มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1708: คู่มือเข้าสำนัก
ด้านหน้าของสำนักสวรรค์เร้นลับนั้นคือทะเลสาบอันเงียบสงบ
แม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีปลาแหวกว่าย และมี
ดอกบัวบานอยู่ในทะเลสาบ ทำให้ไม่รู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในฤดูหนาว
เลย
คนที่ไม่คุ้นเคยคงจะต้องแปลกใจมากแน่นอน ว่าทำไมที่นี่ถึงยังคง
สวยงามมาก แม้จะอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้
แต่มีเพียงผู้คนในโลกของผู้ฝึกตนเท่านั้นที่จะรู้ ว่าที่นี่จะต้องมี
อาคมบางอย่าง ที่ทำให้ที่นี่ยังคงอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ
ในเวลานี้ฉินเฉากำลังยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบ เขาจ้องมอง
ทะเลสาบอันกว้างใหญ่แห่งนี้ แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
รูปลักษณ์ในปัจจุบันของเขานั้นไม่ใช่ตัวเขาอีกต่อไป แต่เป็น
รูปลักษณ์ที่ดูน่าเกลียดกว่ารูปลักษณ์เดิม
จิ่วเทียนเซียนเฟย ซูเฟย และคนอื่นๆ บอกว่า ในเมื่อพ่ายแพ้
ทางด้านรูปลักษณ์ไปแล้ว ก็จะต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งเพื่อเอาชนะ
ใจอู๋ชิงเย่ให้ได้
นอกจากนี้ อู๋ชิงเย่คนนั้นก็อาจจะอัปลักษณ์มาก บางทีเธออาจจะ
เกลียดชังคนที่มีหน้าตาเหมือนกับหนุ่มหน้าขาวก็ได้
หากมีหน้าตาไม่ดีเหมือนกัน บางทีมันอาจจะทำให้เกิดความเห็น
อกเห็นใจต่อกันขึ้นมา
ดังนั้นในเวลานี้ หลังจากที่ฉินเฉาต้องสวมหน้ากากลวงสวรรค์ เขา
จึงกลายเป็นชายร่างสูงใหญ่ที่มีหน้าตาดุร้ายแทน
หน้าตาแบบนี้ เรียกได้ว่า……………ต้องขออภัยท่านผู้ชมจริงๆ
และเหตุผลที่ต้องแต่งตัวแบบนี้ มันก็เป็นเพราะซูเฟย
เธอแต่งตัวให้ฉินเฉาตัวปลอม ตามแบบฉบับของเมืองไท่กู่
ฉินเฉาได้แต่คิดในใจว่า เขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะประลองยุทธ์เลือกคู่
หรือมาขู่ให้เด็กกลัวจนร้องไห้กันแน่?
รูปร่างหน้าตาแบบนี้ มันจะทรงพลังเกินไปแล้ว!
ฉินเฉาจ้องมองเงาที่สะท้อนอยู่บนผิวน˺าในทะเลสาบ แล้วต้องทอด
ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
ได้ยินมาว่าฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบนั้นคือสำนักสวรรค์เร้นลับ แต่
ในทะเลสาบมีอาคมบางอย่าง ที่ป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกบุกรุกเข้า
ไป หากฝ่าฝืนบุกรุกเข้าไป ทางสำนักสวรรค์เร้นลับจะถือว่าเป็นศัตรู
และถูกฆ่าทันที
มีเพียงวิธีเดียวที่จะสามารถข้ามทะเลสาบนี้ได้ นั่นก็คือขึ้นเรือ
เรือลำดังกล่าวนี้คือเรือของสำนักสวรรค์เร้นลับ จิ่วเทียนเซียนเฟ
ยได้กล่าวเอาไว้ว่า ทุกคนที่เดินทางมายังสำนักสวรรค์เร้นลับเพื่อมา
ประลองยุทธ์เลือกคู่ จะต้องรออยู่ในศาลาขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบ
ในช่วงเวลาอาหารของทุกวัน นั่นก็คือช่วงเวลาระหว่าง 7 – 9 โมงของ
เวลาในยุคสมัยปัจจุบัน จากนั้นทุกคนก็จะขึ้นเรือโดยสารไปพร้อมกัน
สาวๆ ในบ้านของฉินเฉาต่างพากันขู่เข็ญบังคับ ให้เขามาที่นี่ให้เร็ว
ที่สุด
เขายืนอยู่ริมทะเลสาบ และกำลังจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเอง
แล้วเดาะลิ้นด้วยความแปลกใจ
ถ้ายังดูเป็นคนดี มีคุณธรรม แล้วยังไปหาคู่ เกรงว่าพอเข้าไปถึงก็
อาจจะถูกศิษย์ในสำนักสวรรค์เร้นลับหาเรื่องไล่ตะเพิดออกมาก็ได้
แต่ซูเฟยก็ทำเกินไปจริงๆ ถึงกับยืนยันให้เขาใช้รูปร่างหน้าตาแบบ
นี้
แถมยังหัวล้านอีกต่างหาก แม่งเอ๊ย!
