มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1574: ความลึกลับของกระจกเร้นสวรรค์
ในขณะที่คนของสำนักปีกเทวะและอ้าวหานกำลังเผชิญหน้ากัน
ทางด้านฉินเฉาก็กำลังขมวดคิ้วมุ่น
“โรซี่ ดูเหมือนว่าพวกเราเกือบจะถูกเล่นงานเข้าให้แล้ว”
“จริงด้วย…..”
โรซี่พยักหน้า “ไม่คิดเลยว่าภายใต้เสาต้นใหญ่จะมีแผนการร้าย
ซ่อนอยู่ ให้ตายเถอะ มาทำลายอารมณ์ชื่นชมเสาต้นยักษ์ของคนอื่นซะ
ได้!”
“เอ่อ…..”
ฉินเฉาคิดในใจ ทำไมโรซี่ถึงไม่เอาจริงเอาจังบ้างเลย
แต่ช่างมันเถอะ เพราะถึงยังไงเขาก็ไม่ใช่คนเอาจริงเอาจัง
เหมือนกัน
“เธอคิดว่าใครเป็นคนหักหลังพวกเรา?”
ฉินเฉาเอ่ยถาม
“อาจจะเป็นพ่อของฉันก็ได้”
โรซี่คาดเดาความจริงได้อย่างแม่นยำ “เขาจะต้องร่วมมือกับใคร
สักคน จนสามารถทำการใหญ่ขึ้นมาแบบนี้ได้”
“โอ้ ไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องการกำจัดฉัน ก็เลยทำเรื่องแบบนี้ขึ้น
ด้วยตัวเองหรอกเหรอ?”
“เขาไม่กล้าทำอะไร ก่อนที่จะรวบรวมดวงวิญญาณของนายมาได้
หรอก”
โรซี่กล่าวออกมา “ฉันรู้จักผู้ชายคนนั้นดี เขาทั้งเจ้าเล่ห์ แล้วก็ขี้
ขลาด อย่ามองว่าเขาเป็นราชานรกเลย ที่จริงแล้วเขาก็เป็นแค่คนที่ขี้
ขลาดและน่าสมเพชเท่านั้น การถูกจองจำเอาไว้หลายพันปี มันได้
ทำลายความกล้าหาญของเขาไปจนหมดแล้ว”
“ทำไมถึงได้พูดกับพ่อตัวเองแบบนั้นล่ะ?”
“เขาไม่ได้มองว่าฉันเป็นลูกสาวเลยด้วยซ˺าไป”
โรซี่ยักไหล่ แล้วกล่าวออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม “ในสายตาของเขา
ทั้งฉันและพี่แมมม่อนก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการฝึกฝนของเขา
เท่านั้น นายไม่รู้หรอกว่าดวงวิญญาณของนายมีเอกลักษณ์และมี
ความสำคัญต่อพวกเรายังไง ตราบใดที่ได้ดวงวิญญาณของนายมา
ราชานรกก็จะสามารถหลุดพ้นจากโซ่ตรวน และได้รับพลังมหาศาล
เมื่อถึงเวลานั้นจริง ๆ โลกทั้งใบอาจจะต้องกลายเป็นนรกไปเลยก็ได้”
“แต่สำหรับพวกเรา… ราชานรกไม่มีความสำคัญอะไรเลย”
ฉินเฉาส่ายหน้า “ในสายตาของฉัน เขายังอ่อนแอมาก และคู่ต่อสู้ที่
แท้จริงของฉันก็ยังไม่ได้ปรากฏตัวออกมาเลยด้วยซ˺า”
“ศัตรูของนายมีตั้งมากมายขนาดนั้น แต่ยังไม่มีคู่ต่อสู้ของนายเลย
งั้นเหรอ?”
โรซี่เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“ถ้าหากเทียบกับศัตรูที่แท้จริง… คนพวกนั้นไม่นับว่ามีอะไรเลย
…..”
เขายังจำเรื่องของผู้คุมกฎและพิภพหลิงที่หลัวเนี่ยเคยบอกเขาได้
สิ่งเหล่านี้คือเรื่องที่ทำให้ฉินเฉากังวลใจมากที่สุด
โดยเฉพาะภาพที่เขาเห็นในฮาร์ปมรณะ ดวงอาทิตย์สองดวงที่
ปรากฏอยู่บนท้องฟ้า ผืนแผ่นดินที่แห้งแตกระแหง และไม่มีแม้แต่
ต้นหญ้าที่งอกเงยขึ้นมาในวันโลกาวินาศนั้น
เรื่องทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นจริง ๆ งั้นเหรอ?
“มันจะเกิดขึ้น”
หลัวเนี่ยผู้อยู่ในร่างของฉินเฉาที่สามารถได้ยินความคิดภายใน
จิตใจ เอ่ยปากโพล่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“เชี่ย! ไอ้ผีแก่ อย่ามาแอบฟังความคิดของคนอื่นเขาจะได้มั้ย!”
ฉินเฉารู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาทันที
“เจ้าคิดว่าข้าอยากทำนักหรือไง!”
หลัวเนี่ยกล่าวออกมา “ตอนนี้ข้าคือวิญญาณกระบี่ของเจ้า จึง
เชื่อมต่อกับหัวใจและความคิดของเจ้าไปด้วย ข้าสัมผัสได้ว่าผู้คุมกฎ
จะต้องปรากฏตัว และภาพที่เจ้าเห็นก็จะกลายเป็นความจริง ถึงจะ
เปลี่ยนแปลงเรื่องในอดีตไม่ได้ แต่อนาคตก็ยังมีหลายเส้นทาง”
“นายหมายความว่ายังไง?”
“ข้ารู้ว่าเจ้าเคยเดินทางข้ามกาลเวลามาก่อน ข้าเคยเห็นมันใน
ความทรงจำของเจ้า”
“เชี่ย นี่ถึงกับแอบดูความทรงจำของบิดาเชียวเหรอ? ตาแก่โรคจิต
รีบไสหัวออกไปจากร่างของบิดาเดี๋ยวนี้เลย!”
ฉินเฉาตะโกนสาปแช่งด้วยความโกรธ
“ไม่มีทาง ตอนที่เจ้าดูดซับวิญญาณกระบี่เข้ามา ข้าก็จำเป็นที่
จะต้องทนรับความทรงจำของเจ้ามาด้วยเหมือนกัน เจ้าเองก็รู้ว่า
วิญญาณกระบี่ได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายของเจ้าไปแล้ว”
“บัดซบ ถ้าหากเป็นสาวน้อยฉันก็ยังพอทำใจได้ แต่นี่มันตาแก่
เองซวยชัด ๆ!”
“ไอ้หนู อย่าได้พูดแบบนั้นเลย”
หลัวเนี่ยไม่ได้โกรธเคืองไปกับคำพูดของฉินเฉา แต่เขาหัวเราะ
ออกมาแทน “มีคำกล่าวเอาไว้ว่า บ้านที่มีคนแก่ก็เหมือนกับมีทรัพย์
สมบัติ เรื่องที่ข้ารู้นั้นมีอยู่มากมาย เรื่องที่เจ้าไม่รู้ หรือแม้แต่เรื่องที่
มังกรสาวของเจ้าก็ไม่รู้ ข้าย่อมรู้ทั้งหมด”
“เหอะ! แต่ฉันก็รู้เรื่องที่นายไม่รู้ก็แล้วกันนั่นแหละ”
ฉินเฉาหมายถึงสิ่งต่าง ๆ ในยุคสมัยใหม่
“เมื่อก่อนข้าอาจจะยังไม่รู้ แต่ในตอนนี้ยังมีอะไรอีกบ้างที่ข้าไม่รู้?
เจ้ามีข้าอยู่ ก็เท่ากับว่าเจ้ามีไป่ตู้มีชีวิต!”
“เชี่ย…..”
ฉินเฉาลืมไปเลยว่าชายคนนี้กำลังแบ่งปันความทรงจำร่วมกับเขา
อยู่
“ข้าก็แค่อยากจะบอกเจ้าว่า ทุกสิ่งที่เจ้าเคยสัมผัสมา ล้วนเป็น
ประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ แต่ทว่าอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ไม่
แน่นอน ทุกอย่างที่เจ้าได้กระทำลงไปในตอนนี้จะส่งผลต่อทิศทางใน
อนาคตเสมอ ดังนั้นตราบใดที่เจ้ายังมีพลัง ข้าก็เชื่อว่าอนาคตที่เจ้าเคย
เห็น มันจะต้องเปลี่ยนไป”
“ฉันเองก็หวังเอาไว้แบบนั้นเหมือนกัน…..”
ฉินเฉากล่าวเหยียดหยามตาแก่โรคจิตคนนี้ไปด้วย “และหวังว่าตา
แก่ที่ชอบถ˺ามองอย่างนายจะมีประโยชน์ด้วย”
“เจ้าคิดว่ากำลังพูดอยู่กับใคร?”
หลัวเนี่ยกล่าวด้วยน˺าเสียงไม่พอใจ “ข้าเป็นใคร? ข้าเป็นถึงนักรบ
อันดับหนึ่งแห่งสวรรค์เชียวนะ อย่างน้อยในตอนนี้ ข้าก็สามารถให้
ข้อมูลที่มีค่ากับเจ้าได้ก็แล้วกัน!”
“ข้อมูลอะไร?”
“ก็อย่างเช่นว่า อ้าวหานผู้นั้นเป็นใครยังไงล่ะ”
“หา! นายรู้เหรอ!”
ฉินเฉาตกใจขึ้นมาในทันที
สายตาของเขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบไปจ้องมองชายในชุดเกราะสี
เงิน ที่กำลังต่อสู้กับคนของสำนักปีกเทวะ
พลังของอ้าวหานไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ กระบวนท่าที่เขาใช้ก็คือ
น˺าค้างแข็ง
ศิษย์ของสำนักปีกเทวะต่อสู้กับเขาไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว เมื่อ
เผชิญหน้าน˺าค้างแข็ง พวกเขาก็กลายเป็นรูปปั้นน˺าแข็งในทันที
ผู้ชายคนนี้ทรงพลังมาก
“นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”
เฟิงหลานตื่นตระหนกขึ้นมา “มันไม่เหมือนกับที่คนคนนั้นบอก
เอาไว้เลยนี่ หรือว่าพวกเราจะถูกหลอก?”
“เจ้าสำนัก ไม่ว่ายังไงก็รีบใช้เทพมารขั้นสูงสุดเถอะ!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวเตือน
“ใช่แล้ว เตรียมใช้เทพมารขั้นสูงสุด!”
เฟิงหลานเปล่งเสียงตะโกนขึ้นมา
ทันใดนั้นเอง วิชาคาถาต่าง ๆ ก็พุ่งเข้าไปทักทายอ้าวหานกันอย่าง
อุ่นหนาฝาคั่ง
วิชาเหล่านี้มีเอาไว้เพื่อใช้ถ่วงเวลา
“ดินแดนเหมันต์!”
แต่อ้าวหานกลับใช้เพียงกระบวนท่าเดียวตอบโต้กลับไปเท่านั้น
ในมือของเขามีหอกสีเงินเล่มหนึ่งปรากฏออกมา
เมื่อเหวี่ยงหอกเล่มนั้น ไอเย็นสีเงินก็พลันแผ่ออกไปทั่ว
เขาหมุนควงหอก ก่อนที่ปักมันลงกับพื้นในที่สุด
น˺าค้างแข็งปะทุออกมารอบตัวของเขา และแพร่กระจายไปไกลถึง
ร้อยเมตร เพื่อแช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว
แม้แต่วิชาคาถาเหล่านั้นก็ถูกแช่แข็งไปด้วยเช่นกัน
“อะไรกัน!”
“เป็นปราณน˺าแข็งที่แข็งแกร่งอะไรแบบนี้!”
คนของสำนักปีกเทวะพากันอุทานออกมาอย่างอดไม่ได้
“คนคนนี้อยู่บนสวรรค์ เขาคือแม่ทัพของกองทัพเรือแม่น˺าสวรรค์
ชื่อว่าอ้าวหาน”
คำพูดของหลัวเนี่ยทำให้ฉินเฉาตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“เป็นคนของสวรรค์งั้นเหรอ!”
“ใช่ เขาเป็นคนของสวรรค์”
หลัวเนี่ยพยักหน้ารับ “ดูเหมือนว่าสวรรค์จะทนไม่ไหวอีกต่อไป ถึง
ได้ลงมาทำลายเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ด้วยตัวเองแบบนี้”
“แต่ว่าอ้าวหานคนนั้น พลังของเขาอยู่เหนือกว่าขั้นผู้ยิ่งใหญ่เซียน
ทองคำไปแล้วใช่มั้ย?”
ถึงจะตกใจ แต่ฉินเฉาก็ยังมองเห็นอีกแง่มุมหนึ่ง
“ภายใต้ข้อจำกัดของกฎแห่งฟ้าดิน เขาจะแสดงพลังที่เหนือกว่า
ขั้นเซียนทองคำออกมาได้ยังไง? หรือว่าพวกนั้นก็เชี่ยวชาญในการ
ปลดปล่อยจักรวาลขนาดเล็กออกมาด้วยเหมือนกัน?”
“จริงอยู่ที่ว่าการปลดปล่อยจักรวาลขนาดเล็กออกมานั้นเป็นวิธีที่
วิเศษมาก”
หลัวเนี่ยเอ่ยชื่นชมขึ้นมา
“เพียงแต่ว่าในโลกเซียนยังไม่มีใครที่เชี่ยวชาญในการใช้วิชานี้ แต่
ว่าข้าเป็นใครล่ะ? ตอนนี้หลัวเนี่ย นักรบอันดับหนึ่ง คือไป่ตู้ที่มีชีวิตเชียว
นะ!”
หลัวเนี่ยกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจ
“ภูมิใจอะไรของนายเนี่ย…..”
“ฮ่า ๆ ๆ ก็เพราะว่าข้าคาดเดาได้น่ะสิ ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร”
“ของสิ่งนั้น?”
“ใช่แล้ว”
หลัวเนี่ยพยักหน้า “เจ้าเห็นเกราะหัวใจที่สวมอยู่บนหน้าอกของ
ชายคนนั้นหรือเปล่า? หากข้าคาดเดาไม่ผิดล่ะก็ มันก็น่าจะเป็นอาร์ติ
แฟคของไท่ซ่างเหล่าจวิน กระจกเร้นสวรรค์ ยังไงล่ะ”
“แล้วกระจกเร้นสวรรค์ที่ว่ามันคืออะไร?”
ฉินเฉาคิดว่ามันเป็นชื่อที่โง่มาก
“มันก็คืออาร์ติแฟคชนิดหนึ่งที่ไท่ซ่างเหล่าจวินฝึกฝนมันขึ้นมา
และมีเอาไว้เพื่อปกปิดพลังและกลิ่นอายของผู้ใช้ เมื่อก่อนไท่ซ่างเหล่าจ
วินคิดว่าของสิ่งนี้ไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ มัน
จะมีประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่ทีเดียว”
“นายกำลังหมายความว่า….. ไท่ซ่างเหล่าจวินใช้กระจกเร้นสวรรค์
ปิดบังตัวตนของอ้าวหาน นี่ก็เท่ากับว่าเขากำลังใช้ของสิ่งนี้หลอกกฎ
แห่งฟ้าดินอยู่น่ะสิ!”
“นับว่าเจ้ายังสั่งสอนกันได้”
หลัวเนี่ยพยักหน้า “เป็นอย่างที่ว่านั่นแหละ กระจกเร้นสวรรค์เป็น
ของดีทีเดียว เจ้าหนู หากเจ้าได้มันมา และให้ข้าดูดซับพลังของมัน แล้ว
หลอมรวมเข้าไปในวิญญาณกระบี่ล่ะก็ เจ้าก็จะไม่ต้องสนใจกฎแห่งฟ้า
ดินอีกต่อไป”
“นายดูดซับพลังของกระจกเร้นสวรรค์ได้ด้วยเหรอ?”
“แน่นอน ตอนนี้ร่างของข้าคือกระบี่ฟ้า ผืนฟ้านั้นสามารถโอบอุ้ม
ทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นสมบัติชิ้นใด ข้าก็สามารถดูดซับ
พลังของพวกมัน และทำให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันกับวิญญาณกระบี่
ได้”
“งั้นขวานของผานกู่ล่ะ นายดูดซับมันได้หรือเปล่า?”
“เอ่อ นี่มัน…..”
ดูเหมือนว่าหลัวเนี่ยจะสำลักไปพักหนึ่ง
“ฮ่า ๆ ๆ! ทำไม่ได้ล่ะสิ”
“ที่จริงแล้วก็เป็นไปได้ เพียงแต่ว่าจะใช้เวลาย่อยสลายนานเกินไป
น่ะสิ”
คำพูดของหลัวเนี่ยช่างน่าตกตะลึง “ตอนที่เจ้าพบขวานของผานกู่
ข้าเองก็อยากจะดูดซับเขาเข้าไปอยู่เหมือนกัน”
“ทำไมล่ะ?”
“เพราะว่าขวานของผานกู่มีเจ้าของอยู่เพียงแค่คนเดียว นั่นก็คือ
เทพผานกู่ ส่วนคนอื่น ๆ นอกจากเขาก็เป็นได้แค่ผู้หยิบยืมเท่านั้น ไม่
สามารถแสดงพลังของมันออกไปได้ทั้งหมด มีอยู่เพียงแค่วิธีเดียว นั่นก็
คือปรับแต่งขวานของผานกู่ซะ แต่ว่าใครจะมีพลังที่มากกว่าเทพผานกู่
และปรับแต่งขวานของเขาได้ล่ะ?”
“เรื่องนั้นมันก็จริง…..”
“แต่โชคดีที่เจ้ายังมีข้า ข้าคือกระบี่ฟ้าที่สามารถโอบอุ้มทุกสิ่งทุก
อย่างได้”
“ถ้างั้นอันนี้ล่ะ นายดูดซับมันได้หรือเปล่า?”
ฉินเฉาหยิบกาน˺ากลืนสวรรค์ออกมา
“นะ นี่มัน…..”
เมื่อหลัวเนี่ยเห็นกาน˺ากลืนสวรรค์ เขาก็พลันตกใจทันที “ข้าดูดซับ
มันไม่ได้หรอก”
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่ได้งั้นเหรอ? ฉันก็คิดว่านายจะดูดซับฟ้าดินเข้าไปได้
จริง ๆ ซะอีก”
“เปล่า ข้าดูดซับมันได้ แต่ว่าพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่อยู่ด้านใน
ต่างหาก คือสิ่งที่ข้าดูดซับไม่ได้”
หลัวเนี่ยเอ่ยออกไปตรง ๆ “ข้าสามารถดูดซับความสามารถของ
อาร์ติแฟคได้เพียงเท่านั้น แต่พลังแห่งกฎเกณฑ์นั้นถือว่าเป็นสิ่ง
แปลกปลอม เจ้าหนุ่มฉิน กาน˺ากลืนสวรรค์เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก เจ้า
เก็บมันไว้กับตัวจะดีที่สุด รอให้เจ้ารวบรวมพลังแห่งกฎเกณฑ์มาได้
ทั้งหมดเมื่อไหร่ แล้วคอยดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็น่าสนใจดีเหมือนกัน”
“นายไม่กลัวว่าจะมีสัตว์ประหลาดโผล่ออกมาหรือไง?”
“จะกลัวอะไร? เจ้าเองก็เป็นสัตว์ประหลาดอยู่แล้ว ยังต้องกลัวสัตว์
ประหลาดตัวอื่นอีกเหรอ?”
“เชี่ย…..”
ฉินเฉาขี้เกียจพูดกับชายคนนี้แล้ว
และในเวลานี้ การต่อสู้ระหว่างสำนักปีกเทวะและอ้าวหานก็ทวี
ความดุเดือดมากยิ่งขึ้น
“เทพมารขั้นสูงสุด!”
ดูเหมือนว่าเฟิงหลานจะเริ่มเปิดฉากการโจมตี เขากล่าวกับอ้าว
หานว่า
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครก็ตาม แต่ในเมื่อเจ้ากล้าบุกรุกเข้ามาในสำนัก
ปีกเทวะ และคิดที่จะทำลายเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ของพวกเรา เจ้าก็
จะต้องตาย!”
สิ้นเสียง เขาก็โบกมือออกไปทันที
ทันใดนั้นเองลำแสงหลากสีก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของศิษย์ใน
สำนักปีกเทวะที่อยู่รอบด้าน
ลำแสงเหล่านี้คือเทพมารที่พวกเขาเลี้ยงเอาไว้ และตอนนี้มันก็ได้
หลอมรวมกันบนอากาศอย่างช้า ๆ
ในไม่ช้าพลังอันรุนแรงก็พลันหลั่งไหลออกมา
ฝ่ายอ้าวหานขมวดคิ้วมุ่นอย่างอดไม่ได้