มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1394: บงการลูซิเฟอร์
เสียงเพลงทำให้ผู้คนรู้สึกมีความสุขได้อยู่เสมอ
แม้แต่ทารกแรกเกิด เมื่อได้ยินเสียงเพลงอันไพเราะก็จะมีปฏิกิริยา
ตอบสนองทางร่างกาย
คนที่ชอบปลูกพืชก็จะรู้ดีเช่นกัน ว่าเสียงเพลงประเภทต่าง ๆ จะ
ทำให้พืชพรรณตอบสนองแตกต่างกันออกไป
นี่จึงเป็นเสน่ห์ของเสียง
ในสิบแปดบทลงทัณฑ์แห่งนิกายเหยียนลั่วก็มีวิชาแบบนี้อยู่
เช่นเดียวกัน
นั่นก็คือขลุ่ยเรียกวิญญาณ
เสียงที่ถูกเป่าออกมาผ่านขลุ่ยนี้จะส่งผลกระทบต่อจิตใจและ
วิญญาณของมนุษย์
เมื่อมู่หว่านชิวเป่าขลุ่ย ทั่วทั้งถนนอี้ชู่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นทีมงานใน
กองถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้คนที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมา หรือแม้กระทั่ง
ผู้โดยสาร และคนที่กำลังขับรถอยู่บนถนน
รวมไปถึงผู้คนที่อยู่บนอาคารในบริเวณใกล้เคียง เมื่อได้ยินเสียง
ขลุ่ย พวกเขาต่างก็มีอาการมึนงงอย่างกะทันหัน
ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวนั้นไม่ได้เกี่ยวข้อง
อะไรกับพวกเขา
แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงได้สติ
นั่นก็คือหลูเหม่ยจวน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หลูเหม่ยจวนจึงไม่มีปฏิกิริยาไปกับเสียง
ขลุ่ยดังกล่าวนี้ เธอกลับมองทีมงานที่อยู่รอบตัวด้วยสายตาแปลก
ประหลาดแทน
ตอนนี้ถึงคิวของฝ่ายตรงข้ามที่จะต้องแสดงแล้ว
แต่ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด?
ทำไมจ้าวเฟยถึงได้ยืนซื่อบื้ออยู่เฉย ๆ แบบนั้น?
แล้วสิ่งที่เขาพึมพำออกมามันคืออะไร?
“ทำที่ก้นของฉัน….. ทำที่ก้นของฉัน…..”
“จ้าวเฟย? นะ นายเป็นอะไรไป?”
หลูเหม่ยจวนตกใจมาก ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ใจกล้าพูดเรื่องแบบนี้
ออกมา?
แต่เมื่อมองดูผู้คนที่อยู่รอบข้างอีกคน พวกเขากลับไม่มีปฏิกิริยาใด
ๆ กับกระทำที่ผิดแปลกไปของจ้าวเฟยเลย
ราวกับว่าทุกคนกำลังนอนละเมอเหมือนกันหมด
แม้แต่ดวงตาก็ยังมืดมนลง
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
หลูเหม่ยจวนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี เธอยืนนิ่งงันด้วยความตก
ตะลึงเช่นนั้น
“เป็นเรื่องจริงเสียด้วย”
แต่ในเวลานี้หญิงสาวในชุดโบราณสีม่วงกลับค่อย ๆ โรยตัวลงมา
จากอากาศ และยืนอยู่ตรงหน้าหลูเหม่ยจวน
แต่ทว่าผู้คนที่อยู่รอบ ๆ กลับทำเหมือนว่าไม่รับรู้ถึงการปรากฏตัว
ของเธอ พวกเขายังยืนนิ่งงันและหัวเราะออกมาอย่างโง่งมต่อไป
พวกเขา…เป็นอะไรไป?
