มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1556: สอนวิชา
คำพูดเย้ยหยันของหลัวเนี่ย ทำเอาฉินเฉารู้สึกเย็นวาบขึ้นมา
ถึงจะเป็นเพียงแค่จิตวิญญาณ แต่ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ยังเป็นเซียน
ศักดิ์สิทธิ์ผู้มีนิสัยโรคจิตอยู่ดี
“กล่องที่ตาแก่คนนั้นเปิดออกมาก่อนหน้านี้มีสมบัติอยู่ข้างในจริง
ๆ และหนึ่งในนั้นก็มีเม็ดยาฟื้นกำเนิดที่เขาต้องการอยู่ด้วย”
หลัวเนี่ยพูดขึ้นมา
หลัวเต๋อที่อยู่ภายในร่างกายของฉินเฉาตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เม็ดยาฟื้นกำเนิด!
นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด
“ที่จริงแล้วจะให้สิ่งนั้นกับเขาเลยก็ไม่เป็นอะไร แต่เขาจะต้องมี
ความสามารถพอที่จะได้มันมาเสียก่อน”
หลัวเนี่ยกล่าวอย่างเหยียดหยาม
“แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าเข้ามาที่นี่เพื่อค้นหาอะไร?”
“มีอะไรก็เอาอันนั้น”
ฉินเฉายักไหล่ “ตอนนี้ลูกหลานของนายได้กลายเป็นศิษย์ในนิกาย
ของฉันไปแล้ว ดังนั้นขุมทรัพย์หมอกแห่งนี้ก็จะต้องเป็นของฉันไปด้วย
ถูกต้องมั้ย?”
“เจ้าช่างมีตรรกะที่น่ารักเสียจริง”
หลัวเนี่ยหัวเราะออกมา “แต่ช่างเถอะ ถึงยังไงเจ้าก็จะต้องเป็นผู้
สืบทอดขุมทรัพย์หมอกแห่งนี้อยู่แล้ว”
“ฉันเหรอ? ทำไมล่ะ?”
ฉินเฉาประหลาดใจขึ้นมาทันที
“หากไม่ให้เจ้าสืบทอด แล้วจะให้ครึ่งเซียนพวกนั้นสืบทอดน่ะ
เหรอ? ข้าไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย”
หลัวเนี่ยเบ้ปาก “นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ข้ากับเจ้ามีวาสนาต่อกัน
ภายในร่างกายของเจ้าก็มีพลังส่วนหนึ่งของข้ารวมอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ?”
“นั่นก็จริง…..”
ฉินเฉาพยักหน้ารับ หากให้พูดตรง ๆ กระบี่ปทุมพิสุทธิ์ก็เป็น
ผลประโยชน์ที่หลัวเนี่ยเป็นผู้มอบให้กับเขาเอง
หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากหลัวเนี่ย ฉินเฉาก็คงจะไม่มีวิชาที่ทรง
พลังอย่างกระบี่ปทุมพิสุทธิ์
“แต่หากจะเป็นเจ้าของของขุมทรัพย์หมอกแห่งนี้ เจ้าจะต้อง
สัญญากับข้าอย่างหนึ่ง”
สายตาของหลัวเนี่ยจ้องมองฉินเฉาอย่างจริงจัง
“เจ้าหนุ่มฉิน เร็ว ๆ เข้าสิ แม่งเอ๊ย มันช่างเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ!”
หลัวเต๋อตะโกนออกมาอย่างอดไม่ได้
“นายพูดมาก่อน”
ฉินเฉาจะไม่ยอมถูกผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ หลอกล่ออีกต่อไป
เขาพูดขึ้นมา
“ได้ ที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก”
หลัวเนี่ยกวาดสายตามองฉินเฉาอยู่หลายครั้ง “เจ้าจะต้องดูแล
ลูกหลานของข้าให้ดี ช่วยข้าศึกษาวิชาที่ยังไม่สำเร็จ และช่วยโลกและ
สวรรค์จากมหาภัยพิบัติ”
“นี่มันสามอย่างแล้วนะ…..”
