มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1226: ความมุ่งมั่นของหวังยวน
หวังยวนวางสายแม่ของเธอ ก่อนที่จะเริ่มกังวลระคนโกรธเคือง
ให้ไปถามหวงปิงงั้นเหรอ?
หวังยวนไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ดีว่าหวงปิงต้องการอะไร
ถ้าหากเธอไปขอร้องเขา เธอจะต้องชดใช้ด้วยการแต่งงานกับ
ผู้ชายคนนี้
และหลังจากนั้นเธอก็จะต้องสูญเสียอิสรภาพไปอย่างสมบูรณ์ และ
จะต้องกลายเป็นเหยื่อของการคลุมถุงชนในหมู่ชนชั้นสูง
หลังจากที่ใช้เวลาใคร่ครวญมาสักพัก ในที่สุดเธอก็หยิบ
โทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหารุ่นน้องของเธอ
หลี่นากำลังนั่งอยู่บนรถยนต์ Audi ที่ชางลั่วเป็นคนขับหลังจากที่
ชางลั่วกลับมาจากหอศิลป์ในเมืองจิงโตว ทันใดนั้นสายโทรศัพท์จาก
หวังยวนที่โทรเข้ามาก็ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ
“รุ่นพี่หวังยวนเหรอ?”
หลี่นากล่าวออกมา ในขณะที่ถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้
“รุ่นพี่เขาโทรมาหาเธอทำไมน่ะ?”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน…..”
หลี่นาไม่เข้าใจแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าพวกเธอจะแลกเบอร์โทรศัพท์
กันเอาไว้ แต่รุ่นพี่หวังยวนก็ไม่เคยโทรมาหาเธอเลยสักครั้ง
เธอกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องงานไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้โทรมาหาเธอล่ะ?
“สวัสดีค่ะรุ่นพี่”
“หลี่นา…ขอโทษทีนะ ฉันมีเรื่องจะขอร้องเธอนิดหน่อย”
หวังยวนกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ในขณะนี้ ทันทีที่หลี่นารับสาย เธอจึง
เอ่ยถามออกมาอย่างตรงประเด็น
“โอ้ รุ่นพี่พูดมาเถอะค่ะ อย่าได้ถามอะไรเลย รุ่นพี่ว่ามาเลยค่ะว่า
อยากให้ฉันช่วยอะไร”
หลี่นารีบกล่าวออกมาทันที
หวังยวนมักจะคอยช่วยเหลือเธอมาไม่น้อย ถ้าหากรุ่นพี่คนนี้
ต้องการความช่วยเหลือ เธอจะปฏิเสธได้ยังไง
“คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ หลี่นา… ฉันอยากถามเธอว่ารุ่นพี่ฉินเฉา
ของเธอทำธุรกิจอะไรอยู่?”
“รุ่นพี่ต้องถามเขาเองค่ะ”
หลี่นาสงสัยว่าทำไมรุ่นพี่หวังยวนถึงได้อยากรู้เรื่องของพี่ฉินเฉา
“ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำธุรกิจหลายอย่าง
เลยค่ะ”
ต้าฟากรุ๊ปนั้นคงจะเป็นบริษัทที่ครอบคลุมทุกอย่างเป็นจำนวน
มาก
“นี่….ที่จริงแล้วฉันอยากคุยกับเขาในเรื่องการขอความร่วมมือ”
“ขอความร่วมมือเหรอคะ?”
“อืม ตอนนี้ฉันมีโครงการดี ๆ อยู่ในมือ แต่ว่ากำลังขาดแคลน
เงินทุน ฉันหาคนมาช่วยเหลือไม่ได้แล้วจริง ๆ ก็เลยต้องมาถามพี่ฉินเฉา
ของเธอว่าเขาสนใจที่จะมาร่วมระดมทุนหรือเปล่า”
“โอ้ แล้วรุ่นพี่ต้องการเงินทุนเท่าไหร่เหรอคะ?”
“กะ ก็ไม่มากเท่าไหร่ แค่ประมาณสองร้อยล้านหยวน…..”
“สะ สองร้อยล้าน!”
