มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1302: วิกฤตการณ์ของเทียนหยาง
ฤดูหนาวในปีนี้เงียบสงบเป็นอย่างมาก
แต่สิ่งเดียวที่ทำให้มันดูแตกต่างออกไปจากเมืองซู่หนานในปีก่อน
ๆ นั้น คือปีนี้ไม่ได้มีหิมะตกลงมาหนักมากนัก
นิกายหลัวซาก็เงียบสงบมากเช่นเดียวกัน นับตั้งแต่วันที่ครึ่งเซียน
ทั้งสองคน หลี่เจิ้นและเย่เทียนหมิงได้พ่ายแพ้อย่างราบคาบและวิ่งหนี
ไปนั้น เรื่องราวก็จบลงไปแล้ว
จนมาถึงตอนนี้ระยะเวลาก็ได้ผ่านไปเนิ่นนาน แต่ก็ไม่มีครึ่งเซียน
คนใดที่บุกเข้ามาสร้างปัญหาอีก
จะมีก็แต่เพียงเหล่าปลาและกุ้งตัวเล็กๆ เท่านั้น ที่มักจะพากันแวะ
เวียนเข้ามาบ่อย ๆ
ตอนนี้ฉินเฉาไม่ได้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัยของ
โรงเรียนกวงหยวนอีกต่อไป แต่เขาเป็นบอดี้การ์ดของซูเฟยอย่างเต็ม
ตัว
หน้าที่ของเขามีเพียงนั่งดื่มชา ดูละคร และอยู่กับซูเฟยในห้อง
ทำงานของเธอทั้งวันเท่านั้น
ตลอด 24 ชั่วโมงที่อยู่กับซูเฟย ไม่ว่าเธอจะไปไหน ฉินเฉาก็จะไป
ด้วย
ถึงแม้ว่าหลังจากที่เขากลายเป็นแฟนของซูเฟย ผู้หญิงคนนี้จะดื้อ
รั้นและหัวโบราณมากก็ตามที
ตั้งแต่ที่เขาใช้มือนวดเธอไปในคืนนั้น ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ก็
หยุดอยู่ที่การจับมือและโอบกอดเพียงเท่านั้น
ส่วนเรื่องจูบนั้น ซูเฟยไม่เห็นด้วย
ในหัวสวย ๆ ของผู้หญิงคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า
เรื่องนี้มันไม่ถูกต้องสุด ๆ
ไม่อย่างนั้นจะมีคำกล่าวนี้เหรอ ผู้ชายอย่าได้ไปคาดเดาจิตใจของ
ผู้หญิง
ถึงคาดเดาไปก็ไม่ได้อะไร เพราะว่าผู้ชายไม่ได้มีจิตใจที่ซับซ้อน
เหมือนพวกเธอ
“ฉินเฉา วันตรุษจีนปีนี้ นายวางแผนจะทำอะไร?”
ซูเฟยเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารกองโต แล้วเอ่ยถามฉินเฉาที่กำลัง
เปิดการ์ตูนที่เพิ่งอัปเดตล่าสุด
“วันตรุษจีนอะไรนะ?”
ฉินเฉากะพริบตา ทุก ๆ วันเขาเอาแต่เข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อดูการ์ตูน
และละคร จึงไม่ได้สนใจสิ่งอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องวันเวลา
“ก็วันขึ้นปีใหม่ยังไงล่ะ นายไม่รู้เหรอว่าวันตรุษจีนในปีนี้มันเร็ว
กว่าแต่ก่อน อีกหนึ่งเดือนก็จะถึงวันตรุษจีนอีกครั้งแล้ว”
ซูเฟยพูดต่อไปว่า “นายยังจำได้หรือเปล่า ว่าปีที่แล้วนายพาฉัน
กับซูจีกลับบ้านไปฉลองเทศกาลกันด้วย?”
“จำได้สิ ฉันจะลืมมันไปได้ยังไง?”
ฉินเฉาหัวเราะออกมาอย่างโง่งม “วันนั้นฉันทำให้แม่ของฉันมี
ความสุขมาก ที่จู่ ๆ ก็พาลูกสะใภ้สาวสวยตั้งมากมายเข้ามาเยี่ยม”
“ไปไกล ๆ เลย ตอนนั้นฉันยังไม่ได้เป็นแฟนของนายสักหน่อย!”