“โอ้ งั้นหรอกเหรอ? แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นอย่างเดียวในสายตา
ของข้าอยู่ดี”
หลัวเนี่ยหัวเราะออกมา
ฉินเฉานึกสลดใจขึ้นมา แต่เรื่องที่สามนั้นทำให้เขารู้สึกกังวลใจ
“แล้วมหาภัยพิบัติที่นายพูดถึงมันคืออะไร?”
“เรื่องนี้มีเพียงแค่ผู้สืบทอดของข้าเท่านั้นที่จะล่วงรู้ได้”
หลัวเนี่ยกล่าวออกมา
“หา?”
ฉินเฉารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังโดนหลอก
“ว่ายังไง? เจ้าจะยอมหรือเปล่า?”
หลัวเนี่ยจ้องมองฉินเฉา สายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ในตัวเอง
นั่นทำให้ฉินเฉาพูดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดทันที “ก็ได้ ฉันจะยอม
ตกลงก็ได้!”
“เจ้าเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรแท้ ๆ แต่ก็ยังทำตัวอวดดีอยู่
ได้”
“ใครจะไปรู้ว่านายจะขายยาอะไรในน˺าเต้า”
ฉินเฉาพูดขึ้นมาทันที “ถ้าหากว่านายโยนภาระให้ฉันขึ้นมา ฉันจะ
ไม่ต้องแบกมันเอาไว้หรือไง?”
“หึ ๆ เรื่องดีและไม่ดีมักจะอยู่รวมกันเสมอ”
หลัวเนี่ยกล่าวออกมา “เจ้าจะได้เป็นผู้สืบทอดขุมทรัพย์หมอกแห่ง
นี้ แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าก็จะต้องเตรียมตัวสำหรับมหาภัยพิบัติของ
โลกและสวรรค์เอาไว้ด้วย”
“ตกลงว่ามหาภัยพิบัติของโลกและสวรรค์มันคืออะไรกันแน่?”
ฉินเฉาเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง
“เรื่องมันยาว”
หลัวเนี่ยถอนหายใจออกมาเบา ๆ “เจ้ารู้จักเรื่องผานกู่เบิกฟ้าหรือ
เปล่า?”
“อืม รู้ และฉันก็ได้เห็นมันกับตาตัวเองแล้วด้วย…..”
“ว่าไงนะ? เห็นกับตาเหรอ?”
“ฉันเห็นมันผ่านวิธีการบางอย่าง นายน่าจะเข้าใจได้”
ฉินเฉามองเห็นมันผ่านฮาร์ปมรณะ
“อืม ไม่ว่าเจ้าจะเห็นมันได้ยังไง แต่เจ้าก็คงจะรู้แล้วว่า ที่จริงแล้ว
โลกใบนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเหล่าทวยเทพ แล้วมาหลอมรวมกัน”
“อืม ฉันรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว”
ฉินเฉาพยักหน้า
“อาจจะดูเหมือนว่าเหล่าทวยเทพนั้นยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยอด
พีระมิด แต่หากต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติที่แท้จริง ทวยเทพเหล่านั้นก็
เป็นเพียงแค่ธุลีดินเท่านั้น”
หลัวเนี่ยถอนหายใจออกมาเบา ๆ อีกครั้ง
“หา? ทำไมนายถึงได้พูดแบบนั้นล่ะ?”
“เพราะว่านอกเหนือจากโลกใบนี้แล้ว ก็ยังมีโลกอีกใบหนึ่ง”
หลัวเนี่ยกล่าวว่า “โลกใบนั้นมีชื่อว่าพิภพหลิง”
“พิภพหลิง?”
ฉินเฉาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
“ใช่…..”
หลัวเนี่ยพยักหน้า “คนที่อยู่ที่นั่นล้วนเป็นปรมาจารย์ตัวจริง พวก
เขาจะปรากฏตัวขึ้นทุก ๆ หนึ่งแสนปีเพื่อทำลายล้างโลกและอารย
ธรรมทุกแห่งในจักรวาล ผู้คนที่อยู่ที่นั่นจะถูกเรียกว่าผู้คุมกฎ…..”
“ว่าไงนะ! โหดเหี้ยมจริง ๆ!”
