มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1370: ทดสอบ
“มีอะไรหรือเปล่า?”
ฉินเฉาหยุดฝีเท้า พลางจ้องมองชายร่างสูงใหญ่ทั้งสองคนนั้น
พวกเขาดูเย็นชาและเลือดเย็น คล้ายกับบอดี้การ์ดที่เจอมาก่อน
หน้านี้
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นมนุษย์เหล็ก และจะต้องมีฝีมือที่ยอด
เยี่ยมมาก
แต่สองคนนี้มีความแตกต่างไปจากคนอื่นเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ถึง
กลิ่นอายอันเจือจางของผู้ฝึกตนมาจากร่างกายของทั้งคู่
ถึงแม้ว่าจะมีอยู่ไม่มากนักและมีเพียงส่วนเดียวเท่านั้น แต่พลัง
เทพของฉินเฉาก็ยังสัมผัสถึงมันได้
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นบอดี้การ์ดที่ได้รับการฝึกฝนมาจาก
สำนักของผู้ฝึกตน
มีพละกำลังในระดับที่ไม่เลวเลยทีเดียว
ฉินเฉาจ้องมองทั้งสองคนอย่างไม่ว่างตา
“นี่เป็นเพียงการตรวจสอบตามปกติเท่านั้น ช่วยแสดงหนังสือ
รับรองด้วย”
พวกเขาต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบมากมาย การจะเจอคน
ใหญ่คนโตนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดายจริง ๆ
“พวกเขาเป็นคนของสำนักข่าวกรองหน่วยที่เจ็ด และคนของสาขา
ที่เจ็ด”
บอดี้การ์ดที่นำทางพวกเขามาก่อนหน้านี้ เป็นคนกล่าวออกมา
“แสดงหนังสือรับรองด้วย”
แต่ทว่าบอดี้การ์ดทั้งสองคนก็ยังคงกล่าวอย่างเย็นชา
เฉิงอิงเหลือบมองฉินเฉา เพื่อบอกให้เขาทำตามสิ่งที่อีกฝ่าย
ต้องการ
ในเมื่อมันเป็นกฎ พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น
ฉินเฉาสอดมือเข้าไปในอกเสื้อ ทันใดนั้นบอดี้การ์ดทั้งสองคนก็
พลันตื่นตัว เส้นขนบนร่างกายลุกชันขึ้นทันที
มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติเช่นนี้ พวกเขาเป็นยอด
ฝีมือจริง ๆ
ดูเหมือนว่าพื้นฐานการฝึกตนของทั้งคู่จะอยู่ในขั้นหลอมลมปราณ
แล้ว
ถึงแม้ว่าระดับจะไม่ได้สูง แต่ก็นับว่าเพียงพอแล้วสำหรับการเป็น
บอดี้การ์ด
“สาขาที่เจ็ดงั้นเหรอ?”
หลังจากที่ฉินเฉาหยิบหนังสือรับรองออกมา ท่าทีของทั้งสองคนก็ดู
ผ่อนคลายมากขึ้น แต่สายตาที่จ้องมองมากลับดูแปลกไป
“แผนกลึกลับในตำนานไม่ใช่เหรอ?”
บอดี้การ์ดอีกคนเลิกคิ้วขึ้น “ฉันเพิ่งจะเคยเห็นหนังสือรับรองแบบ
นี้เป็นครั้งแรก ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือเปล่า รอสักครู่ พวกเรา
จะต้องไปรายงานก่อน”
จากนั้นเขาก็เหลือบตามองไปยังบอดี้การ์ดคนก่อนหน้านี้ บอดี้
การ์ดคนนั้นพยักหน้า จากนั้นจึงหันหลังและเดินออกไป
“ต้องรอนานแค่ไหน?”
