มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1209: ชมรมคาราเต้
เหวยเสี่ยวหลงโกรธมาก หากจะบอกว่าเขาเป็นรองหัวหน้าก็ควรที่
จะปรึกษาเขาด้วยไม่ใช่หรือไง
กลุ่มผู้ตามจีบหลี่นาเป็นของนายตั้งแต่เมื่อไหร่
“เอาล่ะ แล้วเราจะดวลกันยังไง”
ฉินเฉาเอ่ยถามอย่างช้า ๆ
“ถึงแม้ว่าพวกเราจะมีพวกเยอะกว่า แต่พวกเราก็ไม่คิดที่จะรังแก
นายหรอก พวกเราจะออกไปสู้กันเพียงแค่สองคนเท่านั้น”
ต่งหลิงหยู่ชี้ไปที่ตัวเองและเหวยเสี่ยวหลงที่อยู่ข้าง ๆ “ตราบใดที่
นายสามารถเอาชนะพวกเราสองคนได้ นายก็พาหลี่นาไปได้เลย กลุ่ม
ของพวกเราจะถูกยุบทันที และตั้งแต่นี้ต่อไปพวกเราก็จะไม่มา
คุกคามหลี่นาอีก”
เหวยเสี่ยวหลงได้ฟังต่งหลิงหยู่ที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวออกมา เขาก็โมโห
จนจมูกบี้แบน
เขาคิดในใจ ถุย ดันโง่พูดออกมาอย่างอวดดีขนาดนี้ ถ้าหากแพ้
ขึ้นมาจะทำยังไง
ดังนั้นเขาจึงจ้องหัวหน้ากลุ่มเขม็ง ด้วยสีหน้าที่ไม่น่ามองเท่าไหร่
นัก
“ฉันเรียนมวยสานต่ามาเป็นเวลาสองปี อย่าหาว่าฉันรังแกนายก็
แล้วกัน”
ต่งหลิงหยู่ตบหน้าอกและกล่าวออกมา “ส่วนรองหัวหน้าของเราก็
เป็นคาราเต้สายดำ ถ้าหากเขาไม่ได้โม้ล่ะก็ นายก็ไม่มีความหวังที่จะ
เอาชนะพวกเราได้เลยแม้แต่น้อย”
เหวยเสี่ยวหลงชักอยากจะอัดคนขึ้นมา
ถุย อะไรคือถ้าหากฉันไม่ได้โม้
“ฉันเป็นคาราเต้สายดำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว”
เขารีบกล่าวออกมาเพราะเกรงว่าหลี่นาจะดูถูกเอาได้ “ฉันมี
ใบรับรองมายืนยันด้วยนะ”
“ฉันรู้แล้ว แล้วพวกเราจะเริ่มดวลกันเมื่อไหร่”
ไม่ว่าจะเป็นมวยสานต่าหรือว่าคาราเต้ ฉินเฉาก็ไม่เห็นมันอยู่ใน
สายตาทั้งนั้น
“ถึงจะต่อสู้กันในมหาวิทยาลัยไม่ได้ แต่ถ้าหากเป็นการประลอง
ศิลปะการป้องกันตัวอย่างยุติธรรมมันก็ไม่มีปัญหา”
เหวยเสี่ยวหลงกล่าวออกมา “ที่นั่นอยู่ในชมรมคาราเต้ ฉันรู้จักกับ
หัวหน้าชมรมนั้นดี”
คนที่ฝึกคาราเต้อย่างเหวยเสี่ยวหลงก็อยู่ในชมรมคาราเต้
เช่นเดียวกัน
แต่เขาไม่มีเวลาเข้าไปในชมรมคาราเต้เพื่อจัดการเรื่องต่าง ๆ
เพราะเมื่อไหร่ที่เขามีเวลา เขาก็รู้สึกอยากออกไปจีบสาวมากกว่า
ชายหนุ่มควรที่จะอุทิศเวลาให้กับสาวสวยจำนวนนับไม่ถ้วนสิถึง
จะถูก
“ดี ตกลงกันตามนี้”
ฉินเฉาจับมือหลี่นาเอาไว้ “เมื่อถึงเวลานั้นก็ช่วยออมมือด้วยล่ะ”
“กล่าวเกินไปแล้ว กล่าวเกินไปแล้ว ฮ่า ๆ ๆ”
ต่งหลิงหยู่ที่คิดว่าตนจะเป็นฝ่ายชนะนั้นยิ้มไม่หุบ
หลี่นา หลี่นา หลังจากผ่านวันนี้ไป เธอก็จะได้รู้ว่าเขาแข็งแกร่ง
ขนาดไหน
มีเพียงแต่เขาเท่านั้นที่จะสามารถปกป้องเธอได้
เหวยเสี่ยวหลงไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่ในใจเริ่มคิดว่าถ้าหาก
เอาชนะฉินเฉาได้ เขาจะจัดการกับต่งหลิงหยู่ยังไง
ถึงหมอนี่จะน่ารังเกียจมาก แต่ก็เป็นคนที่มีความคิดเรียบง่ายไม่
ซับซ้อน
