มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1347: กระบี่คนรวมเป็นหนึ่ง
“ร้องไห้ให้กับตัวเอง?”
เฉินหยูไม่เข้าใจในเรื่องนี้
“อืม…..”
ฉินอี้พยักหน้า เขากำลังยืนอยู่ข้าง ๆ ขอบสระน˺า แล้วสัมผัสกับ
ราวบันไดที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะกล่าวว่า “ข้าได้ยิน… พวกมันกำลัง
บอกข้าว่า พวกมันรู้สึกเกลียดชังที่นี่ และอยากออกไปเสียที….. ที่นี่
ไม่ใช่ปลายทางที่พวกมันควรจะกลับไป….. พวกมันยังไม่ตาย พวกมัน
ยังมีชีวิตอยู่…..”
“ถูกต้องแล้วที่กระบี่เหล่านี้ยังไม่ตาย เพียงแค่กำลังรอคอยเจ้าของ
คนต่อไปอยู่ที่นี่เท่านั้น”
เฉินหยูกล่าวออกมา
“แต่เจ้าของของพวกมันไม่ได้ปรากฏตัวมานานแล้วน่ะสิ”
ใบหน้าของฉินอี้นั้นดูเศร้าสร้อย ทันใดนั้นเขาก็เดินไปข้างหน้า
ก่อนที่จะก้าวข้ามขอบสระ จนกระทั่งร่างกายลอยอยู่เหนือสระน˺าที่อยู่
ในหุบเขาแห่งนี้
“อย่าได้ร้องไห้ออกมาอีกเลย สิ่งที่พวกเจ้าควรจะมีคือจิตสังหาร
ไม่ใช่ความโศกเศร้าเช่นนี้”
หึ่มม!
กระบี่ทุกเล่มพลันเคลื่อนไหวทันที
พวกมันสั่นสะเทือนอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเปล่งเสียงมังกรคำราม
ราวกับกำลังพูดคุยกับฉินอี้อยู่อย่างนั้น
“อืม ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว…..”
ฉินอี้พยักหน้า แล้วยังคงกล่าวต่อไป
เฉินหยูรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที กระบี่เหล่านี้กำลังเคลื่อนไหว
พร้อม ๆ กัน นั่นทำให้เธอรู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
“ฉินอี้ พวกมันกำลังพูดอะไรอยู่…..”
“อืม… ข้าเข้าใจแล้ว……”
ฉินอี้ไม่ตอบเฉินหยู แต่ทว่ายังคงพูดคุยกับกระบี่เหล่านี้
“ฉินอี้! ฉินอี้! เจ้าได้ยินข้าพูดหรือเปล่า!”
เฉินหยูกังวลขึ้นมาว่าจะเกิดปัญหาขึ้นกับเด็กคนนี้
ท่านป้าของเธอจะไม่มาเอาเรื่องหรอกเหรอ?
อย่าได้มองเพียงแค่ว่าท่านป้าของเธอเข้มงวดกับฉินอี้จนเกินไป
ความรักที่เธอมีต่อฉินอี้ก็มีมากมายไม่แพ้กัน
เพียงแค่ว่าเฉินชิงไม่ชอบที่จะแสดงความรู้สึกออกมาก็เท่านั้น
“อืม ข้ายินดีที่จะเป็นเจ้านายของพวกเจ้า ขอเพียงแค่พวกเจ้าไม่
ร้องไห้ออกมาอีกก็เพียงพอแล้ว…..”
คำพูดของฉินอี้ทำให้เฉินหยูตกตะลึงทันที
นะ นี่มันหมายความว่ายังไง?
เต็มใจที่จะเป็นเจ้านายของพวกมัน?
จู่ ๆ เฉินหยูก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาอย่างกะทันหัน
และในขณะนั้นเอง สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็พลันปรากฏขึ้น
กระบี่ทุกเล่มที่แขวนอยู่รอบ ๆ พลันสั่นสะเทือนทันที
จากนั้นมันก็ลอยอยู่บนอากาศ และลอยเข้ามาอยู่รอบตัวฉินอี้ทีละ
เล่ม
กระบี่เหล่านี้ราวกับเอลฟ์ที่กำลังรุมล้อมฉินอี้ และวนเวียนอยู่รอบ
ร่างกายของเขาไม่หยุด
“สวรรค์… นี่มันเกิดอะไรขึ้น…..”
