มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1454: เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์
“มีเรื่องอะไรถึงได้ตื่นตกใจขนาดนั้น?”
หานหยู่เจ๋อรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยที่ศิษย์ของตัวเองทำท่าทางตื่น
ตระหนกต่อหน้าฉินเฉา เขาจึงเอ็ดอีกฝ่ายกลับไปอย่างอดไม่ได้
“ท่านเจ้าสำนัก แย่แล้ว!”
ถึงแม้ว่าศิษย์คนนั้นจะถูกเจ้าสำนักตำหนิ แต่เขาก็ยังคงแสดงสี
หน้าตื่นตระหนกออกมาอยู่ดี “เตาหลอมทะลวงสวรรค์…..ไฟกำลังลุก
ไหม้เตาหลอมทะลวงสวรรค์อยู่ครับ!”
“อะไรนะ!”
คราวนี้หานหยู่เจ๋อก็พลันตกใจไปด้วยอีกคน
เตาหลอมทะลวงสวรรค์ คือเตาหลอมเครื่องมือสำหรับสกัดกลั่น
อาร์ติแฟคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสำนักไท่ยี
ด้านในมีเพลิงเก้าทมิฬที่โหมลุกไหม้ เพลิงเก้าทมิฬนี้ไม่หวาดกลัว
ลมและน˺าใด ๆ นั่นหมายความว่าหากเตาหลอมเครื่องมือชิ้นนี้เกิดเพลิง
ลุกไหม้ขึ้นมาจริง ๆ นี่ก็นับว่าเป็นหายนะของสำนักไท่ยี
“ประมุขฉิน ข้าจะต้องไปจัดการธุระ เจ้าพักผ่อนอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ
อย่าได้เดินไปไหนมาไหนตามใจชอบ แล้วข้าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด!”
หานหยู่เจ๋อสั่งทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนที่จะรีบเดินจากไปพร้อมกับศิษย์
คนนั้นทันที
ฉินเฉาหันหน้ามองออกไปในระยะไกล ทางทิศตะวันออกมีกลุ่ม
ควันหนาที่ค่อย ๆ ลอยคละคลุ้งเป็นเกลียวคลื่น
โอ้ ไม่นึกเลยว่าเขาจะเป็นเทพผู้เฝ้าประตูนรกแบบนี้
ไม่ว่าจะไปที่ไหน ที่นั่นจะต้องเกิดโชคร้ายขึ้นทุกที่
ดูสิ สำนักไท่ยีเพิ่งจะต้อนรับเขาเข้ามาแท้ ๆ แต่เตาหลอมทะลวง
สวรรค์ของพวกเขาดันเกิดไฟลุกท่วมซะได้
เขาเป็นตัวซวยจริง ๆ ด้วย
โชคของเขามันช่างสุดยอดจริง ๆ
ฉินเฉาส่ายหน้า และเตรียมตัวที่จะเดินกลับไปยังห้องพักของ
ตัวเอง
แต่ในขณะนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาดำที่กำลัง
เคลื่อนที่ผ่านหลังคาเข้า
เงาดำนั้นช่างคุ้นเคยซะจริง
ในขณะที่ฉินเฉาหันไปมองดูอีกครั้ง เงาดำก็หายเข้าไปในภูเขาที่อยู่
ด้านหลัง
“รู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นอายแบบนี้ชะมัด…..”
ฉินเฉาขมวดคิ้วมุ่น “หรือว่ามันจะเป็น…..ปราณแห่งความตาย”
“เชี่ย นั่นไม่ใช่เทพผีดิบหรอกเหรอ!”
หลัวเต๋อก็มีปฏิกิริยาตอบสนองกับเรื่องนี้เช่นกัน “มันมาอยู่ใน
สำนักไท่ยีได้ยังไง?”
“บางทีกุนซืออาจจะอยู่ที่นี่ด้วย”
ฉินเฉาขมวดคิ้ว “พวกนั้นเข้ามาทำอะไรในสำนักไท่ยีกันแน่?”
