มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1697: ใครก็ตีไม่ได้
อู๋ชิงชิวมีชีวิตอยู่มาหลายปี ไม่เคยมีสาวสวยคนไหนที่มองข้ามเขา
ไม่เคยมียอดฝีมือคนไหนมากลั่นแกล้งรังแกเขามาก่อน
แต่วันนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้เผชิญกับเรื่องเองซวยแบบนี้
เขาดันถูกสาวสวยกลั่นแกล้งซะได้!
ความอับอายนี้ เขาจะต้องเอาคืนกลับไปเป็นสิบเท่า ร้อยเท่า!
เขาจะจับสาวสวยตรงหน้ามาแขวนเอาไว้กับคาน แล้วเล่นกับทุก
ส่วนบนเรือนร่างของเธอ ดูซิว่าเธอจะยังอวดดีกับเขาได้ยังไงอีก?
อู๋ชิงชิวแอบสาบานกับตัวเองในใจ
ดวงตาของเขาจ้องมองจิ่วเทียนเซียนเฟยตาค้าง ราวกับทนรอไม่
ไหวที่จะลากสาวสวยคนนี้เข้ามา
“มองสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนั้น เจ้าไม่ต้องการดวงตาแล้วสินะ!”
เจียงลั่วจูยื่นมือออกไป หมายจะจิ้มลูกตาของอู๋ชิงชิว
มีคนเดินถนนมากมายจ้องมองคุณหนูของเธอ ถึงแม้ว่าเจียงลั่วจู
จะรู้สึกไม่ชอบใจนัก แต่เธอก็ไม่ได้ลงมือทำอะไร
แต่ทว่าสายตาที่ชายคนนี้จ้องมองคุณหนูของเธอมันน่ารังเกียจ
เกินไป ลูกตาของเขาแทบจะหลุดเขาไปในเสื้อผ้าของคุณหนูอยู่แล้ว
เจียงลั่วจูเป็นใคร? ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นหญิงรับใช้ของจิ่วเทียน
เซียนเฟย แต่เธอก็เป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่ไม่น้อย
อืม คนที่ลงมาจากสวรรค์ ไม่มีใครที่ไม่อารมณ์ร้อนเลยสักคน
ขวับ!
แต่ในขณะนั้นเอง ฝ่ามือของเจียงลั่วจูกลับถูกคว้าเอาไว้อย่าง
รวดเร็ว
หญิงสาวในเสื้อคลุมที่ยืนอยู่ด้านหลังอู๋ชิงชิว บัดนี้ได้ย้ายมายืนอยู่
ตรงหน้าอู๋ชิงชิวแล้ว
เธอยื่นมือข้างหนึ่งออกมาคว้ามือของเจียงลั่วจูเอาไว้อย่างง่ายดาย
“อ๊ะ!”
เจียงลั่วจูผงะไปในทันที
ผู้หญิงคนนี้สามารถหยุดเธอได้งั้นเหรอ?
เป็นไปได้ยังไง? ตอนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันเมื่อครู่นี้ เธอยังไม่รู้สึกถึง
พลังอันแข็งแกร่งเลยแม้แต่น้อย
แววตาของเจียงลั่วจูพลันเปลี่ยนไป เมื่อจ้องมองหญิงสาวภายใต้
เสื้อคลุมอีกหน
มันได้กลายเป็นความลึกล˺าไปแล้ว
“ขออภัย แต่ข้ายอมให้เจ้าลงมือกับคุณชายไม่ได้”
หญิงสาวในเสื้อคลุมเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา
“ชิงเฟิง สั่งสอนผู้หญิงคนนี้ที ทำให้นังนี่ได้รู้ว่าจะมายั่วโมโหข้า
ไม่ได้ง่ายๆ!”