ต่งหลินหยู่นับว่าเป็นคนที่มีฝีมือ เขาเคยต่อสู้กับอีกฝ่ายมาสองครั้ง
และผลที่ออกมาก็คือเสมอ
นอกจากนี้ครอบครัวของอีกฝ่ายก็ยังมีอิทธิพลอยู่บ้าง ซึ่งเขาได้ยิน
มาว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำแหน่งเล็กๆ ในเมืองจิงโตว
มีคำกล่าวเอาไว้ว่า เจ้าหน้าที่ในเมืองจิงโตวทุกคนนับว่าเป็น
เจ้าหน้าที่ แม้ว่าจะมีตำแหน่งเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม
ดังนั้นเหวยเสี่ยวหลงจึงไม่กล้าจัดการหัวหน้ากลุ่มคนนี้ ถึงแม้ว่าทั้ง
คู่จะทะเลาะกัน แต่ก็ยังรักษาสถานการณ์ให้สงบเอาไว้
หัวหน้าและรองหัวหน้ากลุ่มของกลุ่มผู้ตามจีบหลี่นา กำลังจะท้า
ดวลกับแฟนหนุ่มของหลี่นา
ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยจิงโตวราวกับการกระพือ
ปีก
ทั้งสามคนนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงนักศึกษาปีหนึ่ง แต่พวกเขาก็เป็น
ที่รู้จักในมหาวิทยาจิงโตว
โดยเฉพาะหลี่นา ซึ่งเป็นสาวสวยอันดับสองของมหาวิทยาลัยจิง
โตว มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะไม่รู้จักเธอ
แม้แต่ชางลั่วที่กลับหอพักไปแล้วก็ยังรีบรุดมาที่นี่
“นานาน้อย พี่ฉินเฉาของเธอจะไม่เป็นไรงั้นเหรอ”
ชางลั่วกุมมือเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดของเธอ พลางมองไปยังฉินเฉาที่
กำลังยืนอยู่บนเวทีการประลอง ก่อนที่เธอจะถามออกมาด้วยความ
กังวล
“ดูเหมือนว่าสองคนนั้นจะฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวด้วย พี่ฉิน
เฉาของเธอหุนหันพลันแล่นเกินไปแล้ว ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำ
ยังไง”
“ดูเหมือนว่าพี่ฉินเฉาจะต่อสู้ได้ร้ายกาจมาก”
หลี่นากล่าว ก่อนที่จะนึกถึงวันที่เธอดื่มเหล้ามากเกินไป แล้วพี่ฉิน
เฉาก็ตัดแขนคนอื่นจนขาดออกจากกัน “ไม่ว่ายังไง พลังของเขาไม่ใช่
เล่น ๆ อย่างแน่นอน”
“โอ้ ฉันไม่เข้าใจพวกผู้ชายจริง ๆ ทำไมถึงต้องต่อสู้กันด้วยนะ”
ชางลั่วส่ายหัว
“หลี่นา เธออยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย”
ในขณะนั้นเอง เสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้นมา
หลี่นาและชางลั่วหันไปมองทันที ที่แท้ก็เป็นรุ่นพี่หวังยวน
“รุ่นพี่ก็มาที่นี่เหมือนกันเหรอคะ”
หลี่นารู้สึกประหลาดใจมาก “รุ่นพี่ก็มาดูการประลองเหมือนกัน
เหรอ”
“ใช่ ฉันได้ยินมาว่าแฟนของเธอกำลังจะสู้กับใครสักคน ฉันก็เลย
มาดู”
หวังยวนกล่าว ก่อนที่จะหันหน้าไปมองฉินเฉาที่อยู่บนเวที “เขาจะ
เป็นอะไรมั้ยนะ ฉันไม่รู้จักรองหัวหน้าหรอก แต่ฉันกับหัวหน้าต่งหลิงหยู่
เรารู้จักกัน เขาเป็นแชมป์มวยสานต่าของโรงเรียนมัธยมปลายในเมือง
ถ้าหากไม่ใช่เพราะโดนครอบครัวห้ามเอาไว้ เขาก็คงจะยกเลิกการสอบ
เข้า แล้วกลายเป็นนักมวยสานต่ามืออาชีพไปแล้ว”
“แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวเหรอ…..”