ซูเฟยกลอกตาใส่ฉินเฉา “ฝันไปเถอะ! ให้พี่สาวของลูกสะใภ้เข้าไป
เยี่ยม ถ้าหากแม่ของนายรู้เข้า ท่านจะไม่โกรธจนหัวใจวายเลยหรือไง”
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง? แบบนั้นก็ไม่มีเวลามากพอให้เธอได้มี
ความสุขน่ะสิ”
ฉินเฉากล่าว พร้อมกับยิ้มแย้มอย่างมีความสุข “เฮ้ บอสซู ปีนี้ก็
กลับไปฉลองวันตรุษจีนด้วยกันสิ แล้วลองดูว่าปีนี้แม่ของฉันจะทำหน้า
ยังไง”
“ฝันไปเถอะ แล้วถ้าหากว่าท่านเกิดตกใจขึ้นมาล่ะ?”
ซูเฟยมองฉินเฉาด้วยสายตาเหยียดหยาม
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาเดิมพันกันเถอะ”
ฉินเฉากะพริบตาใส่ซูเฟย
การหยอกล้อเจ้านาย เป็นอีกหนึ่งความสุขที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเขา
แล้ว
“เดิมพัน? เดิมพันอะไร?”
ซูเฟยไม่รู้ว่าฉินเฉาจะมีความคิดที่ชั่วร้ายแบบไหนอีก
“ก็ถ้าหากว่าแม่ของฉันเห็นพวกเธอพี่น้องตามฉันมา แล้วตกใจล่ะ
ก็ ฉันจะยอมทำตามคำขอของเธอหนึ่งเรื่อง ว่ายังไงล่ะ?”
“อืม เรื่องนี้มันก็เป็นไปได้”
ซูเฟยพยักหน้า แต่เธอกำลังคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และไม่
ละเลยช่องโหว่ใด ๆ
“งั้นถ้าหากว่าท่านไม่ตกใจ แต่มีความสุขแทนล่ะ?”
“หึ ๆ ๆ …..”
ฉินเฉาหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย
มันชั่วร้ายเสียจนซูเฟยนึกอยากจะบีบคอเขา
ทำไมรอยยิ้มของผู้ชายคนนี้ถึงได้ดูกวนโมโหได้มากขนาดนั้น?
“ถ้าหากว่าฉันชนะ… พวกเธอสองพี่น้องจะต้อง…กับฉัน”
“ไปตายซะ!”
ดูเหมือนซูเฟยจะรู้ว่าฉินเฉากำลังจะพูดอะไรออกมา เธอหน้าแดง
ก˹า พร้อมทั้งโยนเอกสารในมือใส่ฉินเฉาทันที
ฉินเฉายิ้มออกมา แล้วรับเอกสารนั้นเอาไว้ในมือ
ในขณะเดียวกันเขาก็หรี่ตามองซูเฟยไปด้วย “โอ้ ทำไมบอสซูถึง
ต้องตีผู้น้อยด้วยล่ะ ผู้น้อยทำอะไรผิด?”
“นาย นายมันไอ้บ้ากาม! นายจะให้พวกเราสองพี่น้องทำแบบนั้น
กับนาย… จะไม่ให้ฉันตีนายได้ยังไง!”
“แบบนั้นคืออะไรกันล่ะ?”
ฉินเฉามองซูเฟยด้วยสายตาที่แสดงความสับสน
“กะ ก็แบบนั้นไง…..”
“แล้วแบบนั้นมันคือแบบไหน? เธอพูดมันออกมาให้ชัดเจนสิ ฉัน
จะถูกตีฟรี ๆ ไม่ได้หรอกนะ”
“โอ๊ย นายนี่มันน่ารำคาญจริง ๆ ก็แบบนั้นยังไงล่ะ…..”
“มันคืออะไรล่ะ? เธอเป็นถึงผู้สืบทอดของตระกูลซู และเป็น
ประธานบริษัทเชียวนะ ถ้าหากเธออธิบายคำพูดของตัวเองไม่ได้แบบนี้
แล้วเธอจะดูแลกิจการใหญ่โตได้ยังไง?”
ฉินเฉาใช้คำพูดอันรุนแรงกล่าวถึงเหตุผล
“มะ มันก็ใช่…..”
