มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1602: ปะทะเฮนิน
“ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมล่ะ?”
ฉินเฉาหัวเราะออกมา “อาศัยแค่เลือดที่เร่าร้อนในกาย ก็พากัน
ขึ้นมาบนเกาะปูวาแล้ว นี่ฉันไม่ได้คิดที่จะปราชดนะ แต่ฉันกำลังชื่นชม
พวกนายอยู่จริงๆ”
ฉินเฉากวาดตามองเด็กนักศึกษากลุ่มนี้ “ตอนที่ฉันอายุเท่ากับพวก
นาย ฉันคิดแต่เรื่องเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเท่านั้น เพียงแต่ว่าถึงพวก
นายจะมีความกล้าหาญ แต่ว่าสมองกลับไม่มี พวกนายคิดเหรอว่า
นักศึกษาจำนวนไม่กี่คนจะสามารถยุติเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศได้?”
เขากล่าวออกมา ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือ แล้วเปิดข่าวบนนั้น
ให้ดู
“ช่วงนี้ทั่วประเทศกำลังจัดขบวนพาเหรดเพื่อปกป้องเกาะปูวา
และคว˹าบาตรสินค้าของประเทศญี่ปุ่น ที่จริงแล้วมันก็ไม่มีอะไรเลย
นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเสียอีก เพราะอย่างน้อยคนอื่นๆ ก็จะต้องได้ยินเสียง
ตะโกนจากฝูงชน แต่ว่าน่าเสียดายที่กลุ่มคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นเหล่านี้กลับ
ถูกหลอกใช้ ขบวนพาเหรดในหลายๆ เมือง พากันทุบรถญี่ปุ่นที่จอดอยู่
ริมถนนเพื่อระบายความโกรธแค้นในใจของพวกเขา หึๆ นี่ไม่ใช่การ
กระทำที่ชาญฉลาด แต่เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมมากกว่า”
“พวกเราไม่เหมือนกับพวกเขาสักหน่อย!”
หยางเหล่ยเอ่ยแก้ไขความเข้าใจของฉินเฉา
“ใช่ แต่ว่าผลลัพธ์ของมันก็เหมือนกันอยู่ดี”
ฉินเฉากล่าวเย้ย “ทุกคนถูกคนอื่นหลอกใช้กันหมด พวกนายคิดว่า
ที่พวกนายมาโผล่ในห้องน˺าศักดิ์สิทธิ์ยาสุกุนิ มันจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ
เท่านั้นหรือไง? ขอบอกพวกนายเอาไว้ พวกนายกำลังตกอยู่ในกับดัก
ของพวกฝ่ายขวา อีกไม่นานจะเกิดระเบิดขึ้นที่ห้องน˺าศักดิ์สิทธิ์ยาสุกุนิ
และตราบาปจากการระเบิดในครั้งนี้ก็จะถูกโยนให้กับผีที่เคราะห์ร้าย
อย่างพวกนาย”
“อะไรนะ!”
หยางเหล่ยตกใจเป็นอย่างมาก
เหล่านักศึกษาคนอื่นๆ ก็พากันตะลึงงันไปเช่นกัน
คิดไม่ถึงเลย
มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง? พวกเขาเป็นแค่นักศึกษาที่บริสุทธิ์
เท่านั้น
“พวกนายยังมองสังคมด้วยสายตาที่บริสุทธิ์มากเกินไป”
ฉินเฉาส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้ “พอบุ่มบ่ามแบบนั้น ก็มักจะ
กลายเป็นเครื่องมือของคนอื่นได้ง่ายๆ”
“พวกเราจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ?”
หยางเหล่ยกล่าวขึ้นมาด้วยความโกรธ “พวกเราก็แค่ต้องการ
ปกป้องอธิปไตยของเกาะปูวาเท่านั้น”
“ฉันไม่โทษพวกนายหรอก ไม่ว่ายังไงวันนี้ก็มีฉันอยู่ที่นี่แล้ว ฉันจะ
ไม่ยอมให้พวกนายตกอยู่ในอันตรายแน่นอน”
ฉินเฉากวักมือเรียก “ตามฉันมาทางนี้”
“เดี๋ยวก่อนสิ!”