“ไม่ต้องไปสนใจเรื่องนั้นหรอก เจ้าหนุ่มฉิน รีบตามไปดูเร็วเข้า”
หลัวเต๋อเอ่ยกระตุ้น
“ฉันรู้แล้วน่า”
นับตั้งแต่ที่องค์กรอเวจีของกุนซือลงมือ ฉินเฉาก็ไม่สามารถนั่งเฉย
ๆ รอความตายต่อไปได้อีก
เขารีบกระโดดขึ้นไปบนหลังคา และไล่ตามเงาดำนั้นไปทันที
ดูเหมือนว่าเทพผีดิบจะไม่เห็นว่าฉินเฉากำลังตามมาด้านหลัง เขา
ยังคงมุ่งหน้าไปตามเส้นทางเดิมอย่างต่อเนื่อง
“มันกำลังจะไปไหนกันแน่?”
ฉินเฉาเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
“ในสำนักไท่ยีแห่งนี้ อาจจะมีอาร์ติแฟคที่ดึงดูดความสนใจของ
องค์กรอเวจีอยู่ก็ได้”
หลัวเต๋อนิ่งคิดไปชั่วครู่ แล้วกล่าวออกมา “เจ้าหนุ่มฉิน ตามมันไป
อย่าให้คลาดสายตาไปได้ล่ะ!”
“ไม่ต้องห่วง คนอย่างฉันจะไล่ตามไม่ทันได้ยังไง?”
ในเวลานี้ร่างของฉินเฉาได้กลายเป็นควันดำ แล้วไล่ตามเงาดำอยู่
เบื้องหลัง
เงาดำนั้นมุ่งหน้าไปยังภูเขาที่อยู่ห่างไกล ก่อนที่จะเข้าไปในหุบเขา
แห่งหนึ่งที่ดูไม่สลักสำคัญอะไร
ภายในหุบเขาแห่งนี้มีเพียงแค่หมอกบาง ๆ เท่านั้น นอกจากนั้นก็
ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก
แต่เงาดำกลับทำท่าเหมือนกำลังมองหาบางสิ่ง เขาหันมองไปรอบ
ด้าน
ในที่สุดเขาก็ไปยืนอยู่ตรงหน้าหินก้อนหนึ่ง และเหวี่ยงหมัดใส่
อากาศตรงหน้าอย่างกะทันหัน
เปรี้ยง!
หมัดของเขาที่มีสายฟ้าสีดำห่อหุ้มเอาไว้ พุ่งโจมตีเข้าใส่มวล
อากาศที่อยู่ตรงหน้า
เพล้ง!
เสียงพังทลายของบางสิ่งดังออกมาอย่างชัดเจน
จากนั้นเสาทองคำต้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉินเฉาทันที
“นะ นั่นมันอะไรน่ะ?”
ฉินเฉาเบิกตากว้าง มองดูเสาทองคำที่แทบจะสูงเสียดฟ้าต้นนี้
เขามองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของเสาต้นนี้เลย มันสูงซะจนทะลุผ่าน
ก้อนเมฆขึ้นไปได้โดยตรง
บนเสาต้นนี้มีตัวอักษรมากมายที่ฉินเฉาไม่เข้าใจเปล่งแสงประกาย
อยู่บนนั้น
ฉินเฉาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันลึกลับออกมาจากมัน
เหมือนกับว่าโลกทั้งใบกำลังปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขา
“นี่มันเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์นี่!”
หลัวเต๋ออุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด
“สวรรค์ มันปรากฏออกมาได้ยังไง? ไม่ใช่ว่าเทพผีดิบนั่น วางแผน
ที่จะทำลายเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์อยู่เหรอ?”
“ว่าไงนะ!”
ฉินเฉาตกตะลึงไปด้วยเช่นกัน ถ้าหากเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ถูก
ทำลาย กฎที่คอยประคับประคองโลกมนุษย์ก็จะถูกทำลายลงไปด้วย
หากเป็นแบบนั้น ขุมพลังที่เหนือกว่าขั้นเซียนทองคำก็จะปรากฏ
อยู่บนโลกใบนี้
มันอันตรายเกินไป
“หึ ๆ ๆ …..”