ซูเฟยเป็นสาวงามที่มีฟันขาวสวยและริมฝีปากสีแดงสด ในตอนนี้
เธอกำลังกัดริมฝีปากของตัวเองแน่น ทำให้เธอดูมีเสน่ห์และงดงามมาก
อีกทั้งใบหน้านั้นยังดูอ่อนนุ่มจนแทบจะคั้นออกมาเป็นน˺าได้
“ทะ ทรีซัม…..”
“ทรีซัม?”
ฉินเฉากะพริบตา “ทรีซัมคืออะไร?”
“นะ นายตั้งใจใช่มั้ย!”
ซูเฟยทั้งโกรธทั้งอับอาย เธอใช้กำปั้นเล็ก ๆ ของเธอทุบตีฉินเฉา
ทันที
“เปล่านะ!”
ฉินเฉาตะโกนออกมาเสียงดังเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง
“ไม่ใช่แบบนั้น ฉันไม่รู้จริง ๆ นี่นา เธอเองก็รู้ว่าฉันเป็นผู้ฝึกตน และยุ่ง
อยู่กับการฝึกตนทุกวัน ที่จริงแล้วฉันไม่รู้เรื่องในโลกใบนี้มากมายนัก
หรอก แล้วเรื่องที่เธอพูดมา มันก็ดูแปลกใหม่สำหรับฉันด้วย”
ฉินเฉาแสดงท่าทีจริงจังออกมา นั่นทำให้ซูเฟยรู้สึกสงสัยเป็นอย่าง
มาก
เขาไม่รู้จริง ๆ เหรอ?
“นายไม่รู้จริง ๆ เหรอ?”
ซูเฟยเอ่ยถามออกมา “นายเอาแต่อยู่กับพวกผู้ชายทุกวัน ไม่ได้คุย
กันถึงเรื่องพวกนี้เลยหรือไง?”
“สวรรค์ นี่เธอเห็นฉันเอาแต่อยู่กับพวกผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ฉินเฉาแย้งขึ้นมาทันที “ตอนที่ฉันเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัย ฉันก็มีโอกาสได้เจอเพื่อนร่วมงานของฉันน้อยมาก เพราะ
เรื่องวุ่นวายในโลกผู้ฝึกตน ส่วนตอนนี้ฉันก็คอยทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ด
ให้เธอทั้งวัน ฉันจะมีโอกาสไปอยู่กับพวกนั้นตอนไหนกันล่ะ?”
“นั่นก็จริง…..”
ซูเฟยดันแว่นสายตาของเธอขึ้น ใบหน้าของเธอแดงก˹าทันที
“ถ้าอย่างนั้นก็ช่างมันเถอะ ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้กับนายแล้ว…..”
“จะทำแบบนั้นได้ยังไง!”
ฉินเฉาประท้วงขึ้นมาทันควัน “เธอจะพูดจาครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบ
นั้นออกมาได้ยังไง? แถมเธอยังทำเหมือนว่าฉันเป็นคนผิดอีก ไม่ได้
ยังไงเธอก็ต้องพูดเรื่องนี้ออกมาให้ชัดเจน!”
เมื่อเห็นท่าทีก้าวร้าวของฉินเฉา ซูเฟยก็พลันอารมณ์เสียขึ้นมา
เล็กน้อย
“น่ารำคาญจริง ๆ! ฉะ ฉันพูดออกไปไม่ได้หรอก….. แล้วนายคิดที่
จะทำอะไรกับพวกเราสองพี่น้องล่ะ?”
“เล่นไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดยังไงล่ะ”
ฉินเฉาพูดขึ้นมา “พวกเราสามคนมาเล่นไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ด
ด้วยกัน ถ้าหากใครแพ้ก็จะต้องติดหนี้เอาไว้ น่าสนุกจะตายไป”
“ละ เล่นไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดจริง ๆ น่ะเหรอ?”
ลึก ๆ แล้วซูเฟยก็ยังคงไม่เชื่อ
“แน่นอน ไม่อย่างนั้นเธอคิดว่าจะให้ทำอะไร?”
ฉินเฉาคิดในใจ แต่จะใส่เสื้อผ้าเล่นไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดหรือเปล่า
เรื่องนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน
“ก็ ก็ทรีซัมยังไงล่ะ…..”
ซูเฟยก้มหน้า แล้วพูดออกมาเบา ๆ ราวกับเสียงของยุง
“แล้วทรีซัมคืออะไรกันแน่?”
