มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1382: การตัดสินใจของซูจี
“อะไรนะ?”
เมื่อได้ยินเสียงของหลัวเต๋อ ฉินเฉาจึงเอ่ยถามออกมาอย่างเร่งรีบ
“ตาแก่หลัวเต๋อ นายมั่นใจใช่มั้ยว่าซูเฟยจะตื่นขึ้นมา?”
“ในตอนนี้วิญญาณของคนสวยของเจ้ากำลังถูกผนึก หากต้องการ
ให้เธอตื่นขึ้นมาโดยใช้เพียงแค่พลังจากภายนอก มันก็อาจจะไม่
เพียงพอ เพราะพลังของเจ้ายังไม่ได้มาตรฐาน”
หลัวเต๋อไตร่ตรองครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า “พลังภายในที่
ข้ารู้จักก็คือพลังเซียน และจะต้องเป็นพลังเซียนที่มีระดับสูงมากเสีย
ด้วย…..”
“ใช่ค่ะ พลังภายในของพลังเซียนนั้นแข็งแกร่งมากจริง ๆ”
ฮ่วนก็กล่าวออกมาด้วยเช่นกัน “ด้วยพลังของนายท่านในตอนนี้
มันเป็นเรื่องที่ยากมาก หากนายท่านต้องการที่จะทำลายโซ่ตรวน
ระดับ”
“ถึงแม้ว่ามันจะยาก แต่ฉันก็จะต้องพยายาม”
ฉินเฉาสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ตราบใดที่สามารถช่วยชีวิต
ซูเฟยได้ ไม่ว่ามันจะยากลำบากเท่าไหร่ เขาก็พร้อมที่จะทำ
“ไม่ได้หรอก”
หลัวเต๋อส่ายหน้า “พลังของเจ้ามันไม่เพียงพอ หากฝืนทำลายโซ่
ตรวนระดับก็มีแต่จะทำให้ผู้หญิงคนนี้เจ็บปวดเท่านั้น อย่าลืมสิว่าพลัง
ของพวกเจ้าทั้งสองคนทำให้วิญญาณของเธอเกิดความปั่นป่วน มันก็
เหมือนกับการสร้างสนามรบขึ้นในจิตใจของเธอ แต่มีเพียงแค่วิญญาณ
ของเธอเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ”
“บ้าเอ๊ย!”
ฉินเฉาเหวี่ยงหมัดลงไปบนโต๊ะที่อยู่ใกล้ ๆ ทำให้โต๊ะตัวนั้นสลาย
กลายเป็นผุยผง
“มันเป็นฝีมือของใครกันแน่? ลำพังแค่กุนซือคนนั้น มันไม่มีทางที่
จะร่ายวิชาที่ทรงพลังแบบนี้ได้หรอก!”
“ข้าเองก็ยังรู้สึกแปลกใจกับพลังของชายคนนั้นเหมือนกัน”
หลัวเต๋อกล่าวออกมา “แม้แต่ข้าเองก็บอกไม่ได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ใน
ระดับใดกันแน่ แต่ข้าคิดว่าเขาคงจะมีพลังน้อยกว่าเจ้าไม่มากนักหรอก
อย่างน้อย ๆ ก็จะต้องเป็นเนื้อเซียนเหมือนกัน”
“จะต้องมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังเขาแน่นอน”
ฉินเฉากำหมัดแน่น “และไม่ว่ามันจะเป็นใคร ฉันจะฆ่าพวกมันให้
หมด!”