เฉิงอิงเอ่ยถาม
“ใครจะไปรู้ว่าจะตรวจสอบนานขนาดไหน ทำใจให้สบายแล้วรอ
ไปเถอะ พวกเราเป็นแค่บอดี้การ์ดเท่านั้น จะใช้เวลานานแค่ไหน มันก็
ขึ้นอยู่กับผู้นำ”
“หลีกทางไปซะ”
ฉินเฉารู้สึกรำคาญการรอคอยเป็นที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังรู้สึกได้ว่าทั้งสองคนกำลังจงใจหาเรื่องจับผิด
เขาอยู่ ถึงได้ทำเป็นไม่รู้จักหนังสือรับรองของเขา
“ถ้าหากฉันต้องการที่จะเข้าไปจัดการกับคนที่อยู่ข้างใน พวกแก
สองคงก็ขวางทางฉันเอาไว้ไม่ได้หรอก”
“นี่เป็นกฎ”
บอดี้การ์ดที่อยู่ฝั่งซ้ายกล่าวอย่างเย็นชา “ไม่ว่าแกจะเป็นคนของ
หน่วยงานไหน เมื่ออยู่ที่นี่ แกก็จะต้องทำตามกฎของที่นี่!”
“แล้วถ้าฉันไม่ทำตามล่ะ?”
ฉินเฉากำลังอารมณ์เสียมาก ในเมื่อมีคนมาทำตัวหยาบคายกับเขา
เขาก็จะไม่มีทางไปสุภาพกับคนคนนั้น
เฉิงอิงรีบสะกิดเขาทันที
“ขออภัย ขออภัย เพื่อนของฉันเป็นคนหุนหันพลันแล่นไปหน่อย
อย่าได้ถือสาเลย”
เธอกล่าวกับบอดี้การ์ดทั้งสองคน
“หุนหันพลันแล่น? ฉันคิดว่าพวกแกกำลังเข้ามาก่อกวนมากกว่า
ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่พวกแกจะมาทำตัวหยาบคายได้ มาสู้กันก่อน แล้ว
ค่อยมาพูดกันทีหลัง!”
เมื่อกล่าวจบ บอดี้การ์ดทั้งสองคนก็ทำท่าจะเริ่มลงมือ
“นี่ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะอดทนได้แล้ว”
ฉินเฉายักไหล่ให้เฉิงอิง “พวกนั้นกำลังจะลงมือก่อนชัด ๆ”
“นายอย่าใจร้อนสิ!”
เฉิงอิงรีบส่งสายตาให้ฉินเฉา ก่อนที่เธอจะยกมือทั้งสองข้างขึ้น
และนั่งยอง ๆ ลงไปกับพื้น “พวกเราไม่ได้จะทำอะไรทั้งนั้น ทุกคนใจ
เย็น ๆ กันก่อนเถอะ”
“เฉิงอิง ยืนขึ้น!”
ฉินเฉาเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา
“ฉินเฉา นายใจเย็น ๆ ก่อน…..”
“ฉันใจเย็นมากแล้ว แต่ฉันจะไม่มีทางหมอบลงกับพื้นต่อหน้าพวก
มันเป็นอันขาด”
ฉินเฉาจ้องมองบอดี้การ์ดทั้งสองคน แล้วกล่าวว่า “ถึงแม้ว่าที่นี่จะ
เป็นจงหนานไห่ แต่ฉันก็จะไม่ลดศักดิ์ศรีของความเป็นคนลงไปเด็ดขาด
และตอนนี้ คนคนนั้นก็เป็นฝ่ายอยากพบกับพวกเรา ไม่ใช่พวกเราที่เป็น
ฝ่ายอยากไปพบกับเขาจนจะตายให้ได้ แต่นี่คือท่าทางของคนที่กำลัง
ต้อนรับแขกงั้นเหรอ?”
“พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย!”
บอดี้การ์ดที่อยู่ด้านขวาตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ “ที่นี่ไม่ใช่
สถานที่ที่แกจะมาทำตัวหยาบคายได้!”
“ฉันทำตัวหยาบคาย? ฉันกำลังทำตัวหยาบคายตรงไหน?”
ฉินเฉายังคงยืนนิ่ง แล้วเอ่ยถามโดยที่ไม่รู้จักคำว่าถอยหลัง “ฉันก็
แค่พูดไปตามเนื้อผ้าเท่านั้น อย่าบอกนะว่าพวกแกเป็นคนที่ไม่เคารพ
คนอื่นแบบนั้น? พวกเราทุกคนเท่าเทียมกัน นี่คือสิ่งที่กฎหมายได้
บัญญัติเอาไว้ เขาเป็นตัวแทนที่พวกเราเป็นคนเลือกตั้งเข้ามา เงินเดือน
ของเขาก็มาจากภาษีของพวกเรา แต่ตอนนี้กลับยืนอยู่เหนือปราชาชน
แล้วงั้นเหรอ?”