ฉินเฉาแสร้งทำเป็นเกาหัว “บอสซู เธอช่วยพูดมันออกมาให้ชัดเจน
ได้หรือเปล่า? เธอกำลังทำให้ฉันอารมณ์เสีย และอารมณ์เสียสุด ๆ แล้ว
นะ”
“ฉะ ฉัน…..”
ซูเฟยเริ่มกระวนกระวาย จะให้เธอพูดเรื่องนั้นออกไปได้ยังไง…..
“พูดออกมาเร็ว ๆ สิบอสซู ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว ทรีซัมมันคืออะไร
กันแน่?”
“มันคือ…. มันคือ…..”
ซูเฟยกัดริมฝีปากของตัวเองจนเลือดไหลซิบ เธอกำลังลำบากใจ
เป็นอย่างมาก
“มะ…มันคือ…..”
“มันคืออะไร? พวกเราไม่ได้จะเขียนตัวอักษรกันนะ”
“ก็คือ… พวกเราสองพี่น้องทำเรื่องอย่างว่า… กับนาย…..”
“เรื่องอย่างว่า? เล่นไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดน่ะเหรอ?”
“เล่นไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดกับลุงนายสิ!”
ซูเฟยนึกอยากจะเดินเข้าไปทุบเขา “ก็ขึ้นเตียงกับนายยังไงล่ะ!”
“หา?”
ฉินเฉาแสร้งทำเป็นประหลาดใจ ทั้งที่ในใจของเขากำลังหัวเราะ
ออกมาอย่างร่าเริง
ในที่สุดบอสซูก็ถูกเขาล่วงเกินจนได้
มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย รอบนี้เขานำไป 1 คะแนน
“นะ นายคิดที่จะขึ้นเตียงกับฉันและน้องสาวใช่มั้ย?”
“อะไรกัน! ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย!”
ซูเฟยอยากจะตะโกนท้วงขึ้นมาเหลือเกิน ว่าแล้วเธอคิดแบบนั้นที่
ไหนกันล่ะ!
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องที่เธอพูดมาเมื่อกี้ ว่าเธอกับซูจีจะทรีซัมกับฉัน
มันก็หมายถึงเรื่องแบบนั้น พระเจ้า”
ฉินเฉาทำท่าทางทุกข์ใจเป็นอย่างมาก“บอสซู บอสซู เธอจะให้ฉัน
พูดแบบนั้นออกไปได้ยังไง? ทำไมเธอถึงได้มีความคิดแบบนั้น? ทั้ง ๆ ที่
ฉันคิดว่าเธอเป็นคนที่ใสซื่อบริสุทธิ์และงานยุ่งตลอดเวลาแท้ ๆ”
ในระหว่างที่กล่าวออกไปนั้น เขาก็ส่ายหน้าไปด้วย “บอสซู ฉันดู
เธอผิดไปจริง ๆ”
“ฉะ ฉัน…..”
ตอนนี้ซูเฟยไม่อาจที่จะโต้แย้งอะไรออกไปได้ เธอนึกอยากจะกัด
ลิ้นฆ่าตัวตายไปเหลือเกิน
“เธอเป็นอะไรไป? บอสซู ฉันมีเรื่องที่จะต้องพูดกับเธอ”
ฉินเฉาที่กำลังนั่งคนละฝั่งกับซูเฟย กล่าวออกมาด้วยท่าทีเคร่งขรึม
“เธอบอกว่าตัวเองเป็นลูกสาวคนโตที่ใสซื่อบริสุทธิ์และดีงาม แต่ทำไม
เธอถึงได้มีความคิดที่ชั่วร้ายแบบนี้ได้ล่ะ? เรื่องทรีซัมที่ว่า ฉันยังไม่
เข้าใจเลยแท้ ๆ แต่เธอกลับเข้าใจมันดียิ่งกว่าฉันเสียอีก โอ้ ฉันไม่รู้ว่าจะ
พูดอะไรกับเธอแล้ว เธอไปเขียนรายงานวิจารณ์ตัวเองมาซะ แล้วเอา
มาส่งฉันในวันพรุ่งนี้เช้า”
“สารเลว!”