หลี่นาตกใจจนเกือบจะทำโทรศัพท์มือถือหล่นลงไปกับพื้น
ตอนที่เธอทำงานอยู่ที่ KFC นั้น มีข้อตกลงในการทำงานพาร์ทไทม์
อยู่ที่สี่หยวนต่อหนึ่งชั่วโมง
แม่เจ้า สองร้อยล้าน…..
ถ้าหากเธอนั่งอยู่ใน KFC คงจะไม่มีวันได้เงินจำนวนนั้นมาแน่ ๆ
……
“อืม เงินทุนสองร้อยล้านหยวนนั่นแหละ……”
หวังยวนค่อนข้างที่จะละอายใจ เธอรู้ว่าตัวเองกำลังเรียกร้องเงิน
จำนวนมหาศาลอยู่
แต่ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในสถานการณ์วิกฤต จึงต้องรับมือกับ
เหตุการณ์คับขันอย่างฉุกละหุกแบบนี้
ถ้าหากยังไม่สามารถรับมือกับเรื่องเงินทุนได้ภายในสองวัน ตระกูล
หวังจะต้องประกาศล้มละลาย
“รุ่นพี่คะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้เบอร์โทรศัพท์ของพี่ฉินเฉาไป คุณ
ลองไปคุยกับเขาดูนะคะ….. บางทีเขาอาจจะสนใจก็ได้ค่ะ”
เงินจำนวนมากมายขนาดนี้ เธอไม่สามารถที่จะรับผิดชอบมันได้
ถ้าหากเป็นเงินหลักแสนล่ะก็ เธอก็คงจะไปขอร้องพี่ฉินเฉาให้ช่วย
เพราะเห็นแก่มิตรภาพระหว่างเธอกับรุ่นพี่
แต่ในเมื่อตอนนี้มีเรื่องใหญ่แบบนี้เกิดขึ้น หลี่นาจึงตัดสินใจที่จะไม่
เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
“เข้าใจแล้ว…..”
หวังยวนพยักหน้า เธอเองก็เข้าใจดีว่าหลี่นาไม่สามารถที่จะ
ช่วยเหลือเธอในเรื่องนี้ได้ มันต้องขึ้นอยู่กับฉินเฉาคนเดียวเท่านั้น
ในไม่ช้าหลี่นาก็ส่งเบอร์โทรศัพท์ของฉินเฉาให้กับหวังยวน
หวังยวนเหม่อมองเบอร์โทรศัพท์ ก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้ว
กดโทรหาฉินเฉา
ในขณะนั้นเองฉินเฉากำลังแอบมาสูบบุหรี่อยู่ในห้องน˺าภายในหอ
ศิลป์ ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เขากดรับสายหลังจากที่
เห็นว่ามันเป็นเบอร์แปลก
“ฮัลโหล”
“นี่ฉินเฉาหรือเปล่า…..”
เสียงของเด็กสาวดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ ฉินเฉาประหลาดใจ
เล็กน้อยพร้อมกับคิดในใจว่า คนคนนี้เป็นใคร ทำไมเสียงถึงไม่คุ้นหูเลย
“นี่ผมเอง คุณเป็นใครครับ?”
“ฉันเอง หวังยวน รุ่นพี่ของหลี่นา…..”
แม่เจ้า ที่แท้ก็เป็นสาวน้อยคนนี้นี่เอง
พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง เธอถึงได้โทรมาหาเขา?
หรือเพราะว่าเธอยังมีปัญหากับเรื่องเมื่อคราวที่แล้วอยู่?
“นี่ สหายหวังยวน”
ฉินเฉารีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว “คราวที่แล้วเธอยังทำให้ฉัน
กลัวไม่พอหรือไง ถึงต้องโทรมาตามล่าฉันให้ฉันกลัวอีกรอบ?”
“มะ ไม่ใช่แบบนั้น…..”
หวังยวนรีบพูดออกมา “เรื่องคราวก่อนฉันต้องขอโทษด้วยจริง ๆ
ฉันหวังว่านายจะไม่เก็บมันมาใส่ใจ… วันนั้นมันมืดไปหน่อย ไฟบนถนน
ก็ไม่ค่อยสว่างมากนัก บางทีฉันอาจจะตาฝาดไปเองก็ได้…..”