หลูเหม่ยจวนไม่เข้าใจว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกันแน่ แต่ในเวลานี้
ผู้หญิงคนนั้นกำลังชี้นิ้วมาที่เธอ
“ตามข้ามา นี่คือชะตากรรมของเจ้า”
หลูเหม่ยจวนคิดว่าผู้หญิงคนนี้ดูแปลกมาก เธอจึงส่ายหน้าให้
พร้อมกับก้าวถอยหลังไป
“ฉันไม่รู้จักเธอ ฉันจะไม่ไปกับเธอหรอก”
“ฮิ ๆ เจ้าควบคุมมันไม่ได้หรอก”
มู่หว่านชิวหัวเราะออกมา และทันใดนั้นร่างของเธอก็เปล่งแสง
ทันที
จากนั้นก็ปรากฏตัวอีกครั้งที่ข้างกายหลูเหม่ยจวน
ในขณะเดียวกัน เธอยื่นมือออกมา แล้วยกร่างกายของหลูเหม่ย
จวนขึ้นไปบนอากาศอย่างง่ายดาย
หลูเหม่ยจวนไม่เข้าใจ ทำไมผู้หญิงที่มีรูปร่างผอมบางคนหนึ่ง ถึง
สามารถใช้แขนบาง ๆ นั่น ยกเธอขึ้นไปบนอากาศได้? ยิ่งไปกว่านั้นเธอ
ยังทำท่าราวกับกำลังเดินเล่น ไม่มีท่าทีเหมือนคนที่กำลังออกแรงเลย
“ชะ ช่วยด้วย…..”
เธอมองผู้คนรอบข้างที่ไม่สนใจสิ่งใด ก่อนที่จะร้องขอความ
ช่วยเหลือออกมาดังลั่น
“เปล่าประโยชน์”
มู่หว่านชิวยักไหล่ “คนเหล่านั้นลืมทุกอย่างไปหมดแล้ว พวกเขาไม่
มีทางมาช่วยเจ้าได้หรอก ตอนนี้เจ้าทำได้แค่ไปกับข้าอย่างเชื่อฟัง
เท่านั้น”
“ชะ ช่วยฉันด้วย…..”
หลูเหม่ยจวนเตะขาทั้งสองข้างไปมาไม่หยุด
“เจ้าปัญหาซะจริง ข้าควรจะทำให้เจ้าหมดสติไปซะ”
ในขณะที่มู่หว่านชิวกำลังกล่าวเช่นนั้น แขนอีกข้างก็เอื้อมมือไป
หยิบขลุ่ยขึ้นมาจรดริมฝีปาก และกำลังจะเป่าออกมา
แต่ทันนั้นเอง ได้มีแขนข้างหนึ่งยื่นออกมาจากความว่างเปล่าอย่าง
กะทันหัน พร้อม ๆ กับที่นิ้วเรียวดีดเข้าที่หน้าผากของมู่หว่านชิว
ตูม!
ร่างกายของมู่หว่านชิวกระแทกเข้ากับผนังฝั่งตรงข้ามที่อยู่ไกล
ออกไปด้วยความเร็วที่ราวกับรถไฟเหาะ
จากนั้นร่างของชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นและรับหลูเหม่ยจวนที่
กำลังจะตกลงไปบนพื้นเอาไว้ในอ้อมแขน เมื่อได้เห็นใบหน้าของเขา
หลูเหม่ยจวนก็พลันประหลาดใจ
“ปะ เป็นนาย!”
“ฉันเอง…..”
ฉินเฉาขมวดคิ้วเล็กน้อย “เป้าหมายของพวกมันดันเป็นเธอไปซะ
ได้ พวกมันคิดที่จะใช้เธอมาขู่ฉันงั้นเหรอ?”
ฉินเฉารู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก แต่ทว่าเศษหินพลันร่วงกราวลงมา
จากผนังฝั่งตรงข้าม ก่อนที่ร่างของหญิงสาวเนื้อตัวมอมแมมจะกระโจน
ออกมาจากด้านใน และชี้นิ้วด่าสาปแช่งฉินเฉา
“ฉินเฉา คนอย่างเจ้านี่มัน! เจ้าจงใจมาขัดขวางงานของพวกเรา
ใช่มั้ย!”
ขัดขวางงานของพวกเขา?
