มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1396: สายฟ้าธรณีวิบัติ
จู่ ๆ ลูซิเฟอร์ก็ตัวสั่น และทั่วทั้งร่างกายปลดปล่อยควันหนาสีดำ
ออกมาอย่างต่อเนื่อง
“แกทำอะไรลงไป!”
ฉินเฉาตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“นี่คือคาถาโบราณยังไงล่ะ”
กุนซือยังคงยืนนิ่ง จ้องมองทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ด้านหน้า แล้วกล่าว
พร้อมกับเสียงหัวเราะ
“ด้วยคาถานี้จะสามารถสกัดกลั่นเทพผีดิบที่ทรงพลังขึ้นมาได้ เจ้า
ก็รู้ดีว่าพลังวิญญาณเป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก ข้าจึงใช้วิญญาณของ
วิญญาณร้ายที่ตกอยู่ในสภาพเสื่อมถอยมากที่สุด และมีความคั่งแค้น
มากที่สุดมาสกัดกลั่นมันขึ้นมา ดังนั้นสิ่งที่โหดเหี้ยมที่สุดและน่า
สะพรึงกลัวมากที่สุดที่เคยมีมาในนิกายเหยียนลั่ว ก็คือเทพผีดิบยังไง
ล่ะ! ฮ่า ๆ ๆ!”
เขากล่าวออกมา พร้อมกับหัวเราะด้วยความภาคภูมิใจเป็นอย่าง
ยิ่ง
แต่ในขณะนั้นเอง ท้องฟ้าก็พลันเปลี่ยนแปลงไป ราวกับว่าสัมผัส
กลิ่นอายแห่งความตายได้
จากท้องฟ้าแจ่มใส ในตอนนี้กลับมีเมฆดำลอยเข้ามาบดบังดวง
อาทิตย์ไว้ด้านหลังอย่างฉับพลัน
เกล็ดหิมะสีขาวเริ่มร่วงหล่นลงมาเบา ๆ
ราวกับว่าสวรรค์กำลังร้องไห้
ร้องไห้เพื่อบางสิ่งบางอย่าง
เพื่อแม่นางเจิน
หรือว่าเพื่อคนที่กำลังจะถูกเธอสังหาร
“แกทำแบบนี้ แกไม่กลัวบาปกรรมหรือไง?”
ฉินเฉากัดฟันกรอด
“บาปกรรม? มันคืออะไรงั้นเหรอ?”
กุนซือหัวเราะออกมาอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ “ในโลกของข้า สิ่งที่ข้า
อนุญาตเท่านั้นจึงจะสามารถอยู่รอดได้ แม้แต่พญายมข้าก็ยังไม่เห็นเขา
อยู่ในสายตา”
“พูดจาใหญ่โตจริง ๆ”
ฉินเฉาจ้องมองกุนซืออย่างไม่วางตา “วันนี้ ถ้าแม้ว่าจักรพรรดิ
สวรรค์จะมาช่วยชีวิตแก ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยแกไปแน่!”
“เจ้าเองก็พูดจาใหญ่โตไม่เบาเหมือนกัน งั้นก็มารอดูกันสิ ว่าใคร
จะเป็นผู้ชนะในรอบสุดท้าย”
หลังจากที่กล่าวเช่นนั้น กุนซือก็ขยับมือทั้งสองข้างวาดอักขระ
ทันที
“โลกสรรค์สร้าง สรรพสิ่งล้วนเวียนว่ายตายเกิด ด้วยปราณแห่ง
ความตายที่มืดมนที่สุดของข้า จงสรรค์สร้างเทพผีดิบขึ้นมา! ไปเลย
เทพผีดิบ ทำให้มันรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของเจ้าซะ!”
ในขณะนั้นเอง ลูซิเฟอร์ได้ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ
ปราณสีดำสนิทได้โอบล้อมรอบตัวเขาเอาไว้
จนกระทั่งผิวกายของเขากลายเป็นสีดำไปในพริบตา
ส่วนสูงของเขาได้เพิ่มขึ้น จนกระทั่งสูงมากกว่าสองเมตร ปีกสีดำ
ทมิฬทั้งสี่คู่ที่อยู่ด้านหลังปรากฏคราบเลือดสีแดงฉาน
ฟ้าว!