เฉินหยูหุบปากไม่ลงเสียแล้ว
หึ่มมมม!
เสียงคำรามของมังกรดังสะท้อนออกมาจากหุบเขาเหล่านี้ต่อไปไม่
หยุด
“มาสิ มาหาข้า…..”
ฉินอี้พึมพำในขณะที่กำลังหลับตาลง
และทันใดนั้นกระบี่ทุกเล่มก็พลันส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่าง
รุนแรงทันที
คราวนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ฉินอี้แปล เฉินหยูก็ได้ยินเสียงของพวก
มันเช่นกัน กระบี่เหล่านี้กำลังกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
หึ่มมม!
เสียงของมังกรยังคงดังก้องต่อไปไม่หยุด จากนั้นกระบี่จำนวน
หลายพันเล่มก็พลันก่อจลาจล พวกมันได้กลายเป็นกระแสน˺าวนเหล็กที่
กลืนกินร่างกายเล็ก ๆ ของฉินอี้เข้าไปในทันที
“ฉินอี้!”
เฉินหยูตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก มือทั้งสองข้างของเธอพลันสั่น
เทา เธอเกือบจะคุกเข่าลงไปบนพื้นอยู่แล้ว
แต่เธอก็สงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วและรีบชักกระบี่ออกมา
ทันที ก่อนที่จะใช้ “กระบี่สะบั้นเงา” โจมตีไปยังกระแสน˺าวนเหล็กที่อยู่
ฝั่งตรงข้าม
“เอาฉินอี้คืนมาซะ!”
ฟ้าว!
แต่ใครจะรู้ว่ากระบี่สะบั้นเงาหลายสิบเล่ม จะทำให้กระแสน˺าวน
กระจายตัวออกไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
กระแสน˺าวนเหล็กเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดมันก็
กลายเป็นแสงสีขาวสว่างจ้า
ตูม!
ปราณกระบี่อันรุนแรงระเบิดออกมาทันที เฉินหยูตกใจมาก เธอรีบ
เรียกกระบี่กลับคืนมา ก่อนที่จะร่ายวิชาเรียกกระบี่สีทองออกมาแทน
โล่กระบี่
ถ้าหากไม่มีโล่กระบี่ดังกล่าวนี้ เฉินหยูคงจะแย่ไปแล้ว
ผนังรอบด้านถูกกระบี่ฟาดฟันจนเกิดร่องรอยขึ้น
แม้แต่หน้าผาก็ยังหายไปถึงสามฟุต มันช่างน่าสะพรึงกลัวมากจริง
ๆ
แต่เมื่อมองขึ้นไปบนอากาศ ร่างของฉินอี้นั้นหายไปแล้ว และในชั่ว
พริบตา สิ่งที่ปรากฏขึ้นมากลับเป็นเด็กหนุ่มอายุประมาณ 14 – 15 ปี
เขามีผมเส้นยาวสีดำขลับราวกับน˺าหมึก ดวงตาทั้งสองข้างเป็นดังเช่น
ดวงดาวที่ส่องประกายในความมืดมิด ร่างของเขากำลังส่องแสงอยู่
เหนือสระน˺าแห่งนี้
“พี่สาวไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?”
เด็กหนุ่มคนนั้นเอ่ยถามขึ้นมา
เสียงนี้น่าดึงดูดใจอยู่เล็กน้อย หากแต่ก็ยังคงความเป็นเด็กเอาไว้
เฉินหยูประหลาดใจมาก
เห็นได้ชัดว่ารูปลักษณ์ของเด็กหนุ่มคนนี้เหมือนกับฉินเฉาในวัยเด็ก
สวรรค์ เขา…คือฉินอี้
เป็นไปได้ยังไง?
มันน่าเหลือเชื่อจริง ๆ
จู่ ๆ เขาก็เติบโตขึ้น ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ใช้วิชากระบี่ลับ
“ว้าว ข้าโตขึ้นแล้ว…..”