หยางเหล่ยเอ่ยห้ามนักศึกษาที่ตามฉินเฉาไป
“นายเป็นคนบอกเองว่าพวกเรายังไม่รู้จักสังคมมากพอ รู้หน้าไม่รู้
ใจ แล้วพวกเราจะรู้ได้ยังไงว่านายมาช่วยพวกเราจริงๆ?”
ฉินเฉาเห็นความเป็นปรปักษ์ในสายตาของหยางเหล่ย
“หยางเหล่ย นายบ้าไปแล้วเหรอ? เขาเป็นเพื่อนของฉันนะ!”
เหลียวซาซาขมวดคิ้วสีดำขลับนั้น “ฉันสาบานด้วยชีวิตเลยก็ได้ ว่า
เขาจะไม่ทำร้ายพวกเรา”
“ซาซา เธอยังเด็กเกินไปน่ะสิ”
หยางเหล่ยรีบพูดขึ้นมา “มันจะง่ายเกินไปหรือเปล่า…………..”
“ไปตายซะไป!”
เหลียวซาซาหยิบไม้กระดานที่วางอยู่ใกล้ๆ โยนใส่หยางเหล่ยทันที
“นายสิที่ยังเล็ก นายมันคัพ A ครอบครัวนายก็คัพ A!”
หยางเหล่ยงุนงงไปทันที เหลียวซาซาเป็นอะไรไป?
แต่เขาจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่เหลียวซาซาเกลียดที่สุดในชีวิต ก็คือตอน
ที่มีคนมาบอกว่าเธอ “เล็ก”
ถึงแม้ว่าหยางเหล่ยจะไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น แต่มันก็ยังไป
สะกิดหัวใจของเธออย่างไม่ต้องสงสัย
โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่ฉินเฉาของเธอ เขากล้าพูดคำว่า “เล็ก”
ออกมาได้ยังไง!
ผู้ชายคนนี้กำลังมองหาความตายอยู่สินะ?
เธอจะไม่ยอมแน่
“ซาซา ฉะ ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะ!”
หยางเหล่ยพร˹าปฏิเสธออกมา
“หุบปาก พวกผู้ชายก็รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ไอ้เวรเอ๊ย!”
เหลียวซาซากำลังโกรธมาก
ฉินเฉารีบเข้ามาห้ามเธอเอาไว้ทันที
“เอาล่ะ ซาซา พอได้แล้ว พวกเราจะต้องรีบไปจากที่นี่กันแล้วนะ”
“ฮึ่ม! เห็นแก่ฉินเฉา คราวนี้ฉันจะยกโทษให้ก็แล้วกัน”
เหลียวซาซาจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย แล้วเดินตามฉินเฉา
ไป ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนอื่นๆ
หลี่ซินก็เบิกตากว้างไปด้วยเช่นกัน
ยัยนี่มีมุมที่หัวรุนแรงแบบนี้ด้วยเหรอ?
เมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ตนชอบพอหันไปพึ่งพาผู้ชายคนอื่น หัวใจ
ของหยางเหล่ยก็พลันแห้งเหี่ยว
แต่ตอนนี้เขาพูดอะไรออกไปไม่ได้ เพราะไม่ว่ายังไงผู้ชายคนนั้นก็
มาช่วยพวกเขา
เหล่านักศึกษาเดินตามฉินเฉาไปยังทิศทางที่เคยเดินผ่านมา
ห้องน˺าศักดิ์สิทธิ์ยาสุกุนิถูกปิดทางเข้าออกหมดทุกด้าน มันจึงเป็น
เรื่องยากที่ฉินเฉาจะพาพวกเขาออกไปได้
“แขกจากแดนไกลทั้งหลาย จะรีบร้อนกันไปทำไม ทำไมถึงไม่อยู่
คุยกันสักหน่อยล่ะ?”