ทันทีที่เขากระพือปีก ปราณแห่งความตายอันหนาแน่นก็แผ่
กระจายไปทั่วทุกสารทิศ
ผู้คนจำนวนมากมายที่อยู่ใกล้ ๆ ได้รับผลกระทบจากปราณแห่ง
ความตายเช่นเดียวกัน รอยเขียวช˺าเริ่มเกิดขึ้นทั่วเรือนร่างของพวกเขา
ทันที
“แย่แล้ว!”
ฉินเฉาร้องตะโกนออกมา ปราณแห่งความตายเหล่านี้รุนแรงมาก
ถึงแม้ว่าเขาอาจจะทนได้ แต่ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ต้องทนไม่ได้อย่าง
แน่นอน
“กระบี่ปทุมพิสุทธิ์!”
เขาหยิบกระบี่สีขาวออกมาแทงลงไปบนพื้นดิน “มหาโรจนะมนต์
หกอักขระ โอม! นะ! มี! ปัท! เม! ฮุม!”
ในเวลาเดียวกัน มือของเขาได้ขยับวาดตราประทับของ
พระพุทธเจ้าลงบนกระบี่เล่มดังกล่าว
พลังพุทธะสีทองอร่ามแผ่กระจายไปทั่วกระบี่ปทุมพิสุทธิ์ทันที
พลังพุทธะเหล่านี้ช่วยชำระล้างร่างกายของผู้คนที่อยู่รอบ ๆ อย่าง
ต่อเนื่อง ผู้คนที่ถูกพิษของซากศพเข้าไปจึงถูกช่วยชีวิตเอาไว้ได้ทั้งหมด
รอยช˺าบนร่างกายของพวกเขาค่อย ๆ สลายหายไปเช่นเดียวกัน
แต่ทว่าเทพผีดิบผู้ยืนอยู่ใจกลางของพลังพุทธะ กลับแผ่ปราณแห่ง
ความตายที่แข็งแกร่งหาใดเปรียบออกมาต่อต้านพลังพุทธะนั้น
“ในเวลาแบบนี้ เจ้าก็ยังคิดถึงคนอื่นอยู่ดี”
กุนซือหัวเราะเยาะออกมา “คนที่มีความคิดแบบนี้ ยังสามารถมี
ชีวิตอยู่มาได้จนถึงตอนนี้ มหัศจรรย์จริง ๆ”
“สารเลวเอ๊ย!”
ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะตะโกนด่าแม่ของอีกฝ่าย “ผู้ฝึกตนที่กำลังต่อสู้
กันห้ามไปทำร้ายมนุษย์ นี่คือกฎที่มีมานับพันปีแล้ว”
“ฮ่า ๆ ๆ! ได้ยินคำว่ากฎออกมาจากปากของผู้ฝึกตนในเส้นทาง
ปีศาจอย่างเจ้า มันช่างน่าขำจริง ๆ”
กุนซือกล่าวเย้ยหยัน
“นี่ไม่ใช่แค่กฎ แต่มันคือหลักการของฉัน”
ฉินเฉากอดหลูเหม่ยจวนเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างดึง
กระบี่ปทุมพิสุทธิ์ขึ้นมา “ปีศาจก็มีเส้นทางของปีศาจ คนชั้นต˹าอย่างแก
ไม่เข้าใจเรื่องนั้นหรอก”
“เจ้าบอกว่าข้าเป็นคนชั้นต˹าอย่างนั้นเหรอ?”
กุนซือเลิกคิ้ว น˺าเสียงของเขาได้แฝงความโกรธเอาไว้ “เจ้าบอกว่า
ข้าเป็นคนชั้นต˹า? ฮ่า ๆ ๆ! น่าขำจริง ๆ เจ้าไปยุ่งกับลูกสาวของคนอื่น
พยายามที่จะยึดครองทรัพย์สินของคนอื่น ทำตัวเป็นหนุ่มหน้าขาวไป
เกาะผู้หญิงกิน แต่ยังจะบอกว่าข้าเป็นคนชั้นต˹าอีกงั้นเหรอ? ตลกจริง
ๆ!”
“พูดเรื่องไร้สาระอะไร? แกบอกว่าใครไปเกาะผู้หญิงกิน?”
ฉินเฉาจับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา
“ข้าไม่มีคำอธิบายอะไรให้กับคนอย่างเจ้าทั้งนั้น ความตายเท่านั้น
ที่จะอยู่เป็นสหายของเจ้า!”