ชางลั่วตกตะลึง และยิ่งกังวลแทนฉินเฉามากกว่าเดิม
“ฉันเชื่อมั่นในตัวพี่ฉินเฉา”
หลี่นากล่าวอย่างหนักแน่น เพราะฉินเฉาไม่เคยทำให้เธอผิดหวัง
เลยสักครั้งเดียว
“หลี่นา เพิ่งจะออกมาจากสมาพันธ์นักศึกษาแท้ ๆ ทำไมพวกเธอ
ถึงได้ก่อเรื่องกันแล้วล่ะ”
ทันใดนั้นคนคุ้นเคยก็เดินเข้ามา
เมื่อหลี่นาเห็นพวกเขา เธอก็ต้องประหลาดใจทันที
หวังยวนเองก็ประหลาดใจเช่นเดียวกัน
“รุ่นพี่หลิน ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ล่ะคะ”
“นี่ไม่ใช่หวังยวนหรอกเหรอ”
หลินหยู่ซือส่งยิ้มให้หวังยวน “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
เมื่อก่อนหวังยวนก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์นักศึกษา แต่
เนื่องจากงานที่บริษัทของตระกูลเธอนั้นมีเยอะจนล้นมือ เธอจึงออก
จากสมาพันธ์นักศึกษาไปก่อน
“ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าที่จะได้เจอเธอ ถ้าหากว่าเธอยังอยู่ใน
สมาพันธ์นักศึกษา ฉันก็คงจะยกตำแหน่งเลขาธิการให้เธอไปแล้ว”
หลินหยู่ซือรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก
คนที่มีความสามารถในฝ่ายเลขานุการนั้นมีน้อยมาก อีกทั้งยังมี
ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
และหวังยวนคนนี้ก็เป็นคนที่มีความสามารถมาก น่าเสียดายที่เธอ
ลาออกไปเสียก่อน
หลินหยู่ซือเองก็คิดว่าหลี่นาเป็นคนเก่งเช่นเดียวกัน แต่สาวน้อย
คนนี้มุ่งมั่นที่จะเข้าไปอยู่ในฝ่ายวิชาการ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
“ไม่ได้หรอกค่ะ งานในตระกูลของฉันยังวุ่นวายอยู่เลย ช่วงนี้ฉัน
เองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง โครงการกำลังเป็นไปได้ด้วยดีอยู่แท้ ๆ แต่จู่
ๆ ธนาคารก็ไม่ให้กู้เงินเสียอย่างนั้น ช่วงวันสองวันนี้ฉันก็เลยต้องวิ่งเข้า
ออกธนาคารจนวุ่นวายไปหมด”
เมื่อหวังยวนเห็นรุ่นพี่ของเธอจึงอดบ่นออกมาไม่ได้
เมื่อก่อนหลินหยู่ซือเป็นคนที่คอยชักนำเธอเสมอ
ถึงแม้ว่าจะเหนื่อย แต่เมื่ออยู่กับหลินหยู่ซือ เธอก็ได้เรียนรู้อะไร
มากมาย
“พี่ฉินเฉาของเธอคงจะต้องเป็นจุดสนใจอีกครั้ง”
หลินหยู่ซือส่ายหัวพลางยิ้มออกมา จากนั้นเธอก็หันหน้าไปมอง
ชายที่ยืนอยู่บนเวที “เหวยเสี่ยวหลงกับต่งหลิงหยู่…. ถึงพวกเขาจะเข้า
ไปสู้พร้อมกัน ก็น่ากลัวว่าพวกเขาอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินเฉาเพียง
คนเดียวก็ได้”
คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าฉินเฉามีความสามารถอะไร แต่เลขาธิการหลิน
จะไม่รู้ได้ยังไง
ท้ายที่สุดแล้วฉินเฉาก็เป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้
ในตอนนั้นเซียวเฟิ่งอู๋ผู้โรคจิตได้ครอบครองพลังของเทวทูตที่ไม่
สมบูรณ์
แต่เขาก็ถูกฉินเฉาจับตัวเอาไว้ และโจมตีใส่อย่างรุนแรง โดยที่เขา
ไม่สามารถที่จะตอบโต้กลับได้
แล้วนักศึกษาธรรมดา ๆ เพียงสองคน ที่ถึงแม้ว่าจะเรียนศิลปะการ
ต่อสู้มาบ้าง แต่พวกเขาจะเอาชนะได้ยังไง
ฉินเฉากำลังรังแกคนอื่นอยู่ชัด ๆ
“เขาแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวเหรอ”
หวังยวนไม่คิดแบบนั้น เธอคิดมาเสมอว่าฉินเฉาเป็นเพียงหนุ่มหน้า
ขาวเท่านั้น
“ถึงยังไงก็เก่งกว่าสองคนนั้นอย่างแน่นอน ฮิ ๆ”
หลินหยู่ซือไม่บอกความจริง แต่กล่าวเช่นนั้นออกมาเบา ๆ
“ไร้สาระ”
แต่ในขณะนั้นเอง เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมากับกลุ่มนักศึกษาทั้งชาย
และหญิงที่สวมชุดนักบวชสีขาวก็เดินเข้ามา
“สวีหมิง”
หลินหยู่ซือขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นชายคนนี้
“เลขาธิการหลิน ถึงแม้ว่าเธอจะฉลาดและมีความสามารถมาก แต่
ทักษะทางด้านการมองคนของเธอมันแย่จริง ๆ”
สวีหมิงกอดอก และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถัดจากเซียวเฟิ่งอู๋ก็เป็นฉิน
เฉา เธอตัดสินใจเลือกคนได้แย่ชะมัด”
“สวีหมิง นายหมายความว่ายังไง”
สีหน้าของหลินหยู่ซือพลันเปลี่ยนไป
“หมายความว่ายังไง ก็หมายความตามนั้นน่ะสิ”
สวีหมิงกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ “เมื่อก่อนฉันตามจีบเธอพร้อม ๆ
กับเซียวเฟิ่งอู๋ แต่สุดท้ายเธอก็ไปเลือกมัน ตอนนี้หมอนั่นนอกใจเธอไป
แล้ว เธอรู้สึกดีมั้ยล่ะ”
“สวีหมิง หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว”
หลินหยู่ซือกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “ไม่ว่าจะเป็นนายหรือเซียว
เฟิ่งอู๋ก็ไม่มีใครดีทั้งนั้น”
“เฮ้ เธอไม่เคยมาเป็นแฟนฉัน เธอก็ไม่มีทางที่จะรู้ด้านดี ๆ ของฉัน
อยู่แล้ว”
สวีหมิงฉีกยิ้มออกมา “เลขาธิการหลิน ถ้าหากเธอต้องการ ประตู
ของฉันยังเปิดรอเธออยู่เสมอนะ”
“พอเถอะ นายเก็บประตูของนายเอาไว้ให้ผู้หญิงที่คลั่งไคล้นาย
เข้าไปเถอะ หลินหยู่ซือคนนี้ไม่คิดที่จะมองเข้าไปเลยแม้แต่น้อย”
“เธอ…..”
