มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1287: เปิดประตู
“นายนี่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านซะจริง ๆ”
ในระหว่างที่กำลังบินไปยังสหรัฐอเมริกา โรซี่ก็กล่าวขึ้นมาอย่างอด
ไม่ได้
“ทำไมล่ะ? ฉันไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเหรอ?”
ฉินเฉากล่าวออกมาอย่างเย็นชา “ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นแค่คน
ธรรมดา แต่ฉันก็ยังหวงแหนในแผ่นดินเกิดของตัวเอง ตอนนี้
สถานการณ์ระหว่างประเทศกำลังอยู่ในสภาวะตึงเครียด รัฐบาลเองก็ไม่
กล้าที่จะออกมาดำเนินการทำอะไร ถ้าหากจะรอให้คนพวกนั้นลงมือทำ
อะไรสักอย่าง พวกสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลียก็คงจะ
กลายเป็นเสือที่จ้องจะตะครุบเหยื่อและออกมาโวยวายแน่ แล้วถ้าหา
กว่าพวกมันกล้าโวยวายอะไรออกมาล่ะก็ ฉันจะไปกำจัดพวกมันให้สิ้น
ซากเอง”
“ถ้าหากว่านายฆ่าคนมากเกินไป มันจะส่งผลเสียต่อการฝึกตน
ของนายเอานะ”
“หึ ๆ …..”
ฉินเฉาหัวเราะออกมา “ฉันเป็นผู้ฝึกตนปีศาจ และฉันก็จะทำในสิ่ง
ที่ฉันต้องการจะทำเท่านั้น นี่คือวิถีทางของฉัน! ถ้าหากว่ามีคนบุกเข้ามา
โจมตีประเทศของฉัน แล้วฉันยังสามารถนั่งอยู่เฉย ๆ ได้โดยไม่แยแสต่อ
อะไรเลย แล้วฉันจะกลายเป็นผู้ฝึกตนแบบไหน และจะกลายเป็นคนจีน
ประเภทไหนกันล่ะ? แบบนั้นไม่สู้ให้ฉันทำลายเส้นเอ็นและระเบิด
วิญญาณแรกก่อตั้งของตัวเองไปเลยไม่ดีกว่าหรือไง?”
“นายก็มักจะมีเหตุผลมากมายให้ตัวเองแบบนี้อยู่ตลอดนั่นแหละ
…..”
โรซี่อดไม่ได้ที่จะกลอกตา ดูเหมือนว่าเธอจะไม่พอใจเท่าไหร่นัก
“ถ้าหากนายไม่ตั้งใจและทุ่มเทกับการฝึกตน แล้วถ้าสายฟ้าลงทัณฑ์ผ่า
ลงมาเมื่อไหร่ เมื่อนั้นนายจะต้องพบกับความเจ็บปวดและทรมานมาก
สายฟ้าลงทัณฑ์ก็คือภัยพิบัติที่สวรรค์ส่งลงมาให้นาย ซึ่งพลังของ
สายฟ้าลงทัณฑ์ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่นายได้กระทำลงไปทั้งนั้น ถ้าหากนาย
ฆ่าผู้คนไปมากมาย สายฟ้าลงทัณฑ์ที่นายจะต้องเผชิญ….. มันจะต้อง
น่ากลัวมากอย่างแน่นอน”
“น่ากลัวน่าเกลออะไรกัน? มันจะมีอะไรที่น่ากลัวมากไปกว่าเก้า
สิบเก้าทัณฑ์สวรรค์อีกหรือไง?”
ฉินเฉาโบกมือ แล้วกล่าวขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม “วางใจเถอะ ฉันมี
วิชาที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถรับมือกับสายฟ้าลงทัณฑ์ได้อยู่แล้ว”
วิชาจิตก่อเกิด
นี่คือไพ่ตายของฉินเฉา
ก่อนหน้านั้นที่เขาสามารถต่อต้านเก้าสิบเก้าทัณฑ์สวรรค์ได้ เขาก็
ต้องใช้วิชาจิตก่อเกิดนี้เช่นกัน
และถึงแม้ว่าสายฟ้าลงทัณฑ์จะรุนแรงขนาดไหน แต่มันก็ไม่มีทาง
ที่จะเหนือกว่าเก้าสิบเก้าทัณฑ์สวรรค์อย่างแน่นอน
แต่ถ้าหากว่าสถานการณ์มันย˹าแย่จริง ๆ เขาก็ยังมีอิงเทียนอยู่ใน
ร่าง
เมื่อตาแก่คนนี้เป็นคนจัดการ สายฟ้าลงทัณฑ์ก็จะกลายเป็นเพียง
ก้อนเมฆที่ลอยละล่องเท่านั้น…..
ดังนั้นฉินเฉาจึงไม่รู้สึกหนักใจอะไรกับเรื่องสายฟ้าลงทัณฑ์เลย
แม้แต่น้อย
สิ่งที่เขาจะต้องกังวลก็คือเรื่องคริสตจักรโรมัน เรื่องกุนซือ รวมไป
ถึงเรื่องสำนักอื่น ๆ ในโลกของผู้ฝึกตนต่างหาก…..
แต่สิ่งที่เขาจะต้องไปจัดการในตอนนี้ก็คือ มิคาเอล
“ไหน ๆ นายก็ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ฉันเพิ่ง
จะได้ข้อมูลมาว่า สหปราชาชาติได้อนุมัติเรื่องการขยับขยายพื้นที่ของ
ประเทศญี่ปุ่น นายจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า?”
“ว่าไงนะ!”
ช่วงนี้ฉินเฉาไม่ค่อยให้ความสนใจกับเรื่องของประเทศอื่นสัก
เท่าไหร่ เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็พลันตกใจทันที “แล้วเธอรู้เรื่องนี้ได้
ยังไง?”
“มันถูกเขียนอยู่ในข่าวในโทรศัพท์มือถือน่ะสิ”
โรซี่ยกหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กำลังสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง แล้ว
กล่าวว่า “ในขอบเขตของพวกเขา มันรวมไปถึงแนวปะการังโอกิโนโทริ
ชิมะด้วยนะ”
“แนวปะการังโอกิโนะโทริชิมะ……”
ฉินเฉามีความทรงจำกับสถานที่แห่งนี้อยู่บ้าง
จำได้ว่าอาจารย์ที่สอนวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของพวก
เขาเป็นคนที่มีแนวคิดชาตินิยมอย่างรุนแรง
บ่อยครั้งในระหว่างการเรียนการสอน เขามักจะพูดคุยถึงเรื่อง
นานาประเทศในเชิงแดกดัน และระบายความขุ่นข้องใจของเขาออกมา
และในสิ่งเหล่านี้ก็มีเรื่องของแนวปะการังโอกิโนะโทริชิมะอยู่ด้วย
เช่นเดียวกัน
ชาวจีนเชื่อว่ามันคือแนวปะการัง แต่ชาวญี่ปุ่นนั้นคิดว่ามันเป็น
เกาะ จึงได้สร้างป้ายและปักเอาไว้บนนั้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ ที่นั่นจึงกลายเป็นอาณาเขตของประเทศญี่ปุ่น
พวกเขาทำแบบนั้นก็เพื่อที่จะคว้าทรัพยากรธรรมชาติอย่างโลหะ
และแร่ธาตุอันอุดมสมบูรณ์ไป
แต่การทำแบบนั้น มันเป็นการละเมิดสิทธิทางทะเลของประเทศ
จีน
“พวกเราแวะไปที่แนวปะการังโอกิโนะโทริชิมะกันเถอะ”
ฉินเฉากล่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“เฮ้อ ฉันไม่น่าบอกนายเลย…..”
โรซี่รู้สึกหงุดหงิดกับนิสัยพูดมากของเธอขึ้นมาทันที
“ไม่นานหรอกน่า รีบไปกันเถอะ!”
เมื่อฉินเฉายังคงยืนกรานอยู่เช่นนี้ โรซี่จึงไม่มีทางเลือก ได้แต่จำใจ
พาเขาบินไปยังน่านน˺าบริเวณนั้น
ทั้งคู่บินไปด้วยความเร็วที่ราวกับสายฟ้า พวกเขาใช้เวลาไปเพียง
ไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึงบริเวณดังกล่าวแล้ว
ในทะเลแถบนี้มีเพียงแนวปะการังที่มีขนาดเล็กมาก ๆ อยู่เพียง
เท่านั้น
ฉินเฉาจ้องมองไปยังพื้นที่ที่มีขนาดน้อยกว่าสิบตารางเมตรแห่งนี้
ด้วยสายตาจนใจ
“แค่นี้ก็เป็นเกาะแล้วเหรอ!”
“ถึงยังไงตอนนี้สหปราชาชาติก็ให้การยอมรับว่ามันคือเกาะไป
แล้ว”
“เหอะ ไอ้คนงี่เง่าพวกนั้น ถ้าเรียกมันว่าเกาะ แล้วทำไมพวก
สหปราชาชาติถึงไม่ย้ายสำนักงานของพวกมันมาอยู่ที่นี่ซะเลยล่ะ! ย่า
มันเถอะ!”
ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะก่นด่าออกมา จากนั้นสายตาที่เฉียบคมของเขา
ก็เหลือบไปเห็นป้ายที่ตั้งอยู่บนแนวปะการังเข้า
บนป้ายนั้นมีตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นเขียนเอาไว้
มันเขียนเอาไว้ว่า “เกาะที่อยู่ทางทิศใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น” และ
ยังมีคำบรรยายอื่น ๆ เขียนกำกับเอาไว้
“แม่งเอ๊ย หน้าหนาซะจริง!”
ฉินเฉายกมือซ้ายขึ้น จากนั้นทั่วทั้งฝ่ามือก็กลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์
ราวกับหยก
“นายจะทำอะไรน่ะ?”
โรซี่เห็นฉินเฉาทำท่าทางเช่นนั้นจึงเลิกคิ้วขึ้น
“พวกมันชอบทำสัญลักษณ์เอาไว้นักไม่ใช่เหรอ? บิดาก็จะทำลาย
แนวปะการังให้สิ้นซากไปซะเลยน่ะสิ!”
สิ้นเสียงนั้น เขาก็กระแทกฝ่ามือออกไปทันที
ทันใดนั้นฝ่ามือสีดำขนาดมหึมาก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า
จากนั้นคลื่นลูกใหญ่ก็ซัดแนวปะการังให้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เอาล่ะ ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นมาแล้ว”
ฉินเฉาปรบมือ พร้อมกล่าวออกมาด้วยความพึงพอใจ
“บ้าไปกันใหญ่แล้ว…..”
โรซี่ที่อยู่ข้าง ๆ นั้นส่ายหัว
“ฉันก็แค่ทำสิ่งที่ฉันทำได้เท่านั้น”
ฉินเฉายักไหล่ “พวกคนจากเกาะลิงยังกล้าระเบิดอนุสาวรีย์หินใน
เขตการปกครองของพวกเรา แล้วทำไมฉันถึงจะระเบิดเกาะปลอม ๆ
ของประเทศญี่ปุ่นบ้างไม่ได้ล่ะ? ถึงยังไงคนพวกนั้นก็ไม่รู้อยู่แล้วว่าใคร
เป็นคนทำ เพราะฉะนั้นก็ปล่อยให้คนพวกนั้นอวดดีต่อไปเถอะ”
จากนั้นเขาก็ยิ้มออกมา “มีความสุขซะจริง เอาล่ะ พวกเราไป
สหรัฐฯ กันต่อเถอะ!”
“นายยังจำเรื่องนี้ได้อยู่อีกเหรอ?”
“อย่าล้อเล่นน่า ฉันจะลืมมันไปได้ยังไง?”
ฉินเฉารีบกล่าวขึ้นมาทันที “ทั้งหมดนี้มันก็เป็นแค่การกำจัดศัตรู
ระหว่างทางเท่านั้นเอง”
“เอาล่ะ… นายตามฉันมาดี ๆ ล่ะ ถ้าหากนายยังวิ่งไประเบิดเกาะ
อีกรอบล่ะก็ คราวนี้ฉันจะไม่สนใจนายแล้ว”
โรซี่ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้ฉินเฉา ก่อนที่จะบินนำหน้าไป
“ใช่แล้ว! ถ้าหากว่านายแซงหน้าฉันไปได้ ฉันจะยอมทำทุกอย่างที่
นายต้องการเลย”
สาวน้อยคนนี้ คิดว่าจะหลอกล่อบิดาได้งั้นเหรอ? คอยดูฉันแซง
หน้า แล้วลงโทษเธอซะเถอะ!
ฉินเฉาก้าวขึ้นไปเหยียบอยู่บนกระบี่หยินหยางราชันย์มาร และพุ่ง
ทะยานตามโรซี่ไปอย่างรวดเร็วทันที
………………………………..
ณ เมืองวาติกัน ในเวลาเดียวกัน
“สมเด็จพระสันตะปาปา พวกเราได้ปิดล้อมวิหารของคริสตจักร
โรมันเอาไว้แล้วค่ะ”
แมรี่คุกเข่าลงข้างหนึ่งอยู่เคียงข้างซูจี พร้อมกับกล่าวออกมาด้วย
ความนอบน้อม
“ดีมาก”
ซูจีพยักหน้า “วันนี้ หน้าประวัติศาสตร์จะต้องถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วย
มือของพวกเรา!”
วิหารแห่งวาติกัน หรือวิหารที่เหล่าผู้ศรัทธานั้นยกย่องสรรเสริญ
กันมาช้านานจะถูกทำลายด้วยมือของเธอในวันนี้หรือเปล่า?
นี่คือสงครามของแสงสว่างและความมืดมิด
แต่ทว่าสิ่งใดคือแสงสว่าง? และสิ่งใดคือความมืดมิดกันล่ะ?
ซูจีไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนที่มืดมิด อย่างน้อย ๆ เธอก็เป็นคนที่
เปิดเผยและตรงไปตรงมา
ส่วนตาแก่อาร์กัสที่เธอไม่รู้ว่าในตอนนี้เขากำลังไปหลบซ่อนตัวอยู่
ที่ไหน กำลังร่ายมนตร์เพื่อปกป้องคริสตจักรโดยที่ไม่กล้าแม้แต่จะ
ปรากฏตัวออกมา
แมรี่พยักหน้าและกระจายคำสั่งต่อไปทันที
เพียงไม่นานนัก แวมไพร์ที่สวมเสื้อคลุมสีดำและยืนรอบ ๆ วิหารก็
ได้ยกมือขึ้นออกมาจากเสื้อคลุม
จากนั้นพวกเขาก็ปลดปล่อยลูกไฟสีดำที่แข็งแกร่งออกไปโจมตีใส่
วิหาร
ลูกไฟสีดำเหล่านี้ราวกับดาวตกที่ร่วงหล่นลงมา มันส่องแสงแพรว
พราวอย่างน่าอัศจรรย์
ถึงแม้ว่าระดับของแวมไพร์เหล่านี้จะไม่ได้สูงมากนัก อีกทั้งระดับ
ของการโจมตีโดยใช้เวทมนตร์แห่งความมืดที่ปลดปล่อยออกไปจะไม่ได้
รุนแรงมากก็ตาม แต่ก็นับว่าพวกเขาได้เปรียบได้แง่ของปริมาณ
ครืน!
เมื่อลำแสงสีดำพุ่งเข้าปะทะกับม่านพลังของวิหาร ม่านพลังก็พลัน
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ดูเหมือนว่าภายในวิหารแห่งนี้จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
“โจมตีต่อไป”
ซูจีเคาะไม้คทาที่อยู่ในมือ พร้อมกับออกคำสั่ง
“ค่ะ! โจมตีต่อไป!”
แมรี่ตะโกนก้องออกมาอีกครั้ง
แวมไพร์เหล่านี้ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากแม่มดและพ่อมด พากัน
ปลดปล่อยเวทมนตร์แห่งความมืดออกมา เพื่อเปิดฉากการโจมตีเป็น
ครั้งที่สองทันที
ลูกไฟสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนส่งเสียงหวีดหวิดกับอากาศ และพุ่ง
ตรงออกไปอย่างรุนแรง
ม่านพลังถูกระเบิดด้วยลำแสงที่สว่างไสวเหล่านี้อีกครั้ง
วิหารพลันสั่นสะเทือนทันที
“เปล่าประโยชน์!”
ภาพมายาของอาร์กัสปรากฏออกมาจากด้านใน ใบหน้าของเขา
นั้นดูภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก
“ม่านพลังนี้เป็นเวทมนตร์ป้องกันที่เทวทูตแห่งความเจิดจรัสทั้ง
สิบตนช่วยกันสร้างขึ้น! มันสามารถต้านทานการโจมตีของระเบิด
ปรมาณูได้เลยด้วยซ˺า การโจมตีที่ไม่ต่างอะไรไปกับการบดปลาของ
พวกแก มันทำให้ม่านพลังนี้สะเทือนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย! ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
ทันทีที่เห็นว่าอาร์กัสทำหน้าพออกพอใจมากเช่นนั้น แมรี่ก็รู้สึก
อยากจะเข้าไปตบหน้าอีกฝ่ายเสียเหลือเกิน
มารดามันเถอะ โง่เขลาแบบนั้นแต่ยังกล้าภูมิใจในตัวเอง!
“บัดซบ ฉันจะคอยดูว่าพวกแกจะซ่อนตัวอยู่ในกระดองเต่าแบบนี้
ไปจนถึงเมื่อไหร่!”
แมรี่ตวาดออกมาดังลั่น
“หึ ๆ รอก่อนเถอะ อีกไม่นานท่านมิคาเอลก็จะฟื้นคืนชีพขึ้น
มาแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นมันจะเป็นเวลาตายของกุ้งแห้งอย่างพวกแกยังไง
ล่ะ!”
อาร์กัสหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“โจมตี! โจมตีพวกมันต่อไป!”