ฉินเฉาคิดบางอย่างขึ้นมาได้ทันที
“เจ้าหนุ่มฉิน ดูเหมือนว่าพวกมันจะยังไม่รู้ด้วยซ˺าว่าเจ้ารู้จักกับ
สาวสวยคนนี้”
หลัวเต๋อที่เข้าใจเรื่องนี้เช่นกันตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น “ดู
เหมือนว่าหลูเหม่ยจวนจะเป็นเป้าหมายของพวกมัน ผู้หญิงคนนี้จะต้อง
มีประโยชน์กับพวกมันอย่างมหาศาลแน่ ๆ! เจ้าหนุ่มฉิน ปกป้องเธอ
เอาไว้ อย่าให้เธอถูกจับตัวไปได้ล่ะ!”
“ฉันรู้อยู่แล้ว ยังต้องให้นายมาพูดอีกเหรอ?”
ฉินเฉาอยากจะกลอกตาใส่ตาแก่คนนี้จริง ๆ
เห็นเขาเป็นคนโง่หรือไง?
“ตราบใดที่ฉันยังอยู่ที่นี่ พวกแกเลิกคิดที่จะแตะต้องเธอแม้แต่
ปลายเส้นผมได้เลย!”
ฉินเฉากอดหลูเหม่ยจวนให้แน่นขึ้น แล้วกล่าวกับมู่หว่านชิวที่อยู่
อีกด้าน
“บัดซบ…..”
มู่หว่านชิวเดือดดาลเป็นอย่างมาก
“ฉินเฉา… นะ นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง… ฉะ ฉันไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย?”
หลูเหม่ยจวนเบิกตากว้าง เธอยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
“เธอคิดว่าเธอกำลังดูหนังสามมิติอยู่ก็ได้ ไม่ต้องพูดอะไร ไม่ต้อง
ขยับไปไหน ฉันจะปกป้องเธอเอง”
ฉินเฉาไม่มีเวลาพอที่จะมาอธิบายให้เธอฟัง เขากอดเธอเอาไว้
พลางคิดถึงวิธีทำลายนิกายเหยียนลั่วให้สิ้นซาก
แต่ในขณะนั้นเอง พายุหมุนสีดำทมิฬกลับหมุนวนอยู่ข้างกายของ
เธอ
ฉินเฉามองอีกฝ่ายด้วยความตึงเครียด
กลิ่นอายที่อยู่ภายในช่างดูคุ้นเคยมาก
ฟ้าว!
เมื่อลมกระโชกแรงสีดำทมิฬจางหายไป ร่างของชายคนหนึ่งก็
สะบัดเสื้อคลุมและมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าฉินเฉา
“ยิงนกเสียตั้งนาน ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะถูกนกจิกตาเข้าจนได้”
กุนซือผู้ยืนอยู่ตรงนั้นจ้องมองฉินเฉาด้วยสายตาเย็นชาผ่าน
หน้ากาก “ที่แท้ข้าก็ถูกเจ้าหลอกเข้าซะแล้ว”
“หึ ๆ คนชั่วย่อมแพ้ภัยของตนเอง”
ฉินเฉาที่กำลังกอดหลูเหม่ยจวนไว้ ได้กล่าวออกมา “ฉันว่าแกควร
จะกระแทกฝ่ามือใส่ตัวเองให้ตายอยู่ที่นี่เลยจะดีกว่านะ”
“เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว!”
ดูเหมือนว่าตอนนี้กุนซือจะอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่นัก
เขาถูกฉินเฉาหลอกเข้าจนได้
นี่เป็นครั้งแรก
ในใจของเขา เขาคิดมาเสมอว่าฉินเฉาเป็นเพียงคนมุทะลุที่ชอบใช้
กำลังเท่านั้น
แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา เขากลับกลายเป็นคนที่ยากจะรับมือเสียยิ่ง
กว่าเดิม
“เจ้ามาทำลายเรื่องของพวกเราอีกแล้ว!”
“พวกแกต่างหากที่ชอบมาทำลายเรื่องของฉัน”
ฉินเฉากล่าวเย้ยหยันอีกฝ่ายอีกครั้ง “ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่ากุนซือ
เป็นใครกันแน่ และทำไมถึงต้องมาสู้กับฉินเฉาผู้นี้”
“หึ ๆ ความเคียดแค้นกันระหว่างข้ากับเจ้า มันถูกกำหนดขึ้นมา
ตั้งแต่เมื่อชาติปางก่อนแล้ว”
กุนซือกัดฟันกรอด “คราวนี้ เจ้า…รอเดี๋ยว!”