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกเย็นหัวมากขนาดนี้
แต่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องหน้าตา มาดูเสื้อผ้าก่อนเถอะ
เธอบอกให้ฉินเฉาใช้เสื้อคลุมทวีคูณ จำลองเสื้อผ้าสีดำตามสไตล์
ชนบทมาให้เขาสวมใส่บนร่างกาย
อีกทั้งเสื้อผ้าก็ยังขาดเป็นรู พอให้ดูเหมือนว่าเขาได้ผ่านอุปสรรค
ขวากหนามในชีวิต
เขาก็ช่างเชื่อฟังพวกเธอเหลือเกิน
“เชี่ย! พี่ชายไปต่อสู้มาจากไหนเนี่ย?”
ในขณะที่กำลังส่ายหัวอยู่นั้นเอง เสียงอุทานก็พลันดังขึ้นใกล้ๆ หู
ฉินเฉารู้สึกได้ว่ามีคนจำนวนหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้ ดูเหมือนว่าทุก
คนกำลังสนใจที่จะมาเข้าร่วมในการประลองยุทธ์เลือกคู่เช่นเดียวกัน
เขาหันหน้าไปมอง แล้วพบกับนักปราชญ์คนหนึ่ง กำลังเดินนำชาย
อีกหลายคนเข้ามาอย่างช้าๆ
นักปราชญ์คนนั้นดูเย่อหยิ่งมาก เขาสวมอาภรณ์สีขาวดูหรูหราสง่า
งาม ปักลวดลายมังกรทอง เพียงมองแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่ามาจาก
ตระกูลที่ร˹ารวยและมีชื่อเสียง
นักปราชญ์หนุ่มคนนั้นไม่หันมาจ้องมองเขาเลยด้วยซ˺า แต่นักพรต
รูปร่างผอมบางที่อยู่ไม่ไกลออกไป ได้เข้ามาทักทายทันทีที่พบหน้าเขา
นอกจากนักพรตคนนี้ ก็ยังมีชายหนุ่มอีกจำนวนหนึ่ง บางคนสวม
เสื้อผ้าของสำนัก บางคนก็แต่งตัวตามใจชอบ ดูเหมือนว่าพวกเขาทุก
คนจะมาเข้าร่วมในการประลองยุทธ์เลือกคู่นี้ทั้งสิ้น
“การประลองยุทธเลือกคู่ในเดือนนี้ ลดระดับลงไม่น้อยเลย”
แม้ว่านักปราชญ์หนุ่มจะไม่ได้หันมามองฉินเฉาตรงๆ แต่ก็ปรายตา
มองมาทางเขา
“ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าร่วมการประลองนี้ได้ แม้แต่คนเชือดหมูก็
ยังเข้าร่วมได้เลยสินะ ข้าว่าสำนักสวรรค์เร้นลับควรจะยกระดับการ
ประลองนี้ขึ้นสักหน่อย”
เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ฉินเฉาก็นึกอยากจะยกเท้าถีบยอด
หน้าเขาจริงๆ
แต่ช่างมันเถอะ คราวนี้เขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะประลองยุทธ์เลือกคู่
ไม่ได้มาเพื่อก่อเรื่อง เพราะฉะนั้นต้องอดทนเอาไว้
“คุณชาย คราวนี้ท่านมีพลังสายฟ้าของสุดยอดอสูรแล้วนะครับ
ท่านจะต้องเอาชนะคุณหนูของสำนักสวรรค์เร้นลับได้อย่างแน่นอน
ดังนั้นท่านจะต้องอดทนเอาไว้ก่อน รอให้ท่านได้แต่งงานกับเจ้าสำนัก
ของสำนักสวรรค์เร้นลับเมื่อไหร่ ท่านก็จะได้เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องภายใน
สำนักนี้”
ลูกน้องคนหนึ่งของเขารีบเอ่ยออกมา
“ถูกต้องแล้ว”
คุณชายคนนั้นพยักหน้ารับคำ
“ข้า หวังจิ่วอี มีสุดยอดอสูรเสือมังกรสายฟ้าอยู่กับตัวแล้ว จะ
เอาชนะอู๋ชิงเย่ไม่ได้ได้ยังไง?”
ฉินเฉานั้นแอบส่ายหน้าอยู่ในใจ
ดันมาเจอคนที่สมองมีปัญหาเข้าซะได้
“พี่ชาย เจ้ามาจากไหน? เจ้าไม่ใช่คนเชือดหมูจริงๆ ใช่ไหม?”
คนอื่นๆ เหลือบตามองฉินเฉาอยู่ไม่กี่ครั้ง แล้วก็เบือนหน้าหนีไม่
หันมาสนใจอีก
แต่นักพรตเต๋ารูปร่างผอมบางคนนี้กลับหัวเราะ แล้วก้าวเข้ามา
“ฉันคือผู้ฝึกตนพเนจรบนภูเขาไท่หังซาน ไม่มีอะไรให้น่าพูดถึง
หรอก”
ฉินเฉาโบกมือด้วยท่าทีสบายๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่ทราบว่าพี่ชาย
เป็นใคร?”
“ฮี่ๆ ข้ามีชื่อทางธรรมว่าฮวาเจียน นักพรตฮวาเจียน เป็นผู้ฝึกตน
พเนจรเช่นกัน”
นักพรตหัวเราะออกมา พลางกล่าวว่า “พวกเราทั้งคู่มีวาสนาต่อ
กันจริงๆ ดูพวกเขาสิ ไม่ใช่ว่าถูกสำนักใหญ่ๆ ส่งมาหรอกเหรอ ฮี่ๆ
………..”
“นายคงจะไม่ใช่นักพรตธรรมดาสินะ”
ฉินเฉาเบ้ปาก “เรียกฉันว่าพี่ชาย ไม่เรียกว่าประสก เป็นนักพรต
แต่ดันออกมาประลองยุทธ์เลือกคู่ ถ้าอาจารย์ของนายรู้เข้า เขาจะไม่
โมโหเอาหรือไง?”
“คำพูดของเจ้าช่างเป็นมงคลจริงๆ อาจารย์ของข้าโมโหเป็นที่
เรียบร้อยแล้ว”
นักพรตฮวาเจียนยังคงหัวเราะออกมา “ผู้ฝึกตนหนอผู้ฝึกตน การ
ฝึกตนนั้นคือวิถีแห่งสวรรค์ และวิถีแห่งสวรรค์ก็คือฟ้าดินรวมกันเป็น
หนึ่ง ข้า ฮวาเจียนผู้นี้ยังไม่เคยสัมผัสผู้หญิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วจะ
รวมกันเป็นหนึ่งได้ยังไงกัน?”
เชี่ย นี่มันเรื่องชั่วช้าอะไรกัน?
ฉินเฉาต้องยอมนักพรตฮวาเจียนคนนี้จริงๆ
แทบจะกลายเป็นนักพรตที่กินเนื้อดื่มสุราอยู่แล้ว
“ไม่ทราบว่าพี่ชายชื่ออะไร?”
“ฉันชื่อฉินสือเอ้อ”
ฉินเฉาบอกโค้ดเนมที่เคยใช้ออกไป
“ฉินสือเอ้อ ชื่อนี้ไม่ดีเอาซะเลย”
นักพรตกินเนื้อดื่มสุราคนนี้ขมวดคิ้วมุ่น แล้วพูดว่า
“โอ้? ทำไมล่ะ?”