ในเวลานี้ เสียงอันมืดมนก็ดังขึ้นในห้องน˺าศักดิ์สิทธิ์ยาสุกุนิ
“นายคือคุโรซากิ อิจิโร่เหรอ?”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ บรรดานักศึกษาก็พากันหันมองไปรอบด้าน
ฉินเฉาไม่ได้แสดงท่าทีอะไร ทำเพียงแค่เอ่ยถามออกมาเท่านั้น
“หึๆ กับอีแค่จัดการกับหมาชาวจีน ไม่จำเป็นต้องให้ถึงมือของ
ท่านคุโรซากิหรอก”
น˺าเสียงเย็นชายังคงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง “มีแค่ฉันก็เพียงพอ
แล้ว”
“งั้นก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ในเมื่อเจ้านายไม่อยู่ ฉันก็ไม่มีอะไรจะ
คุยกับนายแล้ว เอาไว้เจอกันคราวหน้าค่อยมาคุยกันนะ”
ฉินเฉากล่าว ก่อนที่จะพานักศึกษาเดินจากไป
“ดูเหมือนว่าแขกของเราจะรีบร้อนเสียจริง”
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง และในเวลานี้มีเงากลุ่มหนึ่งที่พุ่งเข้ามาอยู่
ตรงหน้าฉินเฉาในชั่วพริบตา
ชายชุดดำจำนวนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา
คนเหล่านี้มีส่วนสูงโดยเฉลี่ย 1.6 เมตร แต่ละคนปิดบังใบหน้า
เอาไว้ภายใต้เสื้อผ้าสีดำ
นี่คือการแต่งกายของนินจา
“นะ นี่มันนินจานี่!”
เหล่านักศึกษาพากันตกใจ
นินจาในการ์ตูนที่เคยดูในโทรทัศน์ ตอนนี้กลับมาปรากฏตัวอยู่
ตรงหน้าพวกเขาจริงๆ แล้ว
“จะเข้ามาหรือว่าจะยอมอยู่ที่นี่?”
นินจาตาเดียวผู้เป็นผู้นำกล่าวออกมาช้าๆ
“พวกนายคือเฮนิน ที่ประเทศญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นมาสินะ?”
ฉินเฉาจ้องมองเหล่านินจาตรงหน้า ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของ
อีกฝ่ายที่เขามองเห็นจะมากกว่าปกติอยู่เล็กน้อย แต่มันก็ไม่เพียง
พอที่จะให้พูดถึง
“ในเมื่อรู้อยู่แล้วก็ยอมถูกจับแต่โดยดีซะ”
“ก็เพราะว่ารู้อยู่แล้วนี่แหละ ถึงได้ไม่อยากรังแกพวกนาย”
ฉินเฉายักไหล่
“ในเมื่อแขกของเรามั่นใจในตัวเองมากถึงขนาดนี้ พวกเราก็จะไม่
ทำให้นายต้องผิดหวัง”
สิ้นเสียง เงาเหล่านั้นก็ได้หายไปอย่างรวดเร็ว
นักศึกษาต่างพากันอ้าปากค้างไปแล้ว
นี่มันอะไรกัน? พวกเขาหายตัวได้งั้นเหรอ?
ในบรรดาพวกเขา คนที่สงบสติอารมณ์ได้มีเพียงแค่ฉินเฉาและ
เหลียวซาซาเท่านั้น
นินจาอะไรกัน เหลียวซาซาเคยเห็นมานักต่อนักแล้ว
ตอนที่เธอกำลังโดนไล่ล่า หนึ่งในนั้นก็มีพวกนินจาอยู่ด้วย
ฝ่ายฉินเฉานั้นยังคงยืนนิ่งงัน ไม่ได้ตื่นตระหนกใดๆ
กลุ่มคนที่ถูกเรียกว่าเฮนิน ก็เป็นแค่เหล่านินจาในประเทศญี่ปุ่นที่มี
ร่างกายครึ่งหนึ่งเป็นเครื่องจักรเท่านั้น
ซึ่งพวกเขาน่าจะเลียนแบบผู้ทำลายล้างของสหรัฐฯ มา
“ตาย!”
เหล่านินจาปรากฏตัวขึ้นบนอากาศตรงหน้าฉินเฉา พร้อมทั้งตวัด
มือปล่อยชูริเคนเข้าใส่
“ท่านผู้นำตระกูล ผู้น้อยจะจัดการเองครับ!”
ทันใดนั้นเอง แสงสีแดงก็พุ่งผ่านร่างของฉินเฉาไปในชั่วพริบตา
จูนินในชุดสีแดงปรากฏตัวตรงหน้าฉินเฉา ในมือถือดาบเล่มใหญ่
แล้วกล่าวออกมา
นี่คือหนึ่งในเก้าสุดยอดจูนินที่ปกป้องเหลียวซาซาอยู่ในเงามืด
และยังเป็นต้าจิ่วจุน ที่นินจาที่บาดเจ็บได้พูดถึงอีกด้วย
เมื่อเห็นว่านินจาอีกคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหัน
นักศึกษาก็พากันตกตะลึงอีกครั้ง
พระเจ้า วันนี้มันอะไรกัน? พวกเขากำลังฝันไปงั้นเหรอ?
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!
ต้าจิ่วจุนซึ่งเป็นจูนินก็มีฝีมือที่ร้ายกาจมากเช่นเดียวกัน
เขากวัดแกว่งดาบในมือเพื่อฟาดฟันชูริเคนที่พุ่งเข้ามาอย่าง
ต่อเนื่อง
“จูนินจากตระกูลจักรพรรดิงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นนินจาฝ่ายตรงข้ามปรากฏตัว ดวงตาอีกข้างของชายตา
เดียวก็พลันเปล่งแสงวาวโรจน์ขึ้นทันที
“ที่แท้แกก็เป็นยอดฝีมือชาวจีนที่ควบคุมตระกูลจักรพรรดิเอาไว้”
“เกรงใจแล้ว เกรงใจแล้ว”
ฉินเฉาประสานคำนับอีกฝ่าย
“ตายซะเถอะ!”
แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายเป็นคนที่ไม่มีมารยาทมากนัก
เหล่านินจาปลดปล่อยการโจมตีออกมาทันที
ในขณะนั้นเอง ต้าจิ่วจุนได้เหวี่ยงดาบไปด้านหน้า และปลดปล่อย
มังกรเพลิงออกมาจากปากอย่างฉับพลัน
มังกรเพลิงตัวนี้คำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงสีแดงฉานได้
พวยพุ่งเข้าโจมตีเฮนินเหล่านี้จนกระเด็น
“สลายไปซะ!”
แต่ความแข็งแกร่งของเฮนินเหล่านี้มีไม่น้อยเลย เฮนิน 2 – 3 คน
ได้ร่วมมือกันฟาดฟันดาบไปด้านหน้า
พายุพลันก่อตัวขึ้น และพุ่งเข้าฉีกกราชากเปลวเพลิงนั้นทันที
ถึงแม้ว่าต้าจิ่วจุนจะเป็นจูนิน แต่สองมือสองเท้าหรือจะต่อกรกับสี่
มือสี่เท้าได้ง่ายๆ?
เมื่อถูกเฮนินล้อมโจมตี เขาก็เริ่มเกิดความสับสน และใกล้จะ
กลายเป็นฝ่ายที่เพลี่ยงพล˺าในอีกไม่นาน
“ต้าจิ่วจุน ฉันจะช่วยนายเอง”
ฉินเฉากล่าวออกมา ก่อนที่จะหยิบปืนแม็กนั่มออกมาอย่าง
กะทันหัน และเล็งไปยังเฮนินคนหนึ่ง
เสียงปืนได้ดังก้องไปทั่วท้องฟ้าที่เงียบสงบในเวลานี้
ปัง!
เฮนินที่กำลังจะโจมตีต้าจิ่วจุนถูกลูกกระสุนปืนเจาะเข้าที่หน้าผาก
และทรุดตัวลงไปอย่างช้าๆ
ถึงแม้ว่าร่างกายจะเป็นกึ่งจักรกล แต่สมองก็ยังเป็นของมนุษย์
ตราบใดที่ระเบิดหัวได้ ก็ตายได้เหมือนกัน
“อะไรกัน!”
ชายตาเดียวประหลาดใจเป็นอย่างมาก “ฆ่าคนของฉันด้วยปืนเนี่ย
นะ?”
“แน่นอน ปืนใช้ง่ายจะตายไป ทำไมถึงไม่ใช้มันล่ะ?”
สิ่งที่ฉินเฉาคิดจริงๆ ก็คือ แค่จัดการกับคนที่สะกิดก็แตกร้าวได้
ง่ายๆ พวกนี้ เขาไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กระบี่ปทุมพิสุทธิ์
“บัดซบ! ฆ่ามันซะ ไม่ต้องไปสนใจจูนิน พวกนายทุกคนไปฆ่าไอ้คน
น่ารังเกียจนั่นเดี๋ยวนี้!”
ชายตาเดียวคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น
ทันใดนั้นเองนินจาทั้งหมดก็ได้พุ่งเข้ามาหาฉินเฉาอย่างโหดเหี้ยม
ฉินเฉาไม่ได้หลบเลี่ยงไปไหน เขาเพียงยืนนิ่งๆ และสาดกระสุนเข้า
ใส่นินจาทีละคนต่อไปเรื่อยๆ เท่านั้น
ชายตาเดียวแทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความทุกข์ใจ
นินจาเหล่านี้คือเฮนินที่ต้องสูญเสียเงินจำนวนมากในการพัฒนา
แต่พวกเขากลับต้องมาตายไปด้วยปืนของผู้ชายคนนั้น
บัดซบ มันต้องตาย!
หลังจากการตายของเฮนินคนที่สี่ ในที่สุดเฮนินคนหนึ่งก็พุ่งตัวมา
อยู่ตรงหน้าฉินเฉาจนได้
แววตาของเขาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
ดูเหมือนว่าเขาจะคิดว่า นักแม่นปืนที่สมควรตายคนนี้จะต้องตาย
ไปด้วยคมดาบของเขา
เขาพุ่งตัวเข้าไปและตวัดดาบ ฟันเข้าที่ท้องน้อยของฉินเฉาอย่าง
รวดเร็วราวกับสายฟ้า
ด้วยความแข็งแกร่งของเฮนิน การหั่นร่างของชายคนนั้นครึ่งตัว
ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร
ชายตาเดียวรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย ในที่สุดไอ้สารเลวคนนี้ก็กำลังจะ
ถูกฆ่าตายไปได้สักที
แต่ในเวลานี้ ฉินเฉาก็ได้ขยับเท้าของตัวเอง
และทันใดนั้นเอง รองเท้าหนังขนาดใหญ่ก็เหยียบเข้าที่ใบหน้าของ
เฮนินคนนั้น
พลั่ก!
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดพลันดังขึ้น เมื่อเฮนินถูกฝ่าเท้า
ของฉินเฉาเหยียบลงบนใบหน้า
ดวงตาที่เหลืออยู่เพียงแค่ข้างเดียวของชายตาเดียวเกือบจะถลน
ออกมา
เป็นไปได้ยังไง!
ชายคนนั้นเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าคนของเขาอีกงั้นเหรอ?
แต่ในไม่ช้าเขาก็พูดขึ้นมาด้วยความสงบ
“สมกับที่เป็นชายที่ยึดครองตระกูลจักรพรรดิเอาไว้ได้ ช่าง
แข็งแกร่งมากจริงๆ แต่แกก็มาได้แค่นี้แหละ”
สิ้นเสียงนั้น ฉินเฉาก็พบว่าตัวเองกำลังถูกล้อมด้วยเฮนินจำนวน
หนึ่ง
“ในเสี้ยววินาทีที่แกยิงปืน เฮนินก็จะแทงดาบเข้าที่หัวใจของแก”
ชายตาเดียวกล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นชา “ไม่ว่าแกจะแข็งแกร่ง
มากแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าตระกูลฟูมะของพวกเรา แกก็เป็นได้แค่
ไอ้กระจอกคนหนึ่งเท่านั้น ตายซะเถอะ!”