ซูเฟยเริ่มตระหนักได้แล้ว ว่าเธออาจจะกำลังถูกฉินเฉาหลอกอยู่
ผู้ชายลามกคนนี้จะไม่รู้เรื่องทรีซัมได้ยังไง ในตอนนั้นที่พวกเธอทั้ง
คู่คุยกันถึงเรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาแบบนี้ด้วย
กรี๊ดดด! เธอถูกเขาหลอกอีกแล้ว!
ไอ้สารเลวคนนี้!
“ฉินเฉา ฉันจะฆ่านาย!”
“แค่ก ๆ อะไรกันล่ะ พวกเรามาคุยธุระกันดีกว่า”
ฉินเฉากระแอมไอ ก่อนที่จะรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
“พวกเรากำลังคุยกันถึงเรื่องงานฉลองวันตรุษจีนในปีนี้ ฉันจะชวน
ใครมาที่บ้านของฉันดีล่ะ…..”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง นายมีเพื่อนผู้หญิงอยู่ตั้งมากมายขนาดนั้น ฉัน
จัดการเรื่องนั้นให้นายไม่ได้หรอก”
“หรือว่าจะให้เหมือนปีที่แล้วดีล่ะ…..”
ฉินเฉาคิดในใจ อย่าไปกระตุ้นแม่ของเขาให้มากจะดีกว่า เดี๋ยวเธอ
จะหัวใจวายขึ้นมาจริง ๆ
“แต่ว่าเท่าที่ฉันรู้มา ปีนี้สาวน้อยหลัวชิงหลินของนายคงจะมาด้วย
ไม่ได้แล้ว”
“ทำไมล่ะ?”
“นายไม่รู้เหรอว่าเทียนหยาง เอ็นเตอร์เทนเมนท์ อุตสาหกรรม
ด้านความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีนกำลังถูกฟ้องร้อง?”
ซูเฟยพูดราวกับไม่แยแส “ดูเหมือนว่าประธานหลัวชิงหลิน…..จะมี
ความสัมพันธ์กับนายเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
เธอยังจำได้ดีว่าในปีที่แล้ว หลัวชิงหลินและเฉินซิน สองคนดังแห่ง
วงการบันเทิงก็มาที่บ้านของฉินเฉาเช่นเดียวกัน
พวกเธอแบ่งพรรคแบ่งพวกราวกับจะต่อสู้กันอย่างเปิดเผย
เมื่อคิดถึงตอนนั้น มันก็น่าสนุกจริง ๆ
“จะ จะว่าแบบนั้นก็ได้….. แต่เกิดอะไรขึ้นกับเทียนหยาง
เอ็นเตอร์เทนเมนท์กันแน่? ไม่ใช่ว่าบริษัทนี้เป็นอุตสาหกรรมด้านความ
บันเทิงอันดับหนึ่งของประเทศจีนหรอกเหรอ? ทำไมถึงถูกฟ้องร้องได้
ล่ะ?”
“นายไม่ได้สนใจข่าวประเด็นร้อนในตอนนี้เลยหรือไง?”
ซูเฟยถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะเหลือบมองไปยังหน้า
จอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง แล้วกล่าวว่า “เพราะมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์
น่ะสิ ตอนนี้มีคนออกมาบอกว่าเขาคือฉุ่ยมู่ตัวจริง แต่เทียนหยาง
เอ็นเตอร์เทนเมนท์ขโมยผลงานเพลงของเขาไปแล้วใช้ชื่ออื่นแทน เขา
ก็เลยโมโหมาก จากที่คิดจะเป็นนักร้องที่ไร้ตัวตน ก็ต้องออกมาฟ้องร้อง
เทียนหยาง เอ็นเตอร์เทนเมนท์อย่างในตอนนี้”
“หา!”
ฉินเฉาตกใจมาก เขารีบพูดกับซูเฟยทันที
“เธอทำงานไปก่อนนะ ฉันจะออกไปคุยโทรศัพท์!”
เมื่อพูดจบ ฉินเฉาก็หยิบโทรศัพท์มือถือ แล้ววิ่งออกไปข้างนอก
อย่างรวดเร็ว
ซูเฟยมองตามแผ่นหลังของเขาไป แล้วได้แต่ส่ายหน้า
เรื่องแบบนี้ ถึงเขาจะไม่ใช่ผู้ฝึกตน แต่ก็ต้องไปจัดการแก้ปัญหาอยู่
ดี