มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1430: ตระกูลอันชิงถูกท้าทาย
ชิกิงามิ
นี่คือวิชาของตระกูลอันชิง ผู้คนในตระกูลอันชิงล้วนเป็นองเมียวจิ
ทั้งหมด
และสิ่งที่องเมียวจิเหล่านี้เชี่ยวชาญมากที่สุด นั่นก็คือชิกิงามิ
เมื่อเกิดมา พวกเขาจะต้องเลือกว่าจะมีชิกิงามิแบบไหน
“ในเมื่อแกเป็นผู้นำตระกูลของพวกเรา แกก็จะต้องมีชิกิงามิของ
ผู้นำตระกูล เอาออกมาให้ดูซะสิ”
ศิษย์หนุ่มคนหนึ่งพูดจาโผงผางออกมา
“ถ้าอยากดูก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
ถึงแม้ว่าจะไม่มีชิกิงามิ แต่เขาก็ยังมีวิชาอัญเชิญเก้าเร้นลับอยู่
จะบอกว่าเป็นชิกิงามิ มันก็ไม่ผิดนัก
“จงออกมา ราชันย์ภูตเก้าเร้นลับ!”
ฉินเฉากล่าว ก่อนที่จะสะบัดมือและปลดปล่อยควันสีดำออกมา
ควันสีดำดังกล่าวได้เคลื่อนตัวลงมาบนพื้น ในไม่ช้าก็ก่อตัวขึ้น
กลายเป็นชายผู้สวมชุดเกราะสีดำและห้อยดาบเล่มยาวเอาไว้ที่เอว เขา
ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีเย็นชา
“ระ ราชันย์ภูต!”
ถึงแม้ว่าศิษย์ที่เฝ้าประตูจะไม่รู้จักคน แต่พวกเขาจะไม่รู้จักชิกิงามิ
ตนนี้ได้ยังไง?
ราชันย์ภูตนั้นเป็นตำนานของตระกูลอันชิงมาเป็นเวลานานมาก
แล้ว
“ที่แท้ท่านก็เป็นท่านผู้นำตระกูลจริง ๆ!”
ศิษย์หนุ่มผู้เฝ้าประตูทั้งสองคนรีบคุกเข่าลงทันที พวกเขาก้มหัว
ให้กับฉินเฉา ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง
“ท่านผู้นำตระกูล ต้องขออภัยจริง ๆ ที่พวกเราหยาบคายต่อท่าน”
“ช่างเถอะ ฉันไม่ได้กลับมาที่นี่นานมากแล้ว พวกนายจะจำฉัน
ไม่ได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”
ฉินเฉาโบกมือ “ยืนขึ้นเถอะ ฉันมีเรื่องที่จะต้องถามพวกนาย”
“ครับ!”
ศิษย์หนุ่มทั้งสองคนลุกขึ้นยืนด้วยความละอายใจ
แม้แต่ผู้นำตระกูลก็ยังจำไม่ได้ ช่างน่าละอายใจจริง ๆ
ไปล่วงเกินผู้นำตระกูลเช่นนี้ ที่จริงแล้วมันนับว่าเป็นความผิดครั้ง
ยิ่งใหญ่เลยก็ว่าได้
แต่โชคดีที่ผู้นำตระกูลเป็นคนใจกว้าง ไม่ลดตัวลงมาอยู่ในระดับ
เดียวกันกับพวกเขา
ไม่อย่างนั้นหากถูกฆ่าตาย พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะพูดอะไร
ออกไปได้
“อันชิงเป่ยอิงอยู่ที่ไหน? ฉันมีเรื่องที่จะต้องคุยกับเธอ”
ฉินเฉาเอ่ยถามอย่างตรงประเด็น หากจบเรื่องนี้ เขาก็จะต้องรีบ
กลับไปเตรียมการต่อที่เมืองไท่กู่
เขาไม่สามารถทิ้งสาว ๆ ที่กำลังทำงานยุ่งเอาไว้ที่นั่นได้
จะดีจะร้ายยังไง เขาก็ยังเป็นประมุขของนิกายหลัวซา
“ท่านอันชิงเป่ยอิงอยู่ที่โรงฝึกคาวากูจิครับ ช่วงนี้มีคนก่อเรื่องขึ้นที่
นั่น เธอก็เลยต้องไปดูแลทางฝั่งนั้นด้วยตัวเอง”
“มีคนก่อเรื่องงั้นเหรอ?”