ฉินเฉาผงะไปทันที “ทำไมพวกเขาถึงต้องทำลายล้างอารยธรรม
อื่นด้วย?”
“เพราะพวกเขาแข็งแกร่งมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เกรงกลัวว่า
อารยธรรมอื่นจะค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นไปด้วย”
หลัวเนี่ยกล่าวออกมา “สิ่งเหล่านี้เป็นเบาะแสที่หลงเหลือจากอารย
ธรรมของคนรุ่นก่อน”
“อารยธรรมของคนรุ่นก่อน?”
ฉินเฉารู้สึกราวกับกำลังฟังเรื่องที่เหนือจินตนาการ
“ใช่ ก่อนที่มนุษย์ในรุ่นของพวกเราจะถือกำเนิดขึ้นมา ที่จริงแล้ว
บนโลกนี้ได้มีอารยธรรมที่ทรงพลังอยู่ก่อนแล้ว แต่ว่าอารยธรรมนั้นก็
ถูกทำลายไปเมื่อ 190,000 ปีก่อน ด้วยฝีมือของผู้คุมกฎในพิภพหลิง”
“190,000 ปีก่อน…..”
ฉินเฉาที่ได้ยินพลันตื่นตระหนกขึ้นมา
“หึ ๆ อีกไม่นานก็จะถึง 200,000 ปีแล้วยังไงล่ะ”
หลัวเนี่ยพูดต่อไปว่า “ข้าเกรงว่าคนที่กังวลมากที่สุดก็คือตาแก่
จักรพรรดิสวรรค์ เขากำลังตกอยู่ในความเสื่อมถอยทั้งห้าของทวยเทพ
อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับมหาภัยพิบัติของโลก เขาคงจะกำลังกลัว
แทบตายเชียวล่ะ”
“หรือว่าจะไม่มีเซียนศักดิ์สิทธิ์คนไหนที่สามารถต่อกรกับพวกเขา
ได้เลย?”
เท่าที่ฉินเฉารู้มา ดินแดนสวรรค์ฝั่งตะวันออกนั้นแข็งแกร่งมาก
“ไม่ได้หรอก สิ่งเดียวที่จะสามารถต่อสู้กับพวกนั้นได้ก็มีแต่พลัง
เทพเท่านั้น”
หลัวเนี่ยกล่าวออกมา “พลังอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นพลังเซียน ปราณ
แห่งความตาย หรืออะไรก็ตาม มันก็ไร้ประโยชน์ทั้งนั้น”
“เป็นไปได้ยังไง?”
ฉินเฉาขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่ต้องการที่จะเห็นจุดจบของโลกใบนี้
แต่ทันใดนั้นเอง จู่ ๆ เขาก็คิดถึงภาพที่เขาเคยเห็นจากฮาร์ปมรณะ
ขึ้นมา
พระอาทิตย์สองดวงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า มันอาจจะเป็นวันโลกา
พินาศก็เป็นได้
นั่นคือมหาภัยพิบัติของโลกและสวรรค์ใช่มั้ย?
“เขตระดับของผู้คุ้มกฎเหล่านั้นอาจจะไม่ได้สูงมากนัก แต่ว่าพวก
เขามีความสามารถลึกลับบางอย่าง ที่พลังเซียนไม่อาจทำลายการ
ป้องกันของพวกเขาไปได้ และพลังของคนพวกนั้นก็สามารถฆ่าเซียน
ศักดิ์สิทธิ์สักคนได้ง่าย ๆ”
หลัวเนี่ยพูดออกมา “ดังนั้นข้าถึงปรารถนาที่จะเรียนรู้พลังเทพให้
ได้ แต่มันก็ไม่เป็นผล…..”
โอ้ น่าเสียดาย ถ้าหากหลัวเนี่ยเป็นสาวสวย เขาก็คงจะช่วยอีกฝ่าย
ไปแล้ว
น่าเสียดายที่เขาดันเป็นผู้ชาย
อีกทั้งพวกเขายังไม่มีรสนิยมรักเพศเดียวกัน
ถึงจะอยากช่วยมากเท่าไหร่ แต่ฉินเฉาก็จนปัญญาที่จะช่วย
“มหาภัยพิบัติของโลกและสวรรค์ที่ว่านี้ ทั้งผู้ฝึกตน เซียน หรือ
แม้กระทั่งมนุษย์ทุกคนก็จะต้องเผชิญหน้ากับมันพร้อมกัน”
“ย่ามันเถอะ ถ้าหากพวกมันกล้าเข้ามา บิดาก็จะฆ่าพวกมันให้
หมด!”
ฉินเฉากำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
บิดายังมีพลังเทพอยู่ในมือ
“เลิกพูดถึงเรื่องนี้กันไปก่อน แล้วมาพูดถึงเรื่องที่สองกัน”
หลัวเนี่ยกล่าว แล้วชูสองนิ้วขึ้นมา
“หมายถึงวิชาที่นายศึกษามันไม่สำเร็จน่ะเหรอ?”
ฉินเฉายักไหล่ “เรื่องนั้นไม่ต้องหรอก ฉันมีพลังเทพอยู่แล้ว”
ในระหว่างที่พูดก็พลันยกมือขวาขึ้นมา แสงสีทองส่องประกาย
ออกมาจากฝ่ามือทันที
แต่ผิดคาด หลัวเนี่ยไม่ได้ประหลาดใจแต่กลับยิ้มออกมาแทน
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ามีพลังเทพ ไม่อย่างนั้นข้าก็คงจะไม่เลือกให้เจ้า
มาเป็นผู้สืบทอดของข้าหรอก”
“ถ้างั้นนายก็รู้อยู่แล้วสินะว่าบิดาคืออิงเทียนเซียนซุน”
ฉินเฉายกมือขึ้นกอดอก แล้วพูดด้วยความภาคภูมิใจ “ให้อิงเทียน
เซียนซุน ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดแห่งสวรรค์และใต้หล้าในอดีตอย่างฉันมา
เป็นผู้สืบทอดของหลัวเนี่ย นายเองก็คงจะรู้สึกภาคภูมิใจอยู่เหมือนกัน
สินะ”
“หึ ๆ ….. เรื่องบางเรื่องก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เจ้าคิดเอาไว้หรอก”
หลัวเนี่ยยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย “แต่เมื่อเจ้าเรียนวิชาของข้า มัน
จะต้องเป็นประโยชน์และไม่มีอันตรายใด ๆ อย่างแน่นอน”
“โอ้?”
ฉินเฉาเลิกคิ้วขึ้น “ทำไมนายถึงพูดแบบนั้นล่ะ?”
“เจ้าไม่เชื่อข้าเหรอ?”
หลัวเนี่ยหัวเราะ “งั้นข้าขอถามอะไรเจ้าสักหน่อย ช่วงนี้เจ้าไม่รู้สึก
หงุดหงิดกับปรมาจารย์จากแปดสำนักบรรพกาลที่โผล่ออกมาคนแล้ว
คนเล่าบ้างหรือไง? จู่ ๆ เจ้าก็รู้สึกว่าพื้นฐานการฝึกตนของตัวเองยังล้า
หลัง เพราะแต่ละคนล้วนเป็นผู้ยิ่งใหญ่เซียนทองคำบ้างล่ะ ผู้ยิ่งใหญ่
เซียนฟ้าบ้างล่ะ เซียนศักดิ์สิทธิ์บ้างล่ะ เรื่องพวกนี้มันทำให้เจ้ารู้สึกปวด
หัวใช่มั้ย?”
“นายรู้ได้ยังไง!”
ฉินเฉาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ฮ่า ๆ ๆ! ก็วิญญาณที่ย้อนคืนกลับมาได้บอกเรื่องทุกอย่างกับข้า
แล้วน่ะสิ”
“เชี่ย มีคนถ˺ามองเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว”
ฉินเฉาอยากจะร้องไห้เหลือเกิน
มีแค่หลัวเต๋อคนเดียวไม่พอ ตอนนี้ยังมีหลัวเนี่ยด้วยอีกคน
คนในตระกูลหลัวไม่คิดจะทำตัวเป็นคนดีกันบ้างหรือไง!