“อาจจะเป็นไปได้ก็ได้ เธอคงจะตาฝาดไปเอง เพราะตอนนั้นไม่มี
ใครอยู่กับฉันจริง ๆ”
ฉินเฉากล่าวออกมาด้วยน˺าเสียงที่จริงจังและน่าเชื่อถือ
ไม่มีใครอยู่อย่างแน่นอน มีเพียงแต่ปีศาจสาวเท่านั้น
“ใช่ ๆ ๆ ไม่มีใครทั้งนั้น ฉันตาฝาดไปเองจริง ๆ”
หวังยวนรีบกล่าวออกมา
คราวนี้ฉินเฉาเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาแล้ว
ทำไมวันนี้ผู้หญิงคนนี้ถึงได้พูดจาดีกับเขา?
“เอาล่ะคนสวย นี่คงจะเรียกว่า ไร้เรื่องร้อนใจก็ไม่ถ่อไปวัด เธอมี
เรื่องอะไรถึงได้โทรมาหาฉันล่ะ พูดมาเลยเถอะ”
“น่าอายจริง ๆ …..”
หวังยวนค่อนข้างที่จะลังเล “ที่จริงแล้วฉันอยากจะคุยเรื่อง
โครงการกับนาย… ฉันหวังว่านายจะสามารถร่วมมือกับฉันได้”
“คุยเรื่องงานงั้นเหรอ?”
ฉินเฉาผงะไปชั่วครู่หนึ่ง
“เอาล่ะ คุณหวังคนสวย เธอเคยเห็นใครมาพูดคุยเรื่องงานกันทาง
โทรศัพท์หรือเปล่า?”
“มะ ไม่เคย แต่ว่าฉันกังวลนี่นา…..”
หวังยวนกล่าวออกมา
“เลิกกังวลได้แล้ว เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน วันนี้ฉันมีธุระที่ต้องทำ
เพราะฉะนั้นวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง พวกเราออกไปทานข้าวกัน แล้วก็
พูดคุยเรื่องนี้กันบนโต๊ะอาหารไปด้วย”
ฉินเฉากล่าวออกมา
คนจีนชอบแก้ปัญหากันในขณะที่ทานอาหารไปด้วย
“อืม… วันพรุ่งนี้ฉันจะหาสถานที่ดี ๆ แล้วจะโทรหานายนะ……”
เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายไม่ได้ปฏิเสธเธอออกมาตรง ๆ หวังยวนก็รู้สึก
โล่งใจขึ้นมาได้บ้าง
แต่เธอก็ยังกังวลว่าเงินทุนของฉินเฉาจะมีเพียงพอที่จะแก้ปัญหา
เรื่องนี้หรือเปล่า
สองร้อยล้านหยวนนั้นไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ ครอบครัวของคน
ส่วนใหญ่นั้นไม่กล้าที่จะคิดถึงเงินจำนวนนี้
ทันทีที่เธอวางสายโทรศัพท์ของฉินเฉา เสียงโทรศัพท์ของ
สำนักงานก็ดังขึ้นมาทันที
“หัวหน้าหวัง คุณหวงต้องการพบคุณค่ะ”
เสียงของผู้ช่วยดังออกมาจากโทรศัพท์
“บอกเขาไปว่าฉันไม่ว่าง”
หวังยวนเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
เธอรู้ว่าหวงปิงคิดจะทำอะไร
เธอเข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมธนาคารถึงได้ปฏิเสธที่จะมอบเงินกู้
ให้กับบริษัทของเธอ
หวงปิงจะต้องเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อย่างแน่นอน
ดูเหมือนว่าเขาต้องการที่จะใช้วิธีนี้ในการบีบให้เธอยอมเชื่อฟังเขา
…..
แต่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะเธอคือหวังยวน เธอจะไม่ยอมกลายเป็น
ภรรยาของหวงปิงเพราะเรื่องนี้เป็นอันขาด
“หวังยวน ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ ทำไมเธอถึงยังอารมณ์ไม่ดี
อยู่อีกล่ะ?”
หลังจากที่วางสายไปได้ไม่นาน หวงปิงก็เปิดประตูสำนักงานและ
เดินเข้ามาข้างในทันที
หวังยวนโมโหขึ้นมาทันที หมอนี่เข้ามาได้ยังไง!
