มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1472: เรียกฉันว่าราชินี
เธอไม่ใช่คนขี้โมโหและปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชาด้วยความใจกว้าง
เพราะเธอไม่ใช่ผู้นำมีนิสัยใจคอคับแคบ
“ผู้หญิงธรรมดา ๆ ….. มาเข้าร่วมการประลอง นี่ไม่ใช่การรนหาที่
ตายหรอกเหรอ?”
หญิงสาวผมบลอนด์เกลี้ยกล่อมเขาอย่างอดไม่ได้ “เจ้าไม่ได้มี
ความแค้นอะไรกับเพื่อนของเจ้าใช่มั้ย?”
“พูดอะไรไร้สาระ ไม่ได้มีความแค้นอะไรทั้งนั้นแหละ”
ถ้าหากมีความแค้นจริง ๆ เขาคงจะตายไปตั้งนานแล้ว
“อ๋อ ข้าเข้าใจแล้ว!”
แววตาของหญิงสาวผมสีบลอนด์เปล่งแสงสดใสขึ้นมาทันที “ที่แท้
เจ้าก็ชอบเพื่อนของตัวเอง ก็เลยส่งผู้หญิงคนนี้ไปตาย แล้วเจ้าก็จะได้
จับเขาสินะ?”
“อุ๊บ…..”
ในที่สุดซูจีที่ยืนอยู่ด้านหลังก็หลุดหัวเราะออกมาจนได้
การคาดเดานี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ ……
สำหรับกลุ่มคนรักร่วมเพศในฝั่งตะวันตก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการ
คัดค้าน แต่ก็ไม่ได้เป็นที่ยอมรับมากมายนัก
ยกตัวอย่างเช่นในประเทศฝรั่งเศส รัฐบาลส่งเสริมให้เพศตรงข้าม
มาใช้ชีวิตอยู่กินด้วยกัน และจะมีรางวัลที่รัฐบาลเป็นผู้มอบให้
แต่ถ้าหากกลุ่มคนรักร่วมเพศอยู่กินด้วยกันล่ะก็ หึ ๆ
เหตุผลหลักคือรัฐบาลฝรั่งเศสกำลังหวาดกลัวว่าปราชากรจะไม่
เพิ่มขึ้น หากมีกลุ่มคนรักร่วมเพศอยู่มากเกินไป
ในตอนนี้อัตราเด็กเกิดใหม่ในหลาย ๆ ที่ เริ่มจะกลายเป็นศูนย์
หรือแม้กระทั่งมีอัตราเด็กเกิดใหม่ติดลบเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
คำว่ารักร่วมเพศได้ก่อให้เกิดภัยพิบัติขึ้นมา
ในต่างประเทศ หากผู้ชายสองคนเดินเข้าโรงแรมและขอพักอยู่ใน
ห้องเดียวกัน นั่นเป็นเรื่องง่ายที่จะถูกสงสัยว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนรัก
ร่วมเพศ
แต่ไม่มีปัญหาอะไรสำหรับเพศตรงข้าม ไม่มีใครส่งสายตาที่แสดง
การแบ่งแยกมาให้ทั้งนั้น
แต่ถ้าหากอยู่ในประเทศจีน จะไม่มีใครกล่าวอะไรถึงกลุ่มคนรัก
ร่วมเพศที่อาศัยอยู่ด้วยกัน
“ละ เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว”
อังเดรใจสั่น นั่นมันท่านฉินเฉาเชียวนะ
เขาไม่อยากรนหาที่ตายหรอก
“วันนี้ทำไมเจ้าถึงได้พูดมากขนาดนี้? รีบสมัครเร็วเข้า”
อังเดรรีบกล่าวออกมาทันที
“ฮิ ๆ รู้แล้วน่า เห็นเจ้าทำท่าทางกังวลแบบนี้แล้ว ดูน่ารักชะมัด”
สาวสวยผมบลอนด์ช้อนตามองอังเดรอย่างมีเสน่ห์ แล้วโยนแผ่น
ป้ายสีทองให้เขา
“ไปตายซะ!”
อังเดรไม่สนใจผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป เขารับแผ่นป้ายมา แล้วพาซูจี
เดินลงบันไดไปยังชั้นล่าง
“สนามประลองใต้ดินอยู่ชั้นล่าง สภาพแวดล้อมที่นั่นไม่ค่อยดีนัก
หลังจากที่ฝ่าบาทลงไป จำเอาไว้ว่าให้ตามข้ามาอย่างใกล้ชิด”
“อืม เข้าใจแล้ว”
หลังจากที่เดินลงบันไดไป ซูจีก็เริ่มกวาดสายตามองไปรอบทิศทาง
ที่นี่คือสนามประลองใต้ดินงั้นเหรอ?
ทันทีที่เดินเข้าไป เสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งก็เกือบจะทำให้ซูจีสะดุ้ง
โหยง
เธอเบิกตากว้าง มองไปยังสนามประลองขนาดใหญ่ทันที
ด้านบนนั้นมีชายผิวขาวและชายผิวสี ที่กำลังต่อสู้กันอย่างไม่มีใคร
ยอมใคร
ผู้คนมากมายต่างนั่งรายล้อมรอบอัฒจันทร์และคำรามออกมา
อย่างบ้าคลั่ง
ดูเหมือนว่าชายผิวขาวจะทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเริ่มถอยหลังไปที
ละก้าว ๆ
แต่ในขณะนั้นเอง เขาได้อาศัยจังหวะที่ชายผิวสีกำลังวาดหมัด เข้า
ไปกอดไหล่ของชายผิวสีเอาไว้ทันที
จากนั้นเขาก็กัดเข้าที่ลำคอของอีกฝ่ายอย่างแรงจนเลือดไหลอาบ
ลงมา
“หือ เขาเป็นแวมไพร์เหรอ…..”
ซูจีเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
“เปล่าครับ… เขาเป็นแค่คนธรรมดา……”
อังเดรรีบเอ่ยตอบออกไป “เพียงแต่ว่า…วิธีของเขาดูไม่ค่อย
เหมือนกับคนธรรมดาเท่านั้น……”
แม้แต่การกัดก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
“อ๊าก!”
ชายผิวสีกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะยกเท้าขึ้น
เตะเข้าไปยังเป้ากางเกงของชายผิวขาวทันที
ชายผิวขาวได้แต่ร้องครวญครางออกมา แล้วคุกเข่าลงกับพื้น
ฝ่ายชายผิวสีที่ยังคงมีเลือดไหลที่ลำคอได้ชูกำปั้นทั้งสองข้างขึ้น
แล้วโบกมือให้กับผู้ชมที่อยู่รอบ ๆ ด้วยท่าทีตื่นเต้น
“ผู้ชมทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็นผู้ชม VIP ที่จ่ายเงินเข้ามา”
อังเดรกล่าวออกมา “ส่วนคนที่ไม่ได้จ่ายเงินจะดูผ่านโทรทัศน์ที่อยู่
ข้างบน”
“ดูเหมือนว่าลมกรดทมิฬก็ยังคงเป็นผู้ชนะในค˹าคืนนี้นะครับ!”
พิธีกรที่กำลังนั่งอยู่บนเวทีได้ตะโกนผ่านไมค์โครโฟนออกมาด้วย
ความตื่นเต้น “หลังจากที่ต่อสู้กับเจ้าคนน่ารังเกียจไปแล้ว ยังมีใครที่
ต้องการท้าทายลมกรดทมิฬผู้ไร้เทียมทานของพวกเราในค˹าคืนนี้อีก
หรือเปล่า?”
“เฮ้! เฮ้!”
ลมกรดทมิฬชูกำปั้นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างต่างพากันส่งเสียงตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น
“ถึงตาพวกเราขึ้นไปแล้ว”
อังเดรเดินไปยังลานประลอง ก่อนที่จะโยนแผ่นป้ายสีทองที่อยู่ใน
มือออกไป
สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่ร่างของอังเดรในทันที
“โอ้! นี่ไม่ใช่ราชาแห่งการต่อสู้ในอดีตหรอกเหรอ? ดูเหมือนว่าการ
ประลองของพวกเราในค˹าคืนนี้จะมีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้วครับ!”
พิธีกรจำอังเดรได้ เขาเองก็เป็นคนของเผ่าพันธุ์เทวทูตตกสวรรค์
เช่นเดียวกัน
“ราชาแห่งการต่อสู้! ราชาแห่งการต่อสู้!”
ทันใดนั้นเสียงเชียร์มากมายก็ดังกระหึ่มขึ้นมาทันที
ดูเหมือนว่าอังเดรจะมีชื่อเสียงในสนามประลองใต้ดินแห่งนี้อยู่ไม่
น้อย
“ขอโทษที แต่ผู้ท้าชิงในคืนนี้ไม่ใช่ข้าหรอก”
อังเดรส่ายหน้า แล้วกล่าวออกมา “เป็นคนที่อยู่ข้างหลังข้า
ต่างหาก”
“ว่าไงนะ!”
ทุกคนอุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน แล้วหันไปมองสาวสวย
ที่อยู่ด้านหลังอังเดรทันที
“ราชาแห่งการต่อสู้ นี่ไม่ได้ล้อเล่นอยู่ใช่มั้ย?”
พิธีกรรีบเอ่ยถามออกมา “ผู้หญิงสวย ๆ แบบนี้ สมควรที่จะถูก
ทะนุถนอมอยู่บนเตียงต่างหาก เธอจะมาอยู่ในสนามประลองได้ยัง…..
เอ่อ…..”
พูดยังไม่ทันจบ มีดสีดำเล่มหนึ่งก็ถูกปักลงบนโต๊ะที่อยู่ตรงหน้า
พิธีกร
“บรูค ระวังคำพูดหน่อย ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่เจ้าจะมาล้อเล่นได้”
“นี่…..”
บรูค พิธีกรกลืนน˺าลายลงไปอึกใหญ่ทันที
อังเดรสามารถพูดได้ว่า ผู้หญิงคนนี้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่าง
แน่นอน
“ดูเหมือนว่าสาวสวยคนนี้จะเป็นผู้ท้าชิงในค˹าคืนนี้นะครับ”
เขากระแอมไอออกมา ก่อนที่จะกล่าวว่า “คนสวย ไม่ทราบว่าชื่อ
ของเจ้าคืออะไร?”
ซูจีเหลือบมองพิธีกร ก่อนที่จะกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “พวกนายเรียก
ฉันว่าราชินีก็พอแล้ว”
“ราชินี?”
นี่มันชื่อบ้าอะไรกัน?
“เยี่ยมไปเลย พวกเรามาต้อนรับราชินีกันหน่อยดีกว่า เธอคือผู้ท้า
ชิงของลมกรดทมิฬ พวกเราหวังว่า นอกจากความสวยงามจาก
ภายนอกของเธอแล้ว เธอจะทำให้พวกเราได้ประหลาดใจกันในค˹าคืนนี้
นะครับ!”
เมื่อบรูคตะโกนผ่านไมค์โครโฟน คลื่นอารมณ์ของผู้ชมทุกคนก็ถูก
จุดประกายขึ้นทันที
ซูจีก้าวขึ้นมาบนสนามประลองท่ามกลางเสียงตะโกนจากผู้ชม
จำนวนมาก
“คนสวย ข้าจะฉีกเจ้าด้วยมือของข้าเอง!”
ชายผิวสีเลียริมฝีปาก พลางยิ้มออกมาอย่างหื่นกระหาย
“ถ้านายมีความสามารถพอก็เข้ามาเลย”
ซูจีผู้สวมเสื้อโค้ตกันลมสีแดงยืนนิ่ง พร้อมกับกวักมือเรียกลมกรด
ทมิฬ
“คนสวย ถ้าหากข้าเป็นคนลงมือก่อน เจ้าจะไม่มีโอกาสได้ตอบโต้
ข้ากลับมาแน่”
ลมกรดทมิฬยิ้มกว้างเห็นฟันขาว แล้วเปล่งเสียงหัวเราะแปลก ๆ
ออกมา “เจ้าเข้ามาก่อนดีกว่า ข้าจะได้เพลิดเพลินไปกับค˹าคืนนี้ให้มาก
ขึ้นกว่าเดิม”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็จะไม่เกรงใจแล้ว”
ซูจีฉีกยิ้มออกมา “ชายรูปงามคนนี้ช่างเป็นสุภาพบุรุษจริง ๆ”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ! ใช่แล้ว อีกเดี๋ยวข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ้งถึงความเร่าร้อน
ของข้า…อ๊ากกก…..”