“แกจะมาสร้างปัญหาขึ้นที่นี่สินะ? จัดการมันเลย!”
บอดี้การ์ดฝั่งซ้ายพูดกับคนที่อยู่ทางขวา “ได้ยินมานานแล้วว่าคน
จากสาขาที่เจ็ดนั้นมีฝีมือ วันนี้พวกเราจะได้เห็นมันกับตาตัวเองแล้ว”
สองคนนี้กำลังจงใจหาเรื่องอยู่จริง ๆ
ฉินเฉาขมวดคิ้ว แล้วกล่าวออกมาทันที “เฉิงอิง ถอยหลังไปก่อน
ฉันจะจัดการเอง”
“นายพูดบ้าอะไรอยู่?”
เมื่อเฉิงอิงเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะเริ่มลงมือ เธอก็ลุกขึ้นยืนและ
ตะโกนออกมาเสียงดังลั่น “ฉันเป็นคนพานายเข้ามาที่นี่ ฉันก็จะต้อง
เป็นคนพานายออกไปจากที่นี่ หลีกทางไปได้แล้ว!”
เมื่อกล่าวจบ เธอก็กระโดดเตะชางร่างใหญ่ที่อยู่ทางด้านขวาทันที
“เป็นลูกเตะที่ดีนี่”
ชายคนนั้นกล่าว พลางหัวเราะออกมา ราวกับไม่เห็นเฉิงอิงอยู่ใน
สายตา
บอดี้การ์ดระดับสูงนั้นเป็นผู้ชายหมดทุกคน
ผู้หญิงจะสามารถทำอะไรได้?
เขายื่นมือข้างหนึ่งออกไปด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า โดยหวังที่
จะรับลูกเตะของเฉิงอิงเอาไว้
แต่ทันใดนั้นเขาก็พบว่าตัวเองกำลังคิดผิด
ขาซ้ายของเฉิงอิงช่างมีพละกำลังที่แข็งแรงมาก อย่างไม่รู้ว่าเธอไป
เอาพละกำลังนั้นมาจากไหน เธอเตะเข้าใส่มือของเขาทันที
ในขณะเดียวกัน ร่างของเฉิงอิงก็เปล่งแสง ก่อนที่จะไปปรากฏตัว
ขึ้นด้านหลังของบอดี้การ์ดคนนั้นแทน
จากนั้นเฉิงอิงก็เตะเข้าที่ขาของอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะได้ตั้งตัวทัน
ทันทีที่บอดี้การ์ดคุกเข่าลงไปกับพื้น ก็ถูกเฉิงอิงกดร่างเอาไว้จน
ขยับตัวไปไหนไม่ได้
เขาไม่เข้าใจว่า ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีฝีมือที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง
เขาเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาจากสำนักอันลึกลับ
การจัดการกับบอดี้การ์ดมากกว่า 10 คนด้วยตัวคนเดียวนั้นไม่ใช่
ปัญหาสำหรับเขา
แต่วันนี้เขากลับพ่ายแพ้ให้กับผู้หญิงคนเดียวได้ยังไง?
มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว เขาไม่เข้าใจเลยสักนิด
แต่เมื่อมองไปอีกด้าน บอดี้การ์ดที่อยู่ฝั่งซ้ายกำลังโถมตัวเข้าใส่ฉิน
เฉา
ฉินเฉายังคงยืนยิ่ง และตะโกนออกมาเสียงดังเพียงเท่านั้น “ไสหัว
ไปซะ!”
ทันใดนั้น สายลมรุนแรงก็พัดโหมเข้าใส่
บอดี้การ์ดคนนั้นพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วสูง แต่กลับต้องถอย
กลับไปด้วยความเร็วที่สูงกว่า
ใบหน้าของเขากำลังบิดเบี้ยว ร่างกายพลันตีลังกากลางอากาศ
หลายตลบ
และในที่สุด ปัง! เขาก็กระแทกเข้าใส่ประตูที่อยู่ด้านหลัง
เมื่อประตูถูกโจมตี บอดี้การ์ดทั้งสองคนอยู่ด้านในก็พุ่งตัวออกมา
จ้องมองด้วยสายตามุ่งร้าย และยกปืนในมือขึ้นมาเล็งฉินเฉาและเฉิงอิง
“คิดจะเล่นปืนงั้นเหรอ? เยี่ยมมาก ไม่เลวเลยนี่”
ฉินเฉาปรบมือทันที
และทันใดนั้น ปืนที่อยู่ในมือของบอดี้การ์ดก็ถูกกราชากให้ลอยขึ้น
ไปกระแทกเข้ากับเพดาน และร่วงลงมาบนพื้น
บอดี้การ์ดทั้งสองคนต่างหันมามองหน้ากัน
แปะ ๆ ๆ ๆ!
