มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1641: มารแปดมหาวินาศ
ชายคนหนึ่งได้พูดขึ้น ในขณะที่กำลังก้าวเดินออกมา
ชายคนนี้สวมเสื้อคลุมสกปรกมอมแมม อีกทั้งผมยังยุ่งเหยิงไม่เป็น
ทรง
เมื่อเขาเดินเข้ามา คนรอบข้างต่างก็พร้อมใจกันหลีกทางให้
เพราะว่าร่างกายของคนคนนี้ได้ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวออกมา
“ผู้ชายคนนี้โผล่มาจากไหนกัน?”
“เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมัวทำอะไรอยู่? ปล่อยให้เขาเข้า
มาได้ยังไง?”
เหล่าไฮโซต่างบ่นพึมพำออกมาอย่างอดไม่ได้
พวกเขาเคยได้กลิ่นเหม็นแบบนี้เมื่อไหร่?
เหลียวชาชาก็ขมวดคิ้วมุ่นเช่นเดียวกัน เธอไม่รู้ว่าชายคนนี้มาจาก
ไหน
“นายเป็นใคร?”
“เป็นแค่คนที่มามอบของขวัญให้เท่านั้น”
ชายคนนั้นเดินเข้ามา ในมือของเขาถือกล่องใบเล็กที่ดูสวยงามใบ
หนึ่ง และยื่นมันให้กับเหลียวชาชา
ถึงแม้ว่าจะไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายดูสกปรกมอมแมม แต่เหลียวชาชาก็
ยังรักษามารยาท ยื่นมือไปรับกล่องใบนั้น
แต่ในขณะนั้นเอง หัวใจของฉินเฉาก็พลันกระตุก
เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงจากผู้ชายคนนี้เพียงแค่ชั่ว
พริบตาเดียวเท่านั้น
“ชาชา ระวัง!”
ฉินเฉาโพล่งขึ้นมา ก่อนที่จะยื่นฝ่ามือผลักเหลียวชาชา
ร่างของเหลียวชาชาลอยกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร ก่อนที่จะ
ทรุดตัวลงไปบนผนังที่อยู่ด้านหลัง
แต่ทันใดนั้นเอง เสาหินขนาดยักษ์ที่ดูเหมือนกับปลายหนามก็พุ่ง
ขึ้นมาจากพื้นตรงจุดที่เหลียวชาชาได้ยืนอยู่เมื่อสักครู่นี้และทะลุผ่าน
เพดานขึ้นไปในทันที
“กรี๊ดดดดด!”
แขกเหรื่อผู้สูงศักดิ์ในห้องโถงต่างพากันตื่นตระหนก
พวกเขาเคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ซะที่ไหน?
“หวังหลง พาทุกคนออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัยเร็วเข้า!”
แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หยูลู่เผชิญเรื่องแบบนี้ เธอโบกมือด้วยท่าที
สงบนิ่ง แล้วกล่าวกับบอดี้การ์ดที่อยู่ใกล้ ๆ
บอดี้การ์ดคนนั้นพยักหน้ารับคำสั่งทันที ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับ
การฝึกฝนมาเป็นอย่างดี จึงสั่งการบอดี้การ์ดคนอื่น ๆ ให้พาแขกเหรื่อ
ออกไปจากที่นี่
“หึ ๆ ๆ ….. ยอดฝีมือที่คนคนนั้นพูดถึง คงจะเป็นเจ้าสินะ”
จู่ ๆ ชายตัวเหม็นคนนั้นก็หัวเราะออกมา
เขาพูดภาษาญี่ปุ่นออกมาจากปาก
เป็นคนญี่ปุ่นงั้นเหรอ?