ลมกรดทมิฬยังพูดไม่ทันขาดคำ ซูจีก็พลันเหวี่ยงหมัดกระแทกคาง
ของเขาเข้าอย่างจัง
ลมกรดทมิฬรู้สึกราวกับถูกรถชน เขาพุ่งทะยาน ขี่เมฆหมอก
ออกไปจากสนามประลองอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนที่จะกระแทกลงสู่พื้น
ด้านล่างเวทีในสภาพน˺าลายฟูมปาก
“…………”
ทันใดนั้นเสียงเชียร์ของผู้ชมพลันหยุดชะงักในทันที
ทุกคนต่างพากันจ้องมองราชินีผู้สวมเสื้อโค้ตสีแดงคนนี้ด้วยความ
ตกตะลึง
เพียงแค่หมัดเดียวก็สามารถเอาชนะลมกรดทมิฬได้แล้ว
ฝ่ายอังเดรได้แต่ยักไหล่ ท้ายที่สุดแล้วเธอก็เป็นสันตะปาปาของ
วิหารแห่งความมืด เธอจะพ่ายแพ้ให้กับมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งได้ยังไง?
“พระเจ้า ราชินีแข็งแกร่งมากเลยครับ!”
พิธีกรได้สติขึ้นมาเป็นคนแรก “เธอใช้เพียงแค่กระบวนท่าเดียว
เอาชนะลมกรดทมิฬ สมแล้วที่เป็นราชินี!”
“ราชินี! ราชินี!”
ทันใดนั้นเสียงเชียร์ก็พลันดังกึกก้องขึ้นมา
แต่ในเวลานี้ เมื่อชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ในห้องอันหรูหราได้เห็น
เหตุการณ์นี้ผ่านจอโทรทัศน์ เขาก็ขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้
“ผู้หญิงคนนี้มาจากไหน?”
เขาเอ่ยถามหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่ข้างกาย
“อังเดรเป็นคนพามาค่ะ”
“ส่งปีเตอร์ขึ้นไปจัดการกับเธอ”
“เข้าใจแล้วค่ะ นายท่าน”
หญิงสาวคนนั้นหยิบโทรศัพท์ภายในขึ้นมา ก่อนที่จะกล่าวออกมา
หลายประโยค
แต่หลังจากที่ซูจีเอาชนะลมกรดทมิฬได้ในกระบวนท่าเดียว กลับ
ไม่มีผู้ท้าชิงขึ้นมาเลยสักคน
บางคนกล่าวกันว่าผู้หญิงคนนี้ต่อสู้ด้วยหมัดปลอม
แต่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ลมกรดทมิฬกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร
อีกทั้งยังล้มลงและน˺าลายฟูมปาก
ทุกคนล้วนเป็นนักสู้และไม่ใช่คนที่โง่เขลา พวกเขาไม่มีทางขึ้นไป
รนหาที่ตาย
ดังนั้นทั่วทั้งสนามประลองจึงมีบรรยากาศอันน่ากระอักกระอ่วน
เกิดขึ้น
แต่ว่าในเวลานี้ เสียงของพิธีกรก็ดังขึ้นด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง
“ข้าเองก็เพิ่งจะรู้ข่าวที่น่าตื่นเต้นนี้เช่นกัน ปีเตอร์ เครื่องจักร
สังหารของพวกเรากำลังจะกลับมาสู่สังเวียนอีกครั้ง เขาจะเป็นผู้ท้าชิง
ราชินีม้ามืดของพวกเราในค˹าคืนนี้ครับ!”
“เครื่องจักรสังหาร! เครื่องจักรสังหาร!”