สวีหมิงรู้ดีว่าหลินหยู่ซือเป็นผู้หญิงที่ดื้อรั้นมาก
เรื่องที่เธอคิด เธอจะถือว่ามันถูกต้องและจะไม่เปลี่ยนใจง่าย ๆ
แต่เขาไม่ยอมหรอก
สาวสวยอันดับที่หนึ่งในรายชื่อของสาวงามนั้นไม่มีผู้ชายคนไหน
อยู่ภายในใจ
ถึงรูปร่างหน้าตาของเธอและหลี่นาที่อยู่ข้าง ๆ จะกินกันไม่ลง
แต่ความเย่อหยิ่งและความเย็นชาของเธอนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เด็กปีหนึ่ง
จะสามารถเทียบเคียงได้
นี่จึงทำให้ผู้ชายจำนวนนับไม่ถ้วนคลั่งไคล้เธอ
ไม่อย่างนั้นจะมีคำกล่าวนี้ได้ยังไง ผู้ชายก็เหมือนกับสัตว์ ยิ่งคุณไม่
ยอมให้เขากิน เขาก็จะยิ่งรู้สึกกระหาย
หลินหยู่ซือก็เหมือนกับปลาที่ผู้ชายไม่สามารถกินได้
“พวกเธอคิดว่าเหวยเสี่ยวหลงเป็นผักงั้นเหรอ”
เขาทำเสียงฮึดฮัด ก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่อง แล้วกล่าวต่อไปว่า “เขา
เป็นสมาชิกในชมรมที่ฉันภาคภูมิใจมากที่สุด ฉันสามารถพูดได้เลยว่าใน
ชมรมนี้ นอกจากฉันแล้ว เขาก็ไม่มีคู่ต่อสู้คนอื่นอีก ฉันวางแผนเอาไว้ว่า
หลังจากที่ฉันลงจากตำแหน่ง ฉันจะยกชมรมคาราเต้ให้เขา”
“ชมรมห่วยแตกของนายมีอะไรให้น่าสืบทอด”
หลินหยู่ซือกล่าวเหยียดหยาม “จะส่งเสริมศิลปะการต่อสู้ของ
ปีศาจตัวน้อย นายไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือไง”
“หลินหยู่ซือ มันจะมากเกินไปแล้วนะ”
เด็กสาวซึ่งเป็นสมาชิกในชมรมกรีดร้องออกมาทันที “คาราเต้เป็น
กีฬาที่แข็งแกร่งมาก ดังนั้นพวกเราถึงต้องเรียนรู้มัน เป็นปีศาจตัวน้อย
แล้วยังไง ใครใช้ให้คาราเต้แข็งแกร่งกว่ามวยสานต่าล่ะ”
“ไร้สาระ”
หวังยวนที่อยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “เธอเคยเห็นศิลปะการ
ป้องกันตัวที่แท้จริงหรือเปล่า”
“มันไม่ได้มีให้เห็นทางทีวีบ่อย ๆ หรือไง พวกการกระโดดสูงหลาย
เมตร เหาะเหินอยู่บนหลังคาและกำแพง หรือว่ากำลังภายใน เหอะ มัน
จะเป็นไปได้ยังไง เรื่องพวกนี้มันไม่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์เลยสัก
นิด”
“เธอจะไปเข้าใจอะไร ในทีวีจะไปมีศิลปะการป้องกันตัวที่แท้จริง
ได้ยังไงล่ะ นี่เธอดูหนังกำลังภายในมากไปหรือไง”
หวังยวนเคยเจอปรมาจารย์ทางด้านศิลปะการป้องกันตัวมาแล้ว
เธอได้เห็นกับตาตัวเองว่าชายชราคนหนึ่งสามารถล้มคนที่ยังหนุ่มยัง
แน่นและทรงพลังจำนวนมากได้ยังไง
ศิลปะการป้องกันตัวนั้นร้ายกาจมาก ผู้หญิงคนนี้จะไปเข้าใจมันได้
ยังไง
“เหอะ รอให้เธอเห็นเหวยเสี่ยวหลงของเราแสดงวิชาคาราเต้ของ
เขาออกมาก่อนเถอะ แล้วพวกเธอก็จะรู้เอง”
ผู้หญิงคนนั้นตะโกนออกมา
“ฉันหวังว่าเขาจะไม่โดนซัดกลับมาอย่างน่าอนาถก็แล้วกัน”
หลินหยู่ซือยังคงหัวเราะออกมาด้วยความมั่นใจ