เทพผีดิบเปล่งเสียงหัวเราะออกมา จากนั้นร่างกายของเขาก็เริ่มมี
แสงสีดำห่อหุ้มเอาไว้
เมฆครึ้มได้ลอยอยู่ทั่วผืนฟ้า สายฟ้าสีดำผ่าลงมาใส่ร่างของเขา
อย่างต่อเนื่อง
“แย่แล้ว รีบหยุดเขาไว้เร็ว!”
หลัวเต๋อตะโกนออกมาทันที
“หลิงเอ๋อ!”
ฉินเฉาจึงเปล่งเสียงออกมาดังลั่น
เขาเข้าไปใกล้ร่างของหมอนั่นไม่ได้ จึงทำได้เพียงแค่ยืมพลังจากห
ลิงเอ๋อเท่านั้น
“นายท่าน หลิงเอ๋อมาแล้วค่ะ!”
มังกรเพลิงสีแดงขนาดยักษ์บินวนรอบเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ และ
ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที
ในเวลานี้มังกรเพลิงนรกกำลังบินอยู่บนท้องฟ้าที่มีเมฆครึ้มลอยไป
ทั่ว
ในเวลาเดียวกัน มันก็อ้าปากขนาดมหึมาออกมา
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีดำพุ่งออกมาจากปากของเทพผีดิบ และโจมตีเข้าใส่เสา
หลักแห่งกฎเกณฑ์
แต่หลิงเอ๋อได้ปลดปล่อยสายฟ้าสีแดงออกมาปะทะกับสายฟ้า
ธรณีวิบัติของเทพผีดิบ
ตูม!
สายฟ้าทั้งสองชนิดระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงทันที
“ฮ่า ๆ ๆ!”
ในขณะนั้นเอง เงาดำอีกร่างหนึ่งที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็ปรากฏตัว
ออกมาอย่างกะทันหัน
เขาโยนเจดีย์สีดำขนาดเล็กในมือไปยังตำแหน่งที่สายฟ้าทั้งสอง
ชนิดกำลังปะทะกัน
พลังของสายฟ้าได้กระจัดกระจายออกไปตามแรงกระแทก และใน
ที่สุดก็พุ่งเข้าใส่เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ในทันที
“อะไรน่ะ!”
ฉินเฉาตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
เจดีย์สีดำนั่น…..มันคือเจดีย์แห่งสรรพสิ่งไม่ใช่เหรอ?
เจียงเฉินมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
เขายังไม่ทันที่จะได้เข้าใจ เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ที่ถูกสายฟ้าทั้ง
สองชนิดผ่าเข้าใส่ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
เพลิงสายฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง และสายฟ้าธรณีวิบัติ
ได้วิ่งพล่านไปทั่วเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง
เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ต้นนี้ได้กลายเป็นสีดำและพังทลายลงมาที
ละชิ้น ๆ
“ใครหน้าไหนมันบังอาจมาทำลายเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์!”
ในขณะนั้นเอง บนท้องฟ้าได้มีเงาจำนวนมหาศาลลอยเข้ามากัน
อย่างเนืองแน่น
ผู้คนในสำนักไท่ยีต่างพากันจ้องมองฉินเฉาด้วยความเกลียดชัง
เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ถูกทำลายแล้ว
นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้โลกต้องสั่นสะเทือน
สำนักไท่ยีคือหนึ่งในแปดสำนักบรรพกาล หน้าที่ของพวกเขาคือ
การปกป้องเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์
ตอนนี้เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ถูกทำลายลงไปแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะไม่
ส่งผลกระทบต่อการคงอยู่ของกฎแห่งเสาหลักในระยะเวลาสั้น ๆ แต่
เกียรติยศของสำนักไท่ยีได้ถูกทำลายลงไปอย่างสมบูรณ์
“ปะ เป็นไปได้ยังไง……”
ท่ามกลางผู้คนเหล่านี้ ฉินเฉาเห็นหานหยู่เจ๋ออยู่ภายในนั้นเช่นกัน
เขามองดูเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ที่ถูกทำลายด้วยใบหน้าซีดเผือด
“ฉันไม่ได้เป็นคนทำนะ”
ฉินเฉาขมวดคิ้วมุ่น “พวกมันต่างหากล่ะ……”
แต่เมื่อเขาหันกลับไปมอง มันกลับไม่มีแม้แต่เงาของเทพผีดิบและ
เจียงเฉินอยู่ที่นั่น
“ข้าบอกแล้วไงว่าผู้ชายคนนี้คือศัตรูของสำนักไท่ยี จะเชิญมันมา
ไม่ได้!”
