มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1525: อนาคตของเจ้า
เฟิงเหลยซ่างเหรินคือผู้ยิ่งใหญ่เซียนฟ้าระดับกลาง และยังเป็น
ปรมาจารย์ใหญ่ที่มีพลังมากที่สุดในที่นี้
ทว่าแม้แต่เขาก็ยังพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว…..
พวกเขาไม่รู้เลยว่าชายหน้าดำผู้นี้อยู่ในระดับใดกันแน่
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“อามิตตาพุทธ”
หลวงจีนหงฝ่ากัดฟันกรอด พลางท่องบทสวดมนต์ออกมา แล้ว
กล่าวกับฉินเฉาว่า
“ประสกเป็นใครกันแน่? เป็นลูกน้องของนังปีศาจตนนี้งั้นเหรอ?”
“หลวงจีนเฒ่ารูปนี้พูดมากชะมัด ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเป็นแค่คนที่
ไร้ชื่อเสียงเรียงนามเท่านั้น”
ฉินเฉาเบ้ปาก “ฉันจะพาตัวเธอไปจากนี่ที่ ไม่มีใครมีปัญหา
ใช่มั้ย?”
“ไม่ได้เด็ดขาด!”
หลวงจีนหงฝ่าตะโกนออกมาทันที “นังปีศาจตนนั้นคือผู้ที่ทำลาย
เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ หากปล่อยเธอไป พวกเราจะต้องรักษาเสาหลัก
แห่งกฎเกณฑ์ต้นอื่นเอาไว้ไม่ได้อย่างแน่นอน! หรือว่าจริง ๆ แล้วเจ้าจะ
เป็นคนที่กองทัพสวรรค์ส่งมากันแน่?”
“กองทัพสวรรค์? กองทัพสวรรค์คืออะไร?”
ฉินเฉาเย้ยหยัน “ฉันไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับกองทัพสวรรค์
ทั้งนั้น หลวงจีนเฒ่า ฉันเองก็นับว่าเป็นผู้ที่ศึกษาพระพุทธศาสนา
ครึ่งหนึ่งเหมือนกัน ถ้าหากว่านายยังพูดมาก ก็อย่าหาว่าฉันทำตัวหยาบ
คายกับศิษย์ชาวพุทธเลย!”
“เจ้าศึกษาพระพุทธศาสนาแบบไหน ถึงได้ไม่เห็นโลกใบนี้อยู่ใน
สายตา?”
“ในสายตาของฉัน ฉันเห็นผู้หญิงของฉันเป็นอันดับแรก จากนั้นถึง
ได้มองเห็นโลกใบนี้”
ฉินเฉากล่าวออกมาเบา ๆ
หลูเหม่ยจวนตัวสั่นสะท้านอย่างอดไม่ได้
ผู้หญิงของเขา?
ฉัน…..เป็นผู้หญิงของเขาเหรอ?
“ใครเป็นผู้หญิงของนายไม่ทราบ!”
เธอขมวดคิ้วมุ่น แล้วใช้นิ้วบิดเอวของฉินเฉา 360 องศาอย่างไม่
รู้ตัว
โชคดีที่ฉินเฉาฝึกฝนพระสูตรหัวใจเพชร
ไม่อย่างนั้นเนื้อที่เอวของเขาอาจจะหลุดออกมาจริง ๆ ก็ได้
“อยู่เฉย ๆ สิ เธอจะไม่ร่วมมือกับฉันหรือไง?”
ฉินเฉากล่าวกับหลูเหม่ยจวนผ่านทางกระแสจิต
“ใครจะร่วมมือกับนาย? นายเป็นแค่ผู้ชายที่น่ารังเกียจเท่านั้น!”
หลูเหม่ยจวนตะโกนกลับผ่านไปทางกระแสจิตเช่นเดียวกัน
“เธอก็เป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจเหมือนกันนั่นแหละ ไม่งั้นจะเรียกว่า
อะไรได้?”
ฉินเฉากล่าวออกมา ก่อนที่มือปีศาจสีดำของเขาจะพุ่งเข้าไปจับ
หน้าอกของหลูเหม่ยจวน
“แถมยังปล่อยให้ฉันยื่นมือเข้าไปด้วย”
“นะ นายกล้าดียังไง!”