เขาจ้องมองหลูเหม่ยจวน แล้วหันไปมองทั้งสองคนสลับกันไปมา
“ไม่สิ! ข้ากำลังเข้าใจผิด… เจ้าไม่ได้ตั้งใจที่จะมาขัดขวางข้า”
เขาพึมพำออกมาว่า “แผนการในคราวนี้จะต้องถูกเก็บเป็น
ความลับอยู่แล้ว ไม่มีทางที่เจ้าจะรู้ล่วงหน้าอย่างแน่นอน ฉินเฉา ข้า
เข้าใจแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว ผู้หญิงคนนั้นมีความสัมพันธ์กับเจ้า และเจ้าก็
มาหาเธอที่นี่โดยบังเอิญ มันเป็นเช่นนี้นี่เอง มันเป็นเช่นนี้นี่เอง”
ท่าทีของเขากลับดูตื่นเต้นอีกครั้ง “ฮ่า ๆ ๆ ข้าก็คิดว่าเจ้าจะมอง
แผนการของข้าออกเสียอีก ที่แท้เจ้าก็มาที่นี่โดยบังเอิญนี่เอง!”
“การมีโชคก็นับว่าเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?”
ฉินเฉาคิดในใจ หมอนี่มี IQ สูงขนาดไหน ถึงได้มองออกอย่าง
รวดเร็วถึงขนาดนี้
“ไม่ใช่เลย โชคเป็นเพียงแค่ของชั่วคราวเท่านั้น”
“แล้วไงล่ะ นายสามารถเอาชนะฉันได้งั้นเหรอ?”
ฉินเฉาเบ้ปากเหยียดหยาม
“ตอนนี้ข้ายังทำไม่ได้ ข้ายังทำไม่ได้…..”
กุนซือส่ายหน้า “แต่ว่าข้าได้วางหมากที่ใช้จัดการกับเจ้า
โดยเฉพาะเอาไว้อยู่แล้ว”
หลังจากที่กล่าวเช่นนั้น เขาก็ปรบมือ
ฉินเฉาขมวดคิ้วเล็กน้อย จู่ ๆ เขาก็รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา
หมากที่วางเอาไว้ มันคืออะไรกันแน่?
ทันใดนั้นกุนซือก็ได้โยนลูกไฟสีดำลงบนพื้น
และเมื่อเขาตะโกนออกมา เปลวไฟก็พลันลุกโชนขึ้นตามความสูง
ของคนคนหนึ่ง
หลังจากที่เปลวไฟสลายไป ร่างที่ฉินเฉาคุ้นหน้าคุ้นตาดีก็เดิน
ออกมาจากด้านในนั้น
“หืม? ใครเป็นคนอัญเชิญข้าออกมากัน?”
ชายคนนี้มีผมสีบลอนด์และสวมใส่ชุดสีดำสง่างาม บนไหล่ของเขา
มีไวโอลินวางพาดอยู่ ดูเหมือนว่าเขากำลังจะเล่นดนตรี “นาน ๆ ครั้ง
อุตส่าห์จะได้ชื่นชมเสียงดนตรีของตัวเอง…..”
เขาหันมองไปรอบกาย และสังเกตเห็นฉินเฉาเป็นคนแรก
“เจ้าเป็นคนอัญเชิญข้ามางั้นเหรอ?”
จิตสังหารแผ่ออกมาอย่างกะทันหัน
“เปล่า คนที่อยู่ข้างหลังนายต่างหาก”
ฉินเฉายักไหล่
“ใครมันกล้าอัญเชิญลูซิเฟอร์ผู้นี้มา ข้าไม่ใช่ปีศาจกระจอก ๆ ที่
เจ้าจะสามารถเรียกออกมาได้ตามใจชอบนะ!”
ลูซิเฟอร์วางไวโอลินลง ก่อนที่จะหันหลังกลับไปมองกุนซือที่อยู่
ด้านหลัง
“เป็นเจ้านี่เอง การอัญเชิญครั้งนี้ เจ้าจะต้องชดใช้ด้วยดวง
วิญญาณ ข้าจะไปรับมันมาเดี๋ยวนี้แหละ”
ลูซิเฟอร์กล่าว พร้อมกับยื่นแขนไปยังกุนซือ
“ขออภัย แต่ข้าเกรงว่าเจ้าคงจะทำตามที่หวังเอาไว้ไม่ได้”
กุนซือโบกมือ พร้อมกับยิ้มออกมา
ทันใดนั้นร่างกายของลูซิเฟอร์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากหน้าจอโทรทัศน์
ที่หยุดนิ่ง เขายืนอยู่กับที่และเคลื่อนไหวไปไหนไม่ได้
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”
เขามองตัวเองด้วยความตื่นตระหนก “ร่างกายของข้า… ทำไมข้า
ถึงควบคุมมันไม่ได้…..”
“ท่านลูซิเฟอร์ที่รัก”
กุนซือหัวเราะออกมาเบา ๆ ในขณะที่ยืนจ้องมองสีหน้าตกตะลึง
ของลูซิเฟอร์ด้วยความพออกพอใจ และกล่าวออกมาว่า “เจ้าไม่รู้สึก
แปลกใจบ้างเหรอ ว่าเจ้าได้ครอบครองร่างกายนี้มาได้ยังไง?”
“นี่คือร่างที่ข้าได้ช่วงชิงมา”
สีหน้าของลูซิเฟอร์ดูเย็นชาเป็นอย่างมาก “เจ้าได้ลงมือทำ
บางอย่างกับร่างนี้ไปแล้วสินะ”
เขาเข้าใจบางอย่างได้ทันที
“หึ ๆ เจ้าพูดได้ถูกต้อง”
กุนซือพยักหน้า แล้วกล่าวต่อไปว่า “ที่จริงแล้วนี่คือร่างกายของ
ราชาผีดิบเทวทูตที่ข้าเคยสร้างเอาไว้ และตอนที่เจ้ากำลังจะทำลาย
ผนึกออกมา ข้าก็เป็นผู้ส่งเขาไปหาเจ้าโดยเฉพาะ เพื่อให้เจ้าเข้าไปอยู่
ในร่างนี้ เจ้าได้ถูกกำหนดเอาไว้ว่าจะต้องกลายเป็นเครื่องมือของข้ามา
ตั้งแต่ต้นแล้ว”
“ว่าไงนะ!”
ทั้งลูซิเฟอร์และฉินเฉาต่างตะลึงงัน
กุนซือผู้นี้คิดการณ์ไกลจริง ๆ
เขาใช้วิธีนี้ เพื่อที่จะได้ควบคุมอัครเทวทูตแปดปีกได้โดยตรง
อีกทั้งยังเป็นอัครเทวทูตที่แข็งแกร่งที่สุด
แผนการของผู้ชายคนนี้ช่างลึกล˺าเหลือเกิน
“บัดซบ! เจ้าคิดว่าจะสามารถจับตัวข้าได้อย่างนั้นเหรอ!”
ลูซิเฟอร์พึมพำออกมา ราวกับว่าเขากำลังจะใช้พลังวิญญาณใน
การหลบหนีออกไป
“เปล่าประโยชน์”
กุนซือยักไหล่ “เจ้ายังประเมินวิชาของดินแดนฝั่งตะวันออกต˹า
เกินไป วิธีสกัดกลั่นสุดยอดราชาผีดิบนั้นมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
วิญญาณที่อยู่ภายในร่างกายจะถูกควบคุมเอาไว้ เจ้าจะไม่สามารถ
หลบหนีไปไหนได้อย่างแน่นอน เว้นแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากข้า”
“ถ้างั้นเจ้าจงอนุญาตข้าซะ!”
คนที่หยิ่งผยองอย่างลูซิเฟอร์ย่อมไม่ยินยอมที่จะถูกมนุษย์มา
ควบคุม
“ขออภัย แต่ข้าคงจะต้องขอปฏิเสธ”
กุนซือยักไหล่อีกครั้ง “ตอนนี้เจ้าได้กลายเป็นทาสของข้าไปแล้ว”