ซูเฉียงตะโกนกร้าวออกมา “ดูสิ ตอนนี้มันทำลายเสาหลักแห่ง
กฎเกณฑ์ของพวกเราไปแล้ว เกียรติยศทั้งหมดของสำนักไท่ยี มัน
หายไปหมดแล้ว!”
“มีคนมาทำลายเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์งั้นหรือ!”
ในขณะนั้นเอง ร่างของเจียงเฉินก็บินมาแต่ไกล
ใบหน้าของเขาขึ้นสีแดงก˹าไปด้วยอารมณ์โกรธ
“ไอ้เด็กเวร เจ้ากล้าทำลายเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ได้ยังไง? เจ้าไม่
อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วใช่มั้ย!”
ฉินเฉาขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่รู้ว่าควรจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง
“ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการจงใจใส่ร้ายเจ้า”
เสียงของหลัวเต๋อดังขึ้นมา “ไม่แปลกใจเลยที่เทพผีดิบจะโผล่มา
อยู่ที่นี่ได้ เจ้าหนุ่มฉิน คราวนี้เจ้าได้มีปัญหาจริง ๆ แล้วล่ะ…..”
“แม่งเอ๊ย ถึงนายไม่พูด ฉันก็รู้แล้ว!”
ฉินเฉาตวาดออกมา “องค์กรอเวจีวางแผนได้แยบยลจริง ๆ ฉันไม่
คิดเลยว่ากุนซือกับเจียงเฉินจะร่วมมือกันทำเรื่องแบบนี้”
“คนพวกนั้นต้องลงทุนลงแรงอย่างหนัก เพื่อที่จะฆ่าเจ้าให้ได้จริง
ๆ …..”
“ประมุขฉิน… ข้าปฏิบัติต่อเจ้าอย่างมิตรสหาย แต่ทำไมเจ้ากลับ
…..”
หานหยู่เจ๋อไม่สามารถพูดมันออกมาได้
จิตใจของเขาราวกับน˺าทะเลที่ไหลย้อนกลับ เขารู้สึกว่าโลกของ
เขากำลังจะสูญสลายไป
“ถ้าหากนายยังเห็นว่าฉันเป็นเพื่อน เชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่ได้เป็น
คนทำ”
ฉินเฉายืนนิ่งงัน แล้วกล่าวออกมาเบา ๆ
“ฮ่า ๆ ๆ ไร้สาระ!”
ซูเฉียงหัวเราะเยาะ พลางชี้ไปยังมังกรเพลิงนรกที่ยังคงบินวนเวียน
อยู่บนท้องฟ้า “มังกรเพลิงตัวนั้นล่ะ เจ้ากล้าพูดหรือเปล่าว่ามันไม่ใช่
ของเจ้า? ตอนที่ข้ารีบมาที่นี่ ข้าเห็นกับตาอย่างชัดเจนว่ามีสายฟ้าสีแดง
ผ่าลงมาใส่เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์”
“ไม่ว่านายจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ฉันก็ไม่ได้เป็นคนทำลายเสาหลักแห่ง
กฎเกณฑ์อยู่ดี”
ฉินเฉากล่าวออกมา “ฉันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น”
“เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว ในเมื่อเจ้าทำลายเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์
วันนี้เจ้าก็จะต้องตายที่นี่!”