อู๋ชิงชิวเห็นว่าหญิงสาวผู้สวมเสื้อคลุมลงมือแล้ว เขาก็พลันโล่งใจ
จากนั้นจึงตะโกนออกมาเสียงดัง
“ค่ะ คุณชาย”
หญิงสาวคนนี้เชื่อฟังเป็นอย่างมาก มืออีกข้างของเธอเริ่มขยับ
เล็กน้อย
แต่ในขณะนั้นเอง ฉินเฉากลับปรากฏตัวขึ้นข้างกายเธออย่าง
กะทันหัน
ฉินเฉายื่นมือออกไปแตะไหล่หญิงสาวคนนี้อย่างแผ่วเบา
“อย่าสร้างปัญหาขึ้นในเมืองไท่กู่เลยจะดีกว่า ถ้าไปยั่วโมโหผู้
พิทักษ์เข้าล่ะก็ พวกนายจะต้องรับผิดชอบผลที่จะตามมาแน่”
ทันใดนั้นเอง หยดเหงื่อเย็นๆ ได้หลั่งไหลออกมาจากใบหน้าของ
หญิงสาวผู้อยู่ภายใต้เสื้อคลุม
ภายใต้นิ้วของฉินเฉา เธอไม่อาจขยับตัวได้เลย
นี่มัน……….พื้นฐานการฝึกตนในระดับไหนกันแน่?
เธอเป็นถึงยอดฝีมือขั้นเซียนปฐพีในสำนัก วันนี้กลับมาเผชิญหน้า
กับศัตรูที่ทรงพลังในเมืองไท่กู่เข้าซะได้
โอ้ คราวนี้คุณชายจะต้องเดือดร้อนแน่นอน
เธอกำลังจะกล่าวเตือนอู๋ชิงชิว แต่ไม่รู้ว่าฉินเฉาใช้วิชาใด แม้แต่
เสียงของเธอก็ยังถูกผนึกเอาไว้
เธอพูดอะไรออกไปไม่ได้เลย
หญิงสาวคนนี้ไม่รู้สาเหตุที่ฉินเฉาทำเรื่องทั้งหมดนี้ได้ มันเป็น
เพราะฟังก์ชันบนเสื้อคลุมทวีคูณของเขา
ควบคุมสนามแม่เหล็ก
เสื้อคลุมตัวนี้มีฟังก์ชันดังกล่าวจริงๆ หากสัมผัสตัวแล้ว มันจะ
สามารถควบคุมเป้าหมายที่มีระดับต˹ากว่าตัวเองผ่านทาง
สนามแม่เหล็กได้ทั้งหมด
เทคโนโลยีของผู้คุมกฎช่างทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวมาก
ฉินเฉาไม่มีเวลาพอที่จะทดสอบความสามารถนี้ แต่นึกไม่ถึงเลยว่า
จะได้มาใช้กับผู้หญิงคนนี้ในวันนี้
เมื่อสักครู่นี้ เธอคิดที่จะใช้ฝ่ามือข้างขวาแทงทะลุหัวใจของเจียงลั่ว
จูโดยตรง
หากตัดสินจากเทคนิคที่เรียบร้อยหมดจดของเธอ วิชาที่เธอฝึกฝน
น่าจะมาจากสำนักลอบสังหาร
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพื้นฐานการฝึกตนในขั้นเซียนปฐพี ไม่ต้องสงสัย
เลยว่าผู้หญิงคนนี้คือคนจากสำนักสวรรค์เร้นลับอย่างแน่นอน
มีเพียงแค่สำนักมือสังหารโบราณเท่านั้น ที่จะสามารถฝึกฝนนักฆ่า
ระดับสูงได้แบบนี้
หากเขาพิชิตสำนักนี้ได้ เขาก็จะได้ครอบครองกองทัพนักฆ่า
จำนวนมากมาย
แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน มันยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากไป
สักหน่อย
“บังอาจมายั่วโมโหข้างั้นเหรอ!”
อู๋ชิงชิวสะบัดพัดหยกขาวอย่างรุนแรง เขากล่าวออกมาด้วยความ
โกรธ “เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร?”
“แล้วเจ้าเป็นคนหรือเปล่าล่ะ?”
เจียงลั่วจูเอ่ยถามกลับไป เธออยากจะดึงมือออกมา แต่ภายใต้การ
สะกดของฉินเฉา มือของเธอยังคงถูกหญิงสาวสวมผ้าคลุมคว้าเอาไว้
แน่น ในเมื่อดึงมือออกมาไม่ได้ เธอจึงยอมแพ้แล้วเอ่ยถากถางออกมา
แทน
“ในสายตาของข้า เจ้ามันไม่ใช่คนด้วยซ˺า!”
“บัดซบ บัดซบ! เจ้าอยากตายนักใช่ไหม!”