ในเวลานี้เสื้อผ้าของเขาก็ได้เปลี่ยนไป
เขาไม่ได้สวมเสื้อคลุมที่ขาดรุ่งริ่งอีกต่อไป มันกลายเป็นเกราะและ
หมวกหิน ที่ราวกับว่ามันได้งอกขึ้นมาบนร่างกายของเขา
ในไม่ช้า ไอพลังอันรุนแรงก็หลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเขา
นั่นทำให้ฉินเฉาถึงกับตัวชาวาบ
ไม่รู้ว่าคนคนนี้ใช้วิชาอะไร ถึงสามารถเก็บซ่อนกลิ่นอายของตัวเอง
ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่สามารถปิดบังกลิ่นเหม็นของเขาได้เลย ช่าง
น่าเสียดายจริง ๆ
ฉินเฉาไม่รู้สึกตัวเลยว่าอีกฝ่ายมาที่นี่
หากตัดสินจากไอพลังที่แผ่ออกมาในตอนนี้ หมอนี่จะต้องมี
พื้นฐานการฝึกตนในขั้นกายทองคำอย่างแน่นอน
และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะใกล้เคียงกับขั้นประกายแสง
“แกเป็นคนญี่ปุ่นงั้นเหรอ?”
“คน? ข้าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตชั้นต˹าแบบนั้น”
อีกฝ่ายกล่าวเหยียดหยัน “ข้าคือมารภูผา มาที่นี่เพื่อเอาชีวิตของ
ผู้หญิงคนนั้น เจ้าเองก็ดูน่าสนใจมากเหมือนกัน แต่ว่าเป้าหมายในวันนี้
มันไม่ใช่เจ้า”
“คิดจะฆ่าชาชางั้นเหรอ?”
ฉินเฉาไม่เข้าใจ คนญี่ปุ่นจะทำอะไรกับชาชากันแน่?
หรือว่าคนที่ยุยงปลุกปั่นจะเป็น….. คุโรซากิ อิจิโร่
“แกมีความเกี่ยวข้องยังไงกับคุโรซากิ อิจิโร่?”
“โอ้?”
ฉินเฉาสังเกตเห็นว่าร่างกายของมารภูผากำลังสั่นสะท้าน
“ช่างเถอะ ถึงจะพูดออกไปก็ไม่เป็นอะไรหรอก คนที่ปลุกข้าให้ตื่น
ขึ้นมาก็คือท่านคุโรซากิ อิจิโร่ งานที่เขามอบหมายให้ข้าทำ ก็คือการ
สังหารผู้หญิงคนนี้”
ฉินเฉาพบว่าที่หูของมารภูผา มีบางอย่างที่ส่องประกายอยู่
เล็กน้อย
เขาใช้พลังจิต ดึงสิ่งที่อยู่บนหูของมารภูผาออกมาทันที
“กล้องรูเข็ม…..”
ฉินเฉาจ้องมองมัน ก่อนที่จะบดขยี้ด้วยมือเดียว
ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่แท้จริงของคุโรซากิ อิจิโร่จะไม่ใช่เหลียวชา
ชา แต่เป็นเขา
อีกฝ่ายไม่รู้ว่ารูปร่างหน้าตาของเขาเป็นยังไง เรื่องถึงได้เป็นแบบนี้
“ไม่ว่ายังไง วันนี้ผู้หญิงคนนั้นก็จะต้องตาย และเจ้าก็จะต้องตาย
ไปด้วยเหมือนกัน”
มารภูผากล่าวออกมา ก่อนที่จะเหลือบตาไปมองเหลียวชาชา
“มันคิดจะปองร้ายคุณหนู!”
เหล่าบอดี้การ์ดพุ่งเข้ามาล้อมเขาเอาไว้ทันที แต่ละคนหยิบปืนพก
ออกมายิงใส่มารภูผาอย่างไม่ยั้งมือ
ลูกกระสุนปืนรายล้อมอยู่รอบตัวมารภูผา แต่ก็ถูกขัดขวางด้วย
เกราะหินของเขา
“จั๊กจี้ชะมัด”
มารภูผากล่าวออกมา ก่อนที่จะกระทืบเท้าลงไปบนพื้นครั้งหนึ่ง
พื้นในห้องโถงแห่งนี้เกิดรอยแยกขึ้นมาอย่างฉับพลัน
บอดี้การ์ดที่อยู่รอบ ๆ ตกลงไปในหลุมทันที
ฉินเฉาเอื้อมมือไปคว้าหยูลู่และอู๋ซิ่น พลางกระโจนไปยังพื้นที่
ปลอดภัย
คนในตระกูลหวังกำลังตัวสั่น หลบซ่อนตัวอยู่ในมุม และมองดู
เหตุการณ์อย่างโง่งม
นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น…..
อีกไม่นานคฤหาสน์ของตระกูลเหลียวจะต้องพังด้วยน˺ามือของไอ้
หมอนี่แน่นอน
ฉินเฉาคิดเช่นนั้น ในขณะที่วางหยูลู่และอู๋ซิ่นลงกับพื้น
“ที่นี่ปลอดภัยแล้ว พวกเธออยู่ที่นี่กันไปก่อนนะ ฉันจะพาไอ้หมอ
นั่นออกไปข้างนอก”
เมื่อพูดจบ เขาก็เหวี่ยงฝ่ามือข้างหนึ่งใส่มารภูผาที่กำลังจะเดินเข้า
ไปหาเหลียวชาชา
ร่างของมารภูผากระเด็นไปไกลอย่างที่ควบคุมไม่ได้ ก่อนที่จะ
กระแทกกำแพง ทะลุออกไปนอกบ้านทันที
“ชาชา เธอมากับฉัน!”
ฉินเฉาอาศัยจังหวะนี้บินไปหาเหลียวชาชา แล้วรีบอุ้มเจ้าหญิง
น้อยออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลเหลียว
“พวกเจ้าหนีไปไหนไม่พ้นหรอก!”
มารภูผาตะโกนออกมาด้วยความโกรธเคือง “ข้าจะตามล่าพวกเจ้า
ไปจนถึงสุดขอบโลก!”
ฉินเฉารู้สึกได้ว่ากลิ่นอายของมารภูผากำลังไล่ตามด้านหลังมา
อย่างต่อเนื่อง
ทว่าจู่ ๆ เขาก็หันกลับไปพ่นสายฟ้าสีแดงออกมาจากปาก
ตูม!
มารภูผาที่ถูกโจมตีนั้นมีกระแสไฟฟ้าสีแดงทั่วร่าง เขากระเด็นไป
ไกล พุ่งเข้าชนต้นไม้ใหญ่จนโค่นล้มไปหลายต้น
ที่นี่คืออาณาเขตของลานบ้านตระกูลเหลียว
มันคือป่าที่เต็มไปด้วยใบไม้สีเหลืองนวล
“เธอซ่อนตัวอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ”
ฉินเฉากล่าว พลางหยิบระฆังหยินหยางที่ขยายตัวจนใหญ่ขึ้น มา
ครอบร่างของเหลียวชาชา
ขอเพียงแค่เหลียวชาชาปลอดภัย เขาก็จะสามารถต่อสู้ได้อย่าง
เต็มที่
“หึ ๆ ๆ ….. เลิกคิดที่จะหนีแล้วเหรอ?”
ถึงแม้ว่าหมวกหินจะพังทลายไปบ้าง แต่มันก็งอกขึ้นมาใหม่และ
ติดแน่นอยู่บนร่างกายของเขาอีกครั้ง
“ขอโทษที แต่ฉันไม่ได้คิดที่จะหนีมาตั้งแต่แรกแล้ว”
ฉินเฉาหันไปมองรอบด้าน “แค่จะมาหาสถานที่ที่จะใช้ฝังแก
เท่านั้นแหละ”
“หึ ๆ ๆ เจ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอก เพราะข้าเป็นผีอยู่แล้ว”
มารภูผายังคงกล่าวเย้ยหยันออกมา “เจ้ากำลังเลือกสุสานที่งดงาม
ให้ตัวเองอยู่ต่างหาก”
“งั้นเหรอ?”
ฉินเฉากล่าวออกมา พลางยื่นมือข้างหนึ่งมากำอากาศที่ว่างเปล่า
เอาไว้
ร่างของมารภูผาถูกจับตัวเอาไว้ในทันที
จากนั้นฉินเฉาก็กดฝ่ามือลง ทำให้ร่างกายของเขาแนบลงไปกับพื้น
ตูม!
พื้นดินทรุดตัวกลายเป็นหลุมที่มีมารภูผานอนอยู่ในนั้น
“ฝ่ามือเพลิงสวรรค์!”
ฉินเฉาใช้วิชาของคุนหลุน ที่ได้เรียนรู้มาจากฮั่วไห่
ฝ่ามือเพลิงขนาดยักษ์กระหน˹าโจมตีเข้าใส่ร่างของมารภูผา ราว
กับกำลังอุดหลุมดังกล่าว
ตูม!
เสาเพลิงขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันที
แสงจันทร์ในยามค˹าคืนได้กลายเป็นสีแดงไปเสียแล้ว
ต้นไม้ที่อยู่รอบด้านเกิดเพลิงลุกไหม้ เปลวไฟขนาดใหญ่ได้แผดเผา
มันจนไหม้เกรียม
ฉินเฉายืนอยู่หน้าหลุม และจ้องมองไปยังด้านในนั้น
มารภูผานอนราบอยู่บนพื้นดิน ร่างกายมีรอยไหม้อยู่หลายแห่ง
เศษขี้เถ้ากระจัดกระจายอยู่เล็กน้อย
“ไม่จำเป็นต้องขุดหลุมหรอก หลับให้สบายล่ะ”
ฉินเฉาพึมพำออกมา
แต่ทันใดนั้นเองหัวใจของเขาก็พลันกระตุกวูบ เขารีบก้าวถอยหลัง
ไปหลายก้าวทันที
ฟ้าว!
หนามหินโผล่ออกมาจากใต้ฝ่าเท้า และไล่ตามรอยเท้าของเขาไป
อย่างต่อเนื่อง
“ขวานวัชระ!”
ร่างกายของฉินเฉามีแสงสีทองห่อหุ้ม
เขายกเท้าขึ้น เตะเท้าหนามหินที่โผล่ออกมาจากพื้นดินตรงหน้า
จนพังทลาย
พลังของขวานวัชระนั้นจะทำให้ร่างกายของฉินเฉาแหลมคมยิ่ง
กว่าเพชร ราวกับขวานคม ๆ เล่มหนึ่ง
หลังจากที่ได้เรียนรู้ฝ่ามือวัชระพิฆาต ฉินเฉาก็สามารถใช้พลังของ
พระสูตรหัวใจเพชรได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
หลวงจีนคงเซ่อช่างเป็นคนที่มีพรสวรรค์จริง ๆ แต่น่าเสียดายที่ใช้
มันไม่ถูกที่
“หึ ๆ ๆ …… คิดเหรอว่าจะฆ่าข้าได้?”
ชายคนนั้นค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
บนร่างกายของเขามีหินและก้อนดินที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนจะเป็นการรวมสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน
“ข้าคือมารภูผาผู้มีร่างกายเป็นอมตะ”
มารภูผากล่าวออกมา ก้อนหินยักษ์ที่สูงกว่าสิบเมตรได้ปรากฏขึ้น
ใต้ร่างของเขา
“โฮกกกก!”
ก้อนหินยักษ์คำรามออกมา แล้วจึงเหวี่ยงหมัดใส่ฉินเฉาทันที
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
หมัดนั้นพุ่งเข้าใส่ศีรษะของฉินเฉา แต่ทว่าความว่างเปล่าได้ผลัก
ฝ่ามือนั้นออกไป
พลังจิตเริ่มทำงาน
แต่แขนขนาดยักษ์กลับหยุดกลางอากาศ
ทั้ง ๆ ที่รับการโจมตีอันรุนแรงไปแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังคงปลอดภัย
อย่างไม่คาดคิด
หรือว่าจะมีร่างกายเป็นอมตะอย่างที่พูดจริง ๆ?
จะเป็นไปได้ยังไง? อีกฝ่ายเป็นแค่มารภูผาจากประเทศญี่ปุ่น
เท่านั้น
“วัชระทลายภูผา!”
ฉินเฉาคำรามลั่น แล้วเหวี่ยงมือขวาออกไป
แขนสีทองขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนอากาศ ในมือถือขวานทองคำ
เล่มหนึ่งเอาไว้ แล้วเหวี่ยงขวานตัดแขนของก้อนหินยักษ์ตนนั้น
“ข้าบอกแล้วไง มันไม่มีประโยชน์หรอกน่า!”
มารภูผายังคงกล่าวเย้ยหยันออกมา
แขนของก้อนหินยักษ์กำลังก่อตัวขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง
“วัชระทลายภูผา!”
แต่ทว่าฉินเฉายังคงไม่ยอมแพ้ เขาขว้างขวานหลายต่อหลายเล่ม
ออกไปฟันร่างของก้อนหินยักษ์ไม่หยุด
แต่ถึงอย่างนั้นทั้งก้อนหินและดินก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
“เป็นแบบนี้เองสินะ….. เรื่องที่แกบอกว่าร่างกายเป็นอมตะ…..”
ฉินเฉาแสยะยิ้มที่มุมปาก
“อะไรนะ?”
มารภูผาจ้องมองฉินเฉา เขาเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา
“หนีฉาง ให้ฉันยืมพลังของเธอที!”
ฉินเฉากล่าวออกมา ก่อนที่จะวางฝ่ามือลงไปบนพื้นดิน
“ลอยขึ้นไปซะ!”
ทันใดนั้นเองพืชขนาดยักษ์ต้นหนึ่งก็งอกขึ้นมาจากพื้นดินอย่าง
รวดเร็ว มันพุ่งเข้ามาพันธนาการร่างของมารภูผา และดึงร่างของเขา
ขึ้นไปบนอากาศ
พืชต้นนี้โตเร็วมาก มันราวกับเมล็ดถั่วของแจ็คเลยทีเดียว
เพียงไม่นานมันก็ผลุบหายเข้าไปในก้อนเมฆ
แต่ฉินเฉานั้นเหยียบกระบี่หยินหยางราชันย์มาร เหาะเหินขึ้นไป
บนท้องฟ้าทันที
“ไม่ ไม่นะ!”
ดูเหมือนว่ามารภูผาจะหวาดกลัวมาก เขากรีดร้องคร˹าครวญ
ออกมาไม่หยุด
“ถึงแกจะกลายเป็นผีไปแล้ว แต่เสียใจด้วยจริง ๆ ที่แกกำลังจะ
ตายอีกครั้ง”
ฉินเฉากล่าว ทันใดนั้นเองกระบี่ปทุมพิสุทธิ์จำนวนมากมายนับไม่
ถ้วนก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
กระบี่เหล่านี้ร่วงกรูลงอย่างต่อเนื่อง ฟาดฟันร่างกายของก้อนหิน
ยักษ์ให้ขาดออกจากกัน
ก้อนหินร่วงลงมาไม่หยุด แต่คราวนี้ร่างกายกลับไม่ก่อตัวขึ้นมา
ใหม่
เมื่ออยู่ห่างจากพื้นดิน มารภูผาก็ไม่มีพลังในการฟื้นฟูร่างกายอีก
ต่อไป
“ถึงเจ้าจะฆ่าข้า พี่น้องของข้าก็จะตามมาล้างแค้นเจ้า!”
สายตาของมารภูผาพลันเย็นเยียบในขณะที่จ้องมองฉินเฉา “พวก
เรามารแปดมหาวินาศจะจับตัวเจ้ามาฉีกร่าง และกินเลือดกินเนื้อ!”
“เก็บเอาไว้พูดต่อชาติหน้าเถอะ”
สิ้นเสียง ฉินเฉาได้ปลดปล่อยเพลิงสายฟ้าลงมาบดขยี้ร่างกายของ
มารภูผาทันที
มารแปดมหาวินาศงั้นเหรอ? คอยดูเถอะว่าใครกันแน่ที่จะต้อง
พินาศ!