ซูเฉียงกัดฟันกรอด แล้วกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
ผู้ชายคนนี้ทำลายเข็มทิศแห่งโชคชะตาของเขา
ถ้าหากไม่ใช่เพราะเจ้าสำนักปกป้องอีกฝ่าย เขาจะต้องต่อสู้แลก
ชีวิตกับอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
หลังจากที่เขาคำรามออกมา ศิษย์ทุกคนในสำนักไท่ยีก็เรียกอาร์ติ
แฟคของตัวเองออกมา และเตรียมพร้อมที่จะโจมตีฉินเฉา
“ช้าก่อน!”
แต่ในเวลานี้หานหยู่เจ๋อกลับตะโกนออกมา
ทุกคนหันหน้าไปมองเขาทันที
“ข้าเชื่อประมุขฉิน ว่าเขาจะไม่ทำเรื่องแบบนี้”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หานหยู่เจ๋อถึงยินดีที่จะเชื่อใจฉินเฉา
เขาคิดว่าคนอย่างฉินเฉาไม่จำเป็นที่จะต้องหลอกลวงเขาเพื่อ
ทำลายเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์
ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องทุกอย่างยังดูแปลกมาก ฉินเฉาจะรู้ได้ยังไงว่าเสา
หลักแห่งกฎเกณฑ์อยู่ที่ไหน
และถึงแม้ว่าจะรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน แต่เขาก็เป็นคนเชิญอีกฝ่ายให้มา
ที่สำนักไท่ยีด้วยตัวเอง
ดังนั้นหากจะกล่าวว่านี่คือแผนการที่ถูกคิดขึ้นมาอย่างรอบคอบ
เขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี
นอกจากนี้ทำไมเขาถึงได้โง่ขนาดนั้น? ทำลายเสาหลักแห่ง
กฎเกณฑ์แต่ไม่รีบหนีไป กลับยังยืนอยู่ที่นี่และรอให้มีคนมาเจออย่างโง่
งม
เรื่องที่มีคนจงใจสังหารหวังจุนในคราวก่อนก็เหมือนกัน หานหยู่
เจ๋อเชื่อว่ามันจะต้องเป็นแผนการใส่ร้าย
“ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ข้าคิดว่าเขาไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้ได้ด้วยตัวคน
เดียวหรอก”
ในเวลานี้เจียงเฉินได้กล่าวออกมาอย่างเย้ยหยัน
“ศิษย์น้อง เจ้ากำลังหมายความว่าอะไร?”
หานหยู่เจ๋อรู้สึกอึดอัดใจทันทีที่ได้ยินมัน
“หึ ๆ ถ้าหากท่านไม่พยายามเชิญเขาขึ้นมาบนเขา เสาหลักแห่ง
กฎเกณฑ์จะถูกทำลายได้ยังไง? ศิษย์พี่ ข้าคิดว่าท่านกำลังทรยศ
สำนักไท่ยีของพวกเราและตั้งใจร่วมมือกับไอ้ปีศาจตนนี้ พูดมาสิ ถ้า
หากทำลายเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ได้แล้ว ท่านจะได้ผลประโยชน์
อะไร?”
“เจ้ากำลังพูดเรื่องเหลวไหลอะไรอยู่?”
หานหยู่เจ๋อขมวดคิ้วอย่างฉับพลัน “หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว ข้า
จะทรยศสำนักไท่ยีได้ยังไง?”
“โอ้? แล้วมันไม่ใช่เรื่องจริงหรือไง?”
เจียงเฉินพูดขึ้นมาเสียงดัง “ข้าเห็นว่าตอนที่ท่านมาถึง ไอ้ปีศาจตน
นี้มันแอบส่งวิชาการฝึกตนให้กับท่าน!”
หานหยู่เจ๋อจ้องมองตาเขม็ง
เขารู้เรื่องนี้ได้ยังไง?
“มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?”
ผู้อาวุโสทุกคนหันมาเอ่ยถามหานหยู่เจ๋ออย่างอดไม่ได้
“นะ นี่…..”
จู่ ๆ หานหยู่เจ๋อไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมา