มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1438: ของเก๊
หากจะกล่าวว่าเข็มทิศแห่งโชคชะตาเป็นสมบัติของสำนักไท่ยี
เรื่องนี้ก็ไม่ใช่การกล่าวเกินจริง
เข็มทิศนี้มีพลังที่สามารถต่อต้านเจตจำนงสวรรค์ได้
ถึงแม้ว่าจะเป็นเซียนศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าหากกลายเป็นเป้าหมายของ
เข็มทิศนี้ โชคชะตาก็จะสามารถเลือกให้เขาสิ้นชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคู่ต่อสู้มีระดับที่สูงกว่า โอกาสที่เข็มทิศแห่ง
โชคชะตาจะหมุนไปยังเลขคี่ก็จะลดน้อยลง
แต่ทว่าในตอนนี้ อาร์ติแฟคโบราณที่สามารถต่อต้านเจตจำนง
สวรรค์กลับถูกทำลายไปแล้ว
อีกทั้งยังถูกทำลายด้วยน˺ามือของประมุขนิกายขนาดเล็กอีกด้วย
“ไม่นะ!”
ซูเฉียงหลั่งน˺าตาและตะโกนออกมาดังลั่น เขาดูเจ็บปวดราวกับ
ภรรยาของตัวเองได้เสียชีวิตไป
“เข็มทิศแห่งโชคชะตาของข้า! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
เขากระโจนเข้าใส่ฉินเฉาด้วยความคลุ้มคลั่ง
“โง่จริง ๆ”
ฉินเฉากอดอก และยืนนิ่งงันไม่ขยับไปไหน
แต่หลิงเอ๋อที่อยู่บนท้องฟ้านั้นอ้าปาก พ่นสายฟ้าสีแดงเพลิง
ออกมาแทน
“ศิษย์น้อง ระวัง!”
เจียงเฉินรีบปลดปล่อยเจดีย์แห่งสรรพสิ่งไปขวางเหนือศีรษะของ
เขา เพื่อไม่ให้ซูเฉียงถูกฟ้าผ่า
เปรี้ยง!
เจดีย์แห่งสรรพสิ่งถูกโจมตีใส่จนพังทลาย ในเวลานี้ซูเฉียงได้พุ่งมา
อยู่ตรงหน้าฉินเฉา
ผลัวะ!
แต่ในขณะนั้นเอง ร่างของฉินเฉากลับปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าซูเฉียง
เสียก่อน
จากนั้นเขาก็เหวี่ยงหมัดใส่ซูเฉียง ลำแสงสีขาวสั่นสะเทือนอยู่ใน
อากาศอย่างต่อเนื่อง แล้วพุ่งตรงเข้าโจมตีใส่ร่างของซูเฉียง
ร่างของซูเฉียงกระเด็นไปไกล และดูไม่ต่างอะไรไปจากสายฟ้า
แลบในสายตาของทุกคน
“นี่มันพื้นฐานการฝึกตนระดับไหน……”
คนในสำนักไท่ยีต่างหันมามองหน้ากัน
พวกเขาคิดว่าหากมาที่นี่ด้วยตัวเอง ก็จะสามารถจัดการกับนิกาย
หลัวซาซอมซ่อได้แล้ว
แต่ไม่คิดเลยว่าจะพ่ายแพ้อย่างหมดท่าให้กับประมุขของนิกาย
หลัวซาซะได้
เรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย…..
นิกายหลัวซาที่ไม่มีความสำคัญอะไร ทำไมถึงสามารถจัดการกับ
ยอดฝีมือในสำนักไท่ยีได้?
“ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ตอนนี้ข้าหวังพึ่งท่านได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
…..”
