มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1325: เตาหลอมลืมใจ
“เจ้าหนุ่มฉิน รีบตามไปเร็ว ๆ เข้า!”
หลัวเต๋อรีบกล่าวออกมาทันที “หากตามสาวน้อยคนนั้นไป พวก
เราก็จะได้เห็นเม็ดยาเก้าสิบเก้าฟ้าดินไม่ใช่หรือไง?”
“เข้าใจแล้ว…..”
ฉินเฉาพยักหน้า จากนั้นจึงปลดปล่อยร่างอวตารของภูตผีหลัวซา
ให้แอบตามไปอย่างเงียบ ๆ
เนื่องจากตงฟางอิ๋งอยู่ขั้นกายทองคำชั้นแรกเท่านั้น ฉินเฉาจึงไม่
กังวลเรื่องที่จะถูกพบตัว
ส่วนเขาก็จะลงมือหยิบฉวยสิ่งที่อยู่ในศาลาสมบัติสวรรค์ต่อไป
ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว เขาก็ไม่สามารถที่จะกลับไปมือเปล่าได้
ไม่อย่างนั้นมันจะไม่ยุติธรรมต่อเจ้าสำนักตงฟางที่อุตส่าห์มอบโอกาสนี้
ให้กับเขา
ฉินเฉานำสมุนไพรและวัตถุดิบทั้งหมดที่สามารถนำออกไปจาก
ศาลาสมบัติสวรรค์แห่งนี้ได้ ใส่เข้าไปในแหวนมิติ
แม้แต่ต้นสมุนไพรที่กำลังเพาะปลูกอยู่เหล่านี้ เขาก็นำออกไป
พร้อม ๆ กับดินด้วย
นอกจากนี้ยังมีเตาหลอมยาอายุวัฒนะที่ถูกวางอยู่ในคลังสมบัติ
แห่งนี้มานานหลายปี ในเมื่อหลัวเต๋อบอกว่ามันไม่ใช่เตาหลอมธรรมดา
ฉินเฉาจึงต้องนำส่วนที่เหลือออกไปพร้อมกัน
“ดีมาก คราวนี้เจ้าก็ควรที่จะไปดูให้เห็นกับตาได้แล้ว ว่าตงฟางอิ๋ง
สาวน้อยคนนั้นกำลังทำเรื่องชั่วร้ายอะไรอยู่”
หลัวเต๋อพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ฉินเฉาเปลี่ยนร่างเป็นควันสีดำทมิฬ และแอบออกไปจากศาลา
สมบัติสวรรค์แห่งนี้ทันที จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปตามทางที่ภูตผีหลัวซา
ได้บอกเขาเอาไว้
เนื่องจากว่าฉินเฉาได้ปล้นทุกอย่างมาจนหมดสิ้นแล้ว ดังนั้นเขาจึง
เร่งความเร็วสูงสุด และสามารถไล่ตามตงฟางอิ๋งที่ยังเดินทางไปได้ไม่
ไกลอย่างทันท่วงที
ภูตผีหลัวซาถูกเรียกกลับไปแล้ว แต่ฉินเฉายังคงติดตามตงฟางอิ๋
งต่อไปเรื่อย ๆ
ในเวลานี้ตงฟางอิ๋งได้ออกจากตระกูลหนานกง และมุ่งหน้าไปยัง
ประตูมังกรในตำหนักบูรพา
พลังของประตูมังกรนั้นแข็งแกร่งมาก ฉินเฉาที่ไตร่ตรองเรื่องนี้
มาแล้ว จึงได้เรียกเกราะเก้ามังกรออกมา และรวมร่างเข้ากับเกราะเก้า
มังกร
ระดับของเขาพุ่งทะยานเข้าสู่ขั้นครึ่งเซียน อะแฮ่ม คราวนี้แกยังจะ
หาตัวบิดาเจออยู่หรือเปล่า?