ในขณะนั้นเอง เสียงปรบมือก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ฉินเฉากับเฉิงอิงนิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง และหันหน้าไปมองทันที
และแล้วชายชราที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตาก็เดินออกมาจากด้านใน
เขาต้องคุยหน้าชายชราคนนี้อยู่แล้ว เพราะเขามักจะเห็นอีกฝ่าย
บนหน้าจอโทรทัศน์อยู่บ่อยครั้ง
“รัฐมนตรีหวัง…..”
เฉิงอิงรีบกล่าวทักทายอีกฝ่ายทันที
คนที่ออกมากลับกลายเป็นรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ
ไปเสียได้ ฉินเฉาคิดว่าประธานาธิบดีจะเป็นคนออกมาต้อนรับพวกเขา
เสียอีก
“โอ้ คนหนุ่มสาวช่างอารมณ์ร้อนกันจริง ๆ แต่ไว้หน้าตาแก่คนนี้สัก
หน่อยเถอะ ปล่อยบอดี้การ์ดของฉันไปก่อนได้หรือเปล่า?”
“ค่ะ…..”
เฉิงอิงปล่อยตัวบอดี้การ์ดที่เธอกดร่างของเขาเอาไว้กับพื้นทันที
ชายคนนั้นลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะนวดไหล่ที่รู้สึกชาไปแล้วไม่หยุด
เจ็บชะมัด ผู้หญิงคนนี้เอาเรี่ยวแรงมหาศาลแบบนี้มาจากไหน?
“สมแล้วที่เป็นคนของสาขาที่เจ็ด ไม่ทำให้ตาแก่คนนี้ผิดหวังจริง
ๆ”
รัฐมนตรีหวังปรบมืออีกครั้ง แล้วกล่าวออกมาเช่นนั้น
“คุณกำลังจงใจทดสอบพวกเรา”
ฉินเฉาเป็นคนฉลาด เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดได้
ทันที
“ใช่แล้ว ฉันได้ยินมาว่าคนของสาขาที่เจ็ดนั้นเก่งกาจและลึกลับ
มาก แต่ถ้าหากไม่ได้เห็นกับตา แล้วฉันจะเชื่อได้ยังไง จริงมั้ย?”
รัฐมนตรีหวังกล่าวออกมาเบา ๆ
“เคราะห์ดีที่คุณยังออกมาเร็ว ถ้าหากคุณออกมาช้ากว่านี้ จง
หนานไห่คงจะถูกทำลายไปแล้ว”
ฉินเฉาสลายพลังเทพของตัวเอง ก่อนที่จะกล่าวออกมาช้า ๆ
“ที่นี่อยู่มานานมากแล้ว มันจะถูกทำลายลงไปง่าย ๆ ได้ยังไง?”
รัฐมนตรีหวังแย้มรอยยิ้ม
“มันก็ไม่แน่นอนหรอกครับ ถ้าหากคุณออกมาช้ากว่านี้อีกสักนิด
คุณคงจะได้กลายเป็นพยานของการกำเนิดประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่ไป
แล้ว”
ฉินเฉาหัวเราะออกมาเช่นกัน
“ที่จริงแล้วฉันก็ไม่กล้าพูดแบบนี้หรอก แต่ฉันรู้สึกพอใจในฝีมือ
ของทั้งสองคนมาก”
รัฐมนตรีหวังกล่าว พลางหันไปมองเฉิงอิง “ผู้หญิงคนนี้ก็ทำให้ฉัน
รู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน ถ้าหากฉันจำไม่ผิด เธอคงจะเป็นลูกน้อง
ของเจ้าลูกพลัมน้อย จากสำนักข่าวกรองหน่วยที่เจ็ดสินะ?”
เจ้าลูกพลัมน้อย…..
เฉิงอิงเหงื่อตก มีเพียงแค่คนคนนี้เท่านั้นที่จะสามารถเรียกหัวหน้า
ของเธอด้วยคำคำนี้ได้
เจ้าลูกพลัมน้อย? โอ้…..
“สวัสดีค่ะรัฐมนตรีหวัง ฉันชื่อว่าเฉิงอิง เป็นพันโทของสำนักข่าว
กรองหน่วยที่เจ็ด และอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้อำนวยการหลี่
เว่ยหมินโดยตรงค่ะ”
เฉิงอิงยกมือขึ้นเพื่อทำความเคารพอีกฝ่าย
“โอ้ เธอเป็นลูกน้องของเสี่ยวหลี่จริง ๆ ด้วย เป็นคนแข็งทื่อ
เหมือนกับเขาเลย”
รัฐมนตรีหวังพยักหน้า “แต่ทักษะของเธอไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถ
ฝึกฝนให้เธอได้”
“เอ่อ… ฉินเฉาเป็นคนฝึกฝนให้ฉันค่ะ”
เมื่อกล่าวเช่นนี้ เฉิงอิงก็พลันหน้าแดงและคล้ายจะเป็นไข้ขึ้นมา…..
“โอ้?”
รัฐมนตรีหวังหันมามองฉินเฉาอีกครั้ง “คนจริงไม่แสดงตน หาก
แสดงตนนับว่าไม่ใช่คนจริง ให้มองเพียงผิวเผิน ฉันก็มองไม่ออกจริง ๆ
ว่านายจะเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ในสาขาที่เจ็ดมีคนที่มี
ความสามารถหลบซ่อนตัวอยู่สินะ”
“กล่าวชมกันเกินไปแล้ว คนรอบตัวของรัฐมนตรีหวังก็แข็งแกร่ง
มากเหมือนกัน”
ดั่งคำกล่าวที่ว่า อย่าทำร้ายคนที่ส่งยิ้มให้ ฉินเฉาจึงตอบกลับไป
อย่างสุภาพเช่นกัน
แต่ทว่าบอดี้การ์ดหลาย ๆ คนกลับรู้สึกละอายใจขึ้นมาทันที
แข็งแกร่งงั้นเหรอ….. พวกเขายังไม่ทันที่จะสัมผัสชายเสื้อของอีก
ฝ่ายได้ ก็ถูกล้มเสียแล้ว
จะกล้าบอกว่าแข็งแกร่งได้ยังไง?
“เมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็รู้สึกวางใจกับเรื่องภารกิจขึ้นมาเหมือนกัน
โชคดีที่นายเป็นคนของพวกเรา ถ้าหากยอดฝีมือที่แข็งแกร่งอย่างนาย
ไม่ได้เป็นพวกเดียวกัน ฉันก็คงจะกังวลจนนอนไม่หลับไปแล้ว”
“รัฐมนตรีหวังกล่าวออกมาตามตรงเถอะครับ”
รัฐมนตรีหวังกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม “เมื่อพวกเธอเป็นแขกก็
ควรที่จะเข้ามาดื่มชาสักแก้ว และค่อย ๆ พูดคุยเรื่องนี้กันไป”
บอดี้การ์ดจำนวนมากทำท่าจะเดินตามเข้าไปด้วย
“ไม่ต้อง พวกนายอยู่ที่นี่กันก่อน”
รัฐมนตรีหวังโบกมือกล่าว
“รัฐมนตรีหวัง… จะทำแบบนั้นได้ยังไงกันครับ…..”
บอดี้การ์ดคนหนึ่งเอ่ยถามออกมาด้วยความกังวล
“มีฉินเฉาอยู่ด้วยทั้งคน พวกนายยังมีเรื่องอะไรที่ต้องกังวลอีก
เหรอ?”
“ครับ…..”
บอดี้การ์ดเหล่านี้จึงยืนอยู่ใกล้ ๆ กับประตูแทน
ฉินเฉาและเฉิงอิงหันมามองหน้ากัน ก่อนที่จะเดิมตามรัฐมนตรีหวัง
เข้าไปข้างใน
หลังจากที่เข้าไปแล้ว เลขาฯ ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาเชื้อเชิญพวก
เขาให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้จันทน์ และยกชาร้อนมาเสิร์ฟ
“ไม่ได้เจอหน้าหลี่ไป๋ซานมานานแล้ว ช่วงนี้เขาเป็นยังไงบ้างล่ะ?”