อู๋ชิงชิวกระทืบเท้าปึงปังด้วยความโกรธ
“ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าอีกครั้ง รีบคุกเข่าขอขมาข้าซะ ส่วน
คุณหนูคนนี้ให้ตามข้ามา ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าจะต้องตาย”
“นั่นใครน่ะ? พูดจาอวดดีซะเหลือเกิน”
“นั่นสิ เป็นคุณชายจากสำนักไหนกัน?”
ผู้คนที่อยู่รอบๆ กระซิบกระซาบกันทันที
หลายคนชี้ไปยังอู๋ชิงชิว พลางคิดในใจว่า คุณชายคนนี้เย่อหยิ่งมา
จากไหน?
“เจ้าคิดที่จะลอบทำร้ายพวกเรางั้นเหรอ?”
จิ่วเทียนเซียนเฟยกลอกดวงตาคู่สวย แล้วเอ่ยถามออกมา “เจ้าไม่
เกรงกลัวว่าจะทำผิดกฎหมายเลยหรือไง?”
เคยได้ยินมาว่า บนสวรรค์มีกฎแห่งท้องฟ้าของสวรรค์ บนโลก
มนุษย์ก็มีกฎหมายของโลกมนุษย์
คนที่ฆ่าคนตามใจชอบ เขาไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตาเลยหรือ
ไง?
“กฎหมายเรอะ? ข้านี่แหละคือกฎหมาย!”
อู๋ชิงชิวหัวเราะออกมาทันที “คนสวย หากเจ้ายังอยากให้ไอ้หนุ่ม
หน้าขาวคนนั้นมีชีวิตอยู่ เจ้าก็ควรตามข้ามาจะดีกว่า”
“เจ้านี่ช่างจริงใจจริงๆ”
จิ่วเทียนเซียนเฟยหัวเราะออกมาด้วยความพอใจ
“แต่ข้าเกรงว่าสามีของข้าจะไม่ยอมน่ะสิ”
สิ้นเสียงนั้น เธอก็ฉวยโอกาสนี้เข้าไปกอดแขนฉินเฉา
“นี่คือคำที่ใช้เรียกคู่ครองบนโลกมนุษย์ใช่ไหม?”
จิ่วเทียนเซียนเฟยจ้องมองฉินเฉาด้วยความร่าเริง เธอกลัวว่าจะ
เรียกเขาแบบผิดๆ
“ใช่ เรียกแบบนี้ถูกต้องที่สุดแล้ว!”
ฉินเฉาหัวเราะออกมา พลางเอื้อมมือมาตีบั้นท้ายของจิ่วเทียน
เซียนเฟย
เชี่ย ความรู้สึกนี้มันช่างดีจริงๆ
ทั้งความยืดหยุ่นนี้ ทั้งสัมผัสนี้ ช่างอยู่ยงคงกระพันจริงๆ
จิ่วเทียนเซียนเฟยหน้าแดงก˹า ฝังใบหน้าเข้ากับหน้าอกของฉินเฉา
อย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเองสายตาอาฆาตจากรอบทิศทางได้พุ่งเข้ามาหาฉินเฉา
เจ้าบังอาจทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นกับสาวสวยได้ยังไง!
ทุเรศเกินไปแล้ว หน้าไม่อายเกินไปแล้ว!
อ๊ากกก! ทำไมคนที่ตีบั้นท้ายสวยๆ นั่นถึงไม่ใช่เขา!
หยดเหงื่อเย็นๆ ไหลลงมาจากแผ่นหลังของฉินเฉา ความอาฆาต
แค้นนี้ช่างลึกล˺าจริงๆ
เขาสูดลมหายใจเข้าไป แล้วกล่าวออกมาว่า
“พี่ชาย ขอโทษด้วย แต่นายมาช้าเกินไป สาวสวยคนนี้เขามี
เจ้าของแล้ว ฉันไม่สนใจหรอกว่านายจะเป็นคุณชายหรือจักรพรรดิ
สวรรค์มาจากไหน นายเลิกทำร้ายจิตใจผู้หญิงของฉันจะดีกว่า
ไม่อย่างนั้นคนที่โชคร้ายจะมีแต่นายเท่านั้น”
“ล้อเล่นหรือไง! เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร!”
