรนี้ไม่ได้มีพลังโจมตีที่แข็งแกร่ง แต่ตราผนึก 9
อักษรนี้ อักษรแต่ละตัวต่างมีเวทมนตร์ในตัวมันเอง ถ้าฝึกจนถึง
จุดสูงสุดล่ะก็ มันจะสามารถแสดงร่างของพระศาสดาออกมาได้
เธอไม่คิดว่าศิษย์พี่ของเธอ ฟาเซียงจะมอบเทคนิคลับนี้ให้เธอ ซูจี
อดไม่ได้จนต้องเผยรอยยิ้มที่งดงามบนปากของเธอ
“ขอบคุณ ศิษย์พี่” เธอรู้ว่าศิษย์พี่ของเธอมีประสาทหูเป็นเลิศ
ดังนั้น เธอจึงใช้เสียงเบาพูดกับฟาเซียง
ทันใดนั้นหน้าของฟาเซียงก็ขึ้นสี เร่งอ่านบทสวดของเขาเร็วขึ้น
ในตอนนี้เอง หลวงจีนวัยกลางคนที่นั่งอยู่ด้านหน้า จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้น
และเปิดปากพูดกับซูจี
“ซูจี”
“อ๊า! อาจารย์?” ซูจีเหมือนร้อนตัว แต่เธอรีบซ่อนหนังสือเทคนิค
ลับอย่างรวดเร็ว ยัดมันไว้ในแขนเสื้อโค้ตยาวของเธอ
“เจ้ารู้มั้ย ทำไมอาจารย์ถึงเรียกเจ้าจากเมืองซู่หนานมาที่นี่?”
“อะ? อาจารย์ หนูจะไปรู้ได้ยังไง! หนูไม่ใช่ผู้หยั่งรู้เหมือนอาจารย์นี่
ที่จะได้เดาได้ทุกสิ่งอย่างแม่นยำ”
หลวงจีนวัยกลางคนครุ่นคิดสักพัก และจากนั้นก็พูดอย่างช้าๆ ว่า
“เพราะว่า จู่ๆ อาจารย์ก็สังเกตพบว่าในพื้นที่ในเมืองซู่หนาน มี
พลังหยินของปีศาจพรั่งพรูออกมา”
เมื่อเธอได้ยินอย่างนี้ ในใจซูจีจู่ๆ ก็ว้าวุ่น พลางคิดว่า ‘สวรรค์ หรือ
ว่าอาจารย์จะพบการคงอยู่ของฉินเฉาแล้ว? ถ้าอาจารย์ส่งฉันไปจับฉิน
เฉา ฉันจะทำยังไงดี? ฉันจะเชื่อฟังอาจารย์ ผู้ที่ฉันเคารพที่สุด และจับ
ฉินเฉามาลงโทษเหรอ? หรือฉันจะทรยศอาจารย์ และหนีตามฉินเฉา
ไป?’
‘ถ้าฉันหนีตามฉินเฉาไป แล้วเราจะไปที่ไหน? เมื่อถึงตอนนั้น โลก
ของผู้ฝึกตนแน่นอนว่าต้องตามล่าเพื่อกำจัดความสัมพันธ์ต้องห้ามของ
พวกเราแน่ๆ ฉันไม่สามารถจินตนาการถึงพลังของฝ่ายธรรมะที่มา
รวมตัวกันได้ พระเจ้า ฉันจะทำยังไงดี?’