“อย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องนั้นเลย พวกเรามาคิดถึงเรื่องเจ้าหญิง
นิทรากันต่อเถอะ”
หลัวเต๋อเอ่ยเตือน
ฉินเฉาสูดหายใจเข้าลึก ๆ และพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง
ให้ได้มากที่สุด
เขามองซูเฟยที่กำลังนอนอยู่บนเตียงด้วยความโศกเศร้า
เขาไม่อยากให้ซูเฟยเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ในโลกของผู้
ฝึกตน แต่สุดท้ายเธอก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับมันจนได้
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เธอก็กำลังนอนสลบไสลอยู่บนเตียง และยังไม่
ฟื้นขึ้นมา
เธอจะต้องรู้สึกเจ็บปวดมากแน่นอน
เขาอยากจะปกป้องเธอให้ดี ไม่อยากให้เธอต้องมาทนทุกข์ทรมาน
แบบนี้
เขานี่มันสมควรตายจริง ๆ
“อย่าได้โทษตัวเองเลย ถึงเจ้าจะโทษตัวเองไปมันก็ไม่มีประโยชน์
อะไรหรอก ถึงเจ้าจะโทษตัวเองไปเธอก็ไม่ฟื้นขึ้นมา”
หลัวเต๋อกล่าวกับฉินเฉา “หนทางเดียวที่มีอยู่ในตอนนี้คือการมอบ
พลังให้กับเธอ และปล่อยให้เธอตื่นขึ้นมาด้วยตัวเอง”
“ตื่นขึ้นมาเองเหรอ?”
ฉินเฉาไม่รู้ว่าหลัวเต๋อกำลังคิดอะไรอยู่
“ใช่ ข้าคิดว่าหากเจ้าหญิงนิทราคนนี้มีพลังอยู่ในขั้นเนื้อเซียน เธอ
ก็คงจะสามารถฝ่ามันออกมาได้”
“โอ้!”
จู่ ๆ ฉินเฉาก็คิดบางสิ่งขึ้นมาได้ในทันที “นายกำลังจะบอกให้ฉัน
ถ่ายทอดพลังเทพให้เธองั้นเหรอ? แต่ว่าตอนนี้วิญญาณของเธอถูกผนึก
อยู่น่ะสิ มันไม่สำเร็จหรอก”
“ถ่ายทอดพลังเทพให้น้องสาวเจ้าสิ! เจ้ารู้จักแต่การถ่ายทอดพลัง
เทพหรือไง?”
หลัวเต๋อต่อว่าอย่างอดไม่ได้ “เจ้ามีวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่แล้ว
วิชาหุ่นเชิดปีศาจยังไงล่ะ”
“ว่าไงนะ!”
จะทำให้ซูเฟยกลายเป็นหุ่นเชิดปีศาจงั้นเหรอ?
ฉินเฉาลังเลใจขึ้นมา
หากทำแบบนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ต้องการให้ซูเฟยเข้ามามีส่วน
เกี่ยวข้องกับโลกของผู้ฝึกตน แต่เธอก็จะต้องเข้ามาอยู่ดี
หลังจากที่กลายเป็นหุ่นเชิดปีศาจ ไม่เพียงแต่จะมีพละกำลัง
เท่านั้น แต่เธอจะต้องมีความรับผิดชอบ
และยังไม่กล่าวถึงเรื่องที่ว่า หากเธอกลายเป็นหุ่นเชิดปีศาจ ซูจีซึ่ง
เป็นภรรยาของเขาก็จะต้องรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน
เมื่อเวลานั้นมาถึง หุ่นเชิดปีศาจฝาแฝดคงจะทำให้มีชีวิตชีวาน่าดู
…..
ฉินเฉากำลังนั่งอยู่ในห้องรับรองขนาดใหญ่ของประมุขนิกาย ใน
นิกายหลัวซา
“เจ้าหนุ่มฉิน นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว เจ้ายังคิดถึงเรื่องนั้นอยู่อีก
เหรอ?”
หลัวเต๋อตะโกนดังลั่น “อีกไม่นานเจ้าก็จะต้องทำให้ซูเฟยกลาย
เป็นผู้ฝึกตนอยู่แล้ว ทำไมเจ้าถึงไม่ทำให้เธอกลายเป็นหุ่นเชิดปีศาจไป
ซะเลยล่ะ? และถึงเจ้าจะไม่ต้องการให้เธอเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับโลก
ใบนี้ แต่เธอก็เข้ามาเกี่ยวข้องไปแล้ว เจ้าดูสภาพของเธอในตอนนี้สิ
หากเจ้าทำให้เธอกลายเป็นหุ่นเชิดปีศาจของเจ้า อย่างน้อย ๆ เธอก็จะ
ได้มีความสามารถในการป้องกันตัวเองได้!”
ฉินเฉาฟังคำพูดของหลัวเต๋อ และพบว่ามันเป็นความจริงอยู่หลาย
ข้อ
เขาถอนหายใจออกมา
โอ้ เขาต้องทำแบบนี้จริง ๆ เหรอ?