“คุณ คุณเข้าไปไม่ได้นะคะ!”
และในตอนนั้นเอง ผู้ช่วยสาวของเธอก็พุ่งเข้ามาด้วยเช่นกัน แต่
เธอกลับถูกบอดี้การ์ดในชุดดำทั้งสองคนรั้งตัวเอาไว้
“เอาล่ะ เสี่ยวเยว่ เธอกลับไปทำงานก่อนเถอะ”
หวังยวนรู้ดีว่าคราวนี้หวงปิงบุกเข้ามาเอง และผู้ช่วยของเธอไม่
สามารถห้ามเขาเอาไว้ได้
“หวงปิง นายทำมาอะไรที่นี่? ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่ต้อนรับนายนะ”
หวังยวนยังคงกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาเช่นเดิม
เธอไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องพูดคุยกับผู้ชายคนนี้
นอกจากนี้คนในสี่ตระกูลใหญ่ ก็ไม่มีใครที่เป็นคนดีเลยสักคน
“หวังยวน อย่าพูดแบบนั้นสิ ทุกคนที่นี่เป็นคนของเธอ ฉันมาหา
เธอถึงที่แล้ว เธอจะกล่าวต้อนรับฉันแบบนี้ได้ยังไง?”
หวงปิงหยิบบุหรี่รุ่นพิเศษขึ้นมาสูบอย่างช้า ๆ
หวังยวนโบกมือไปมาเพื่อพัดไล่ควัน จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืนและ
เดินไปเปิดหน้าต่าง
รูปร่างด้านหลังที่งดงามของเธอ รวมไปถึงบั้นท้ายอันโดดเด่นที่ถูก
กระโปรงยาวห่อหุ้มเอาไว้นั้นทำให้หวงปิงต้องกลืนน˺าลายลงไป
เขาสามารถมองเห็นเค้าโครงเรียวขาของเธอได้จากตรงนี้
ผู้หญิงดี ๆ เช่นนี้จะต้องกลายมาเป็นภรรยาของเขา
“หวงปิง ฉันเองก็ยังแปลกใจอยู่เลย ว่ามีใครที่กำลังบงการตระกูล
หวังของพวกเราอยู่หรือเปล่า”
หวังยวนเปิดหน้าต่างเพื่อให้ควันบุหรี่ลอยออกไปข้างนอก จากนั้น
เธอก็เดินกลับมานั่งเก้าอี้ และมองไปยังหวงปิงที่ยังคงมีสีหน้าภาคภูมิใจ
“แต่พอนายมาอยู่ที่นี่ฉันก็ได้รู้คำตอบแล้ว หวงปิง ฉันไม่คิดเลยว่า
เพื่อให้ได้ตัวฉัน นายถึงกับต้องใช้วิธีที่น่ารังเกียจขนาดนี้”
“ไม่วางยาพิษก็ไม่ใช่คนยิ่งใหญ่”
หวงปิงโบกมือ จากนั้นบอดี้การ์ดในชุดดำก็ก้าวออกไปเลื่อนเก้าอี้
มาให้คุณชายของตัวเองนั่งลง
เขานั่งไขว่ห้าง พร้อมกับมองหน้าหวังยวนแล้วกล่าวว่า “ฉันแค่
อยากจะบอกเธอเอาไว้ ว่าเธอไม่สามารถหนีไปจากเงื้อมมือของหวงปิง
ผู้นี้ได้”
“นายคงจะเข้าใจอะไรผิดไป”
หวังยวนปฏิเสธอย่างไม่เกรงกลัว “หวังยวนคนนี้ไม่เคยกลัวใคร
แม้แต่นาย ฉันก็ไม่กลัว”
“สิ่งที่เธอควรจะกลัวมันไม่ใช่ฉันหรอก แต่เป็นตระกูลหวงต่างหาก
ล่ะ”
หวงปิงเขี่ยขี้บุหรี่ออกไป ก่อนที่จะกล่าวว่า “ในเมืองจิงโตวแห่งนี้
จะมีใครที่กล้าต่อสู้กับตระกูลหวงของพวกเราบ้าง”
“นายคงจะคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่คับฟ้าที่สุดแล้ว”
หวังยวนเบ้ปาก “ถึงนายจะปิดกั้นหนทางของฉันจนหมดทุกทาง