เจียงเฉินฝากความหวังสุดท้ายเอาไว้ที่หานหยู่เจ๋อ ผู้ที่มีพื้นฐาน
การฝึกตนระดับสูงสุดในหมู่พวกเขา
“เรื่องนี้ต้องคิดดูให้รอบคอบอีกครั้ง……”
หานหยู่เจ๋อเห็นว่านิกายหลัวซานั้นองอาจและกล้าหาญมาก เขาจึง
ไม่ต้องการที่จะสร้างความเกลียดชังให้กับพวกเขา
แต่ทันใดนั้นเอง จู่ ๆ เขาก็เห็นว่าผู้หญิงที่เขาชื่นชมได้ก้าวเดิน
ออกมาข้างหน้า
“ต้องต่อสู้กับคนตั้งหลายคน นายคงจะเหนื่อยแย่เลย”
ซูเฟยหยิบกระดาษทิชชูออกมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้ฉินเฉา
ในบริเวณนั้นมีเหงื่อไหลอยู่เล็กน้อย
เธอทั้งรู้สึกทุกข์ใจ และรู้สึกชื่นชมฉินเฉาไปพร้อมกัน
ผู้ชายคนนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยได้อยู่เสมอ
“ไม่เป็นไร ก็แค่กุ้งหอยปูปลาไม่กี่ตัวเท่านั้น ฉันจัดการให้พวกเธอก็
จบเรื่องแล้ว ไม่เหนื่อยอะไรหรอก”
ฉินเฉาโบกมือ
เขากับซูเฟยแสดงความสนิทสนมต่อกันตามปกติ แต่พวกเขาไม่รู้
เลยว่า มันกำลังทำให้เปลวไฟแห่งความหึงหวงลุกโชนขึ้นมาในดวงตา
ของใครบางคน
เธอคือผู้หญิงของเขา
ผู้หญิงที่ทั้งสวยและสมบูรณ์แบบแบบนั้นจะตกเป็นของผู้ชายคน
อื่นได้ยังไง?
หานหยู่เจ๋อคนนี้ คือผู้ชายที่ยอดเยี่ยมที่สุด
เขามีพื้นฐานการฝึกตนขั้นเซียนทองคำ
นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าสำนักของสำนักไท่ยี ซึ่งมีพลังอำนาจสูงส่งทัด
ฟ้า
ผู้หญิงคนนี้ควรจะเป็นของเขา เป็นของหานหยู่เจ๋อคนนี้!
ในดวงตาของหานหยู่เจ๋อคุกรุ่นไปด้วยเปลวไฟ
กล่าวกันว่า หญิงงามคือชนวนเหตุของปัญหา
หากโลกใบนี้มีเพียงผู้ชายเท่านั้น สงครามก็คงจะไม่เกิดขึ้น
มากมายถึงเพียงนี้
ยกตัวอย่างเช่น สงครามกรุงทรอยอันโด่งดัง นี่คืออาชญากรรมซึ่ง
เกิดจากหญิงงามเพียงแค่คนเดียว
นี่คือเรื่องปกติที่เกิดขึ้น
และนี่เป็นครั้งแรกที่หานหยู่เจ๋อคิดที่จะทะเลาะกับคนอื่น เพื่อ
ผู้หญิงที่เขาชื่นชม
ยิ่งเมื่อเห็นซูเฟยอ่อนโยนกับชายคนนั้นแบบนั้น อีกฝ่ายช่าง
สมควรตายจริง ๆ!
“พวกเราเป็นแค่กุ้งหอยปูปลางั้นเหรอ?”
เขาเอ่ยขึ้นมาด้วยน˺าเสียงเย็นชา “แล้วเจ้าล่ะ เป็นตัวอะไร?”
คำพูดเพียงไม่กี่คำได้ทำให้คนในสำนักไท่ยีทั้งสามคนหันไปมอง
หน้าเจ้าสำนักของตัวเองด้วยความตกใจ
เชี่ย!
เกิดอะไรขึ้น?
พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง?
เจ้าสำนักผู้สุภาพอ่อนโยนอยู่เสมอ กลับเอ่ยคำพูดที่ทรงพลังแบบ
นี้ออกไป
เจียงเฉินรู้สึกงุนงงอยู่เล็กน้อย
คราวนี้ศิษย์พี่เจ้าสำนักสนับสนุนเขาจริง ๆ เหรอ?
โอ้ เขาคิดว่าศิษย์พี่เจ้าสำนักไม่เคยเก็บเรื่องของเขามาใส่ใจซะอีก
ที่แท้เขาก็เข้าใจผิดไปเอง
โฮ ศิษย์พี่เจ้าสำนักช่างดีกับเขาเหลือเกิน
ถึงชาติหน้าเขาจะเกิดมาเป็นวัว หรือเป็นม้า เขาก็จะต้องตอบแทน
ให้กับศิษย์พี่เจ้าสำนักให้ได้!