“เมื่อเจ้าทำให้เธอกลายเป็นหุ่นเชิดปีศาจ เธอก็จะมีพลังอยู่ในขั้น
ประกายแสง จากนั้นเจ้าก็ให้เธอกินเม็ดยาเก้าสิบเก้าฟ้าดินเข้าไป เธอก็
จะสามารถทำลายโซ่ตรวนของเขตระดับและเข้าสู่ขั้นเนื้อเซียน
เช่นเดียวกับเจ้า ในขณะเดียวกันหุ่นเชิดปีศาจจะแบ่งปันพลังร่วมกับผู้
เป็นนาย พลังเทพของเจ้าก็จะถูกแบ่งไปให้เธอด้วย เมื่อถึงเวลานั้นมันก็
ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่เจ้าหญิงนิทรา ที่มีพลังเทพและอยู่ในขั้นเนื้อเซียน
จะสามารถทำลายสิ่งที่ปิดผนึกวิญญาณของเธอ”
คำพูดของหลัวเต๋อนั้นราวกับระฆังที่ลั่นอยู่กลางใจของฉินเฉา
บางทีมันอาจจะเป็นวิธีเดียวเท่านั้น
ตราบใดที่มันทำให้ซูเฟยตื่นขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนเขาก็
จะต้องลองดู
ถึงแม้ว่าการถ่ายทอดพลังเทพจะเป็นอีกหนึ่งวิธี แต่ตอนนี้
วิญญาณของซูเฟยกำลังถูกผนึก เขาจึงไม่รู้ว่าเธอจะสามารถรับพลัง
เข้าไปได้หรือเปล่า
“ตกลง”
ฉินเฉากล่าวขึ้นมาอย่างฉับพลัน “แต่ฉันจะต้องถามคนที่สามารถ
ทำเรื่องนี้ได้ก่อน”
หลังจากที่กล่าวเช่นนั้น เขาก็หลับตาลงอย่างช้า ๆ
และทันใดนั้นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องรับรอง
ของเขา
ถ้าหากไม่ได้มองให้ละเอียดถี่ถ้วน ผู้หญิงคนนี้กับซูเฟยที่กำลังนอน
อยู่บนเตียงก็แทบจะเหมือนกันทุกประการ
เพียงแต่ผมของเธอถูกย้อมให้กลายเป็นสีแดง และมีกลิ่นอายอัน
ร้อนแรงแผ่ออกมา
“พี่!”
ซูจีคุกเข่าลง พร้อมกับเขย่าตัวซูเฟยไปมาอยู่หลายครั้ง “พี่คะ พูด
อะไรหน่อยสิ”
น้องสาวฝาแฝดของเธอมาที่นี่ แต่ซูเฟยยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง ราว
กับตุ๊กตาที่แสนงดงาม
“ให้ตายเถอะ ฉินเฉา นายมัวแต่ทำอะไรอยู่!”
ซูจีน˺าตาคลอเบ้า นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินเฉาได้เห็นคุณหนูคนเล็กของ
ตระกูลซูร้องไห้ออกมา “ฉันไม่ได้บอกให้นายดูแลพี่สาวของฉันให้ดี ๆ
งั้นเหรอ? ทำไมเธอถึงได้กลายเป็นแบบนี้?”
“ฉันขอโทษ มันเป็นความผิดของฉันเอง…..”
ฉินเฉาไม่รู้ว่าควรจะกล่าวขอโทษเธอยังไง ถ้าหากไม่ใช่เพราะ
ความประมาทของเขา ซูเฟยก็คงจะไม่กลายเป็นแบบนี้
“บัดซบ!”
ซูจีกังวลใจเป็นอย่างมาก เธอมองพี่สาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียง
และหวังอยากจะให้ตัวเองเป็นคนไปนอนอยู่บนนั้นแทน
“นายมันเลวที่สุด รังแกฉันแค่คนเดียวก็พอแล้ว ทำไมถึงต้องมา
รังแกพี่สาวของฉันด้วย….. เธอเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้นนะ…..”
“ฉันรู้แล้ว เธอลงโทษฉันเถอะ…..”
ฉินเฉาไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องยอมรับ
“ลงโทษนายไปแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?”