ฉันก็ยังสามารถแยกตัวออกมาจากตระกูลหวังได้อยู่ดี”
“ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นซุนหงอคง เธอก็หนีออกไปจากฝ่ามือของพระ
ยูไลไม่ได้”
หวงปิงกล่าวออกมาด้วยความใจเย็น
เขาคิดว่าตัวเองสามารถควบคุมทุกอย่างเอาไว้ได้แล้ว
หากเขาอยากบีบคั้นตระกูลหวัง เขาก็สามารถบีบคั้นได้ตามใจชอบ
“นายประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว”
หวังยวนกล่าวออกมาอย่างไม่เกรงใจ “ฉันไม่ใช่ซุนหงอคง ส่วน
นายก็ไม่ใช่พระยูไล นายก็เป็นแค่หวงปิงเท่านั้น ถึงแม้ว่าตระกูลหวงจะ
ทรงพลังขนาดไหน แต่พวกนายก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาตัดสินใจเรื่องทุก
อย่างได้ เรื่องความเป็นความตายของตระกูลหวัง มันเป็นเรื่องที่ฉัน
จะต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง!”
“ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์จริง ๆ สินะ”
หวงปิงกล่าวเย้ยหยันออกมา “อวดดีแบบนั้นต่อไปเถอะ ฉันจะรอ
ดูว่าอีกสองวันต่อมา เธอจะยังเข้มแข็งแบบนี้ได้อยู่หรือเปล่า เมื่อเวลา
นั้นมาถึง เธอจะต้องร้องห่มร้องไห้มาอ้อนวอนฉันแน่!”
“มันก็เป็นแค่ความฝันของนายเท่านั้น”
หวังยวนชี้ไปที่ประตู “แต่ตอนนี้ฉันคงต้องขอร้องให้นายออกไป
เพราะทั้งบริษัทแห่งนี้และตระกูลหวังไม่ต้องรับนาย!”
“จะเร็วหรือช้า ทั้งที่นี่และเธอก็จะต้องตกเป็นของฉัน!”
หวงปิงกล่าวออกมาอย่างเย็นชา ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป
“ตัวฉันจะเป็นของฉันตลอดไป”
หวังยวนเฝ้ามองคุณชายตระกูลหวงเดินจากไป
หลังจากที่หวงปิงเดินออกไปและขึ้นมานั่งบนรถแล้ว เขาก็อดไม่ได้
ที่จะบันดาลโทสะออกมา
“บัดซบ นังผู้หญิงจากตระกูลหวังช่างทำตัวยิ่งใหญ่ซะเหลือเกิน!”
“คุณชายหวงครับ”
หม่าลั่วหางผู้นั่งอยู่บนรถสังเกตเห็นท่าทีของคุณชายหวง เขาจึงรู้
ได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายถูกขับไล่ไสส่งกลับมา
“หรือว่าที่หวังยวนแข็งข้อได้แบบนี้ จะเป็นเพราะว่าเธอมีที่พึ่ง
แล้ว?”
เขากล่าวออกมาด้วยความกังวล
“เป็นไปไม่ได้”
หวงปิงส่ายหน้าทันที พร้อมกับกล่าวว่า “ในเมืองจิงโตวแห่งนี้จะ
ยังมีใครที่กล้ามาต่อกรกับตระกูลหวงและปกป้องเธอได้อีก เธอไม่รู้จัก
กับแม่ม่ายตระกูลหยาง หากเป็นตระกูลถัง แค่จะปกป้องตัวเอง
ในตอนนี้ก็ยังเป็นปัญหาเลยด้วยซ˺า ส่วนตระกูลซือก็ตกต˹าไปแล้ว แล้ว
มันจะเป็นใครได้อีกล่ะ เธอก็แค่ไม่อยากถูกฉีกหน้าเท่านั้นแหละ รอให้
ถึงอีกสองวันถัดมาก่อนเถอะ หวงปิงคนนี้จะให้เธอมาร้องไห้และคุกเข่า
อ้อนวอนต่อหน้าให้ดู!”