หลูเหม่ยจวนตัวสั่นไปทั้งร่างในทันที
เมื่อถูกจับหน้าอก ความรู้สึกเสียววาบก็แผ่กระจายไปทั่วทั้ง
ร่างกาย
“ฮ่า ๆ ๆ ดูเธอเข้าสิ เธอดูเหมือนกับผู้หญิงตรงไหน?”
ฉินเฉากล่าวออกมา “หน้าอกของเธออย่างมากก็คัพ B+ ไม่อาย
หรือไงที่จะบอกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงน่ะ?”
“อย่ามาพูดจาไร้สาระนะ หน้าอกของฉันคัพ C ต่างหาก เมื่อก่อน
ฉันกินโยเกิร์ตมะละกอทุกวันนะยะ!”
หลูเหม่ยจวนตะโกนท้วงขึ้นมา
“จริงเหรอ? งั้นฉันต้องตรวจสอบซะแล้ว”
ฉินเฉาคลี่ยิ้มออกมา
“มือของฉันมีพลังปีศาจ ไม่ว่าหน้าอกจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน ฉันก็
สามารถจับได้ภายในเวลาแป๊บเดียว รับรองได้ว่ามันไม่ผิดพลาด
แน่นอน”
“ไอ้โรคจิต! ไปตายซะไป ถ้าหากนายยังกล้าจับมันอีกล่ะก็ ฉันจะ
ใช้อสูรโลหิตระเบิดก้นของนาย!”
หลูเหม่ยจวนต่อว่าออกมาอย่างไม่ไว้หน้า
นี่สิถึงจะเป็นหลูเหม่ยจวนที่เขารู้จัก
ท่าทีเย็นชาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารก่อนหน้านี้ ช่างไม่น่ารักเอาซะ
เลย
ผู้หญิงควรที่จะน่ารักน่าชังสิถึงจะถูก
“อามิตตาพุทธ…..”
หลวงจีนหงฝ่าท่องบทสวดมนต์ออกมาอีกครั้ง “จิตใจของประสก
นั้นตื้นเขินเกินไป หลงระเริงอยู่กับกิเลสทางโลก ดูเหมือนว่าอาตมา
จะต้องเข้าไปในจิตใจของเจ้า เพื่อทำให้เจ้าได้รู้ว่าหนทางที่แท้จริงคือ
อะไร”
สิ้นเสียงนั้น มือทั้งสองข้างก็พลันขยับวาดตราพุทธะอย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายคิดที่จะใช้วิชาอาคมบทใหญ่
“หลวงจีนเฒ่า อย่ามาหาว่าฉันเป็นคนที่โหดเหี้ยมล่ะ”
ฉินเฉาพูดขึ้นมา พลางยกมือข้างขวาขึ้น และชี้นิ้วไปบนท้องฟ้า
“มังกรสลาตัน!”
ท่ามกลางสายตาตะลึงของทุกคน ลูกไฟขนาดยักษ์ที่มีเส้นผ่าน
ศูนย์กลางเกือบถึง 100 เมตรก็ก่อตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เขาใช้วิชาของเหลียงเมิ่งเหยาอย่างไม่คาดคิด
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมีขนาดใหญ่มาก
เหลียงเมิ่งเหยารวบรวมพลังทั้งหมดของเธอในการสร้างลูกไฟ
ขนาด 20 เมตรขึ้นมา
แต่ว่าเขากลับทำได้ถึง 100 เมตร
พระเจ้า!
ตอนนี้เหลียงเมิ่งเหยานั้นรู้สึกราวกับกำลังฝันไป
ลูกไฟนั้นไม่ใช่แค่เพลิงธรรมดา แต่มันคือเพลิงจากลมหายใจมังกร
ที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก
ลูกไฟที่มีขนาด 20 เมตรนั้นสามารถระเบิดดาวเคราะห์ได้
งั้น 100 เมตรล่ะ…..
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน…..
หลวงจีนหงฝ่าที่รับกระบวนท่านี้เข้าไป จะไม่กลายเป็นฝุ่นผงเลย
เหรอ?