“ขอเพียงแค่เจ้าฝึกฝนวิชาของข้า ข้าก็จะทำให้เจ้าขึ้นไปสู่ขั้นผู้
ยิ่งใหญ่เซียนฟ้าได้ในทันที เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือคนไหน
ตราบใดที่ไม่ได้อยู่ในเขตระดับเซียนซุน เจ้าก็จะสามารถต่อสู้กับอีกฝ่าย
ได้”
“จริงเหรอ?”
ฉินเฉาเบิกตากว้าง
เป็นวิชาที่มหัศจรรย์ชะมัด!
“แน่นอน อยากเรียนหรือเปล่าล่ะ?”
“อยาก!”
“ต้องการที่จะเรียนจริง ๆ ใช่มั้ย?”
“ต้องการ!”
ฉินเฉาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ถ้ามีวิชานี้ เขาเกรงว่าแปดสำนักบรรพกาลจะเป็นแค่เรื่องไร้สาระ
เท่านั้น
“โอ้ ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์จริง ๆ ดีมาก งั้นข้าจะ
มอบวิชานี้ให้กับเจ้า”
หลัวเนี่ยกล่าวขึ้นมา จากนั้นร่างของเขาก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าฉิน
เฉาอย่างฉับพลัน
ในขณะเดียว เขาก็ยกนิ้วชี้ขึ้นสัมผัสหน้าผากของฉินเฉา
“เตรียมตัวเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงได้เลย”
เขาขยิบตาให้ฉินเฉา “หากเจ้ายังมีชีวิตอยู่ล่ะก็นะ…..”
“หา?”
ฉินเฉาผงะไปกับคำพูดสุดท้ายของอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้
กลับคำพูด พลังของหลัวเนี่ยก็หลั่งไหลเข้าไปในร่างกายของฉินเฉาเสีย
แล้ว
ร่างของฉินเฉาพลันรู้สึกร้อนเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นแรงดึงดูด
มหาศาลก็ได้ดึงสติของเขาให้หลุดออกไปจากโลกภายนอกทันที
ที่นี่คือจักรวาลขนาดเล็กของเขานี่
“กลับมาอยู่ที่นี่จนได้”
ฉินเฉาจ้องมองจักรวาลภายในร่างของตัวเอง
“ใช่ เจ้าจะต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ของเจ้าให้ได้”
จู่ ๆ เสียงของหลัวเนี่ยก็พลันดังขึ้น
“หา?”
ฉินเฉาประหลาดใจมาก “คู่ต่อสู้? คู่ต่อสู้อะไร?”
“หึ ๆ หลังจากที่ข้าได้ทำการศึกษามาอย่างยาวนาน ข้าก็ค้นพบว่า
ไม่ว่าจะเป็นการประหารสามอสุภะหรือว่าการหลอมรวม มันก็ไม่
สามารถทำให้ใช้พลังของจิตมารอย่างมีประสิทธิภาพได้”
“เอ๊ะ?”
ฉินเฉายังคงประหลาดใจ เขาไม่รู้ว่าชายคนนี้กำลังหมายถึงอะไร
“และแล้วข้าก็พบวิธีที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง วิธีที่จะใช้จิต
มารได้ถึง 120% นั่นก็คือการเปลี่ยนจิตมารของเจ้าให้กลายเป็นอาวุธ”
“ฉันไม่เข้าใจ…..”
ฉินเฉายังไม่เข้าใจในสิ่งที่หลัวเนี่ยพูด
แต่ในขณะนั้นเอง แสงสีทองก็ส่องประกายเจิดจ้า กระบี่ปทุม
พิสุทธิ์เล่มหนึ่งกำลังลอยอยู่ข้างกายฉินเฉา “หากเจ้าเปลี่ยนจิตมารของ
เจ้าให้กลายเป็นอาวุธได้ พลังของเจ้าก็จะกลับขึ้นไปสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง”
“ละ แล้ววิชานี้จะสำเร็จหรือเปล่า?”
“ไม่รู้สิ แต่ว่าข้าทำไม่สำเร็จ ส่วนผลลัพธ์ของมันเป็นยังไง เจ้าก็
เห็นอยู่แล้ว”