มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1258: เข้าห้องน˺าด้วยกัน
ซูเฟยรู้สึกว่าเธอกำลังถูกฉินเฉายั่วโมโห
เรื่องทะเลาะกันนั้น คนที่เธอจะทะเลาะด้วยมีเพียงแค่ฉินเฉา
เท่านั้น
และเมื่อถูกผู้ชายคนนี้คอยตามตลอดเวลา เธอก็จะยิ่งโมโหมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือในตอนนี้
หลังจากที่ทะเลาะกันไปในช่วงเช้าแล้วนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือฉินเฉา
กลายมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของซูเฟย
และในเวลานี้ บอดี้การ์ดส่วนตัวก็กำลังดูละครบนคอมพิวเตอร์ใน
ห้องทำงานของซูเฟยอยู่
ท่าทางของเขาเหมือนกับบอดี้การ์ดส่วนตัวตรงไหน?
เธอรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังพักผ่อนในวันหยุดอยู่ด้วยซ˺า
“ฉินเฉา นายเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของฉันจริงเหรอ?”
ซูเฟยวางเอกสารในมือ ก่อนที่จะเอ่ยถามออกมาด้วยความ
หงุดหงิด
“แน่นอนอยู่แล้ว”
ฉินเฉากำลังดูละครทีวีอันน่าเบื่อของเกาหลี เมื่อได้ยินคำถามของ
ซูเฟย เขาก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอันงดงามที่แสดงอารมณ์โกรธของ
เธอ
“ในเมื่อใช่ แล้วทำไมนายถึงกล้านั่งดูละครต่อหน้าฉันแบบนั้น?”
“ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่หรือไง?”
ฉินเฉาถามกลับไปทันที “เธอต้องการให้บอดี้การ์ดส่วนตัวคอย
ตามติดและปกป้องเธอทั้งวันเหรอ?”
เขากลืนประโยคหลังลงไป นั่นก็คือ
‘นั่นมันผ้าอนามัยแล้ว’
“แน่นอนว่ามันไม่ใช่แบบนั้น”
ซูเฟยคิดในใจว่า นายคิดจะมาตัวติดกับฉันงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ
“อย่างน้อย ๆ นายก็ควรที่จะมายืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน”
“ฉันขอถามอะไรเธอสักอย่างสิ”
จู่ ๆ ฉินเฉาก็กล่าวออกมาด้วยน˺าเสียงจริงจัง
“หืม?”
ซูเฟยไม่รู้ว่าฉินเฉากำลังจะพูดอะไร และเธอเองก็รู้สึกสงสัย
เช่นกัน “นายจะถามเรื่องอะไร?”
“ถ้าหากคุณไม่ได้กิน ไม่ได้นอน ไม่ได้ดูละครเลยตลอด 24 ชั่วโมง
เพราะเอาแต่ยืนอยู่ข้างผู้ชาย แล้วก็ต้องคอยจ้องเขาอยู่อย่างนั้น คุณว่า
คุณจะรู้สึกเบื่อหรือเปล่า?”
“ก็ต้องเบื่ออยู่แล้ว…..”
ซูเฟยกล่าวออกมาอย่างไม่รู้ตัว และทันใดนั้นเธอก็คิดขึ้นมาได้
“ให้ตายเถอะ! ฉันไม่ใช่บอดี้การ์ดส่วนตัวสักหน่อย ฉันเป็นเจ้านาย
ของนาย! แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่ใช่ผู้ชาย แต่ฉันเป็นผู้หญิง!”
“ดี”
ฉินเฉากะพริบตา “ถ้าอย่างนั้นผมก็จะเปลี่ยนความคิด คุณเป็น
ผู้หญิง แล้วก็เป็นผู้หญิงที่สวยมาก แถมยังเป็นคนสวยที่เป็นนักธุรกิจอีก
ถ้าหากผมได้ยืนอยู่ข้าง ๆ คุณ คอยจ้องมองคุณทุกวัน ผมคงจะทำเรื่อง
ผิดพลาดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้แน่ ๆ”
“นักธุรกิจอะไรกันล่ะ…..”
ซูเฟยนึกเหยียดหยาม แต่ทันใดนั้นเธอก็ทั้งโกรธและทั้งอาย
ผู้ชายคนนี้ไร้ยางอายจริง ๆ!