อู๋ชิงชิวกล่าวเย้ย “หากได้ฟังชื่อของข้า เจ้าอย่าตกใจจนฉี่รด
กางเกงล่ะ”
“โอ้? บอกมาสิ ฉันอยากรู้ว่าฉันจะฉี่รดกางเกงได้ไหม”
ฉินเฉาหันไปสูดดมกลิ่นหอมอันน่าหลงใหลของจิ่วเทียนเซียนเฟย
แล้วกล่าวออกมา
ความเพลิดเพลินเช่นนี้ มันยอดเยี่ยมเสียยิ่งกว่าตอนที่เป็นนาง
เซียนอีก
รอให้เดินเล่นซื้อของกับจิ่วเทียนเซียนเฟยเสร็จเมื่อไหร่ เขาจะต้อง
รีบขึ้นไปบนสวรรค์ เพื่อไปเดินเล่นที่ตำหนักโตวลวื่อซะแล้ว
“หึๆ เจ้าจะยืนหยัดได้งั้นเหรอ?”
อู๋ชิงชิวหุบพัดหยกขาวเบาๆ แล้วออกคำสั่งหญิงรับใช้ของตัวเอง
“ชิงเฟย บอกพวกมันไปดังๆ ว่าข้าเป็นใคร”
หญิงสาวผู้สวมเสื้อคลุม: “……………..”
“ชิงเฟย เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้างั้นเหรอ? รีบพูดออกมาสิ บอกพวกมัน
ไปว่าข้าเป็นใคร”
หญิงสาวผู้สวมเสื้อคลุม: “……………..”
“ชิงเฟย เจ้าเสียสติไปแล้วใช่ไหม!”
คราวนี้อู๋ชิงชิวเลือดขึ้นหน้า หญิงรับใช้ตัวเล็กๆ หาญกล้ามาขัด
คำสั่งของเขาได้ยังไง?
แต่เขาไม่รู้เลยว่า ตอนนี้หญิงรับใช้ของเขากำลังถูกฉินเฉาสะกด
เอาไว้ ทำให้พูดอะไรออกมาไม่ได้
“ดูเหมือนว่าสถานะของเจ้าจะไม่เท่าไหร่เองนี่ แม้แต่หญิงรับใช้ก็
ยังไม่สนใจเจ้าเลย”
เจียงลั่วจูที่ดึงมือออกมาไม่ได้ ยังคงกล่าวเย้ยต่อไป
ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ฉินเฉากำลังใช้นิ้วแตะลงไปบนเอวของ
หญิงสาวคนนั้น
นิ้วนี้คือสาเหตุที่ทำให้หญิงสาวต้องเงียบ และทำให้อู๋ชิงชิวหน้าเสีย
เป็นอย่างมาก
“ทำอะไรกัน! ใครมาสร้างความเดือดร้อนขึ้นที่นี่!”
ในขณะนั้นเอง ในที่สุดผู้พิทักษ์ของเมืองไท่กู่ก็วิ่งเข้ามา
หลังจากที่พวกเขาได้ยินเรื่องราวจากคนที่อยู่รอบๆ ก็ตรงดิ่งเข้ามา
ที่นี่ในทันที
การป้องกันภัยในเมืองไท่กู่ และการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย
ในเมืองไท่กู่ ถือเป็นหน้าที่ของผู้พิทักษ์อย่างพวกเขา
“คนพวกนี้มาข่มขู่ข้า พวกเจ้าจับพวกมันไปเลย!”
เมื่อเห็นผู้พิทักษ์ ดวงตาของอู๋ชิงชิวก็พลันเปล่งประกาย
แต่หัวหน้าผู้พิทักษ์ที่เห็นอู๋ชิงชิวกลับกลายเป็นฝ่ายตกตะลึง
“นี่ไม่ใช่คุณชายอู๋หรอกเหรอ? เกิดอะไรขึ้น?”