แต่ว่าตอนนี้เขากลายเป็นเซียนแล้ว เรื่องชาติหน้าจะเกิดขึ้น
เมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้
นี่คือสิ่งที่ผู้ฝึกตนเฝ้าแสวงหามาตลอดชีวิต
“เจ้าสำนักหาน ที่จริงแล้วเรื่องนี้ฉันเองก็ต้องถามนายเหมือนกัน”
ฉินเฉาเห็นว่าเจ้าสำนักของฝ่ายตรงข้ามตั้งท่าเตรียมจะโจมตี เขา
จึงรีบผลักซูเฟยให้หลบออกไป แล้วกล่าวออกมาว่า “นิกายหลัวซาของ
ฉันไม่ได้มีความอาฆาตแค้นอะไรกับสำนักไท่ยี แต่พวกนายกลับเป็น
ฝ่ายที่บุกรุกเข้ามารังแกพวกเราครั้งแล้วครั้งเล่า พวกนายคิดว่าแปด
สำนักบรรพกาลของพวกนายแข็งแกร่งมาก ถึงได้มารังแกนิกายหลัวซา
ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาทีหลังหรือไง?”
“พวกเจ้าทำอะไรลงไป ยังต้องให้พวกเราพูดอีกงั้นเหรอ?”
หานหยู่เจ๋อสอดมือทั้งสองข้างเอาไว้ในแขนเสื้อ “ข้าไม่สนใจเรื่อง
ทางโลก แต่คราวนี้ข้าไม่อาจนิ่งดูดายได้จริง ๆ นิกายหลัวซาของเจ้านั้น
เหิมเกริมมากเกินไป พวกเจ้าฆ่าศิษย์ของสำนักไท่ยี ช่วงชิง
อุตสาหกรรมของสำนักไท่ยี แล้วตอนนี้ยังทำลายอาร์ติแฟคของ
สำนักไท่ยีอีก หากเจ้าไม่ตายไป สำนักไท่ยีจะรักษาใบหน้าเอาไว้ได้
ยังไง?”
“ยิ่งพูดก็ยิ่งฟังดูเกินจริงมากขึ้นทุกที”
ฉินเฉาขมวดคิ้วมุ่น “ที่แท้นายก็ไม่ใช่คนที่จะพูดถึงเรื่องความถูก
ผิด ดีเหมือนกัน วันนี้ฉันยืนอยู่ที่นี่แล้ว ไม่ว่านายจะคิดว่านิกายหลัวซา
ของพวกเราทำอะไรลงไป ฉันก็จะสานต่อมันทั้งหมดเอง”
“ที่จริงแล้ว ข้าเองก็ไม่ต้องการที่จะต่อสู้กับเจ้า”
หานหยู่เจ๋อกล่าว แล้วยกแขนเสื้อขึ้นมา
ในขณะนั้นเอง กระจกทองแดงสีน˺าเงินอมเขียวอันงดงามก็ปรากฏ
อยู่ในมือของเขา “แต่พอข้าเห็นเจ้าแล้ว ข้าก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา”
“แน่นอน ฉันเองก็ไม่สบอารมณ์เหมือนกันนั่นแหละ”
ฉินเฉาเบ้ปาก “อยากจะต่อสู้กันนักก็เอาเลย นิกายหลัวซาของฉัน
ไม่กลัวใครอยู่แล้ว”
“นั่นเป็นเพราะว่าพวกเจ้ายังไม่เคยเจอความแข็งแกร่งที่แท้จริงน่ะ
สิ”
หานหยู่เจ๋อโยนกระจกทองแดงออกไป
“กระจกเบิกสวรรค์ ไปเลย!”
ลำแสงสีเขียวถูกปลดปล่อยออกมาจากกระจกที่กำลังลอยอยู่บน
ฟ้า และพุ่งตรงเข้าใส่ฉินเฉาทันที
ฉินเฉาถอยหลังหลบไปไม่ทัน จึงรีบใช้พลังของพระสูตรหัวใจเพชร
อรหันต์ร่างทองคำยืนหยัดอยู่ตรงหน้าเขา และใช้ร่างกายของตน
รับลำแสงนั้นเอาไว้
ตูม!
ลำแสงนั้นยิงเข้าใส่อรหันต์ แต่ไม่ได้สร้างบาดแผลขึ้นมาแต่อย่าง
ใด
“นี่คืออาร์ติแฟคที่นายภาคภูมิใจงั้นเหรอ?”
ฉินเฉาเลิกคิ้ว “มันกระตุ้นให้ฉันรู้สึกคันได้มากกว่าล่ะมั้ง”
“หึ ๆ เดี๋ยวเจ้าก็รู้”
หานหยู่เจ๋อยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งเอาไว้
ในขณะนั้นเองร่างที่อยู่ตรงหน้าฉินเฉาก็ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ
ร่างนั้นดูคุ้นเคยมาก เหล่าหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังฉินเฉา ต่างพา
กันเอามือปิดปากด้วยความประหลาดใจ
“นะ นี่มัน…..”
“กระจกเบิกสวรรค์ของข้าสามารถลอกเลียนแบบทุกสิ่งทุกอย่าง
ได้”
หานหยู่เจ๋อกล่าวออกมา “ดังนั้น แม้แต่ประมุขนิกายหลัวซาอย่าง
เจ้า ข้าก็สามารถลอกเลียนแบบได้เหมือนกัน”
สิ้นเสียง ฉินเฉาอีกคนก็ปรากฏตัวออกมาจากหมอกควันสีเขียวอัน
หนาทึบ
“เป็นฉินเฉาหมายเลข 2 อีกแล้วเหรอ…..”
ฉินเฉาเบ้ปากให้กับอีกฝ่าย
“สิ่งนี้แตกต่างไปจากจิตมารในใจของเจ้า…..”
หลัวเต๋อรีบเอ่ยเตือนเขา “เมื่ออยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง จิตมาร
ของเจ้าจะไม่มีพลังในการต่อสู้….. แต่คนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ข้ารู้สึก
หวาดกลัวอยู่ไม่น้อย”
สิ่งที่ทำให้หลัวเต๋อรู้สึกหวาดกลัวได้นั้นมีอยู่ไม่มากนัก
“ตายด้วยมือของตัวเองซะเถอะ”
หานหยู่เจ๋อกล่าวออกมาเบา ๆ ราวกับว่าเขามองเห็นฉินเฉาเป็น
คนที่ตายไปแล้ว
คนในสำนักไท่ยีเหล่านี้ พวกเขาฝึกฝนอาร์ติแฟคจนสะท้อนเป็น
ร่างกายออกมาได้แล้ว
ยกตัวอย่างเช่น หานหยู่เจ๋อคนนี้ พลังของเขาสามารถ
ลอกเลียนแบบฉินเฉาออกมาได้
ขั้นเซียนทองคำ
ฉินเฉามองร่างลอกเลียนแบบของตัวเองด้วยความประหม่า
ขั้นเซียนทองคำ นี่คือระดับของไท่ซ่างเหล่าจวินเมื่อลงมาอยู่บน
โลกมนุษย์
หากเขาไม่ใช้เกราะเก้ามังกรร่างสมบูรณ์ ก็ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถ
เอาชนะผู้ชายคนนี้ได้หรือเปล่า
“เขาอยู่ในขั้นแรกเริ่มของขั้นเซียนทองคำเท่านั้น พวกเรายังพอมี
ความหวัง”
หลัวเต๋อกล่าวออกมา “เซียนทองคำก็แบ่งออกเป็นสามขั้นเช่นกัน
หานหยู่เจ๋อผู้นี้เป็นเซียนทองคำขั้นแรกเริ่ม หากเจ้าไม่ใช้ร่างสมบูรณ์
เจ้าก็ไม่อาจที่จะเอาชนะเขาได้”
“งั้นก็ลองดูสักตั้ง!”
สิ้นเสียงของฉินเฉา ฉินเฉาอีกคนก็ไปปรากฏตัวอยู่ข้างกายหานหยู่
เจ๋อทันที
ในขณะเดียวกัน เขาก็เหวี่ยงเคียวสีดำในมือเข้าใส่ร่างของหานหยู่
เจ๋อ
ขวับ!