กุนซือกล่าวอย่างเย็นชา “เทพผีดิบ ฆ่ามันซะ”
“ฮึ่ม ฮึ่ม!”
เทพผีดิบคำราม จากนั้นร่างที่ปลดปล่อยควันสีดำสนิทออกมาก็ยก
เท้าขึ้นเตะฉินเฉาอย่างรุนแรง
ชิ้ง!
ฉินเฉารีบยกกระบี่ปทุมพิสุทธิ์ขึ้นมาป้องกันเหนือศีรษะทันที
เท้าของเทพผีดิบตกลงมาบนกระบี่ปทุมพิสุทธิ์
แม่เจ้า พลังป้องกันของมันช่างแข็งแกร่งมาก ร่างกายของมันแข็ง
ราวกับเหล็กและแทบจะสูสีกับพระสูตรหัวใจเพชรของเขาอยู่แล้ว
ในไม่ช้าจุดสีดำก็ปรากฏขึ้นบนกระบี่ปทุมพิสุทธิ์
เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ปราณแห่งความตายก็มีฤทธิ์กัดกร่อนเช่นกัน
โชคดีที่พลังเทพในร่างกายของฉินเฉาได้ระเบิดพลังออกมา
ฟ้าว!
พลังพุทธะซึ่งเกิดขึ้นจากพลังเทพได้กลายเป็นเสียงสิงโตคำราม
พลังนั้นปะทุออกมาโจมตีร่างของเทพผีดิบ
ในชั่วพริบตานั้น ร่างของเทพผีดิบถูกโจมตีจนกระเด็นไปไกล
มากกว่า 10 เมตร และตกลงไปบนพื้นในที่สุด
ทว่ากระบี่ปทุมพิสุทธิ์ของฉินเฉาได้กลายเป็นแอ่งน˺าสีดำไปเสีย
แล้ว
มารดามันเถอะ พลังในการกัดกร่อนช่างรุนแรงจริง ๆ
“หลัวเต๋อ ช่วยฉันปกป้องหลูเหม่ยจวนที”
ฉินเฉากล่าว พร้อมกับโยนระฆังหยินหยางออกไป
“ซุปเปอร์สตาร์ในอนาคต ฉันขอโทษเธอล่วงหน้าเลยก็แล้วกัน”
เขากล่าว ก่อนที่จะโยนร่างของสาวน้อยออกไป หลูเหม่ยจวนกรีด
ร้องออกมาทันที
“แกร๊ง!”
ระฆังหยินหยางเปล่งเสียงออกมา และทันใดนั้นมันได้กลายเป็น
ระฆังสีดำ ที่ครอบอยู่บนร่างกายของหลูเหม่ยจวนและตกลงมาบน
พื้นดิน
ตูม!
เมื่อระฆังสีดำตกลงมา พื้นดินก็พลันสั่นสะเทือนอยู่หลายหน
“วิชาค่ายกลกระบี่ทำลายล้าง ไปเลย!”
เมื่อมีระฆังสีดำ ฉินเฉาจึงไม่กลัวว่าจะหยุดยั้งฤทธิ์ในการกัดกร่อน
ของอีกฝ่ายไม่ได้อีกต่อไป
ดังนั้นเขาจึงโยนกระบี่ปทุมพิสุทธิ์จำนวน 18 เล่มไปล้อมรอบระฆัง
สีดำดังกล่าวเอาไว้ เพื่อให้วิชาค่ายกลกระบี่ทำลายล้างคอยปกป้อง
ระฆังหยินหยาง
ด้วยการป้องกันเป็นสองเท่าเช่นนี้ หลูเหม่ยจวนจะปลอดภัยมาก
ขึ้น
“ข้าบอกแล้ว ในเวลาแบบนี้ เจ้าก็ยังเอาแต่คิดถึงคนอื่นอยู่ดี”
กุนซือกล่าวเย้ยหยันออกมา
ทันใดนั้นเทพผีดิบที่กำลังยืนอยู่ไกล ๆ ได้อ้าปาก พ่นลูกธนูแสงสี
ดำจำนวนสามดอกออกมา
ลูกธนูเหล่านี้มาอยู่ตรงหน้าฉินเฉาด้วยความรวดเร็ว
ฉินเฉาที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวจึงถูกโจมตีเข้าอย่างจัง
ฉึก ฉึก ฉึก!