ฉินเฉาเลิกคิ้วขึ้นทันที “ยังมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกเหรอ?”
“ครับ ช่วงนี้ในประเทศญี่ปุ่นมีตระกูลเล็ก ๆ ที่เพิ่งจะเจริญรุ่งเรือง
เกิดขึ้นมา ไม่รู้ว่าตระกูลนี้โผล่มาจากไหน แต่ความสามารถในวิชาอง
เมียวของพวกเขา มีแนวโน้มที่จะสูสีกับตระกูลอันชิงของพวกเราอยู่
แล้ว”
ศิษย์หนุ่มคนหนึ่งบ่นออกมา “ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นต้องการอะไร ถึง
ได้เอาแต่ส่งคนมาก่อกวนถึงในโรงฝึกของพวกเราได้ทุกวัน”
“ใช่ แต่วิชาองเมียวของคนพวกนั้นก็ร้ายกาจมากจริง ๆ”
ศิษย์อีกคนอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา “พวกนั้นเอาชนะองเมียวจิ
คนหนึ่งของพวกเราได้อย่างง่าย ๆ เลย”
“ว่ากันว่าคนในตระกูลนั้นเรียนศาสตร์ลับของวิชาองเมียวด้วยนะ
ช่างร้ายกาจจริง ๆ”
“ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาจากแผ่นดินใหญ่ซะด้วยสิ……”
ทั้งสองคนยังคงพูดถึงเรื่องนี้กันต่อไป
เมื่อได้ยินแบบนั้นฉินเฉาก็เข้าใจขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ตระกูลอันชิง
กำลังถูกยั่วยุ ซึ่งนั่นถือเป็นวิกฤตการณ์สำหรับสถานะของตระกูลใน
ประเทศญี่ปุ่น
ต้องรู้เสียก่อนว่า ที่ตระกูลอันชิงนั้นโด่งดังและมีสถานะอย่างใน
ปัจจุบัน นั่นก็เป็นเพราะองเมียวจิของตระกูลอันชิงนั้นมีความสามารถ
อันเป็นเอกลักษณ์
แต่ตอนนี้กลับมีตระกูลองเมียวจิที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่งั้นเหรอ?
ฉินเฉารู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
“โรงฝึกคาวากูจิอยู่ที่ไหน? ฉันจะไปดูที่นั่นสักหน่อย”
ฉินเฉาคิดในใจ ถึงยังไงตระกูลอันชิงก็ถือเป็นพลังอำนาจของเขา
ถ้าหากมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไป มันก็ย่อมส่งผลกระทบกับตัวเขาไปด้วย
เขาจึงไม่อาจนั่งอยู่เฉย ๆ โดยที่ไม่ทำอะไรได้
“อยู่ที่ XXX …..”
ศิษย์หนุ่มรีบบอกที่อยู่ให้ฉินเฉารู้ “ท่านผู้นำตระกูลจะไปที่นั่นด้วย
ตัวเองเหรอครับ?”
“อืม ถึงยังไงนี่ก็เป็นเรื่องของตระกูล ฉันนั่งอยู่เฉย ๆ โดยที่ไม่ทำ
อะไรไม่ได้หรอก”
“ท่านผู้นำตระกูลให้พวกเราทั้งสองคนไปด้วยเถอะครับ!”