“สารเลว!”
เธอต่อว่าฉินเฉา ที่จริงแล้วเธอไม่รู้ว่าจะต่อว่าเขาด้วยคำว่าอะไร
ด้วยซ˺า
ซูเฟยนั่งลงด้วยความโกรธเคือง เธอรู้สึกถึงความสับสนวุ่นวายใน
หัว จนไม่อยากทำงานอีกต่อไป
พอผู้ชายคนนี้มาอยู่ข้างเธอ เขากลับยิ่งเพิ่มความวุ่นวายให้เธอ
ทันใดนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืนทันที ฉินเฉาเองก็ลุกขึ้นยืนด้วยเช่นกัน
“นายกำลังจะทำอะไร?”
ซูเฟยเอ่ยถาม
“แล้วคุณกำลังจะทำอะไร?”
แต่ฉินเฉานั้นเอ่ยถามกลับ
“ฉันจะไปเข้าห้องน˺า”
ซูเฟยจ้องฉินเฉาไม่วางตา
“ดี ถ้าอย่างนั้นผมก็จะไปห้องน˺าด้วย”
คำตอบของฉินเฉายิ่งทำให้ซูเฟยรู้สึกโมโหมากกว่าเดิม
“นายพูดเองไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าฉันเข้าห้องน˺า นายจะไม่ตามฉันไป?”
“ผมหมายความว่า ผมจะไม่เข้าไปอยู่ในห้องน˺าเดียวกับคุณ
ต่างหาก”
ฉินเฉายักไหล่ “แต่ระหว่างทางที่คุณจะไปเข้าห้องน˺า ผมจะต้อง
ตามคุณไปด้วย”
“ไม่ได้!”
ซูเฟยตื่นตระหนกขึ้นมาทันที ทำไมหมอนี่ถึงได้ทำตัวเหมือนกับ
หมากฝรั่งที่ติดตัวเธอแน่นแบบนี้? “นายนั่งรออยู่ในห้องทำงานนี่แหละ
ฉันจะไปเข้าห้องน˺าเอง”
“ถ้าหากนักฆ่าลงมือในระหว่างที่คุณกำลังเดินไปล่ะ?”
ฉินเฉาตั้งคำถามทันที “ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในสถานการณ์วิกฤตนะ
ครับ เรื่องบางเรื่อง คุณก็จำเป็นที่จะต้องอดทนกับมัน”
จากนั้นเขาก็เดินไปยืนอยู่ข้างซูเฟย
ผู้หญิงคนนี้ช่างมีกลิ่นหอมดีจริง ๆ
ดูเหมือนว่าจะแตกต่างออกไปจากกลิ่นของซูจีเสียด้วย
แต่ถึงยังไงพวกเธอก็เป็นพี่น้องฝาแฝดกัน
“น่ารำคาญจริง ๆ ……”
ซูเฟยรู้ดีว่าเธอเถียงฉินเฉาไม่ได้ เธอจึงหมุนตัวและเดินออกไปจาก
ห้องทำงาน
ส่วนฉินเฉาก็คอยเดินตามหลังเธอมา ราวกับเป็นเงา
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชอบใช้คำคำนี้กับฉินเฉามากนัก แต่ในช่วงวิกฤต
แบบนี้ เธอจำเป็นที่จะต้องอดทน…..
ฉินหลิงผู้ที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าประตูห้องทำงาน เมื่อเห็นฉินเฉา
เดินออกมาพร้อมกับซูเฟย เธอก็ส่ายหัวอย่างอดไม่ได้
คราวนี้คงจะได้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแน่ๆ
“ไม่ต้องตามฉันมาแล้ว”
ทันทีที่ซูเฟยเดินมาถึงห้องน˺า เธอก็เอื้อมมือออกไป “ห้องน˺าชาย
อยู่อีกด้าน”
“ผมไม่ได้บอกสักหน่อย ว่าจะมาเข้าห้องน˺า”
ฉินเฉาฉีกยิ้ม ก่อนที่จะเปิดประตูห้องน˺าหญิง “บอสซู เชิญคุณเข้า
ไปก่อนเลยครับ”
ซูเฟยเข้าใจได้ในทันทีว่าฉินเฉากำลังจะทำอะไร เธอหันไปจ้องเขา
ด้วยความตกใจ
“นะ นายจะเข้าไปด้วยกันเหรอ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
ฉินเฉาพยักหน้า “ถึงมันจะน่าอายไปสักหน่อย แต่มันจะเป็นการ
ดีกว่าถ้าหากผมคอยปกป้องคุณอยู่ข้าง ๆ เราจำเป็นที่จะต้องทำแบบนี้
ในช่วงเวลาวิกฤตนะครับ”
“จะ จะทำแบบนั้นได้ยังไง!”
ซูเฟยยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นกว่าเดิม แค่ให้เขาคอยติดตามเธอ เธอ
ก็รู้สึกอายมากพออยู่แล้ว….. แต่นี่จะต้องให้เขายืนอยู่หน้าห้องน˺า แล้ว
รอเธอ…มันจะไม่น่าอายหรือไง?
“ช่วงวิกฤตแบบนี้…ต้องอดทนจนกว่ามันจะผ่านไปนะครับ”
ฉินเฉาหัวเราะออกมา
“วิกฤตน้องสาวนายสิ นี่มันจะเกินไปแล้วนะ!”
“ถ้าหากมีนักฆ่าเข้ามาจู่โจมคุณ ตอนที่คุณเข้าห้องน˺าอยู่จะทำ
ยังไงล่ะ?”
ฉินเฉาตีหน้าขรึม “ถ้าหากคุณตายไป หน้าที่ของผมก็จะล้มเหลว
แล้วพอคุณตายไป ความน่าเชื่อถือของผมก็จะหายไปด้วยน่ะสิ!”
“ไปตายซะ!”
ซูเฟยเหยียบเท้าฉินเฉาเต็มแรง
ฉินเฉาคิดในใจ โชคดีที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ใส่รองเท้าส้นสูง
ไม่อย่างนั้นส้นรองเท้าของเธอคงจะหักไปแล้ว
“จะมีนักฆ่าที่ไหนที่โรคจิตแบบนั้นกัน?”
“นี่ไม่ได้เรียกว่าโรคจิต”
ฉินเฉาอธิบายเพื่อแก้ไขความคิดของซูเฟยให้ถูกต้อง “แต่มัน
เรียกว่าโอกาส คุณคิดว่านักฆ่าจะให้โอกาสคุณได้ไปเข้าห้องน˺างั้น
เหรอ? ไม่เอาน่า นักฆ่าไม่ใช่พ่อแม่ของคุณนะครับ ตราบใดที่มีโอกาส
ในการฆ่าคุณได้ พวกมันก็จะไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไปแน่”
“นะ นาย ฉันไม่เข้าแล้วก็ได้!”
“ถ้าหากกลั้นเอาไว้ไม่ได้จะทำยังไงล่ะ?”
ฉินเฉากล่าวออกมาทันที “ยิ่งไปกว่านั้นคุณก็จะต้องอยู่กับผมไป
อีกนาน คุณจะไม่เข้าห้องน˺าเลยเหรอ?”
จากนั้นฉินเฉาก็ผิวปากออกมาอย่างกะทันหัน
เสียงผิวปากแหลมสูงที่ดังออกมานี้ ทำให้ซูเฟยยิ่งรู้สึกเกร็งที่
บริเวณช่วงล่างมากขึ้น เธออดไม่ได้ที่จะถูขาทั้งสองข้างไปมา
เธอทั้งโกรธทั้งอับอาย แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี “น่า
รำคาญจริง ๆ หลีกทางไปได้แล้ว!”
จากนั้นเธอก็ผลักฉินเฉาออกไป พร้อมกับเดินเข้าไปในห้องน˺าหญิง
ฉินเฉาเดินตามเข้าไปทันที ถ้าหากมีนักฆ่าอยู่ในห้องน˺าจริง ๆ จะ
เกิดอะไรขึ้น?
สิ่งที่เขาพูดออกไปเมื่อครู่นี้ มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินเข้าไปนั้น อาจารย์สาวคนหนึ่งที่เพิ่ง
จะดึงกางเกงขึ้นมา ก็เดินสวนออกมา
เมื่อพบซูเฟย เธอก็พยักหน้าเพื่อเป็นการทักทาย
แต่ทันทีที่เห็นฉินเฉา สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป พร้อมกับกรีดร้อง
ออกมาดังลั่น
“อ๊า!”
ฉินเฉาและซูเฟยพลันสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้อง
นั้น
สวรรค์ พลังของเสียงที่แทรกซึมเข้ามา แทบจะทำให้โถส้วมระเบิด
อยู่แล้ว!
“ไอ้โรคจิต!”
อาจารย์สาวตะโกนต่อว่า ก่อนที่จะรีบใส่กางเกงให้เสร็จแล้ววิ่ง
ออกไป
“สมน˺าหน้า!”
เมื่อซูเฟยเห็นว่าฉินเฉาโดนด่า เธอก็พลันมีความสุข แล้วจ้องมอง
ฉินเฉาผู้โชคร้ายด้วยความร่าเริง
“คุณเห็นหรือยังล่ะ?”
ฉินเฉากล่าวออกมาทันที “เพื่อความปลอดภัยของคุณแล้ว ผมต้อง
เสียสละไปมากมายขนาดไหน? ตอนนี้ผมถึงกับโดนด่าว่าเป็นโรคจิตไป
แล้ว”
“ไปตายซะ!”
ความร่าเริงของซูเฟยหายไปในทันที
เธอเปิดประตูห้องน˺าซึ่งเป็นห้องเดี่ยวเข้าไป ก่อนที่จะหันหน้ามา
กล่าวว่า
“นายจะไม่เข้ามาดูงั้นเหรอ? ถ้าหากมีนักฆ่าโผล่ออกมาจากโถส้วม
ภารกิจของนายจะไม่ล้มเหลวหรือไง?”
“อืม…..”
ฉินเฉาพยักหน้าทันที “ถ้าอย่างนั้นผมจะเข้าไปพร้อมกับคุณด้วย”
“ไปตายซะไป!”
ซูเฟยพลันตกใจและรีบปิดประตูห้องน˺าทันที เธอคงจะกลัวว่าฉิน
เฉาจะบุกเข้ามาข้างในด้วยจริง ๆ
ในขณะที่ล็อกประตูอยู่นั้น เธอได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้
“อาจารย์คนนั้นพูดถูก นายมันโรคจิตจริง ๆ!”
“เหลวไหลน่า ผมเป็นคนจริงจังต่างหาก”
ฉินเฉาแก้ไขความคิดของซูเฟยที่มีต่อตัวเองอย่างเร่งด่วน “ในโลก
นี้ไม่มีใครที่จะจริงจังมากไปกว่าผมอีกแล้ว!”
“ใช่ ถ้าหากนายไม่ใช่คนล่ะก็นะ”
ซูเฟยไม่ลืมที่จะกล่าวย˺า
และหลังจากนั้น ความเงียบก็พลันโรยตัวสู่คนทั้งคู่
เพียงแค่ซูเฟยคิดว่ามีผู้ชายกำลังยืนอยู่ข้างนอก อีกทั้งยังเป็น
ผู้ชายที่เธอเฝ้าคิดถึง เธอก็ยิ่งรู้สึกกังวลมากขึ้น
ความกังวลนี้ได้กลายเป็นเสียงที่ดังชัดเจนมากกว่าเดิม เมื่อสายน˺า
ถูกปล่อยออกมา
ทันใดนั้นซูเฟยก็พลันหน้าแดงเถือก
ฉินเฉาที่ยืนอยู่หน้าประตูได้ยินเสียงอันน่าอภิรมย์นี้อย่างชัดเจน
ไม่ว่าผู้ชายคนไหนที่ได้ยินเสียงนี้ ก็ไม่อาจที่จะคิดเรื่องที่ถูกต้อง
ขึ้นมาได้หรอก
และเห็นได้ชัดว่าฉินเฉาเป็นยิ่งกว่านั้น
เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องชั่วร้ายขึ้นมา
รูปร่างอันสวยงามของซูเฟยพลันปรากฏขึ้นในหัวของเขา…..
ไม่ได้ ไม่ได้ เธอเป็นพี่สะใภ้ของเขานะ!