เขาถูกยิงเข้าใส่หน้าอกทั้งสามครั้ง ก่อนที่แสงสีดำจะระเบิดออกมา
ฉินเฉาก้าวถอยหลังออกไป พร้อมทั้งกระอักเลือดสีดำออกมาจาก
ปาก
แม่เจ้า อวัยวะภายในของเขากำลังสั่นสะท้าน
นี่มันพลังอะไรกัน?
มันสามารถทำให้พระสูตรหัวใจเพชรของเขาสั่นสะเทือนได้!
พระสูตรหัวใจเพชรนั้นเป็นวิชาป้องกัน และยังสามารถป้องกัน
อาการบาดเจ็บได้ แต่การป้องกันอาการบาดเจ็บจะต้องเกิดจากการที่
ฝ่ายตรงข้ามมาสัมผัสร่างกายเท่านั้น
ดังนั้นฉินเฉาจึงถูกโจมตีจากการโจมตีระยะไกลเช่นนี้
ควันสีดำได้พัวพันไปทั่วร่างกายของฉินเฉา
“จงสลาย!”
เขารู้ดีว่าไอพลังกัดกร่อนเหล่านี้น่ากลัวเพียงใด เขาจึงรีบโคจร
พลังเทพ และใช้วิชาจิตก่อเกิดกับพลังทำลายล้างของหลิงเอ๋อมากำจัด
ควันสีดำทมิฬเหล่านี้
“เทพผีดิบตนนี้มีพลังอยู่ในขั้นครึ่งเซียน”
หลัวเต๋อรีบเอ่ยเตือนออกมา “ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เขามีก็คือปราณ
แห่งความตาย พลังของปราณแห่งความตายนั้นแทบจะอยู่ในระดับ
เดียวกันกับพลังเซียน เจ้าควรจะรู้จักพลังของสวรรค์และนรก สวรรค์
ถือครองพลังเซียน นรกก็ถือครองปราณแห่งความตาย”
“มีเรื่องแบบนี้จริง ๆ สินะ……”
ฉินเฉารู้สึกประหลาดใจมากที่กุนซือเป็นผู้ถือครองพลังพิเศษ
ดังกล่าวนี้
เดิมทีเขาไม่เคยให้ความสนใจกุนซือคนนี้มาก่อน
เมื่อก่อนพลังของอีกฝ่ายอยู่ในขั้นประกายแสงเท่านั้น
แต่ว่าในตอนนี้เขาสามารถสร้างเทพผีดิบ ที่มีพลังขั้นครึ่งเซียน
ขึ้นมาได้
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นครึ่งเซียนที่มีปราณแห่งความตาย
อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับครึ่งเซียนเป่ยถังพั่ว
เขาเป็นใครกันแน่?
“ดี เจ้าสามารถเอาชนะปราณแห่งความตายมาได้”
กุนซือที่อยู่อีกด้านหนึ่งกล่าวออกมา “แต่ว่ามันก็เท่านั้น การโจมตี
ครั้งต่อไป เจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน”
หลังจากที่กล่าวเช่นนั้น เทพผีดิบตนนี้ก็เงยหน้าขึ้นและคำรามดัง
ก้องไปทั่วผืนฟ้า
เมฆสีดำบนอากาศพลันม้วนตัวอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นสายฟ้าสีดำก็ผ่าลงมายังรอบกายของเขาทันที
“เชี่ย เจ้านี่เป็นเทพผีดิบจริง ๆ!”
หลัวเต๋ออุทานออกมาอีกครั้ง “มันสามารถเรียกสายฟ้าธรณีวิบัติ
ออกมาได้”
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“นี่เป็นสิ่งที่ผีดิบระดับเทพเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถทำได้”
หลัวเต๋อกล่าวกับฉินเฉา “อย่างซวนหยวนอิงจี๋ของเจ้า เธอก็
สามารถเรียกสายฟ้าธรณีวิบัติออกมาได้เช่นกัน แต่ด้วยพลังของเธอ
แล้ว หากสายฟ้าธรณีวิบัติที่เธอเรียกออกมาผ่าลงบนพื้นดิน มันก็เพียง
พอที่จะทำให้พื้นดินในบริเวณนั้นแห้งแล้งไปได้ถึงสามปี ส่วนเจ้านี่เป็น
เพียงเทพผีดิบที่เพิ่งจะถือกำเนิดขึ้นมา และมีพลังอยู่ในขั้นครึ่งเซียน
เท่านั้น สายฟ้าธรณีวิบัติของมันเพียงพอที่จะทำลายพลังชีวิตของพื้นที่
ในบริเวณนี้ และทำให้ต้นหญ้าที่นี่ไม่อาจงอกเงยขึ้นมาได้เป็นเวลาหนึ่ง
เดือน”
ในขณะที่หลัวเต๋อกำลังกล่าวเตือนอยู่นั้น สายฟ้าสีดำก็ไล่ตามหลัง
ฉินเฉามาทันที
ยังไม่ทันที่หลูเหม่ยจวนจะได้โวยวายออกมา ฉินเฉาก็รีบออกไป
จากบริเวณดังกล่าวอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
สายฟ้าธรณีวิบัติเกือบจะผ่าเข้าที่เท้าของฉินเฉา
พื้นดินในบริเวณนั้นพลันแยกออกจากกัน
แต่ทว่าปราณแห่งความตายได้แพร่กระจายไปตามเท้าของฉินเฉา
อย่างรวดเร็ว
“จงสลาย!”
ฉินเฉาใช้พลังเทพมาทำลายมันออกไปอีกครั้ง ปราณแห่งความ
ตายที่อยู่บนเท้าของฉินเฉาจึงสลายไป
สายฟ้าธรณีวิบัติช่างน่ากลัวจริง ๆ
มันสามารถทำลายพลังชีวิตได้
“ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะซ่อนตัวไปจนถึงเมื่อไหร่”
กุนซือกอดอก และมองดูละครกับมู่หว่านชิวที่อยู่ข้างกาย
“บัดซบ! เกราะเก้ามังกร รวมร่าง!”
ฉินเฉารู้แล้วว่าพลังในขั้นเนื้อเซียนอาจจะยังไม่เพียงพอ
โชคดีที่เขายังมีเกราะเก้ามังกร ซึ่งเป็นอาวุธที่สามารถต่อต้าน
เจตจำนงสวรรค์
วิ้งงง!
มังกรศักดิ์สิทธิ์ขนาดมหึมาทั้งห้าสีบินออกมาจากร่างกายของเขา
ทันที
มังกรทั้งห้าตัวได้พุ่งทะยานขึ้นไปบนหมู่เมฆ
“รับสายฟ้าอันร้อนแรงของข้าไปซะ!”
มังกรเพลิงนรก หลิงเอ๋อ ได้อ้าปากออกมา และปลดปล่อยสายฟ้า
สีแดงฉานให้พุ่งเข้าโจมตีเทพผีดิบที่อยู่เบื้องล่าง
เปรี้ยง!
แต่ทว่าสายฟ้าธรณีวิบัติสีดำกลับผ่าลงมาจากท้องฟ้า และระเบิด
พลังเข้าใส่เพลิงสีแดงของมังกรเพลิงนรก
เมื่อสายฟ้าทั้งสองปะทะกัน มันจึงถูกทำลายไปทั้งคู่
“หน็อย!”
หลิงเอ๋อเสียดายเป็นอย่างยิ่ง “ถ้าหากพี่สาวคงอยู่ที่นี่ สายฟ้าเก้า
ทองคำได้ผ่าใส่ร่างของเจ้าจนตายแน่!”
“รีบไปรวมร่างเร็วเข้า อย่าปล่อยให้นายท่านต้องคอยนาน!”
หลีหยินเอ่ยเตือนขึ้นมา
“ไปเลย!”
มังกรศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าตัวได้กลายเป็นลำแสงห้าสี และพุ่งเข้าสู่
ร่างกายของฉินเฉา
จากนั้นเกราะทั้งห้าชิ้นก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ
จากเกราะเก้ามังกร มังกรทั้งห้าตัวได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาแล้ว
ดวงตาของฉินเฉาพลันเปล่งประกายด้วยลำแสงศักดิ์สิทธิ์
รอให้รวบรวมเกราะทั้งเก้าชิ้นเข้าด้วยกัน เมื่อนั้นจะเป็นวันที่ฉิน
เฉากลับมาแก้แค้นอย่างองอาจ
ทั้งสวรรค์และพระเจ้าแห่งดินแดนฝั่งตะวันตก พวกมันจะต้องถูก
ทำลายด้วยกำปั้นของเขา
“เข้ามาเลย ไอ้อัปลักษณ์!”