อู๋ชิงชิวคือคุณชายใหญ่ของสำนักสวรรค์เร้นลับ ยามที่เขาเข้ามาใน
เมืองไท่กู่ทีไร สำนักสวรรค์เร้นลับจะต้องส่งคนเข้ามาทักทายเป็นพิเศษ
ทุกครั้ง
ในฐานะที่หวงจื่อเจี้ยนเป็นหัวหน้าผู้พิทักษ์ในเมืองไท่กู่ หน้าที่นี้จึง
ตกเป็นของเขา
เดิมทีอู๋ชิงชิวคิดที่จะให้หวงจื่อเจี้ยนมาติดตามอยู่ข้างกายเขา แต่
หวงจื่อเจี้ยนยังคงมีหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยของพื้นที่
ทั้งหมด เขาจึงไม่มีเวลาที่จะมาดูแลคุณชายใหญ่แห่งสำนักสวรรค์เร้น
ลับคนนี้
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ฉินเฉาได้กลายมาเป็นเจ้าเมืองของเมืองไท่
กู่ ความสงบเรียบร้อยภายในเมืองไท่กู่ก็อยู่ในขั้นดีมากมาโดยตลอด
พฤติกรรมกลั่นแกล้งรังแกกันภายในเมืองก่อนหน้านี้ ได้หายไปจน
หมดสิ้น
แต่วันนี้กลับมีคนมาสร้างปัญหาขึ้นซะได้
อีกทั้งมันยังเกี่ยวข้องกับคุณชายใหญ่แห่งสำนักสวรรค์เร้นลับ
เรื่องในคราวนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการทูต เขาเกรงว่ามันจะ
กลายเป็นปัญหาที่ยุ่งยากขึ้นมา
หวงจื่อเจี้ยนเดินเข้ามา แล้วกล่าวออกมาว่า
“คุณชายอู๋ไม่ต้องกังวล ในพื้นที่ของเมืองไท่กู่แห่งนี้ ผู้กระทำผิด
กฎหมายจะต้องถูกลงโทษแน่นอน”
“ถูกต้อง! นี่แหละคือเมืองไท่กู่ ไม่อย่างนั้นข้าก็คงจะไม่มาที่นี่
หรอก หัวหน้าหวง รีบจับตัวไอ้เด็กคนนี้ไปเร็วเข้า มันบังอาจมาล่วงเกิน
ข้า หากเจ้าไม่ลงโทษมัน ข้าจะบอกให้คนของสำนักสวรรค์เร้นลับมา
ทำลายเมืองไท่กู่ของเจ้าให้สิ้นซาก!”
ทันใดนั้นเอง สีหน้าของหวงจื่อเจี้ยนได้เปลี่ยนไปในทันที
“คุณชายอู๋ ท่านหมายความว่ายังไง?”
“จะหมายความว่าอะไรอีกล่ะ? ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ!”
อู๋ชิงชิวตะโกนออกมาเสียงดัง
“ในเมื่อเรื่องเป็นแบบนี้ คุณชายอู๋ ข้าต้องขออภัยท่านด้วย”
หวงจื่อเจี้ยนที่มีสีหน้าเปลี่ยนไป กล่าวออกมา
“หากท่านเกิดปัญหาขึ้นในเมืองไท่กู่จริงๆ เพราะคนอื่นทำผิด
กฎหมาย และเข้ามาล่วงเกินท่าน หวงจื่อเจี้ยน ผู้พิทักษ์ของเมืองไท่กู่ผู้
นี้ก็จะจัดการเรื่องนี้ให้กับท่านอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากท่านคิดที่จะมา
สร้างปัญหาให้กับเมืองไท่กู่ของพวกเราแล้วล่ะก็ หึๆ”
“เจ้า เจ้าหัวเราะเยาะอะไร!”
“ไม่มีอะไร ข้าก็แค่จะบอกว่า ถ้าอยากเข้ามานักก็เข้ามาเลย
นับตั้งแต่ที่เมืองไท่กู่กลายเป็นของนิกายหลัวซา ข้าก็ไม่เคยเกรงกลัว
ใครอีก”
แม้แต่สำนักไท่ยีก็ยอมจำนนให้กับประมุขของเขามาแล้ว สำนัก
สวรรค์เร้นลับจะนับว่าเป็นอะไรได้?
หวงจื่อเจี้ยนเสียบกระบี่ของตนลงบนพื้นดิน แล้วกล่าวออกมา
“ไอ้หนู ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่เห็นสำนักสวรรค์เร้นลับอยู่ในสายตา
แล้วสินะ?”
“ขออภัยด้วย ในสายตาของข้าเห็นเพียงแค่กฎหมายของเมืองไท่กู่
เท่านั้น”
หวงจื่อเจี้ยนกล่าวออกมาด้วยน˺าเสียงเย็นชา
ในเวลานี้ เสียงปรบมือพลันดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขา