มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1320: เพียงแค่ขอโทษ
นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
เพียงแค่นิ้วเดียวก็ทำให้เก้าอี้เหล็กกลายเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว
เก้าอี้ตัวนี้มีน˺าหนักประมาณ 30 – 40 จิน (1 จินเท่ากับ 0.5
กิโลกรัม) นอกจากนี้มันยังถูกทุ่มด้วยพลังจากวิชาฝ่ามือเหล็กของเสือ
ดำ หากว่าจะใช้มันทุบศีรษะของใครสักคน นั่นจึงไม่ใช่ปัญหา
แต่ตอนนี้ เพียงแค่นิ้วเดียวเท่านั้น เพียงแค่นิ้วเดียวก็สามารถหยุด
เก้าอี้ตัวนั้นเอาไว้ได้
เหลือเชื่อ มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
“เป็นยังไงบ้าง? แกสนุกกับการเล่นเกมนี้หรือเปล่า?”
ฉินเฉาสัมผัสเก้าอี้ที่ถูกบิดจนกลายเป็นลูกบอล แล้วโยนมันลงไป
บนพื้น
ทุกคนต่างโง่งมขึ้นมาโดยทันที
เชี่ย เป็นยอดมนุษย์หรือไง!
“พะ พละกำลังแบบนี้….. แกเป็นใครกันแน่?”
“ฉัน? ฉันก็เป็นแค่คนที่มานั่งดื่มที่นี่ยังไงล่ะ”
ฉินเฉายักไหล่ “ไม่คิดเลยว่าพอนั่งดื่มอยู่ดี ๆ ก็จะต้องมาเจอ
ปัญหามากมายขนาดนี้ แต่ว่าช่างมันเถอะ ถึงยังไงฉันก็มีปัญหามา
ตลอดอยู่แล้ว เพียงแค่แก้ไขมันให้ได้ก็พอ อ้อ! เมื่อกี้นี้แกบอกว่าจะฉีก
ร่างของฉัน แล้วจะเอาหัวใจของฉันไปหมักเหล้าใช่มั้ย…..”
ฉินเฉากล่าว ก่อนที่จะหัวเราะออกมา แล้วเดินไปหาเสือดำทีละ
ก้าว
“หยะ อย่าเข้ามานะเว้ย!”
เสือดำหวาดกลัวมาก หลังจากที่เขารู้ว่าคู่ต่อสู้ไม่ได้อยู่ในระดับ
เดียวกันกับเขา ขาทั้งสองข้างของเขาก็พลันอ่อนแรง จนต้องคุกเข่าอยู่
บนพื้นอย่างช่วยไม่ได้ “ท่านจอมยุทธ! ท่านลุง! ฉะ ฉันก็แค่พูดเฉย ๆ
เท่านั้น ฉันเป็นแค่อันธพาลรับจ้างตัวเล็ก ๆ ที่ทำงานแลกชีวิตเพื่อคน
อื่นเท่านั้น! อย่าฆ่าฉันเลย อย่าฆ่าฉันเลยนะ เมตตาฉันเถอะ ขอร้องล่ะ
เมตตาฉันเถอะ!”
“ตอนที่แกกำลังจะฆ่าฉันเมื่อกี้นี้ ทำไมฉันถึงไม่เห็นว่าแกมีความ
เมตตาบ้างเลยล่ะ?”
ฉินเฉาเดินเข้าไปอยู่ตรงหน้าของเขาอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะยกเท้า
เตะเสยร่างของเสือดำให้กระเด็นขึ้นไป
ในเวลานี้ร่างของเสือดำได้ลอยขึ้นไปบนอากาศ จนกระแทกเข้ากับ
เพดาน และในที่สุดก็ร่วงลงมานอนกองอยู่บนพื้น
“อั่ก!”
บริเวณท้องน้อยของเขาได้รับบาดเจ็บทำให้กระอักเลือดสีแดง
ออกมา
“พอตัวเองกำลังจะตาย ถึงได้รู้จักความกลัว!”
ฉินเฉายกเท้าเหยียบบนศีรษะของเขา แล้วกล่าวออกมาอย่างเย็น
ชา “มีแต่ชีวิตของตัวเองเท่านั้นที่มีค่า ส่วนชีวิตของคนอื่นล้วนไร้ค่า แก
คิดว่าตัวเองเป็นใคร?”
หลังจากที่พูดจบ ฉินเฉาก็ยกเท้าเตะเสือดำอีกครั้ง
ร่างของเสือดำลอยละลิ่วขึ้นไปอีกครั้ง ก่อนที่จะตกลงมาบนพื้น
พร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่ว
เขารู้สึกหวาดกลัวมาก ความกลัวตายนั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งอื่นใด
ทั้งหมด
“ท่านจอมยุทธ ขอร้องล่ะ อย่าฆ่าฉันเลย……”
เขาเข้าไปกอดขาของฉินเฉา พร้อมกับขอร้องด้วยความขมขื่น
“ไสหัวไปซะ”
ฉินเฉาไม่มีความเมตตาต่อคนประเภทนี้เลยแม้แต่น้อย เขาเตะเสือ
ดำจนกระเด็นออกไปอีกครั้ง
ร่างของเสือดำกลิ้งราวกับลูกบอล และทันใดนั้นเขาก็กระแทกเข้า
กับอีกด้านหนึ่งของบาร์ ก่อนที่จะทรุดตัวลงมาพร้อมกับกำแพงที่กำลัง
พังทลาย
จะยังมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่ นั่นก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเขา
ถ้าหากสวรรค์ต้องการที่จะพาเขาไป ฉินเฉาก็ย่อมไม่เก็บเขาเอาไว้
อย่างแน่นอน
“กะ แกจะทำอะไรน่ะ…..”
เมื่อเห็นว่าฉินเฉาหันหลังกลับมาจ้องมองตัวเอง ขาทั้งสองข้างของ
หวงปิงก็พลันอ่อนยวบ จนแทบจะคุกเข่าลงไปกับพื้นตามเสือดำ
แต่โชคดีที่หม่าลั่วหาง ผู้ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้พยุงตัวเขาไว้
แต่หากจะพูดว่าพยุง ต้องกล่าวว่าทั้งสองคนกำลังยืนกอดกันด้วย
เนื้อตัวที่สั่นเทาจะดีกว่า
“ฉันจะทำอะไรงั้นเหรอ?”
ฉินเฉายิ้มออกมา “ก่อนหน้านี้แกไม่ได้คิดที่จะมาหาเรื่องฉันหรือ
ไง? ฉันก็ต้องแก้ปัญหานั้นอยู่แล้ว”
เมื่อพูดจบ เขาก็ปรายตามองหวงปิง “แต่ว่าฉันเป็นคนที่ชอบ
แก้ปัญหาให้หมดไปอย่างสมบูรณ์ ส่วนเรื่องต้นเหตุของปัญหา ฉันก็คิด
ว่าแกก็คงจะรู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว ถ้าหากว่าคนคนนั้นไม่อยู่แล้ว ปัญหาก็
จะหายไปด้วย แกว่ามั้ย…..”
“มะ ไม่….”
หวงปิงส่ายหน้าด้วยความตื่นตระหนก
“แกว่ายังไงนะ?”
ฉินเฉาแผ่จิตสังหารอันเย็นยะเยือกออกมา
“ชะ ใช่แล้ว!”
หวงปิงผู้หวาดกลัวจนปัสสาวะเกือบจะราดรีบตะโกนออกมาอย่าง
รวดเร็ว
“ดี ในเมื่อแกคิดว่าเรื่องนี้มันก็สมเหตุสมผลเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้น
ฉันก็จะทำให้แกหายไป”
ฉินเฉากล่าว ก่อนที่จะก้าวเข้าไปหาหวงปิงอย่างช้า ๆ
“เอาล่ะ!”
ฝ่ายหลูเหม่ยจวนนั้นยังคงปรบมืออยู่อีกด้าน “เสี่ยวฉิน จับตัวมัน
มาให้ฉัน เจ้าหมอนี่เข้ามารบกวนการดื่มของ พะ พวกเรา ละ แล้วยังมา
โกหกเรื่องที่จะทำให้ฉันกลายเป็นนักแสดงหญิงหมายเลข 2 อีก…..”
“พี่สาว ฉันไม่ได้โกหกเธอนะ ฉันสามารถทำให้เธอกลายเป็น
นักแสดงหญิงหมายเลข 2 ได้จริง ๆ ……”
หวงปิงยังกล่าวไม่ทันจะจบ ฉินเฉาก็ดึงจุกไม้ก๊อกบนขวดไวน์ขึ้นมา
อย่างง่ายดาย และโยนเข้าไปในปากของอีกฝ่าย
“แค่ก ๆ …..”
หวงปิงน˺าลายไหลท่วมปาก ในที่สุดเขาก็สามารถคายจุกไม้ก๊อก
ออกมาได้
แย่ชะมัด…..
วันนี้เขาพลาดไปแล้วจริง ๆ ถึงได้ไปยั่วโมโหปีศาจเข้า
“พี่ใหญ่ พะ พวกเรามาพูดจากันดี ๆ เถอะ!”
หวงปิงรีบร้องขอความเมตตา
“ตอนนี้แกจำได้ว่าต้องพูดจาดี ๆ แล้วงั้นเหรอ?”
ฉินเฉาพูดเหยียดหยามซ˺าแล้วซ˺าเล่า “แกไม่อวดดีแบบเมื่อกี้แล้ว
งั้นเหรอ? ตระกูลหวงของแกไม่ได้ยิ่งใหญ่ในเมืองจิงโตวแล้วหรือไง?
เป็นอะไรไป หรือว่าตอนนี้แกจะกลัวขึ้นมา?”
“ฉะ ฉันผิดไปแล้ว พวกเรามาพูดดี ๆ กันก่อนเถอะนะ……”
หวงปิงพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ “พี่ชาย
ฝีมือของนายยอดเยี่ยมขนาดนี้ อย่ามาเสียเวลากับฉันเลย พี่ชายของ
ฉัน หวงอัน เขาพอจะมีอิทธิพลอยู่บ้างในเมืองจิงโตว มันก็เหมือนกับคำ
กล่าวที่ว่า ความแค้นควรละ ไม่ควรผูก ถ้าพี่ชายจะฆ่าฉันแล้วปล่อยฉัน
ไปล่ะก็ ต่อจากนี้ไป หวงปิงคนนี้จะเป็นมิตรสหายที่ดีกับพี่ชาย มี
ความสัมพันธ์กับตระกูลหวงเอาไว้ พี่ชายก็สามารถเดินอยู่ในเมืองจิง
โตวได้สบาย ๆ แล้ว!”
“มีความสัมพันธ์กับตระกูลหวงงั้นเหรอ?”
ฉินเฉาเบ้ปาก “นายคิดว่าฉันหาไม่ได้หรือไง?”
“พี่ชาย พวกเราคือสี่ตระกูลใหญ่ในเมืองจิงโตวนะ”
หวงปิงรีบอธิบายถึงคุณค่าของตัวเองอย่างรวดเร็ว “ในเมืองจิงโตว
แห่งนี้ ไม่มีอะไรที่จะมีอิทธิพลมากไปกว่าพวกเราอีกแล้ว!”
“สี่ตระกูลใหญ่ในเมืองจิงโตวก็เป็นแค่เรื่องไร้สาระเท่านั้นแหละ”
สีหน้าของฉินเฉาฉายแววเย็นชา “บทเรียนจากตระกูลซือและ
ตระกูลถัง ตระกูลหวงของพวกแกไม่ได้เรียนรู้มาเลยเหรอ?”
“หา!”
หวงปิงตัวสั่นอย่างกะทันหัน “กะ แก….คงจะไม่ได้เป็นคนทำลาย
ตระกูลถังและตระกูลซือหรอกใช่มั้ย…..”
“แล้วแกคิดยังไงล่ะ?”
ฉินเฉารู้สึกว่า IQ ของหวงปิงนั้นไม่ได้มากมายไปกว่าเหล่าคนที่ไม่
เคยเรียนรู้บทเรียนเลย
“ฉันไม่เชื่อ! ….. แกจะมีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นได้ยังไง….
ถึงแม้ว่าแกจะมีฝีมือที่แข็งแกร่ง แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่แกจะทำลาย
ตระกูลซือและตระกูลถังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น….. แกอย่ามาขู่ให้ฉันกลัวไป
หน่อยเลย แล้วก็อย่าได้มาบังคับฉัน….. ถ้าหากว่าแกบังคับฉันอีกที
อย่างเลวร้ายที่สุด พวกเราก็แค่ต้องมาต่อสู้แลกชีวิตกัน!”
“โอ้?”
ฉินเฉาหยิบไวน์ขวดหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะข้าง ๆ ก่อนที่จะขยับนิ้วเพื่อ
เปิดจุดไม้ก๊อกออกมา
เมื่อหวงปิงกล่าวเช่นนั้น เขาก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
“ต่อสู้แลกชีวิต? จะต่อสู้แลกชีวิตกันยังไงล่ะ?”
“ถ้าหากแกคิดว่าในบาร์ของพวกเรามีการป้องกันอยู่เพียงเท่านี้
แกกำลังคิดผิดแล้ว”
หวงปิงกล่าว ก่อนที่จะพยักหน้าให้กับบาร์เทนเดอร์ผู้ยืนอยู่ในบาร์
ด้านหลัง
บาร์เทนเดอร์สูดหายใจเข้าไปลึก ๆ และทันใดนั้นเขาก็หยิบปืนพก
สีดำกระบอกหนึ่งออกมาจากบาร์ และเล็งทิศทางไปยังฉินเฉา
“โอ้?”
เมื่อเห็นปืนกระบอกนั้น ฉินเฉาก็พลันเลิกคิ้วขึ้น
“ฮิ ๆ ….. กำลังจะถ่ายฉากดวลปืนกันอยู่งั้นเหรอ?”
หลูเหม่ยจวนหัวเราะออกมา ผู้หญิงคนนี้ดื่มจนเมาหนักมากจริง ๆ
“ที่จริงแล้วฉันก็ไม่อยากจะกำจัดแกหรอก…..”
หวงปิงลากเก้าอี้ที่อยู่ข้างตัวมานั่ง ด้านหลังของเขานั้นมีหม่าลั่ว
หางที่กำลังยืนตัวสั่นเทา
“เพราะถึงยังไง พวกเราก็เป็นตระกูลที่มีเกียรติ ไม่ใช่กลุ่มมาเฟีย”
“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้แกคิดจะทำอะไร?”
ฉินเฉามองไปยังกระบอกปืนพกสีดำเลื่อม ก่อนที่จะเอ่ยถาม
“จะทำหรือไม่ทำอะไร มันก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่แกทำ”
หวงปิงฉวยความได้เปรียบที่มีอาวุธปืนมาฟื้นคืนความกล้าหาญ
ของตัวเองให้กลับคืนมา “แกรู้จักกับผู้จัดการใหญ่ของต้าฟากรุ๊ป ถ้า
หากฉันฆ่าแกไป มันก็จะต้องมีปัญหาเล็กน้อยตามมาแน่ เพราะฉะนั้น
หนทางเดียวที่พวกเรามีอยู่ในตอนนี้ ก็คือพวกเราจะต้องจับมือสร้าง
สันติภาพต่อกัน แกคิดว่ายังไง?”
“ถ้าหากว่าฉันไม่เห็นด้วยล่ะ?”
ฉินเฉาเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะนั้นเองเขาก็เดินกลับไปหาหลู
เหม่ยจวน พร้อมทั้งหยิบแก้วไวน์สองแก้ว และเติมไวน์ลงในแก้วของ
พวกเขาทั้งคู่
“คนสวย วันนี้ฉันจะเลี้ยงไวน์เธอเอง”
“ฮิ ๆ นายยังอยากหาเงินใจจะขาดอยู่เลย ยังจะมาเลี้ยงไวน์ฉันอีก
เหรอ?”
หลูเหม่ยจวนยิ้มออกมา
“หึ ๆ ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ก็คงจะเป็นปัญหาอยู่บ้าง”
หวงปิงหยิบบุหรี่ออกมาสูบเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง
เขารู้สึกกลัวอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อมองไปยังเก้าอี้ที่ถูกบิดจนผิดรูป
และกำแพงที่พังทลายลงมาเป็นแถบในพื้นที่ของตัวเอง
“แต่ว่าสำหรับตระกูลหวง พวกเราจะสามารถแก้ไขปัญหาเล็กน้อย
พวกนี้ได้แน่นอน เพียงแค่ต้องใช้ความพยายามบ้างเท่านั้น แต่ว่าสิ่งที่
ทำให้ฉันรู้สึกไม่ชอบใจมากที่สุดก็คือการมีปัญหา คงจะเหมือนกับแก
นั่นแหละ พวกเราไม่ได้ต้องการที่จะปัญหาต่อกันอยู่แล้ว แกว่าหรือ
เปล่า?”
“ที่จริงแล้วฉันก็ไม่ได้ชอบการมีปัญหาจริง ๆ นั่นแหละ…..”
ฉินเฉาที่กำลังจิบไวน์แดงพยักหน้า “แต่ถ้าหากมีปัญหาเข้ามา ฉัน
ก็ไม่กลัวเหมือนกัน”
เมื่อพูดจบแก้วไวน์ในมือของเขาก็ร่วงลงไปบนพื้น เศษแก้วแตก
กระจายไปทั่วทิศทางทันที “หวงปิง อย่าคิดว่าแกเป็นคุณชายของ
ตระกูลหวง แล้วแกจะยิ่งใหญ่กว่าใครในโลกใบนี้ล่ะ สวรรค์กำลังมองดู
สิ่งที่ผู้คนทำลงไป เรื่องที่แกยั่วโมโหฉันในวันนี้ แกก็ลองกลับไปคิดดูให้
ดี ว่าหลังจากที่ฉันออกไปแล้ว แกจะทำยังไงต่อ”
“แกต้องการอะไรกันแน่?”
หวงปิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมา
“ที่จริงแล้วฉันไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น”
ฉินเฉากล่าว “แต่ถ้ามีใครสักคนทำผิด คนคนนั้นก็จะต้องขอโทษ
แกกับคุณหลู…..”
“ฉันชื่อเคซีย์!”
“โอเค ๆ แกจะต้องขอโทษคุณเคซีย์สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ว่ายังไง
ล่ะ?”
สาเหตุที่ฉินเฉาไม่ได้บดขยี้หวงปิงไปโดยตรง นั่นเป็นเพราะว่าเขา
เห็นแก่หน้าของหวงอัน
ถึงอย่างไรหวงอันก็เป็นศิษย์นอกนิกายของนิกายหลัวซาคนหนึ่ง
เช่นเดียวกัน
ในเมื่อเขาเป็นประมุขนิกาย เขาก็ควรจะให้สวัสดิการเล็ก ๆ น้อย ๆ
กับคนของเขา
“จะให้ฉันขอโทษผู้หญิงเนี่ยนะ?”
หวงปิงมองหน้าฉินเฉา ราวกับกำลังเจอมนุษย์ต่างดาว
“แกคิดว่าฉันเป็นใคร? ฉันคือหวงปิง คุณชายคนรองของตระกูล
หวง! แต่ว่าตอนนี้แกจะให้ฉันไปขอโทษผู้หญิงเนี่ยนะ? ฮ่า ๆ ๆ!”
เขาหัวเราะออกมาดังลั่นอย่างช่วยไม่ได้ “ตลกจริง ๆ ตลกเกินไป
แล้ว! นี่แกกำลังเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า? สมองของแกนี่มันตลกจริง
ๆ แกยังไม่เข้าใจสถานการณ์งั้นเหรอ? ตอนนี้แกกำลังถูกปืนจ่อหัวอยู่!
ไม่ใช่ฉัน! ที่ฉันยังปล่อยให้แกมีชีวิตอยู่ นั่นก็เพราะว่าฉันกลัวว่าจะมี
ปัญหาเกิดขึ้นเท่านั้น แกอย่าทำให้ฉันต้องหมดความอดทนนักเลย”
หวงปิงกล่าวออกมาอย่างโหดเหี้ยม แต่ทว่าจู่ ๆ หลูเหม่ยจวนก็ฉีก
ยิ้มออกมา ไม่รู้ว่าเธอไปได้ความเร็วระดับนี้มาจากไหน เธอลุกขึ้นมา
คว้าปืนในมือของบาร์เทนเดอร์มาไว้กับตัวทันที
ที่จริงแล้วนี่ก็นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญเช่นกัน เพราะบาร์เทนเดอร์
กำลังมีสมาธิจดจ่ออยู่กับร่างของฉินเฉา อีกทั้งฉินเฉาก็ยังปลดปล่อย
แรงกดดันออกมาจำนวนมหาศาล นั่นจึงทำให้มือของเขาสั่นเทา
และเมื่อถูกหลูเหม่ยจวนโจมตีอย่างกะทันหันเช่นนี้ เขาที่ยังไม่ทัน
ได้ตั้งตัวจึงถูกแย่งปืนในมือไปได้
“ธะ เธอ…..”
บาร์เทนเดอร์ตะลึงงัน
“ฮิ ๆ ฉันเองก็จะถ่ายทำฉากดวลปืนเหมือนกัน ปิ้ว ๆ”
เธอถือปืน พร้อมกับทำเสียงยิงปืนออกมาจากปากได้อย่างน่ารัก
น่าชัง ก่อนที่จะจ่อปืนไปยังหวงปิงที่อยู่ด้านข้าง
ปัง!
และในชั่วพริบตานั้น เธอได้ลั่นไกออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ลูก
กระสุนพุ่งออกไปทันที