แต่ฉินเฉานั้นกำลังภูมิใจในตัวเองมาก ลูกไฟลูกนี้เป็นเพียงสิ่งที่เขา
สร้างขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจเท่านั้น
ที่แท้พลังของเซียนซุนก็มหาศาลถึงเพียงนี้
ถ้าหากเขาลงมืออย่างเต็มกำลัง เขาก็จะสามารถทำลายกาแล็กซี่
ได้ในทันที
ช่างเป็นพลังที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน ไม่แปลกใจเลยที่ในอดีต เทพ
ผานกู่จะสามารถสร้างโลกขึ้นมาได้
การเพลิดเพลินไปกับพลังของเซียนซุน มันช่างรู้สึกดีจริง ๆ
“อามิตตาพุทธ ประสก พวกเราสำนักว่านฝัวขอยอมแพ้ ขอยอม
แพ้”
ในขณะนั้นเอง หลวงจีนชราอีกรูปหนึ่งก็พลันปรากฏตัว แล้วเอ่ย
ขึ้นมา
“เมี่ยวฉาน!”
หลวงจีนหงฝ่าจ้องมองหลวงจีนรูปนี้ แล้วขมวดคิ้วมุ่น
“อามิตตาพุทธ….. พวกเราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วจริง ๆ …..”
หลวงจีนเมี่ยวฉานนั้นคือเจ้าอาวาส และยังเป็นเจ้าสำนักของสำนัก
ว่านฝัว
หลังจากที่เขาเห็นวิชามังกรสลาตันที่มีขนาดใหญ่ถึง 100 เมตร
เขาก็ต้องยอมแพ้ด้วยความหวาดกลัว
“ประสก ฝีมือของประสกนั้นสูงส่งมาก สำนักวานฝัวของพวกเรา
ขอยอมแพ้”
“เมี่ยวฉาน เจ้ากำลังหวาดกลัวอะไร? ทำไมอาตมาจะยอมตายเพื่อ
กฎแห่งฟ้าดินไม่ได้!”
หลวงจีนหงฝ่ารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
“อย่าเลย ผู้อาวุโสหงฝ่า”
เมี่ยวฉานกล่าวว่า “หากยอมตายเพื่อกฎแห่งฟ้าดิน นั่นย่อมเป็น
หน้าที่และเกียรติยศของชาวพุทธอย่างพวกเรา แต่ว่าการตายโดยเปล่า
ประโยชน์นั้นไม่จำเป็น เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ของสำนักว่านฝัวถูก
ทำลายไปแล้ว แต่พลังของประสกผู้นี้ยังคงมีอยู่อย่างไม่มีขีดจำกัด หาก
ผู้อาวุโสละทิ้งกายหยาบของตัวเอง ผู้อาวุโสก็ไม่อาจที่จะหยุดเรื่องที่
กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้”
“เมี่ยวฉาน เจ้าเห็นอะไร?”
หลวงจีนหงฝ่าเอ่ยถามขึ้นมา
เมื่อฝึกฝนหลักธรรมจนกระทั่งถึงเขตระดับที่ยิ่งใหญ่ก็จะสามารถ
ควบคุมปาฏิหาริย์ทั้ง 6 ประการได้
ซึ่งนั่นก็คือ แสดงอิทธิฤทธิ์ ตาทิพย์ หูทิพย์ ล่วงรู้จิตใจ ระลึกชาติ
และตรัสรู้
ในสิ่งเหล่านี้ ความสามารถในการแสดงอิทธิฤทธิ์นั้นแสดงให้เห็น
ถึงอิสรภาพ เมื่อถึงเขตระดับนี้ หากคิดที่จะไปที่ไหนบนโลกก็จะ
สามารถไปปรากฏตัวอยู่ที่นั่น
ส่วนตาทิพย์นั้น ทำให้มองเห็นความสุขและความเศร้าของสรรพ
สัตว์ทั้ง 6 ได้ อีกทั้งยังสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ โดยที่
ไม่มีอุปสรรคใดมาขวางกั้น
หูทิพย์ ทำให้ได้ยินเสียงของความสุขและความเศร้าของสรรพสัตว์
ทั้ง 6 และยังทำให้ได้ยินเสียงของทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก
ล่วงรู้จิตใจนั้นเป็นดั่งชื่อที่ว่าเอาไว้ นั่นก็คือทำให้รู้ว่าสรรพสัตว์ทั้ง
6 นั้นกำลังคิดอะไร