ดูเหมือนว่าฉินอี้จะรู้สึกถึงรูปลักษณ์ของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไป
เขายื่นมือออกมาแล้วมองไปรอบตัว “หึ ๆ เยี่ยมไปเลย ตอนนี้ข้าก็
สามารถจีบสาวได้แล้ว!”
ในหัวของเด็กคนนี้ยังคงคิดแต่เรื่องจีบสาว ช่างยอดเยี่ยม
เหมือนกับพ่อของเขาจริง ๆ
“ฉินอี้ ในเมื่อเจ้ามีรูปลักษณ์เช่นนี้แล้ว แล้วพวกเราจะไปพบคน
ของยอดเขาหมอกได้ยังไง”
“โอ้? ไม่เป็นไรหรอก พี่สาวดูนี่นะ”
ฉินอี้โบกมือ ทันใดนั้นรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปก็ได้กลับคืนสู่ร่างของ
เด็กชายตัวเล็ก ๆ อีกครั้ง
“พี่สาวดูสิ คุณชายผู้นี้สามารถเปลี่ยนร่างได้”
“แต่… กระบี่พวกนั้นล่ะ?”
เฉินหยูยังคงรู้สึกว่าตนหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ดี
ในชั่วพริบตา กระบี่ที่อยู่ตรงหน้าก็พลันหายไปจนหมดสิ้น
“มันอยู่ในนี้”
มือเล็ก ๆ ของฉินอี้แตะลงบนหน้าอกของตัวเอง
จากนั้นกระบี่เล่มหนึ่งก็ลอยออกมาจากร่างกายของเขา และลอย
ไปมารอบ ๆ ราวกับกำลังพิสูจน์อะไรบางอย่าง
เฉินหยูไม่รู้ว่าเธอควรจะพูดอะไรออกมาดี
เขาซูซานก่อตั้งมานับหลายพันปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีเหตุการณ์
แบบนี้เกิดขึ้น
มันน่าจะเป็นเพียงแค่ตำนานแท้ ๆ
“จะ เจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า…..”
ถึงเฉินหยูจะกังวลเรื่องกระบี่ แต่เธอก็กังวลถึงเรื่องร่างกายของฉิน
อี้เช่นเดียวกัน
“ข้าไม่เป็นไร อีกทั้งยังรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอีกด้วย”
ฉินอี้กล่าว จากนั้นเขาก็ยื่นมือข้างหนึ่ง แล้วพลังลมปราณสีทองก็
พลันปรากฏออกมา
เมื่อเขาโบกมือ พลังลมปราณสีทองนั้นก็ระเบิดใส่หน้าผาที่อยู่ข้าง
ๆ
ครืนนน!
เสียงกระหึ่มพลันดังขึ้น พลังลมปราณดังกล่าวนั้นราวกับคมกระบี่
ที่ตัดเต้าหู้ ในชั่วพริบตาผนังก็ถูกเจาะเป็นรูสีขาวทันที
และสีขาวที่ว่านั้นก็คือแสงจากด้านนอกที่ส่องผ่านเข้ามาด้านใน
หน้าผาแห่งนี้มีความหนามากกว่า 10 เมตร
เฉินหยูยังคงคิดว่าตัวเองกำลังเข้าใจผิด เธอเบิกตากว้างและจ้อง
มองมันอีกครั้ง
ไม่ได้เข้าใจผิด!
มันมีรูอยู่จริง ๆ!
พลังลมปราณที่ปลดปล่อยออกมาตามใจชอบ กลับมีพลังมากมาย
ถึงเพียงนี้
ช่างเป็นปราณกระบี่ที่ทรงพลังเหลือเกิน
ระดับของมันคือกระบี่และคนได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
นี่…..ช่างน่ากลัวจริง ๆ
ลูกของฉินเฉาและท่านป้า…..ไม่ใช่มนุษย์แล้วจริง ๆ
“ฉินอี้ ตะ ตอนนี้เขตระดับของเจ้า… อยู่ในระดับไหนแล้ว?”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่มันน่าจะเป็นขั้นกายทองคำชั้นที่เจ็ด”
ฉินอี้กล่าวว่า “ภายในกระบี่เหล่านี้มีปราณกระบี่จำนวนมหาศาล
จากผู้อาวุโสรุ่นก่อน ๆ ซึ่งข้าได้ดูดซับมันเข้าไปแล้ว ดังนั้นพลังของข้า
จึงได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย”
“แม้แต่ท่องกระบี่ก็ยังไม่รวดเร็วถึงเพียงนี้ สัตว์ประหลาด เจ้าเป็น
สัตว์ประหลาดชัด ๆ!”