ซูจีจะลงโทษเขาได้ยังไง เขาเป็นคนที่ทำให้เธอทั้งรู้สึกรักและ
เกลียดชังจริง ๆ
“ลงโทษนายไปแล้วพี่สาวของฉันจะรู้สึกดีขึ้นงั้นเหรอ?”
เธอไม่ต้องการให้พี่สาวของเธอมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
เธอเข้าใจเรื่องนั้นดีอยู่แล้ว
ว่าการอยู่กับฉินเฉาจะทำให้ชีวิตวุ่นวายมาก
เพราะว่าฉินเฉาไม่ใช่คนธรรมดา และไม่ใช่ผู้ฝึกตนธรรมดา
เธอพยายามอย่างหนักที่จะทำให้โลกฝั่งตะวันตกสงบลง เพราะ
เธอต้องการที่จะทิ้งรากฐานเอาไว้ให้ฉินเฉาในอนาคต
“ใครเป็นคนทำให้พี่สาวของฉันต้องกลายเป็นแบบนี้ ฉันจะไม่ยอม
ยกโทษให้มันเป็นอันขาด!”
ซูจีเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง
จักรพรรดิฟ้าในขั้นเนื้อเซียนนั้นน่าสะพรึงกลัวมาก
เพียงแค่ได้เห็นร่างอวตารหลัวซาของฉินเฉาก็พอจะรู้อยู่แล้ว
“กุนซือ”
ฉินเฉากล่าวออกมา “ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนที่คอยให้ความ
ช่วยเหลือนิกายเหยียนลั่ว แต่หลังจากที่นิกายเหยียนลั่วล่มสลาย เขาก็
ได้หลบหนีไป”
“สมควรตาย!”
ซูจีกัดฟันกรอด “คราวหน้าคราวหลังถ้าหากเจอมันเมื่อไหร่ นาย
ต้องเรียกฉันด้วยล่ะ ฉันจะเตะไข่ของมันให้ระเบิดไปเลยคอยดู!”
ท่าทีอันบ้าคลั่งของซูจีทำให้ฉินเฉารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
“คราวหน้าฉันจะต้องเรียกเธอมาแน่นอน แต่ว่าตอนนี้เรื่องของ
ซูเฟยสำคัญที่สุด”
ฉินเฉารีบเอ่ยเตือน
“ฉันรู้อยู่แล้ว ทำอย่างที่นายกำลังจะพูดเถอะ ฉันเองก็เห็นด้วยกับ
วิธีที่นายกำลังจะพูดเหมือนกัน”
ซูจีเช็ดน˺าตา ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนและกล่าวออกมา
“เธอว่าไงนะ?”
ฉินเฉาตกตะลึง เขานึกว่าซูจีจะโวยวายเสียอีก ไม่คิดเลยว่าเธอจะ
ยอมรับมันแต่โดยดีแบบนี้
“หุ่นเชิดปีศาจคนสุดท้าย”
ซูจีกล่าวว่า “ใช้มันกับพี่สาวสิ”
“ธะ เธอเห็นด้วยเหรอ?”
ฉินเฉาประหลาดใจเป็นอย่างมาก
“อันที่จริงฉันรู้เรื่องนี้มานานแล้ว”
ซูจีเดินเข้าไปอิงแอบอยู่ในอ้อมแขนของฉินเฉา แล้วกล่าวออกมา
“ฉันมองเห็นความรู้สึกที่พี่มีต่อนายมานานแล้ว… แต่ฉันก็กลัว
เพราะว่าพี่เหมือนกับฉันมาก… ฉันก็เลยกลัวว่าความเป็นผู้ใหญ่ของพี่
จะทำให้นายชอบพี่จนไม่สนใจฉัน…..”
“ยัยโง่…..”
ฉินเฉาลูบหัวซูจี “มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง? เธอเป็นคนที่สำคัญ
ที่สุดในใจของฉันแล้ว”
“แต่ในใจของนายก็มีผู้หญิงอยู่เยอะมากเลยไม่ใช่เหรอ?”
ซูจีใช้นิ้ววาดวงกลมลงบนหน้าอกของฉินเฉา “ฉันไม่อยากให้พี่
ต้องมาหึงหวงนายทุกวันเหมือนกับฉัน…..”
“มันไม่ยุติธรรมต่อพวกเธอเลย…..”
ฉินเฉารู้สึกละอายใจในเรื่องนี้มาก
ผู้ชายมีความใคร่ และเขาเองก็ไม่ใช่นักบุญ หากได้เจอผู้หญิงสวย
ๆ เขาก็มักจะควบคุมตัวเองไม่ได้
จนในที่สุด ยิ่งมีหนี้รักมากเท่าไหร่ ผลกรรมจากเรื่องความรักใคร่
เหล่านั้นก็ยิ่งมีมากขึ้นตามไปด้วย
“ช่างเถอะ นายทำให้พี่กลายเป็นหุ่นเชิดปีศาจคนสุดท้ายได้แล้ว”
ซูจีเงยหน้าขึ้นมองฉินเฉา แล้วกล่าวว่า “แบบนี้พี่ก็จะมีอายุยืนยาว
และฉันก็จะมีคนที่คอยอยู่ข้างฉันมากขึ้นไปด้วย ฉันกลัวว่าถ้าหากมี
ผู้หญิงคนอื่นมารังแก จะไม่มีใครมาช่วยฉันน่ะสิ”
“เอ่อ ใครจะกล้าไปรังแกเธอ เธอเป็นพี่ใหญ่ของฉันเชียวนะ”
ฉินเฉารีบประสานมือไว้ที่อกเพื่อเป็นการคำนับ
“เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้วย่ะ ปากร้ายจริง ๆ”
ซูจีมองค้อนใส่ฉินเฉา “มาเริ่มกันเลยเถอะ ฉันไม่อยากให้พี่ต้อง
นอนอยู่ที่นี่แล้ว ทำอะไรไม่ได้ ต้องนอนอยู่เฉย ๆ แบบนี้ เธอคงจะรู้สึก
อึดอัดแน่ ๆ”
“อืม…..”
ฉินเฉาพยักหน้า “ถอดเสื้อผ้าของพี่สาวเธอออกสิ”
“ไอ้บ้ากาม นี่นายคิดจะทำอะไร!”
ซูจีมอบกำปั้นให้ฉินเฉางาม ๆ เธอยังคงเป็นผู้หญิงที่ชอบใช้ความ
รุนแรงอยู่เช่นเคย
“แค่ก ๆ จะใช้วิชาหุ่นเชิดปีศาจแต่ละทีจะต้องไม่มีเสื้อผ้ามาขวาง
กั้น เธอลืมไปแล้วเหรอ?”
ฉินเฉาเอ่ยด้วยความสลดใจ
“โอ้… แต่ฉันกลับคิดว่านายจงใจทุกครั้งน่ะสิไม่ว่า”
ซูจีจ้องมองฉินเฉา ในแววตาของเธอมีตัวอักษรสองคำเขียนเอาไว้
ในนั้น นั่นคือคำว่า สงสัย
“ให้สวรรค์เป็นพยานได้เลย ว่ามันเป็นข้อกำหนดของวิชาหุ่นเชิด
ปีศาจจริง ๆ”
“นายไม่ได้อยากดูเองงั้นเหรอ?”
ซูจีเอ่ยถาม
“พี่สาวของฉันเป็นคนที่มีผิวสวยมาก ผิวของเธอเรียบเนียนไม่แพ้
ของฉันเลยล่ะ”
“นี่…..”
ฉินเฉากลืนน˺าลายลงไป
“ยิ่งไปกว่านั้นหน้าอกของเธอก็ยังใหญ่กว่าของฉันด้วย…..”
“แค่ก ๆ … ถ้าอย่างนั้นฉันจะจำใจดูสักหน่อยก็แล้วกัน…..”
“ไปตายซะ นายจงใจจริง ๆ ด้วย!”
โอ้ พระเจ้า ซูจีมักจะพูดความในใจของเขาออกมาได้เสมอ
“พะ พวกเรารีบมาเริ่มกันเลยเถอะ….. ฉันว่าซูเฟยก็คงจะร้อนใจ
แล้วเหมือนกัน…..”
“ก็ได้ ฉันจะยอมยกโทษให้นายก่อน แล้วพวกเราสองพี่น้องจะ
ร่วมมือกันจัดการกับนายแน่!”