ระลึกชาติ ทำให้รู้ถึงชะตากรรมและสิ่งที่เคยกระทำของตัวเองและ
สรรพสัตว์ทั้ง 6
และประการสุดท้ายคือการตรัสรู้ ซึ่งเป็นขอบเขตที่สูงส่งที่สุดของ
พระพุทธศาสนา
หากได้รับปาฏิหาริย์สุดท้ายจะสามารถทำลายความวุ่นวายของ
อาณาจักรทั้งสามได้ และไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับชีวิตและความตาย
ของอาณาจักรทั้งสามนั้น อีกทั้งยังได้รับพลังปาฏิหาริย์ในการตรัสรู้ นั่น
ก็คือจะไม่ต้องตกลงไปสู่วัฏสงสารและมีชีวิตอันเป็นนิรันดร์
ถึงแม้ว่าหลวงจีนหงฝ่าจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เซียนฟ้า แต่การฝึกฝน
ปาฏิหาริย์ทั้ง 6 ประการของเขานั้นยังไม่สมบูรณ์ จนถึงตอนนี้ เขามี
เพียงแค่ญาณทิพย์เล็กน้อยเท่านั้น
แต่เจ้าสำนักของเขา ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเซียนทองคำ แต่ก็มี
ความสามารถในการระลึกชาติได้แล้ว
เขาจึงล่วงรู้อนาคตและชะตากรรมที่คนอื่นมองไม่เห็น
“พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่อาจพูด ไม่อาจพูด……”
เมี่ยวฉานส่ายหน้า
ถึงแม้ว่าหลวงจีนหงฝ่าจะศึกษาหลักธรรมมาอย่างลึกซึ้ง แต่เขาก็
ไม่อาจคุมความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้
เขาพนมมือแล้วท่องคาถาออกมา
“อามิตตาพุทธ…..”
“ประสกเอ๋ย โชคชะตาของเจ้าช่างน่าสับสนเหลือเกิน”
เมี่ยวฉานหันหน้าไปมองฉินเฉา แล้วเอ่ยถามออกมา
“โอ้ นายรู้ได้ยังไง?”
ฉินเฉาเกิดความสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย
ตาแก่คนนี้จะเล่นลูกไม้อะไร?
“อาตมาไม่มีความสามารถใด มีเพียงแค่พลังในการระลึกชาติได้
เท่านั้น”
เมี่ยวฉานกล่าวออกมาเบา ๆ
ฝ่ายฉินเฉานั้นรู้สึกเคารพอีกฝ่ายจากใจจริงในทันที
การระลึกชาติ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ทาง
พระพุทธศาสนา
ถึงแม้ว่าจะมีคนฝึกฝนพระธรรม แต่ในจิตใจของพวกเขาก็ยังไม่
สามารถปล่อยวางจากกิเลสได้
หากทำสิ่งนี้ไม่ได้ ก็ไม่สามารถที่จะฝึกตนจนบรรลุได้เช่นกัน
หลวงจีนที่ฉินเฉารู้สึกชื่นชมมากที่สุด นั่นก็คือไต้ซือชิฟาง
ถ้าหากเขาคาดเดาไม่ผิด ไต้ซือชิฟางจะต้องมีพลังในการล่วงรู้
จิตใจ
ไต้ซือสามารถมองเห็นความรู้สึกนึกคิดของสรรพสัตว์ทั้ง 6 ได้
จึงได้ล่วงรู้ว่าเขาเป็นใคร และได้มอบพระสูตรหัวใจเพชรให้กับเขา
แต่ไม่คิดเลยว่าหลวงจีนที่อยู่ตรงหน้าจะสามารถครอบครอง
ปาฏิหาริย์อย่างที่ 5 จากปาฏิหาริย์ทั้ง 6 ประการ นั่นก็คือการระลึกชาติ
“อุตส่าห์ได้พบกับไต้ซือ แต่ผมกลับทำตัวหยาบคาย”
ฉินเฉารีบประสานมือและโค้งคำนับทันที
“ประสกไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้หรอก สิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาล้วนถูก
ลิขิตเอาไว้แล้ว”
เมี่ยวฉานถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“อนาคตของผมจะเป็นยังไงครับ?”
ฉินเฉานึกสงสัยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ทุกคนอยากรู้อนาคตของตัวเองกันทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริงก็
รู้สึกไม่อยากรู้ด้วยเช่นกัน
“อามิตตาพุทธ….. อาตมามีชะตากรรมที่สามารถล่วงรู้ชะตากรรม
ของสรรพสัตว์ทั้ง 6 ได้ แต่สำหรับประสก อาตมามองเห็นเพียงแค่ม่าน
หมอกเท่านั้น”
“ม่านหมอกเหรอครับ?”
ฉินเฉาไม่เข้าใจ
“นั่นเป็นเพราะว่าเจ้าคือเจ้า แต่เจ้าก็ไม่ใช่เจ้า”
“หา?”
ฉินเฉาสับสนยิ่งกว่าเดิม นี่มันหมายความว่ายังไง?
ฉันคือฉัน แต่ฉันไม่ใช่ฉัน?
มันจะหมายความว่า ฉันคือฉินเฉา และฉันก็คืออิงเทียนหรือเปล่า?
หลวงจีนรูปนี้มองเห็นอดีตชาติของเขางั้นเหรอ?
“ประสก บางครั้งทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก
หากวันใดวันหนึ่งประสกรู้สึกสับสนขึ้นมา ขอเพียงแค่เชื่อหัวใจของ
ตัวเองเท่านั้นจึงจะถูกต้อง”
“ผมไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของไต้ซือสักเท่าไหร่…..”
ฉินเฉาส่ายหน้า
ตอนนี้เวลา 10 นาทีกำลังจะหมดลงแล้ว
หลวงจีนรูปนี้คงจะไม่ได้ถ่วงเวลาเขาใช่มั้ย?
“ในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับผมครับ?”
“พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่อาจพูด ไม่อาจพูด…..”
เมี่ยวฉานยังคงส่ายหน้า
“เอาล่ะ ฉันขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจพวกนายแล้ว ไม่ว่ายังไงฉันก็จะ
พาตัวผู้หญิงคนนี้ไปด้วย”
ฉินเฉาไม่คิดที่จะพูดคุยกับพวกเขาอีกต่อไป
นี่ไม่ใช่งานเลี้ยงน˺าชา
หากเสียเวลาอยู่ที่นี่ ผู้ยิ่งใหญ่เซียนฟ้าสามคนนั้นอาจจะวิ่งโร่เข้า
มาหาเรื่องอีกก็ได้
ให้หานหยู่เจ๋ออยู่ที่นี่คงจะไม่เป็นอะไร
หมอนั่นมีความสามารถมากพอที่จะป้องกันตัวเองได้
ดังนั้นฉินเฉาจึงลากหลูเหม่ยจวนไป พร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งไปฉีก
กราชากห้วงอวกาศ
“ฉันไม่ยุ่งกับพวกนายแล้ว พวกเรายังมีเวลาอีกมากในอนาคต ลา
ก่อน”
หลังจากนั้นเขาก็พากุ่ยหมู่เดินทางหายไปจากห้วงอวกาศ โดยที่ไม่
มีใครรู้ว่าจะไปที่ไหน
“อามิตตาพุทธ…..”
หลวงจีนหงฝ่าและหลวงจีนรูปอื่น ๆ ต่างพนมมือ และท่องบทสวด
มนต์ขึ้นมาพร้อมกัน
“บัดซบ ปล่อยให้มันหนีไปซะได้…..”
เหลียงเมิ่งเหยานั้นทั้งแค้นใจและดีใจไปในเวลาเดียวกัน คนคนนั้น
ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
“เมี่ยวฉาน… เจ้ามองเห็นสิ่งใดกันแน่?”
หลวงจีนหงฝ่าอดทนต่อความอยากรู้ภายในจิตใจไม่ได้ จึงเปิดปาก
ถามขึ้นมาอีกครั้ง
“อามิตตาพุทธ…..”
ริมฝีปากของเมี่ยวฉานขยับเล็กน้อย
นี่คือการส่งกระแสจิตผ่านระยะทางกว่าหนึ่งพันลี้ ที่พุ่งตรงเข้าไป
ในหูของหงฝ่า
“สิ่งที่อาตมาเห็น… คือทางเลือก… และวาระสุดท้าย…..”
วาระสุดท้าย?
เป็นไปได้ยังไง!
หากมีวาระสุดท้ายนั้นเกิดขึ้นจริง ๆ พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่ร้อง
ขอให้พระพุทธเจ้าลงมาเกิดบนโลกมนุษย์เท่านั้น…..