“พี่สาวพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง? ข้าเป็นหนุ่มรูปหล่อ ไม่ใช่สัตว์
ประหลาดสักหน่อย”
ฉินอี้ลอยตัวลงมาตรงหน้าเฉินหยู “พี่สาวลองมองดี ๆ สิว่าข้าหล่อ
หรือเปล่า”
“หล่อกับผีน่ะสิ! กระบี่จำนวนมากมายถูกเจ้ากลืนกินเข้าไปเช่นนี้
ข้าจะอธิบายเรื่องนี้ให้ท่านเจ้าสำนักฟังว่ายังไง!”
“เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะคุยกับสหายถานเอง”
ฉินอี้ไม่เห็นด้วยกับเธอ อีกทั้งยังหัวเราะออกมา
“แล้วแผนของพวกเราล่ะ จะไปหากระบี่ที่เหมือนกันมาจากไหน?”
“มันมีอยู่ในนี้แล้ว”
ฉินอี้โบกมือ ทันใดนั้นกระบี่เล่มหนึ่งที่ดูคล้ายคลึงกับกระบี่น˺าค้าง
แข็งก็ปรากฏออกมาตรงหน้าเฉินหยู
“ตอนนี้กระบี่ทุกเล่มล้วนเป็นร่างอวตารของข้า ทุกสิ่งทุกอย่างของ
พวกมันก็คือตัวข้า…..”
“ให้ตายเถอะ สัตว์ประหลาดชัด ๆ …..”
เฉินหยูส่ายหน้าอีกครั้ง
“พี่สาว ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็พร้อมแล้ว พวกเราควรจะออก
เดินทางกันได้แล้ว”
“ใช่”
เฉินหยูพยายามสงบสติอารมณ์ เธอสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ ก่อนที่
จะโคจรพลังลมปราณภายในร่างกาย แล้วกล่าวว่า “แต่ว่าก่อนหน้านั้น
พวกเราจะต้องมาสร้างกฎทั้งสามข้อกันเสียก่อน”
“ได้เลย พี่สาว ท่านว่ามาเลย!”
หากได้ออกไปจากที่นี่ ฉินอี้ก็มีความสุขมาก
อย่าว่าแต่สามข้อเลย ถึงแม้ว่าจะเป็น 3,000 ข้อก็ไม่เป็นไรอยู่ดี
“ข้อแรก หลังจากที่ออกไปแล้ว เจ้าจะต้องเชื่อฟังคำพูดของข้าทุก
อย่าง”
เฉินหยูชูนิ้วชี้ขึ้นมา
“อืม ก่อนหน้านี้พวกเราก็ได้ตกลงกันแล้ว เรื่องนี้ไม่มีปัญหา”
ฉินอี้พยักหน้า
“อืม ข้อที่สอง เจ้าห้ามวิ่งไปจีบสาวเด็ดขาด”
“หา?”
ฉินอี้ผงะไปทันที เรื่องนี้มันน่าละอายมาก ฉินอี้ผู้นี้เกิดมาเพื่อสาว
ๆ นะ!
“ถ้าหากไม่ยอม เจ้าก็ไม่ต้องไป ถึงยังไงในเขาซูซานแห่งนี้ก็มีสาว
ๆ มากมายอยู่แล้ว เจ้าจีบพวกเธออยู่ที่นี่ก็แล้วกัน”
“ไม่เอาหรอก! สาว ๆ ที่นี่แข็งทื่อกันจะตายไป ไม่น่าสนใจเลยสัก
นิด”
ฉินอี้ส่ายหน้าซ˺าแล้วซ˺าเล่า “ข้าชอบสาว ๆ ที่ดูน่าสนใจ และสาว
ๆ บนยอดเขาหมอกก็น่ารักมากเสียด้วย”
“…..ไม่ได้ ถ้าหากเจ้าทำตามอำเภอใจ มันอาจจะทำลายแผนการ
ของพวกเราได้”
ในจุดนี้ เฉินหยูไม่อนุโลมให้เขาอีกต่อไปแล้ว
“พี่สาว… พี่สาวเป็นคนดีที่สุด…..”
“ข้าไม่ใช่คนดี นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ว่าเจ้าจะเยินยอข้ายังไง
มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
“ก็ได้ ๆ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้น”
ฉินอี้คิดในใจ ถึงอย่างไรหลังจากที่ออกไปได้แล้ว เขาก็ยังสามารถ
หาโอกาสไปหาสาว ๆ ได้ตลอดเวลาอยู่ดี
“อืม และข้อสุดท้าย”
เฉินหยูพยักหน้า ก่อนที่จะพูดถึงกฎข้อสุดท้าย “นั่นก็คือ เจ้า
จะต้องคอยตามติดอยู่ข้างกายข้าตลอด ห้ามไปไหนมาไหนโดยไม่ได้รับ
อนุญาต”
“หา!”
ฉินอี้เบิกตากว้างทันที
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว พี่สาว ข้าไม่ใช่ผู้คุ้มกันส่วนตัวของท่านนะ!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องไป เจ้าอยู่บนเขาซูซานแห่งนี้ต่อไปเถอะ”
“ไม่เอา! ข้าสามารถช่วยท่านได้ตั้งหลายอย่างเชียวนะพี่สาว”
ฉินอี้กังวลใจขึ้นมา
ขอเพียงแค่ได้ออกไปจากเขาซูซานและอยู่ให้ห่างจากหม่าม๊า จะ
ให้เขาทำอะไรก็ยอม
“ก็ได้ ๆ ข้าจะไม่ไปไหนคนเดียวแล้ว ท่านต้องพาข้าไปนะ”
“แล้วไป ตราบใดที่เจ้าทำตามกฎสามข้อนี้ได้ ข้าก็จะพาเจ้าไป
ด้วย”
เฉินหยูยื่นมืออันขาวผ่องและบอบบางไปให้ฉินอี้
ฉินอี้ตอนเป็นเด็กนั้นดูน่ารักน่าชังมาก แต่พอโตขึ้นกลับดู
เหมือนกับบิดาผู้น่าชังของเขา พอเธอเห็นแล้วเธอก็พลันรู้สึกโกรธ
ขึ้นมา
“โอ้ ข้าจะเป็นเด็กดีและคอยเชื่อฟังท่าน”
ฉินอี้ยื่นมือไปจับมือของเฉินหยูอย่างเชื่อฟัง
มันอบอุ่นยิ่งกว่ามือของหม่าม๊าเสียอีก
“ดีมาก พวกเราไปกันเถอะ”
“ได้เลยพี่สาว…..”
“เรียกข้าว่าอะไรนะ?”
“ได้เลยหม่าม๊า…..”
ฉินอี้นั้นเฉลียวฉลาดมาก เขารีบเปลี่ยนคำพูดอย่างรวดเร็ว นั่นทำ
ให้เฉินหยูรู้สึกพึงพอใจมาก
ดูเหมือนว่ามีเด็กตัวเล็ก ๆ มาอยู่ข้างกายเธอเช่นนี้ มันก็ดี
เหมือนกัน
แต่ทว่าเธอไม่รู้ว่าในหัวเล็ก ๆ ของฉินอี้นั้นกำลังคิดอะไร
ขอแค่เพียงคุณชายผู้นี้ออกไปให้ได้เท่านั้น เมื่อเวลานั้นมาถึง กฎ
ทั้งสามข้อของท่านก็ทำอะไรข้าไม่ได้แล้ว…..
หึ ๆ ๆ สาว ๆ บนยอดเขาหมอก คุณชายกำลังจะไปหาพวกเจ้า
แล้ว!
จากนั้นร่างใหญ่และร่างเล็กก็เดินออกไปจากสระกระบี่ และออก
เดินทางไปยังยอดเขาหมอกพร้อมกัน