เมื่อคิดถึงร่างของฉินเฉา ใจของเธอที่เพิ่งถูกชะล้างด้วยพลังของ
พุทธะ ก็เริ่มมีเมฆครึ้มเข้ามาปกคลุม
โดยที่ไม่รู้ปัญหาความรักของศิษย์ หลวงจีนวัยกลางคนเริ่มพูดต่อ
“ถ้าการคาดการณ์ของอาจารย์ถูกต้อง มันต้องเป็นราชาผีดิบที่มี
อายุนับหมื่นปี”
“ราชาผีดิบ!” เมื่อได้ยินอย่างนี้ ในใจของซูจีที่ว้าวุ่นเมื่อกี้ ก็กระตุก
คิดว่า ‘ดูเหมือนว่า อาจารย์จะไม่ได้หมายถึงฉินเฉา อย่างที่คาด เสนาธิ
การปีศาจตัวเล็กๆ อย่างฉินเฉาไม่สามารถดึงดูดความสนใจของ
อาจารย์ได้’
ราชาผีดิบ สองคำนี้ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในโถงหลัก แม้แต่
ศิษย์พี่ของซูจี ฟาเซียงก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
“อาจารย์ ไอ้สิ่งที่เรียกว่าผีดิบมันมีจริงๆ เหรอคะ?” แม้ว่าเธอจะ
เป็นศิษย์สำนักพุทธ แต่ซูจีก็เป็นแค่ศิษย์สายนอก ที่ยังไม่รู้อะไรหลายๆ
อย่าง
“ใช่แล้ว” หลวงจีนวัยกลางคนพยักหน้า “ถ้าจะว่าไปแล้ว ต้น
กำเนิดผีดิบนั้น มาจากอสูรแห่งภัยแล้งในตำนานของพวกเรา ซึ่งมีผีดิบ
อยู่ 6 ระดับด้วยกัน ซากขาว ซากดำ ซากกระโดด ซากบิน และอสูรแห่ง
ภัยแล้ง ตามตำนานเล่าว่า หลังจากที่ผีดิบทำการฝึกตน มันจะ
กลายเป็นอสูรผีดิบแห่งภัยแล้ง มันสามารถสังหารได้กระทั่งมังกร (ใน
จีน มังกร หมายถึง เทพพิรุณ) ฉะนั้น มันจึงสามารถสร้างภัยแล้งไปทั่ว
พื้นที่ขนาดใหญ่ ไม่นานก็จะมีราชาผีดิบกำเนิดในพื้นที่เขตเมืองซู่หนาน
เป็นผีดิบระดับ 5 ซึ่งได้ขึ้นไปถึงระดับอสูรแห่งภัยแล้งแล้ว ถ้ามันตื่นขึ้น
เต็มตัวล่ะก็ ในพื้นที่ 500 กิโลเมตร รอบตัวนั้น จะประสบปัญหาภัยแล้ง
ขนาดใหญ่ เมื่อถึงตอนนั้น พื้นที่ขนาดใหญ่รอบเมืองซู่หนาน แม้แต่
หญ้าสักต้นก็จะไม่สามารถงอกขึ้นมาที่นั่นได้”
“ทรงพลังมาก…” ซูจีลิ้นจุกปาก “อาจารย์ ไม่ใช่ว่าท่านบอกว่าผี
ดิบมี 6 ระดับหรอกเหรอ?”
“จริงๆ แล้ว…” หลวงจีนวัยกลางคนพยักหน้า “มันสามารถพูดได้
ว่าผีดิบระดับ 6 มีความเกี่ยวข้องกับสำนักพุทธของเราเล็กน้อย
เพราะว่าผีดิบระดับ 6 มีพลังพอที่จะท้าทายเทพปีศาจได้ ซึ่งมีเพียง
หนึ่งเดียว ชื่อนั้นคือ ‘โฮ่ว’ ” (โฮ่ว : หมาป่าหัวมังกรที่ดุร้ายของ
มองโกเลีย)
“โฮ่ว?” ซูจีกะพริบตา “ไม่ใช่ว่านั่นเป็นโลกที่พระโพธิสัตว์เก็บ
รักษาไว้หรอกเหรอคะ (พระกษิติครรภโพธิสัตว์/พระโพธิสัตว์แห่งสัตย์
สาบาน) ?”
“ใช่แล้ว พระกษิติครรภโพธิสัตว์ได้สั่งสอนผีดิบระดับ 6 นี้ และ
เรียกมันว่า โฮ่ว”
“เป็นอย่างนี้หรอกเหรอ…” ซูจีพยักหน้า และจู่ๆ ก็พูดอย่างกังวล
ว่า “อาจารย์ ไม่ใช่ว่าเมื่องซู่หนานกำลังอยู่ในอันตรายเหรอคะ?”
“เจ้าวางใจได้” หลวงจีนวัยกลางคนยิ้ม “ตั้งแต่ที่ราชาผีดิบถือ
กำเนิด ทุกสำนักต่างพากันส่งผู้เชี่ยวชาญของพวกเขาออกไป ซูจี ครั้งนี้
ข้าอยากให้เจ้าไปด้วยกันกับฟาเซียง สังหารอสูร และกำจัดปีศาจเป็น
หน้าที่ของพวกเรา ผู้เป็นศิษย์ของตถาคต”
เมื่อได้ยินอย่างนี้ ซูจีก็โล่งอก ในตอนนี้ หลวงจีนวัยกลางคนก็โบก
มือแล้วพูดว่า
“ทุกคนออกไปได้ ยกเว้น ฟาเซียง อาจารย์มีเรื่องจะพูดกับเจ้า”
เมื่อเหลือแค่หลวงจีนวัยกลางคนกับฟาเซียง ภายในโถงหลัก หลวง
จีนวัยกลางคนทันใดนั้นก็พูดว่า
“ฟาเซียง ตราผนึก 9 อักษร นั้นเป็นเรื่องง่ายที่จะเรียนตอนเริ่มต้น
แต่จะให้ชำนาญนั้นเป็นเรื่องยาก ศิษย์น้องของเจ้าจะต้องได้รับ
อันตรายจากธรรมชาติ ดังนั้น เจ้าต้องคอยช่วยเหลือเธอ”
“ทะ…ท่านอาจารย์…” ฟาเซียงไม่คิดว่าท่านอาจารย์ของเขาจะรู้
ความลับนี้ กังวลใจ เขาทำเรื่องผิดพลาดซ˺าอีกจนได้ “อาจารย์ ศิษย์ผิด
ไปแล้ว ได้โปรดอย่าลงโทษศิษย์น้องเลย”
“ฟาเซียง เอ๊ย” หลวงจีนวัยกลางคนส่ายหัว และมองไปที่ศิษย์รัก
อย่างรักใคร่ “ครั้งนี้ เมื่อเจ้าลงจากเขาไป เจ้าจะประสบกับเคราะห์
กรรมเรื่องความรัก อย่างไรก็ตาม นี้ไม่ใช่เพราะซูจี เจ้าต้องมีสมาธิกับ
การฝึกตน และเจ้าต้องไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องกิจวัตรของศาสนาเข้าใจ
มั้ย”
“ครับ ท่านอาจารย์….” ฟาเซียงก้มกราบอย่างเคารพ แล้วพูดว่า
“อาจารย์ ใครกันที่เป็นที่มาของเคราะห์กรรมเรื่องความรักของศิษย์?”
“พูดไม่ได้…พูดไม่ได้…” หลวงจีนวัยกลางคนปิดตาของเขา และ
พูดอย่างช้าๆ ว่า “ในเมืองตงชวน ได้มีอรหันต์ปีศาจถือกำเนิดขึ้น
มาแล้ว ฟาเซียง เส้นทางที่เจ้าเลือกเป็นทางที่ยากอย่างมาก เจ้าต้อง
ระวัง ถ้าเจ้าต้องเข้าไปเผชิญกับปัญหาที่แก้ไม่ได้ ในเมืองตงชวน ให้เจ้า
ไปหาอาจารย์ลุงชิฟางของเจ้า มีแค่เขาเท่านั้นที่สามารถช่วยเจ้าให้รอด
จากหายนะได้”
“ทะ…ท่านอาจารย์….” ฟาเซียงตอบรับ แต่เขาพูดในใจว่า ‘ชื่อ
อาจารย์ลุงชิฟางช่างน่าเลื่อมใสจริงๆ เขาเป็นใครกัน?’