มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1386: เผชิญหน้า
อู๋จินเลี่ยงไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นจุดสนใจ
ได้ถึงขนาดนี้
เดิมทีเขาเป็นเพียงแค่นักร้องเลียนเสียงที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่านั้น
เขาไม่ได้มีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีที่โดดเด่น เสียงร้องของเขาก็
ไม่ได้มีความเป็นเอกลักษณ์อะไร
แต่ความสามารถที่ทรงพลังที่สุดของเขานั้น คือการเลียนแบบเสียง
ไม่ว่าจะเลียนแบบเสียงของใคร ก็ฟังดูเหมือนกับเสียงของคนคน
นั้น
เมื่อก่อนเขายังไม่รู้ว่าตัวเองมีความสามารถนี้ แต่หลังจากที่เขากับ
เพื่อน ๆ ในหอพักเดียวกันได้ไปร้องเพลงที่ร้านคาราโอเกะด้วยกัน เขา
จึงได้ค้นพบมัน
เขาถูกเรียกว่าเทพเจ้า ไม่ว่าจะร้องเพลงของใครก็สามารถร้องได้
ตรงตามมาตรฐานทั้งหมด
ที่จริงแล้วเขาคิดที่จะนำความสามารถนี้ไปเข้าร่วมในการแสดง
ความสามารถพิเศษ บางทีเขาอาจจะได้กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ใน
อนาคตก็ได้
แต่ผลสุดท้าย คณะกรรมการตัดสินกลับคัดเขาออกตั้งแต่รอบแรก
และยังพูดกับเขาอย่างตรงไปตรงมาว่า
เอาแต่เลียนเสียงอยู่เช่นนี้จะไม่มีทางก้าวหน้าไปไหน
ทุกวันนี้มีคนจำนวนมากมายที่สามารถเลียนเสียงได้
เพียงแค่สุ่มหาใครสักคนที่เดินอยู่ตามถนนออกมา เขาก็สามารถ
ร้องเพลงเลียนเสียงของจางเสวียโหย่วได้แล้ว
ประเทศจีนมีซุปเปอร์สตาร์คนไหนบ้าง ที่แจ้งเกิดจากการเป็น
นักร้องเลียนเสียงมาก่อน?
คำพูดเหล่านี้เหมือนดั่งน˺าเย็นที่เทลงบนหัวของอู๋จินเลี่ยง
เขารู้สึกเหน็บหนาวไปถึงขั้วหัวใจ
ความฝันที่จะได้กลายเป็นคนดังพังทลายลงไปแล้ว
สิ่งที่คุณพูดมา มันคืออะไร?
เห็นได้ชัดว่าเขามีความสามารถ แต่กลับแสดงมันออกมาไม่ได้
อู๋จินเลี่ยงรู้สึกโกรธมาก
แต่หลังจากที่ฉุ่ยมู่กลายเป็นที่นิยมในประเทศจีน หัวใจของเขาก็
เกิดประกายไฟลุกโชนขึ้นมา
ใช่แล้ว ถึงบิดาจะกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ไม่ได้ แต่บิดาก็ยัง
สามารถเป็นฉุ่ยมู่ได้!
ไม่ว่าอย่างไรฉุ่ยมู่ก็ไม่เคยปรากฏตัวออกมาอยู่แล้ว ใครจะไปรู้ว่า
หน้าตาของเขาเป็นยังไง?
ตราบใดที่เขาสามารถร้องเพลงทุกเพลงของฉุ่ยมู่ได้ เท่านั้นก็
เพียงพอแล้ว
ดังนั้นอู๋จินเลี่ยงจึงตัดสินใจที่จะเดินออกมาในฐานะฉุ่ยมู่
ถึงคุณไม่อยากที่จะออกมาเปิดเผยตัวตนของตัวเองก็ไม่เป็นไร
เพราะฉันจะเป็นคนออกมาเปิดเผยตัวตนเอง
ถึงคุณจะปล่อยเพลงใหม่ออกมา ฉันก็สามารถร้องตามได้
ใครใช้ให้ฉันเป็นอัจฉริยะในการเลียนแบบเสียงล่ะ?
เมื่อถึงเวลานั้น ถึงแม้ว่าฉุ่ยมู่ตัวจริงจะปรากฏตัวออกมา ฉันก็จะไม่
กลัว
ใครจะไปรู้ว่าฉุ่ยมู่ตัวจริงเป็นใครกันแน่?