แมรี่สั่งให้แวมไพร์ที่อยู่ภายใต้การปกครองเปิดฉากโจมตีต่อไป
ด้วยความเดือดดาล
เวทมนตร์แห่งความมืดที่พุ่งออกไปนั้นราวกับจะกลืนกินผืนฟ้า
แต่ทว่าพลังป้องกันของม่านพลังนั้นแข็งแกร่งมาก แม้ว่าจะรับการ
โจมตีของอีกฝ่ายไปแล้วมากกว่าสิบหน มันก็ยังคงไร้ความเสียหายอยู่
เช่นเดิม
“ข้าบอกแล้วไงว่ามันเปล่าประโยชน์”
ในหน้าของอาร์กัสยังคงมีคำว่า มีความสุข เขียนเอาไว้ทั่ว
ความมั่นใจในตัวเองที่ดูอวดดีของเขานั้นทำให้แมรี่นึกอยากจะฆ่า
เขาให้ตาย
“ทุกคนพอได้แล้ว”
ทันใดนั้นเอง ซูจีก็เปิดปากพูดออกมาอย่างกะทันหัน
“ฝ่าบาท!”
แมรี่คิดว่าซูจีกำลังโกรธ เธอจึงรีบกล่าวขึ้นมาว่า “โจมตีอีกเพียง
ไม่กี่รอบเท่านั้น! ถ้าหากว่าพวกมันรับการโจมตีของพวกเราเข้าไปอีก
เพียงไม่กี่รอบ ม่านพลังของพวกมันจะต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน
ค่ะ!”
“ไม่จำเป็นหรอก ม่านพลังนี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ มันไม่ใช่สิ่งที่พวก
เธอจะสามารถเอาชนะได้”
ซูจีโบกมือ
“หึ ๆ ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะพอมีสมองอยู่บ้าง ไม่ถึงกับโง่
ขนาดนั้นสินะ”
อาร์กัสหัวเราะออกมา “อย่างพวกแกน่ะ ไม่มีทางทำให้ม่านพลังนี้
พังทลายลงได้หรอก อย่างมากก็แค่ทำให้มันสั่นสะเทือนได้เท่านั้น”
“คนที่ต้องตัวสั่นมันควรจะเป็นแกมากกว่า”
ซูจียกฝ่ามือขึ้นมาทันที
จากนั้นพลังลมปราณในขั้นประกายแสงก็โคจรไปทั่วร่างกายอย่าง
ต่อเนื่อง
และทันใดนั้นบนคทาทองคำก็ปรากฏใบมีดเล่มยาวเพิ่มขึ้นมา
นั่นทำให้คทาดูเหมือนกับเคียวในทันที
พลังของราชันย์ภูตเก้าเร้นลับได้แผลงฤทธิ์ออกมาแล้ว…..
“สะบั้นเสียงภูตกรีดร้อง!”
ซูจีตวัดเคียวในมืดอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นลำแสงของม่านพลังป้องกันก็พลันถูกบีบอัดอย่างรุนแรง
และบิดเบี้ยวผิดรูป
จนในที่สุด ตูม! ม่านพลังได้พังทลายออกเป็นสองส่วน และ
กลายเป็นแสงดาวที่พุ่งทะยานขึ้นไปยังทางช้างเผือกบนอวกาศทันที
“ปะ เป็นไปไม่ได้!”
สีหน้าของอาร์กัสพลันเปลี่ยนไป
“นี่ นี่คือม่านพลังป้องกันที่เทวทูตแห่งความเจิดจรัสทั้งสิบตน
ร่วมกันสร้างขึ้นมาเชียวนะ!”
“ก็แค่ปรมาจารย์ขั้นกายทองคำสิบคนเท่านั้น…..”
ซูจีเบ้ปากอย่างเหยียดหยาม “จะมาสู้กับขั้นประกายแสงได้ยังไง
กันล่ะ”
“ฝ่าบาทจงเจริญ!”
“จักรพรรดินีของพวกเราไร้เทียมทานที่สุด!”
สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดมิดพลันกู่ก้องร้องตะโกนออกมา
“ฝ่าบาทได้เปิดประตูสู่สงครามศักดิ์สิทธิ์ให้แก่พวกเราแล้ว! ที่
เหลือมันขึ้นอยู่กับพวกเราเท่านั้น!”
“บุกเข้าไปเลย!”
“เพื่อจักรพรรดินี!”
“เพื่อวิหารแห่งความมืด!”
เหล่าสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดได้เตรียมพร้อมเปิดฉากการโจมตีนอง
เลือดแล้ว