อามิตตาพุทธ อามิตตาพุทธ……
ฉินเฉาพยายามทำลายบรรยากาศที่น่าอับอายด้วยการฮัมเพลงใน
ห้องน˺า
“ฉันเป็นช่างทาสี เชี่ยวชาญในการทาสี… ฉันอยากจะทำให้บ้าน
หลังใหม่สวยงามขึ้น….. ทาให้ทั่วหัวนม…ไม่ใช่สิ ทาให้ทั่วหลังคา แล้ว
ไปทาให้ทั่วผนัง…..”
ในขณะที่ฉินเฉากำลังร้องเพลง ความคิดก็พลุ่งพล่านไปกับเนื้อ
เพลงด้วย
ย่ามันเถอะ จู่ ๆ เขาก็คิดถึงหน้าอกของซูเฟยขึ้นมาซะได้…..
อย่างไรก็ตาม หน้าอกของซูเฟยจะเหมือนกับหน้าอกของซูจีหรือ
เปล่า…..
ไม่รู้ว่าระหว่างสองพี่น้องคู่นี้ ของใครจะใหญ่กว่ากัน…..
ตรงส่วนนั้นคงจะไม่เหมือนกันแน่ ๆ ……
ในระหว่างที่เขากำลังฮัมเพลง ประตูหน้าห้องน˺าก็พลันเปิดออกมา
อย่างกะทันหัน
ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะก้าวเข้ามา เหลือบไปเห็นว่าฉินเฉากำลัง
ยืนฮัมเพลงอยู่ด้านใน เธอก็ตกใจขึ้นมาทันที
“พระเจ้าช่วย มีโรคจิตอยู่ในห้องน˺า!”
เธอรีบวิ่งออกไปด้วยความหวาดกลัวทันที
“เฮ้ ฉันโรคจิตตรงไหน!”
ฉินเฉาอยากจะตามไปอธิบาย แต่เมื่อคิดถึงความปลอดภัยของ
ซูเฟย เขาจึงต้องหยุดฝีเท้าด้วยความจำใจ
“ให้ตายเถอะ มาใส่ร้ายกันอยู่ได้!”
เขายืนอยู่ในห้องน˺า และนึกอยากจะสูบบุหรี่เพื่อบรรเทาความไม่
พอใจนี้
แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตนเลิกสูบบุหรี่ไปแล้ว ก็ได้แต่ยักไหล่อย่าง
ช่วยไม่ได้
งานนี้จะต้องใช้ความพยายามอย่างแท้จริง
หลังจากนั้นไม่นาน ในที่สุดซูเฟยก็เปิดประตูและเดินออกมา
แต่ใบหน้าของเธอกลับแดงเถือก เธอเดินไปล้างมือที่อ่างล้างมือ
โดยที่ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่เพียงครึ่งคำ
ฉินเฉาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี ถ้าหากยังคงแกล้งเธอต่อไป
เธออาจจะได้โกรธจริง ๆ แน่
เมื่อคิดว่าซูเฟยจะพูดจาต่อว่าใส่เขาอีกครั้ง เขาก็พลันรู้สึกแย่
ขึ้นมา
ซูเฟยก้มหน้าลง ในขณะที่กลอกสายตาเพื่อแอบมองฉินเฉาที่กำลัง
ยืนอยู่ด้านหลังผ่านกระจก
เธอทั้งอารมณ์เสียและอับอายมาก แต่ไม่รู้ว่าทำไม อยู่ดี ๆ ถึงได้
รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา
ถ้าหากได้อยู่กับเขาแบบนี้ต่อไป…มันก็คงจะดีเหมือนกัน…..
แต่น่าเสียดายที่ทำได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น
ถ้าหากมีนักฆ่ามาลอบสังหารเธอทุกวันก็คงจะดี…..
เขาจะได้คอยอยู่กับเธอต่อไปเรื่อย ๆ …..
ซูเฟยพลันตกใจในความคิดฟุ้งซ่านของเธอ
ให้ตายเถอะ ทำไมเธอถึงเป็นคนแบบนี้? ทำไมเธอถึงได้น่าผิดหวัง
ขนาดนี้กัน……
เป็นเพราะฉินเฉา…เป็นเพราะผู้ชายคนนั้น ที่คอยเอาแต่รบกวน
หัวใจของเธออยู่เรื่อย……
เขาควรจะเป็นคนรับผิดชอบ…..