“ไม่ต้องหรอก ฉันไปคนเดียวเองได้ พวกนายคอยเฝ้าประตูเอาไว้
อย่าปล่อยให้มีคนนอกเข้าไปในตระกูลได้ล่ะ”
“ครับ ท่านผู้นำตระกูลโปรดวางใจ”
ทั้งสองคนรีบกล่าวออกมาทันที
“ดีมาก คราวหน้าคราวหลังถ้าพวกนายจะถามถึงตัวตนของแขก ก็
พูดจาให้มันสุภาพกว่านี้ด้วยล่ะ”
ฉินเฉากล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปในพริบตา
ทั้งสองคนต่างกลืนน˺าลายลงไปอึกใหญ่
ท่านผู้นำตระกูลในตำนานช่างทรงพลังจริง ๆ ……
แต่ในเวลานี้ อันชิงเป่ยอิงกำลังปวดหัวมาก
เธอไม่รู้ว่าตระกูลคังชุนมาจากไหน แต่พวกเขาเชี่ยวชาญในวิชาอง
เมียว และคิดที่จะขึ้นมาเป็นตระกูลองเมียวอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นแทนที่
ตระกูลอันชิง
เรื่องนี้จะเป็นไปได้ยังไง? เป็นแค่ตระกูลเล็ก ๆ ที่เพิ่งจะ
เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเท่านั้น กลับมีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ได้
ยังไง?
แต่วิชาองเมียวของพวกเขานั้นทรงพลังอย่างแท้จริง และมันยัง
ส่งผลกระทบต่อชิกิงามิของคนอื่นได้อย่างไม่คาดคิด ดูเหมือนว่ามันจะ
เป็นวิชาเฉพาะที่สร้างขึ้นมาสำหรับองเมียวจิ
แต่บางคนก็ยังรู้สึกสงสัย ว่าวิชาของพวกเขานั้นมาจากดินแดน
ตะวันออกอันลึกลับ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่านผู้นำตระกูลหรือเปล่า
มันจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?
ในเดือนนี้ มีโรงฝึกหลายแห่งที่ถูกพวกเขาทำลาย
ถ้าหากโรงฝึกคาวากูจิแห่งนี้ถูกพวกเขาทำลายไปด้วย เกียรติของ
ตระกูลอันชิงในประเทศญี่ปุ่นจะต้องถูกทำลายจนย่อยยับอย่างแน่นอน
แต่อันชิงเป่ยอิงไม่ต้องการที่จะสร้างปัญหาให้กับท่านผู้นำตระกูล
ในฐานะที่เธอเป็นผู้ติดตามของเขา เธอควรจะที่จะแก้ไขปัญหาให้
เขา ไม่ใช่ทำให้เขาเดือดร้อน
เพราะแบบนั้น คราวนี้เธอถึงได้พาอันชิงเป่ยเสวี่ยมาที่นี่ด้วย หาก
ต้องการที่จะหยุดการท้าทายจากตระกูลคังชุน มันก็คงจะไม่มีปัญหา
อะไร
“เป่ยเสวี่ย คราวนี้ตระกูลอันชิงต้องขอร้องเธอแล้ว”
ภายในโรงฝึก อันชิงเป่ยอิงกำลังนั่งอยู่ที่นั่น และเอ่ยเสียงเบากับ
หญิงสาวคนหนึ่ง ที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังเธอด้วยท่าทีเย็นชา
“วางใจเถอะ ฉันเชื่อว่ายังไม่มีองเมียวจิที่แข็งแกร่งกว่าฉันถือ
กำเนิดขึ้นมาในประเทศญี่ปุ่นแน่”
อันชิงเป่ยเสวี่ยกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
เธอยังไม่เคยแพ้ใครหากเป็นเรื่องวิชาองเมียว
นอกจากผู้นำตระกูลฉินเฉา คนที่เธอไม่สามารถเอาชนะได้แล้ว
เธอก็ยังไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับใครมาก่อน
“ท่านตัวแทนผู้นำตระกูล แย่แล้วครับ คนพวกนั้นมาที่นี่กันแล้ว!”
ในขณะนั้นเอง ศิษย์คนหนึ่งได้วิ่งหน้าตั้งและตะโกนออกมาด้วย
ความตื่นตระหนก
“มาก็มาสิ จะต้องไปกลัวอะไร?”
อันชิงเป่ยอิงจ้องมองศิษย์ไม่ได้ความคนนั้น “ตระกูลอันชิงยังต้อง
กลัวใครอีกเหรอ?”