ตราบใดที่เขายังคงยืนหยัดว่าตัวเองคือฉุ่ยมู่อยู่ ก็จะต้องมีผู้คน
จำนวนมากคอยสนับสนุนอย่างแน่นอน
เขากำลังใช้ประโยชน์จากความไม่รู้ของคนอื่น
เนื่องจากเขาใช้เวลาอยู่ในโลกออนไลน์มานานหลายปี ทุกวันนี้เขา
จึงเข้าใจจิตวิทยาของคนส่วนใหญ่แล้ว
คนเหล่านั้นชอบโจมตีบุคคลที่มีชื่อเสียง เพื่อแสดงให้เห็นว่าตน
เป็นผู้สูงส่งและแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ
ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่เขาเริ่มปล่อยข่าวออกไปว่าเขาคือฉุ่ยมู่ คน
ที่ชื่อว่า นั่วย่าจื่อ ก็กระโจนออกมาประกาศตนว่าจะให้การสนับสนุน
เขา
นอกจากนี้หลาย ๆ คนก็ยังชูธงขึ้นมาสนับสนุนเขาเช่นเดียวกัน
ฉุ่ยมู่ตัวจริงยิ่งถูกโจมตีหนักมากขึ้น
จนในที่สุด แม้แต่สถานีโทรทัศน์ก็ยังตื่นตระหนกกับเรื่องนี้
และแล้วช่องแมงโก้ก็ได้เชิญเขาไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ ฮ่า
ๆ ๆ! มีเพียงคนที่มีชื่อเสียงจริง ๆ เท่านั้นที่จะได้เป็นแขกรับเชิญใน
รายการนี้ได้
ที่พวกเขามาเชิญเขาแบบนี้ มันไม่ได้หมายความว่าพวกเขาได้
ยอมรับว่าเขาคือฉุ่ยมู่หรอกเหรอ?
อะแฮ่ม ในที่สุดความฝันที่จะได้เป็นคนดังก็สำเร็จเสียที
ยิ่งไปกว่านั้น จากคำบอกเล่าของทนาย ถ้าหากคดีของเขามีผล
บังคับใช้เมื่อไหร่ เทียนหยาง เอ็นเตอร์เทนเมนท์จะต้องจ่ายค่าชดใช้
ให้กับเขาเป็นจำนวนหลายสิบล้านหยวน
อยู่ดี ๆ ทั้งชื่อเสียงและเงินทองก็ถูกประเคนมาให้ถึงที่
อู๋จินเลี่ยงรู้สึกรักความสามารถในการเลียนแบบเสียงของตัวเอง
เหลือเกิน
ในเวลานี้เขากำลังนั่งอยู่ในสตูดิโออันสว่างไสว และกำลังตอบ
คำถามของพิธีกรชื่อดัง คนที่เขาเคยเห็นจากในโทรทัศน์เท่านั้น
พิธีกรคนนี้มีหน้าตาสะสวย อีกทั้งยังชอบแต่งกายโชว์เนื้อหนัง…..
ฮี่ ๆ ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินเรื่องของเธอมาจากพี่ชายเท่านั้น ใน
ที่สุดวันนี้ก็ได้มาเห็นตัวจริงเสียที
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่นักร้องเลียนเสียงจะได้อภิสิทธิ์แบบเขา
“สวัสดีค่ะทุกท่าน ฉัน หลินหลิน พิธีกรของรายการ [เผชิญหน้าคน
ดัง] ทางช่องแมงโก้ค่ะ……”
พิธีกรที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ได้ลุกขึ้นมากล่าวเปิดรายการ
อู๋จินเลี่ยงที่อยู่ข้าง ๆ นั้นเหม่อมองด้วยความเพลิดเพลินใจ
สวยจริง ๆ ยิ่งได้มาเห็นใกล้ ๆ ก็ยิ่งดูสวยมาก
“ตอนนี้ชื่อของฉุ่ยมู่กำลังโด่งดังไปทั่วประเทศแล้วใช่มั้ยคะ? คงจะ
ไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินเสียงเพลงของเขา แต่ว่าตอนนี้ ฉุ่ยมู่ได้กลับมา
เป็นที่พูดถึงอีกครั้งในประเทศจีน ไม่ใช่เพราะว่าเรื่องอื่น แต่เป็นเพราะ
ประเด็นการถกเถียงเรื่องฉุ่ยมู่ตัวจริงและตัวปลอมที่กำลังดึงดูดความ
สนใจของทุกคนอีกครั้งในช่วงนี้ค่ะ”
ในขณะที่พิธีกรกำลังพูดอยู่นั้น หน้าอกที่เบียดชิดเข้าหากันก็
เกือบจะทำให้ดวงตาของอู๋จินเลี่ยงถลนออกมา
เป็นร่องลึกที่ดี เป็นร่องลึกที่ดี
“และวันนี้พวกเราก็ได้เชิญคู่กรณีจากฝ่ายหนึ่งเข้ามา คุณอู๋จิ
นเลี่ยงค่ะ!”
พิธีกรสาวหันมาส่งยิ้มให้กับอู๋จินเลี่ยง
ทันใดนั้นอู๋จินเลี่ยงก็เห็นว่าโลกทั้งใบกำลังมีดอกไม้เบ่งบานสะพรั่ง
ตลอดชั่วชีวิตของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่มีสาวสวยระดับเทพธิดามา
ส่งยิ้มให้
แค่ได้เห็นรอยยิ้มนี้ ชีวิตของเขาก็มีคุณค่าขึ้นมาแล้ว
“สวัสดีค่ะ คุณอู๋จินเลี่ยง”
พิธีกรสาว หลินหลิน ส่งยิ้มให้อีกฝ่าย “เรื่องที่คุณบอกว่าคุณคือ
ฉุ่ยมู่ตัวจริงนั้นถูกเผยแพร่ไปทั่วเครือข่ายสังคมออนไลน์แล้ว ทำไมคุณ
ถึงต้องการออกมายืนหยัดและออกมาพูดในตอนนี้คะ?”
“เมื่อก่อนผมยังเป็นคนที่ไร้เดียงสาเกินไป ถึงไม่ได้พูดเรื่องนี้
ออกมา”
อู๋จินเลี่ยงถอนหายใจออกมา และแสร้งทำท่าทางเศร้าหมองเพราะ
ความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น
“ในตอนนั้นผมยังเป็นแค่คนธรรมดาที่รักในการร้องเพลงเท่านั้น
จากนั้นประธานใหญ่ของเทียนหยาง เอนเตอร์เทนเมนท์ หลัวชิงหลินก็
ได้มาพบผม และบอกกับผมว่าเธอจะทำให้ผมกลายเป็นนักร้องที่โด่งดัง
ที่สุด แต่ในตอนนั้นมีนักร้องจำนวนมากมายที่กำลังแจ้งเกิด ในเมื่อฉุ่ยมู่
กำลังจะปรากฏตัวออกมา ก็ควรที่จะมีมุกตลกเล็กน้อยออกมาด้วย”
อู๋จินเลี่ยงกล่าว และเคาะโต๊ะที่อยู่ตรงหน้า “ดังนั้นเธอจึงบอกผม
ว่า ฉุ่ยมู่ควรจะปกปิดตัวตนเอาไว้ตั้งแต่แรก เรื่องนี้จะช่วยดึงดูดความ
สนใจของทุกคนได้อย่างแน่นอน แต่ผมไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้วพวกเขา
จะมาหลอกลวงผมแบบนี้!”
อู๋จินเลี่ยงกล่าวออกมาด้วยความโกรธเคือง
“ผมเชื่อใจพวกเขามาก แต่พวกเขากลับฉวยโอกาสเอาชื่อเสียง
ของฉุ่ยมู่ไปให้คนอื่น”
อู๋จินเลี่ยงที่กำลังนั่งอยู่ พูดจาใหญ่โตออกมา
กล้องยังคงจับจ้องและบันทึกการกระทำทุกอย่างของเขา
“ถ้าหากไม่เชื่อ ผมก็สามารถร้องเพลงให้พวกคุณฟังได้นะครับ”
อู๋จินเลี่ยงกล่าวออกมาในที่สุด “พวกคุณสามารถใช้อุปกรณ์มา
ตรวจสอบเสียงร้องเพลงของผมได้ จะได้ไม่เกิดช่องว่างแม้แต่เพียงนิด
เดียว”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณอู๋จะร้องเพลงให้พวกเราฟังกันนะคะ”
หลินหลินกล่าวออกมา ก่อนที่จะปรบมือ
“ไม่มีปัญหาครับ พวกคุณเลือกเพลงกันตามใจได้เลย”
อู๋จินเลี่ยงโบกมือ แล้วกล่าวออกมา
ในไม่ช้า ชื่อเพลงมากมายของฉุ่ยมู่ก็เริ่มเกิดแสงกะพริบอยู่บน
หน้าจอ
หลังจากที่สุ่มเลือกเพลงมาได้แล้ว อู๋จินเลี่ยงก็เริ่มเปล่งเสียงร้อง
เพลงออกมา
เมื่อผู้ชมบางคนได้ฟังก็พลันแอบพยักหน้า
ใช่แล้ว เป็นเสียงนี้จริง ๆ
คงจะเป็นคนเดียวกันกับเจ้าของเพลง
แต่ทำไมอารมณ์ของเพลงถึงได้ขาดหายไปแบบนั้นล่ะ?