เคียวได้ตัดผ่านร่างของหานหยู่เจ๋อทันที
“โจมตีใส่ผู้สกัดกลั่นเครื่องมือเลยดีกว่า!”
ฉินเฉากล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่ในไม่ช้าเขากลับต้องขมวดคิ้วมุ่น
นั่นเป็นเพราะร่างของหานหยู่เจ๋อกะพริบอยู่สองครั้ง ก่อนที่จะ
กลับคืนสู่สภาพเดิม
“ในกระจกเบิกสวรรค์ ข้าก็เป็นแค่ภาพลวงตาเท่านั้น แต่ร่างปลอม
แปลงของเจ้าคือร่างที่แท้จริง”
หายหยู่เจ๋อคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย
“บัดซบ งั้นก็ต้องลำบากน่ะสิ!”
ในขณะที่ฉินเฉากำลังพูดอยู่นั้น ฉินเฉาร่างก๊อบปี้ก็พุ่งเข้ามาอยู่
ตรงหน้าเขา
ในมือของอีกฝ่ายถือเคียวสีดำเอาไว้เช่นเดียวกัน พร้อมทั้งกวัด
แกว่งเข้าใส่ฉินเฉาตัวจริง
เชี่ย ฉินเฉาไม่กล้าละเลยพลังของราชันย์ภูตเก้าเร้นลับเป็นอันขาด
เขารีบก้มตัวและหมอบลงกับพื้นทันที
ลำแสงสีดำได้วาดผ่านตำแหน่งเหนือศีรษะของเขา
แม้แต่พลังของราชันย์ภูตเก้าเร้นลับก็ยังสามารถลอกเลียนแบบได้
ฉินเฉาอ้าปาก หันหน้าไปทางร่างก๊อบปี้ แล้วปลดปล่อยกระบี่ปทุม
พิสุทธิ์ออกมาทางปาก
ฟ้าว!
สายฟ้าสีขาวได้พุ่งทะยานเข้าใส่ศีรษะของร่างก๊อบปี้นั้น
ชิ้ง!
แต่ทันใดนั้นร่างของร่างก๊อบปี้กลับเปล่งแสงสีทองอร่ามออกมา
และก่อตัวขึ้นเป็นอรหันต์ร่างยักษ์
แสงสีทองปรากฏออกมาจากร่างของอรหันต์ ซึ่งกำลังหยุดกระบี่
ปทุมพิสุทธิ์ของฉินเฉาเอาไว้
และในเวลานี้ ร่างของฉินเฉาอีกคน ซึ่งเป็นร่างอวตารก็ปรากฏตัว
ออกมา แล้วก้าวเท้าเข้าหาร่างก๊อบปี้ที่อยู่บนอากาศ
แต่ในไม่ช้าภาพอันน่าตกใจก็เกิดขึ้น เมื่อเหนือศีรษะของร่างก๊อบปี้
ก็มีร่างอวตารปรากฏออกมา อีกทั้งยังเป็นร่างอวตารของคชสารปีศาจ
เหมือนกัน ร่างอวตารทั้งสองร่างต่างหันหน้าเข้ามาห˺าหั่นกัน จนในที่สุด
ก็สลายและกลายเป็นความว่างเปล่าไปทั้งคู่
“เลียนแบบได้แม้กระทั่งร่างอวตารเลยเหรอ!”
ฉินเฉาประหลาดใจมาก
“แน่นอน เพราะสิ่งที่กระจกเบิกสวรรค์ลอกเลียนแบบออกมา ก็คือ
ตัวเจ้าเองยังไงล่ะ”
หานหยู่เจ๋อกล่าวออกมา
“ตัวฉันเอง?”
ฉินเฉาขมวดคิ้วมุ่น ก่อนที่จะคลายมันออกในไม่ช้า
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะสามารถลอกเลียนแบบพลังของฉันได้”
เขากล่าวออกมาเช่นนั้น จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้น แล้วตะโกนกู่ก้อง
ขึ้นไปบนท้องฟ้า “หลิงเอ๋อ เตรียมตัวเปิดฉากโจมตี!”