“พูดได้ดี พูดได้ดี”
แต่ในเวลานี้ ผู้ชายที่สวมใส่ชุดกิโมโนกลุ่มหนึ่งกลับปรากฏตัว
ออกมาจากประตูทางเข้า
ชายวัยกลางคนผู้ไว้หนวดเครา ซึ่งน่าจะมีอายุประมาณ 30 ปีกำลัง
ปรบมือ ในระหว่างที่เดินผ่านประตูเข้ามาด้วย
“สมแล้วที่เป็นผู้นำตระกูลอันชิง พูดจาได้ห้าวหาญ คังชุนเต๋อคนนี้
ต้องขอชื่นชมคุณจริง ๆ”
“ฮิ ๆ ฉันก็คิดว่าจะต้องต้อนรับใครอย่างสมเกียรติ ที่แท้ก็เป็นคุณ
คังชุนเต๋อ ที่เพิ่งจะได้รับคำสั่งให้ไปทะเลอันไกลโพ้นนี่เอง เดินทางมา
ขอคำแนะนำด้วยตัวเองเลยเหรอ?”
อันชิงเป่ยอิงมองชายผู้มาเยือน แล้วหัวเราะอย่างอดไม่ได้ “ตอนนี้
คุณคังชุนกลายเป็นคนใหญ่คนโตไปแล้ว ก็สมควรที่จะได้รับการปฏิบัติ
ที่แตกต่างออกไป”
“หึ ๆ ผู้นำตระกูลอันชิงจงใจหัวเราะเยาะผมหรือไง?”
คังชุนเต๋อหัวเราะออกมา “ช่วงนี้ผมแค่ใช้วิธีการฉลาด ๆ นิดหน่อย
เท่านั้น จะไปเทียบกับตระกูลอันชิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาเป็นร้อยปีได้
ยังไง? ผมไม่สมควรได้รับมันหรอก”
“คุณคังชุน”
อันชิงเป่ยอิงกล่าวเย้ยหยันออกมา “ที่ให้คนมาทำลายโรงฝึกของ
ตระกูลอันชิงเป็นสิบครั้ง นั่นยังไม่สุภาพมากพออีกเหรอ?”
“ในเมื่อมันเกี่ยวข้องกับเกียรติของตระกูล แล้วจะทำตัวสุภาพได้
ยังไง?”
รอยยิ้มอันมืดมนปรากฏอยู่บนใบหน้าของคังชุนเต๋อ “ผู้นำตระกูล
อันชิง ผมเกรงว่าคราวนี้ คุณจะต้องยกโรงฝึกคาวางูจิให้กับตระกูลคัง
ชุนของพวกเราซะแล้ว”
“ถ้าหากคุณมีความสามารถก็ลองพยายามดูสิ”
อันชิงเป่ยอิงหรี่ตามองอีกฝ่าย
“ดีมาก ผมกำลังรอคอยประโยคนี้อยู่เลย”
คังชุนเต๋อฉีกยิ้มออกมา “การประลองในวันนี้ ให้พาโรงฝึกทั้งหมด
ของตระกูลอันชิงและตระกูลคังชุนมาปราชันกันในโตเกียว ถ้าหากพวก
คุณชนะ ผมจะคืนโรงฝึกทั้งหมดกลับไปให้ แต่ถ้าหากแพ้ล่ะก็ หึ ๆ ๆ
……”
คังชุนเต๋อหัวเราะออกมา ความหมายในคำพูดของเขานั้นชัดเจน
เป็นอย่างมาก
“ถ้าหากพวกเราแพ้ ตระกูลอันชิงจะตกเป็นของคุณ”
อันชิงเป่ยอิงกล่าวออกมาเบา ๆ
“ตัวแทนผู้นำตระกูล!”
อันชิงเป่ยเสวี่ยตกตะลึง และรีบหันหน้าไปมองตัวแทนผู้นำตระกูล
ของตัวเองอย่างรวดเร็ว
อันชิงเป่ยอิงไม่ใช่คนที่ชาญฉลาดและใจเย็นอยู่ตลอดเวลาหรอก
เหรอ? เธอได้รับสมญานามว่าเป็นนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ของตระกูล แต่
ทำไมวันนี้ เธอกลับถูกกระตุ้นได้ด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำล่ะ?