หลังจากที่ร้องเพลงจบ ผลการทดสอบเสียงร้องบนหน้าจอก็
ปรากฏคำว่า 100 คะแนน
“เห็นหรือยังครับ ว่าผมคือฉุ่ยมู่ตัวจริง?”
เขากล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา
แปะ ๆ ๆ ๆ ๆ!
แต่ในขณะนั้นเอง เสียงปรบมือก็พลันดังออกมาจากมุมมุมหนึ่งขึ้น
อย่างกะทันหัน
เมื่อทุกคนหันไปก็พบกับสาวสวยคนหนึ่ง ที่กำลังเดินเหยียบ
รองเท้าส้นสูงเข้ามาทางนี้อย่างช้า ๆ
อู๋จินเลี่ยงนั้นคิดว่าหลินหลิน พิธีกรสาวเป็นคนที่สวยมากพออยู่
แล้ว
แต่เมื่อเทียบกับผู้หญิงคนนี้ มันกลับเหมือนนรกและสวรรค์
สาวสวยคนนี้เป็นใคร เธอเป็นพิธีกรสาวอีกคนหรือเปล่า?
หรือว่าเธอจะเป็นแฟนคลับที่อยากจะขึ้นมาจูบเขา?
ฮี่ ๆ ถ้าหากเป็นแบบนั้นก็คงจะดี
แต่สาวสวยคนนี้ดูหน้าคุ้น ๆ แฮะ เมื่ออู๋จินเลี่ยงคิดไตร่ตรองให้ดี
หยดเหงื่อเย็น ๆ ก็พลันไหลลงบนหน้าผากของเขาเล็กน้อย
เชี่ย ผู้หญิงคนนี้…..ดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่เขาเพิ่งจะฟ้องร้องไป
หลัวชิงหลิน!
เธอดูสวยยิ่งกว่าในรูปถ่ายเสียอีก
นารีเป็นเหตุแห่งปัญหา ถ้าหากเธออยู่ในยุคโบราณจะต้องเป็น
ต้นเหตุของหายนะอย่างแน่นอน
น่าเสียดายจริง ๆ ที่จะต้องฟ้องร้องสาวสวยคนนี้จนล้มละลาย
แต่ว่าไม่เป็นไรหรอก หลังจากที่เขามีชื่อเสียงในอนาคต ไม่ว่าเขา
จะต้องการผู้หญิงคนไหน เขาก็จะต้องได้ตัวเธอมา
จะทำให้ผู้หญิงที่สวยยิ่งกว่านี้มาหาก็ยังได้
“ร้องเพลงได้ไม่เลว ไม่แปลกใจเลยที่จะกล้าปลอมตัวเป็นฉุ่ยมู่”
หลัวชิงหลินเดินขึ้นมายืนอยู่ข้าง ๆ แล้วปรบมือให้เบา ๆ
“ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้ามาปรากฏตัวที่นี่”
อู๋จินเลี่ยงแสร้งพูดขึ้นมาว่า “ผมคิดว่าคุณจะไม่กล้าปรากฏตัว
ออกมาตลอดชีวิตแล้วซะอีก”
“ฮิ ๆ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ แต่ที่ฉัน
ออกมาปรากฏตัวที่นี่ก็เพื่อที่จะพิสูจน์บางสิ่ง”
หลัวชิงหลินยิ้มออกมาบาง ๆ
นับตั้งแต่ที่กลายเป็นผู้ฝึกตน เธอก็มีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มมาก
ขึ้น
ตัวตลกที่แสร้งทำตัวเป็นฉุ่ยมู่คนนี้ ไม่มีค่าเพียงพอให้กล่าวถึงใน
สายตาของเธอ
“ไม่คิดเลยนะคะ ว่าคู่กรณีอีกฝั่ง หลัวชิงหลิน หรือคุณหลัวจะมา
ปรากฏตัวในรายการของเราด้วย ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะยิ่งน่าสนใจมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วค่ะ!”
ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เตรียมการเอาไว้อยู่แล้ว แต่พิธีกรสาวก็แสดง
ท่าทีตกใจได้อย่างเป็นมืออาชีพมาก
“จะมาพิสูจน์อะไร? พิสูจน์ว่าใครเป็นฉุ่ยมู่ตัวจริงน่ะเหรอ?”
อู๋จินเลี่ยงกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ “ผมคิดว่าพวกเราไม่ควรที่
จะมาพูดเรื่องนี้กันอีกต่อไป เพราะทุกอย่างมันถูกยืนยันแล้วว่าผมเป็น
ตัวจริง”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วันนี้พวกเราแค่จะมาเผชิญหน้ากันเท่านั้น”
หลัวชิงหลินกล่าวว่า “คุณคือฉุ่ยมู่ไม่ใช่เหรอ? ถ้าอย่างนั้นคุณก็
ต้องร้องเพลงใหม่ของฉุ่ยมู่ได้สิ”
“ผมร้องเพลงให้กับเทียนหยาง เอนเตอร์เทนเมนท์มามากมาย
เกินไป แถมยังต้องรีบอัดด้วย ถ้าหากคุณจะให้ผมมาร้องเพลงในตอนนี้
ผมก็จำจังหวะกับทำนองของมันไม่ได้หรอก!”
อู๋จินเลี่ยงกล่าวด้วยความไม่พอใจ “เทียนหยาง เอนเตอร์เท
นเมนท์ช่างน่ารังเกียจจริง ๆ ให้ผมอัดเพลงให้เสร็จ แต่กลับไม่ให้เทป
ต้นฉบับกับผม”
“ดี แล้วแบบนี้ล่ะ?”
หลัวชิงหลินโบกมือ ทันใดนั้นเนื้อเพลงก็ปรากฏบนหน้าจอขนาด
ใหญ่ทันที
“เห็นสิ่งที่อยู่บนนั้นหรือเปล่า?”
“นั่นอะไรน่ะ?”
อู๋จินเลี่ยงไม่เข้าใจ แต่เขารู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาเสียแล้ว
“นี่คือเนื้อเพลงในอัลบั้มใหม่ของฉุ่ยมู่ที่กำลังจะปล่อยออกมา ถ้า
หากคุณสามารถร้องเพลงนี้ได้ พวกเราจะยอมรับว่าคุณคือฉุ่ยมู่ ว่ายังไง
ล่ะ?”
“คุณจงใจจะรังแกกันหรือไง!”
อู๋จินเลี่ยงกล่าวออกมาด้วยความโกรธ “ตอนนั้นคุณให้ผมอัดเพลง
เอาไว้ตั้งมากมาย ผมจำเนื้อเพลงของมันไม่ได้หรอกนะ ผมเป็นแค่
นักร้อง ไม่ใช่เฉียนจงซู!”
“ดี ถ้าอย่างนั้นฉันจะใส่ทำนองมาให้คุณร้องด้วย”
หลัวชิงหลินได้คำนวณทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้แล้ว เธอกล่าวว่า “คุณ
ร้องไปตามทำนองเพลงได้เลย”
เมื่อกล่าวจบ เธอก็ปรบมือ จากนั้นทำนองอันไพเราะก็ดังขึ้นใน
สตูดิโอแห่งนี้
อู๋จินเลี่ยงนิ่งงัน เขาไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเล่นไม้นี้
อย่างไรก็ตามเขาลอกเลียนแบบเสียงร้องได้อยู่แล้ว ตราบใดที่ใช้
เสียงของฉุ่ยมู่ร้องเพลง เขาจะต้องผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างราบรื่น
อะแฮ่ม คิดว่าคนอย่างอู๋จินเลี่ยงจะกลัวเธอเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
รอให้ถูกฟ้องร้องจนล้มละลายไปก่อนเถอะ เทียนหยาง เอนเตอร์
เทนเมนท์
อู๋จินเลี่ยงเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนที่จะเปล่งเสียงจาก
ลำคอและร้องไปตามท่วงทำนองเพลง