เสียงของผู้ชมทุกคนดังกระหึ่มขึ้นมาด้วยความยินดี
ผู้ชม VIP เหล่านี้ไม่ได้มาเพื่อใช้เงินเท่านั้น แต่พวกเขาต้องการ
เห็นเลือดและความรุนแรงให้มากกว่าเดิม
อังเดรตกตะลึงไปชั่วขณะ เมื่อผู้ที่ขึ้นไปคือเทวทูตตกสวรรค์ระดับ
ที่ 2
ดูเหมือนว่าทางเผ่าพันธุ์จะให้ความสำคัญกับสันตะปาปาหญิงคน
นี้มากทีเดียว
แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน สันตะปาปาหญิงจะได้รู้ถึงระดับพลัง
ของเทวทูตตกสวรรค์ก่อน มันอาจจะทำให้เธอล้มเลิกความคิดที่จะยึด
ครองเผ่าพันธุ์เทวทูตตกสวรรค์ก็ได้
“เครื่องจักรสังหาร! เครื่องจักรสังหาร!”
ท่ามกลางเสียงเชียร์ของทุกคน ชายหนุ่มผมสีน˺าตาลที่เปลือยท่อน
บน ได้ก้าวเดินออกมาอย่างช้า ๆ
นี่คือเครื่องจักรสังหาร เทวทูตตกสวรรค์ระดับที่ 2 ของเผ่าพันธุ์
เทวทูตตกสวรรค์ ปีเตอร์
“เจ้าคือเหยื่อของข้าในคืนนี้”
เขากระโดดเบา ๆ ขึ้นไปอยู่บนสนามประลอง พลางกระดิกนิ้ว
เรียกซูจี แล้วกล่าวว่า
“ข้าจะล่าเจ้าเอง”
“เอาสิ”
ซูจีพยักหน้า “ฉันจะยืนรอให้นายมาล่าฉันอยู่ตรงนี้นี่แหละ”
รอยยิ้มของเธอทำให้ปีเตอร์กลืนน˺าลายลงไป
ผู้หญิงคนนี้สวยมาก
คืนนี้เธอจะต้องเป็นของข้า!
เมื่อปีเตอร์คิดได้ดังนั้น เขาก็พุ่งตรงเข้าไปอย่างไม่เกรงใจทันที
ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ไม่จำเป็นที่จะต้องออมมือให้เธอ
ลมกรดทมิฬได้เป็นเครื่องย˺าเตือนให้เขาแล้ว
“ใจร้อนจังเลยนะ”
ซูจีหัวเราะออกมา “แต่ถึงใจร้อนไป ก็ไล่ตามสาวสวยไม่ทันหรอก”
“เดี๋ยวเจ้าก็รู้!”
ปีเตอร์คำรามลั่น แล้วเหวี่ยงหมัดที่ห่อหุ้มด้วยแสงสีดำเข้าใส่ซูจี
ด้วยความรวดเร็ว
หมัดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยพลังแห่งความมืด
อังเดรคิดในใจว่าปีเตอร์ใจร้อนเกินไปจริง ๆ เมื่อขึ้นมาถึงก็ลงมือ
อย่างเต็มกำลังตั้งแต่แรก
หวังว่าสันตะปาปาหญิงจะไม่ได้รับบาดเจ็บ
เพราะถ้าหากเธอบาดเจ็บขึ้นมา ท่านฉินเฉาจะตำหนิเขาเอาได้
“ดูสิครับ ดูสิครับ! เครื่องจักรสังหารของพวกเราเป็นเครื่องจักรที่
ไร้ความปรานีจริง ๆ เขาปฏิบัติต่อสาวสวยอย่างไม่มีความเมตตาเลย
แม้แต่น้อย พอขึ้นมาถึงก็ใช้หมัดสังหาร ท่าประจำตัวของเขาซะแล้ว!
โอ้ ข้านึกภาพตามได้เลย ว่าราชินีคนสวยจะต้องจมกองเลือดอย่างน่า
กลัวขนาดไหน”
พิธีกรตะโกนออกมาอย่างอดไม่ได้
ผู้ชมหลายคนพากันเบือนหน้าหนี เพราะกลัวที่จะต้องเห็นภาพ
สาวสวยจมกองเลือด
ขวับ!
แต่ในเวลานี้ ราชินีซูจีผู้สวมเสื้อโค้ตสีแดงได้ยื่นมือข้างหนึ่งออกไป
รับหมัดสังหารของปีเตอร์ได้อย่างสบาย ๆ
“นักล่าของฉัน หมัดของนายมันอ่อนแอเกินไปแล้ว