ฉินเฉาตามตงฟางอิ๋งเข้าไปในประตูอย่างช้า ๆ
และเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เนื่องจากระดับที่สูงเกินไป ประตูมังกรจึงไม่
ทราบว่ามีใครติดตามตงฟางอิ๋งมาด้านหลังด้วย
ฝ่ายฉินเฉานั้นยังคงไล่ตามรอยเท้าของตงฟางอิ๋งราวกับภูตผีต่อไป
บางทีเจ้าสำนักตงฟางผู้นี้คงจะคาดไม่ถึง ว่าผู้ชายที่เธอปรารถนา
ที่จะฆ่าให้ตาย จะเดินตามหลังเธอมาไม่ไกลเช่นนี้
ในไม่ช้าฉินเฉากับเจ้าสำนักตงฟางก็มาถึงกระท่อมเล็ก ๆ ที่ดูไม่
สะดุดตาหลังหนึ่ง
ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนว่าเป็นกระท่อมธรรมดา แต่ฉินเฉาก็พบว่า
ในรัศมี 10 ลี้นั้นไม่มีร่องรอยของใครเลย
ดูเหมือนว่าตงฟางอิ๋งจะออกคำสั่งว่าไม่อนุญาตให้คนในสำนักเข้า
มาใกล้ที่นี่
ที่นี่คือที่ไหนกันแน่?
ฉินเฉารู้สึกได้รางๆ ถึงแรงกดดันจากด้านหลังประตูบานนั้น
“ใคร?”
ในขณะนั้นเอง หิมะก็พลันตกลงมาหน้าประตูของกระท่อมหลังนี้
จากนั้นหิมะดังกล่าวก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเป็นร่างกายของมนุษย์
เมื่อได้เห็นรูปร่างหน้าตาของผู้หญิงคนนี้ ฉินเฉาก็เกือบจะส่งเสียง
อุทานออกมาด้วยความตกใจ
เชี่ย นี่มันจีหยวนหยวนนี่!
เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
“นางเซียนจี นี่ข้าเอง”
แต่สิ่งที่ทำให้ฉินเฉาต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม นั่นคือตงฟางอิ๋งไม่
เพียงแต่จะไม่ตั้งท่าเตรียมตัวต่อสู้ แต่ว่าเธอกลับเอ่ยทักทายอีกฝ่าย
ด้วยความสุภาพ
น้องสาวมันเถอะ ข้างในนี้จะต้องมีเรื่องแปลก ๆ อีกแน่
หญิงสาวจากตระกูลตงฟางคนนี้รู้จักกับจีหยวนหยวน
แม่เจ้า ดูเหมือนว่าพวกเธอจะเป็นพวกเดียวกัน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานประลองหงเหมิน พวกเธอจะแอบสมรู้
ร่วมคิดกันหรือเปล่า?
“โอ้!”
จู่ ๆ หลัวเต๋อก็อุทานออกมา “จีหยวนหยวนผู้นี้คิดที่จะรวบรวม
วิญญาณแรกก่อตั้งของปรมาจารย์จากแต่ละสำนักเพื่อกลั่นเม็ดยาเก้า
สิบเก้าฟ้าดิน ส่วนตงฟางอิ๋งก็ใช้โอกาสนี้ในการเรียกปรมาจารย์เหล่านี้
มารวมตัวกัน แม่เจ้า ข้าคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ….. ว่ากรงเล็บแห่งดินแดน
เซียนจะยื่นมาจนถึงที่นี่ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเธอจะกลั่นเม็ดยาเก้าสิบ
เก้าฟ้าดินไปเพื่ออะไรกันล่ะ…..”
ความคิดของหลัวเต๋อนั้นทำให้หยดเหงื่อเย็น ๆ หลั่งไหลไปทั่วทั้ง
แผ่นหลังของฉินเฉา
เชี่ย ช่างเป็นกลอุบายที่โหดเหี้ยมจริง ๆ!
โชคดีที่มีเขาอยู่ในตอนนั้น ไม่อย่างนั้นโลกแห่งการฝึกตนจะต้อง
เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาลเป็นแน่
บางทีแปดสำนักใหญ่อาจจะต้องจบสิ้นลงไปด้วย
ถึงกับใช้วิญญาณแรกก่อตั้งของผู้ฝึกตนมากลั่นเม็ดยาเก้าสิบเก้า
ฟ้าดิน… ช่างเลวทรามจริง ๆ …..
“ที่แท้ก็เป็นเจ้าสำนักตงฟาง ได้สมุนไพรมากลั่นยาแล้วเหรอ? ช่าง
รวดเร็วจริง ๆ”
“อืม… ในเมื่อท่านเซียนฉื่อสั่งการมา ข้าจะกล้าละเลยได้ยังไง”
ตงฟางอิ๋งรีบกล่าวออกมาด้วยความนอบน้อม
“เมื่อเข้าใจแบบนั้นก็ดี ตามข้ามาสิ”
น˺าเสียงของจีหยวนหยวนยังคงเย็นชาเหมือนกับแต่ก่อน ฉินเฉาคิด
ในใจว่า ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ใช่แค่เพียงศัตรูที่มีความสามารถเสียแล้ว
ฉินเฉาอยากรู้เหลือเกินว่าพวกเธอคิดจะทำอะไรต่อไป เขาจึงตาม
เข้าไปในกระท่อมเล็ก ๆ หลังนี้ด้วย
ถึงแม้ว่ากระท่อมหลังนี้จะดูเหมือนว่ามีขนาดเล็ก แต่มันก็มีทุก
อย่างครบครัน
ทั้งลานกว้าง ห้องพัก และห้องโถง ที่นี่มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะมี
ในลานกว้างแห่งนี้ดูเหมือนว่าจะมีม่านพลังที่กางเอาไว้เป็นพิเศษ
ซึ่งมีกลิ่นอายอันโดดเดี่ยวที่แยกออกมา
หลังจากที่ฉินเฉาเข้ามา เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังปราณเซียนอัน
แข็งแกร่ง อีกทั้งยังได้กลิ่นหอมอบอวลกระจายไปทั่ว
“กลิ่นนี้…..”
หลัวเต๋ออุทานออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า “มันเป็นเม็ดยาเก้าสิบเก้า
ฟ้าดินจริง ๆ ด้วย! เยี่ยมไปเลย ไม่น่าล่ะ ตอนนั้นถึงได้มีคนเข้ามาจับตัว
เจ้าสำนักเซียนทองคำ ที่แท้ก็เพื่อที่จะกลั่นยาอายุวัฒนะจริง ๆ นี่เอง
แต่เซียนผู้โง่เขลาเหล่านี้ ทำเช่นนี้ไม่เกรงกลัวว่าจะเป็นการทำลาย
อายุขัยของเซียนหรือไง…. มันไม่ถูกต้อง…..”
หลัวเต๋อจมอยู่กับข้อสงสัย “อายุขัยของเซียนก็แทบจะไม่มีที่
สิ้นสุดอยู่แล้ว แต่ใครจะเป็นคนกินเม็ดยาเก้าสิบเก้าฟ้าดินกันล่ะ… หรือ
ว่าจะเป็นคนในตำนาน…..”
ชายชรากำลังพึมพำกับตัวเอง แต่ในขณะนั้นเองเสียงหนึ่งก็ดัง
ออกมาจากกระท่อมหลังนั้นทันที
“ตงฟางอิ๋งอยู่ข้างนอกงั้นเหรอ?”
“ใช่ค่ะ ข้านำสมุนไพรสองชนิดที่ท่านเซียนฉื่อต้องการมาให้ท่าน
แล้ว”
เมื่อกล่าวจบ ตงฟางอิ๋งก็หยิบวัตถุดิบในการกลั่นยาสองชนิด
ออกมาจากอก
ใบไม้สลายวิญญาณและหญ้าฟื้นกำเนิด
“ไม่เลวเลย ข้าไม่คิดเลยว่าบนยอดเขาหมอกของเจ้าจะมีวัตถุดิบ
สมบัติสวรรค์ อย่างสมุนไพรทั้งสองชนิดนี้อยู่จริง ๆ”
“นั่นเป็นเพราะว่าคนในตระกูลหนานกงหลงใหลในการกลั่นยา
อายุวัฒนะ พวกเขาจึงมีสมุนไพรล˺าค่าเหล่านี้ค่ะ”
ในเวลานี้ตงฟางอิ๋งมีความรู้สึกว่า กลุ่มคนที่เหมือนกับควัน
คละคลุ้งที่ลอยตามเธอมานานนั้นน่ารักน่าชังขึ้นมาเล็กน้อย
“ดีมาก”
เสียงอันแก่ชรากล่าวขึ้นมา “ข้าไม่คิดเลยว่าโลกเซียนที่ขาดแคลน
พลังวิญญาณไปจะทำให้สมุนไพรทั้งสองชนิดขาดแคลนไปด้วยเช่นนี้
ในคราวนี้เจ้าทำได้ดีมาก ข้าจะจดจำความดีของเจ้าเอาไว้”
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะท่านเซียนฉื่อ!”
ตงฟางอิ๋งตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ฉินเฉาสังเกตเห็นความอิจฉาที่พาดผ่านอยู่ในแววตาของจีหยวน
หยวน
“เสียงนี้ช่างคุ้นหูเหลือเกิน…..”
หลัวเต๋อยังคงพึมพำออกมา “เขาเป็นใครกัน…..”
“ถึงจะมีสมุนไพรล˺าค่าเหล่านี้ แต่วิญญาณแรกก่อตั้งก็ยังไม่
เพียงพออยู่ดี”
เสียงชราเอ่ยออกมาอีกครั้ง
“พวกเจ้าทั้งคู่จะต้องคิดหาทางให้มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นหากเบื้อง
บนตำหนิลงมา ข้าเกรงว่าจะไม่อาจรักษาชีวิตที่ต˹าต้อยของพวกเจ้า
เอาไว้ได้”
“ค่ะ พวกเราจะปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่านเซียนฉื่อด้วยความ
นอบน้อม!”
ตงฟางอิ๋งและจีหยวนหยวนรีบพยักหน้า แล้วกล่าวออกมาทันที
ย่ามันเถอะ รู้จักวิญญาณแรกก่อตั้งหรือเปล่า?
ฉินเฉาต่อว่าอยู่ภายในใจ ช่างไม่ใส่ใจชีวิตของคนธรรมดาซะบ้าง
เลย
สำหรับเซียน ผู้ฝึกตนเหล่านี้ก็เป็นดังเช่นมนุษย์ธรรมดาทั่วไป
ในขณะนั้นเอง พลังเซียนก็แผ่ออกมา และดึงสมุนไพรทั้งสองชนิด
ที่อยู่ในมือของตงฟางอิ๋งให้ลอยเข้าไปในห้องอย่างช้า ๆ
นี่คือพลังของเซียนที่แท้จริง
ก่อนหน้านี้เคยมีบันทึกเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นพระสูตรหัวใจเพชร หรือ
วิชาสกัดกลั่นเก้าเร้นลับ วิชาการฝึกตนขั้นสูงเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็น
พลังของปุถุชนเท่านั้น
หากเปรียบเทียบกันระหว่างพลังของมนุษย์และเซียน มันก็คล้าย
กับฝ้ายหนึ่งจินและเหล็กหนึ่งจิน
เพราะฉะนั้นพลังเซียนที่เท่าเทียมกันจึงสามารถเอาชนะพลังของ
มนุษย์ได้
แต่พลังเทพที่ฉินเฉาได้ฝึกฝนอยู่นั้นก็สามารถเอาชนะพลังเซียนได้
เช่นกัน
อย่างไรก็ตามด้วยระดับพลังในตอนนี้ของฉินเฉา เขาจะต้อง
ปรับเปลี่ยนพลังลมปราณเพื่อที่จะใช้พลังเทพ
พลังลมปราณนั้นเป็นพลังของมนุษย์เช่นกัน
พลังเทพเพียงเล็กน้อยสามารถปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพลัง
ลมปราณอันล˺าลึกได้
แต่ทว่าเมื่อทำให้มันกลายเป็นพลังเทพ พลังของฉินเฉาก็นับว่ายัง
มีไม่มากมายนัก
หลัวเต๋อบอกฉินเฉาเอาไว้ว่า ถ้าหากเขาต้องการที่จะฝึกฝนพลัง
เทพอย่างเต็มที่ เขาจะต้องกลายเป็นเซียนและเข้าสู่ระดับเนื้อเซียน
อย่างแท้จริงเสียก่อน
เมื่อถึงเวลานั้น ด้วยความช่วยเหลือจากการชำระล้างจากทัณฑ์
สวรรค์ ประกอบกับระดับที่พุ่งทะยานขึ้นไป พลังลมปราณภายใน
ร่างกายก็จะปรับเปลี่ยนกลายเป็นพลังเทพไปอย่างสมบูรณ์ และนั่นจึง
เป็นจุดเริ่มต้นของความแข็งแกร่งของฉินเฉาอย่างแท้จริง
หากเข้าสู่ระดับเนื้อเซียนแล้ว ด้วยพลังเทพของฉินเฉาจะทำให้เขา
สามารถต่อสู้กับเหล่าเนื้อเซียนได้ถึงสิบคน ส่วนบรรดาครึ่งเซียนผู้ถูก
อาวุธสังหารเหล่านั้น ฉินเฉาสามารถเมินเฉยต่อพวกเขาได้เลยด้วยซ˺า
ไป
หลังจากที่พวกเขาถูกอาวุธสังหารก็จะไม่ได้รับพลังเซียน นั่นเป็น
เพราะว่ากายมนุษย์ของพวกเขานั้นไม่สมบูรณ์ จึงไม่สามารถที่จะ
ฝึกฝนพลังเซียน และไม่อาจกลายเป็นเซียนได้
ภายหลังจากที่ฉินเฉาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วและเข้าสู่ระดับเนื้อ
เซียนอย่างแท้จริง เขาก็จะต้องดูดซับเพลิงวิบัติเก้าสวรรค์เข้าไปอีกครั้ง
และหลังจากที่เพลิงหยิบเก้าเร้นลับได้ละลายไปอย่างสมบูรณ์ การ
จัดการครึ่งเซียนเหล่านั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจากผู้ใหญ่ที่รังแกเด็ก
พลังเทพได้ทำลายวิถีทางทั้งหมด แน่นอนว่าถ้าหากพลังของฉิน
เฉานั้นแข็งแกร่งขึ้น ฉินเฉาก็จะสามารถเอาชนะได้แม้แต่พลังเซียน
ยกตัวอย่างเช่นเฮยฉีหลินผู้กุมพลังเซียนเอาไว้
เขาถือกำเนิดขึ้นมาจากเพลิงวิบัติเก้าสวรรค์ ร่างกายจึงเป็นพลัง
เซียนที่บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด
ส่วนซวนหยวนอิงจี๋ก็มีพลังเซียนอยู่ในตัวเช่นเดียวกัน แต่อิงเทียน
ได้ถ่ายทอดพลังเทพให้เธอ พลังเทพและพลังเซียนจึงได้เชื่อมโยง
ระหว่างกัน
แต่ในแง่ของพลังโดยรวมแล้ว ซวนหยวนอิงจี๋เพิ่งจะเข้าสู่ระดับ
เซียนศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงไม่นานเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเธอต่อสู้กับเฮยฉีหลิน ผู้
เป็นเซียนศักดิ์สิทธิ์อย่างสมบูรณ์ ผลออกมาจึงเสมอกัน
ส่วนเหรินซุนและกุ่ยชุน เซียนผู้เป็นใหญ่ทั้งสามนั้น พวกเขาคือ
เซียนผู้มีพลังที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
แต่เมื่อเปรียบเทียบอิงเทียนผู้ครอบครองพลังเทพแล้ว ทั้งหมดนี้ก็
ยังไม่ถูกนับว่าเป็นจานเครื่องเคียงเสียด้วยซ˺า
เมื่อเห็นว่าวัตถุดิบในการกลั่นยาถูกพลังเทพดึงเข้าไปในห้องอย่าง
ช้า ๆ เช่นนั้น เสียงของหลัวเต๋อก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของฉินเฉา
“ตามไปสิ ไปดูเซียนนอกรีตที่อยู่ข้างในนั่นซะ!”
ฉินเฉาพยักหน้า ก่อนที่จะใช้ความสามารถของราชันย์ภูตจนถึงขีด
สุด และตามเข้าไปข้างในอย่างเงียบงัน
ด้านในมีชายชราผู้มีหนวดเคราสีขาวโพลนและมีบุคลิกสง่าดั่ง
เซียน กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าเตาหลอมยาขนาดใหญ่ มือข้างหนึ่ง
ถือพัดซึ่งทำขึ้นมาจากใบของต้นปาล์ม ส่วนมืออีกข้างถือขวดน˺าเต้า
เอาไว้
ขวดน˺าเต้านั้นลุกโชนไปด้วยเปลวไฟในการสกัดกลั่นเม็ดยา
อายุวัฒนะ และใช้พัดควบคุมขนาดของเปลวไฟดังกล่าวนั้น
เตาหลอมยาก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่สิ่งของธรรมดาสามัญ ทั้งสี่มุม
ของเตาได้แกะสลักรูปมังกรเขียว หงส์แดง เต่าดำ และเสือขาว ซึ่งเป็น
สัตว์เทพทั้งสี่เอาไว้
แต่ละด้านของเตาหลอมนั้นเป็นทรงแปดเหลี่ยมสีขาวสลับดำ ซึ่ง
ตัดกันอย่างชัดเจน เมื่อเปลวไฟสีแดงฉานในเตาลุกโชนขึ้นมา มันก็ค่อย
ๆ หมุนอย่างช้า ๆ
“เตาหลอมลืมใจ!”
หลัวเต๋ออุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก
“มีสมุนไพรทั้งสองชนิดนี้แล้ว จะต้องกลั่นยาอายุวัฒนะได้แน่!”
ชายชราผู้มีเคราสีขาวโพลนดูมีความสุขเป็นอย่างมาก เขาควบคุม
วัตถุดิบในการกลั่นยา จากนั้นก็คอยพัดให้กลิ่นหอมของมันลอยตลบ
อบอวลไปทั่ว
สมุนไพรทั้งสองชนิดนี้ลอยเข้าสู่เตาหลอมในที่สุด ทันใดนั้นมันก็
กลายเป็นเปลวไฟ และผสมผสานเข้ากับวัตถุดิบหลากหลายชนิดที่อยู่
ด้านใน
ในชั่วพริบตานั้น แสงสีทองก็ส่องสว่างเรืองรองออกมาจากเตา
หลอม
แสงสีทองดังกล่าวสว่างไสวเป็นอย่างมาก และดูเหมือนว่าจะมี
พลังที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
“ไม่เลวเลย ความทุ่มเทของข้าไม่เสียเปล่าจริง ๆ”
ชายชราพยักหน้า เมื่อแสงสีทองดังกล่าวค่อย ๆ จางลงไป เขาก็เร่ง
เปลวไฟให้กลับมาลุกโชนอยู่ในขวดน˺าเต้าอีกครั้ง
และในที่สุดหลัวเต๋อก็ได้เห็นใบหน้าของชายชราผู้นี้เสียที ทันใด
นั้นเขาก็ตะโกนออกมาด้วยเสียงอันสั่นเทา
“ลุงมันเถอะ ไท่ซ่างเหล่าจวิน!”