“เป่ยเสวี่ย การประลองในครั้งนี้มันเกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของ
ตระกูลของพวกเรา”
ราวกับว่าอันชิงเป่ยอิงล่วงรู้ความคิดของหญิงสาวผู้มีพรสวรรค์
ของตระกูล เธอจึงกล่าวออกมาว่า “ถ้าหากเราเป็นฝ่ายแพ้ในการ
ประลองครั้งนี้ ตระกูลของพวกเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีชีวิตอยู่
อีกต่อไป ดังนั้นฉันขอร้องล่ะ ในการประลองครั้งนี้ เธอจะต้องเอาชนะ
มาให้ได้นะ”
“ฉันรู้แล้ว”
อันชิงเป่ยเสวี่ยพยักหน้า
ศักดิ์ศรีของตระกูล
ตอนนี้ถึงคราววิกฤตเสียแล้ว
“นี่คืออันชิงเป่ยเสวี่ย สาวสวยผู้มีพรสวรรค์ของตระกูลอันชิงงั้น
เหรอ?”
เมื่อได้ยินชื่อของหญิงสาว ดวงตาของคังชุนเต๋อก็แสดงความ
ประหลาดใจออกมา แต่หลังจากนั้นเขาก็หัวเราะอย่างชั่วร้ายออกมา
แทน “ได้ยินชื่อเสียงก็ยังไม่เท่ากับได้พบหน้า วันนี้ได้พบเจอกันแล้ว
ช่างเป็นสาวสวยจริง ๆ ดีมาก วันนี้พวกเราจะประลองกัน 3 ครั้ง หาก
ชนะ 2 ใน 3 ครั้งถึงจะเป็นผู้ชนะ ตราบใดที่มีใครสามารถเอาชนะคังชุน
เต๋อทั้งสองรอบได้ ถึงแม้ว่าตระกูลอันชิงของพวกคุณจะเป็นฝ่ายชนะก็
ตาม ฉันเองก็ไม่รังเกียจที่จะต่อสู้บนล้อรถหรอกนะ”
คำพูดของชายคนนี้ดูอวดดีเป็นอย่างมาก
“จะอวดดีเกินไปแล้ว!”
ศิษย์หนุ่มคนหนึ่งในตระกูลอันชิงตะโกนออกมาอย่างอดไม่ได้
“ท่านตัวแทนผู้นำตระกูล ผมคือองเมียวจิที่เก่งที่สุดในโรงฝึกคาวากูชิ
ท่านให้ผมเป็นคนจัดการเขาเองดีกว่าครับ ผมจะสั่งสอนไอ้คนอวดดีคน
นี้เอง!”
“อืม ต้องรบกวนนายแล้ว”
อันชิงเป่ยอิงไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดเธอก็ตอบรับคำขอ
ของศิษย์หนุ่มคนนี้
เธอไม่เคยเห็นคังชุนเต๋อลงมือมาก่อนเลยสักครั้ง หากได้เห็นก่อนก็
คงจะดี
บางทีเธออาจจะเจอจุดอ่อนของเขาก็ได้
“มาเจอฉัน อันชิงล่วนปู้คนนี้หน่อยเป็นไง”
ศิษย์หนุ่มคนนั้นขยับมือวาดอักขระ พร้อมกับก้าวเท้าไปด้านหน้า
“คนของตระกูลคังชุน อย่าได้มาตำหนิที่ฉันไม่ยอมออมมือให้ล่ะ”
เขากล่าวออกมา ก่อนที่จะวาดมือบนอากาศ แล้วปลดปล่อยวิชา
องเมียวกระบวนท่าแรกเข้าใส่คังชุนเต๋อ
“ภูตผีสังหาร!”
ภูตขนาดเล็กตนหนึ่งที่เลี้ยงโดยอันชิงล่วนปู้ บินออกมาจาก
เครื่องรางทันที ก่อนที่จะพุ่งทะยานเข้าใส่คังชุนเต๋อ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ด้วยท่าทีคุกคาม
“วิชากระจอก ๆ แบบนี้ ยังแสดงออกมาให้ขายหน้าตัวเองอีก”
คังชุนเต๋อเหยียดรอยยิ้มออกมาอย่างเย็นชา แล้วจึงเป็นฝ่ายลงมือ
บ้าง