ฉินเฉารู้สึกสงสัยขึ้นมา
เขาพอจะดูฮวงจุ้ยเป็นอยู่บ้าง แต่ชื่อนี้ก็ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติ
เลยนี่?
“พี่ชาย เจ้าดูสิ ฉินสือเอ้อ ฉินสือเอ้อ…………ถ้ามองผ่านๆ มันไม่ใช่
ฉินB [1] หรอกเหรอ?”
“เชี่ย นั่นมันไม่ใช่คำศัพท์สมัยใหม่หรอกเหรอ? นายรู้ได้ยังไง?”
ฉินเฉาเหงื่อไหลราวกับน˺าตกทันที
“เฮ้ๆ พี่ชายดูถูกข้าเกินไปหน่อยไหม? ข้าไม่ใช่แค่ผู้ฝึกตนพเนจร
เท่านั้นนะ แต่ยังทำงานพาร์ทไทม์เป็นประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคม
ลัทธิเต๋าด้วย”
นักพรตฮวาเจียนกล่าวออกมา ก่อนที่จะหยิบเอกสารยืนยันตัวตน
ออกมาให้ฉินเฉาดู
ฉินเฉารู้สึกเวียนหัวในทันที
เจ้าหมอนี่ก็ไม่ใช่นักพรตที่น่านับถืออยู่แล้ว
แต่ดันมาเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมลัทธิเต๋า นี่หลอกบิดา
อยู่ใช่ไหม!
“โอ้ ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่เชื่อนะ”
เมื่อพูดจบ เขาก็หยิบ IPad ออกมาจากแขนเสื้อจักรวาล ฉินเฉา
โน้มตัวไปดู ย่ามันเถอะ นั่นอินเทอร์เน็ตไร้สาย สัญญาณ 3G ใช่ไหมนั่น!
“พี่ชายจะดูในไป๋ตู้ก็ได้นะ ข้าก็มีรายการคำศัพท์อยู่ในไป๋ตู้
เหมือนกัน”
ฉินเฉาเหงื่อแตกพลั่กทันที
หมอนี่กำลังเล่นตลกอยู่หรือไง?
“หรือไม่งั้น พี่ชายพอจะใช้วิชาเต๋าได้บ้างหรือเปล่า? พี่ชาย
อยากจะมาเข้าร่วมในสมาคมของพวกเราไหม?”
เขาเริ่มดึงคนเข้าไปแล้ว
“ลืมมันไปได้เลย ฉันไม่เชี่ยวชาญในวิชาเต๋า ขอเลี่ยงดีกว่า”
ฉินเฉารีบปฏิเสธความหวังดีของชายคนนี้ทันที
เขาเป็นถึงนายพลระดับห้าดาวคนเดียวในประเทศจีน อีกทั้งยัง
เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษของสาขาที่เจ็ด
จะไปเข้าร่วมสมาคมลัทธิเต๋าได้ยังไง? มันจะมากเกินไปแล้ว
“โธ่ น่าเสียดายจริงๆ ………….”
นักพรตฮวาเจียนกระซิบเสียงเบา “ค่าธรรมเนียมไม่ถึง 300 หยวน
เองนะพี่ชาย………….”
“หา!”
เส้นเลือดผุดขึ้นมาบนหน้าผากของฉินเฉาทันที
“อ๊า ไม่สิ อะไรกัน? พี่ชายมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการประลองยุทธ์เลือก
คู่ใช่ไหม?”
“แน่นอนสิ ไม่อย่างนั้นฉันจะแวะมาที่นี่ทำไม?”
ฉินเฉาเบ้ปาก
“ท่าทางของพี่ชายดูต่างจากคนอื่น เมื่อครู่นี้หวังจิ่วอีคนนั้นยัง
กระซิบกระซาบกันเลย ว่าพี่ชายใช่คนรับใช้ของสำนักสวรรค์เร้นลับ
หรือเปล่า”
นักพรตฮวาเจียนหัวเราะออกมาเสียงดัง
เชี่ย ตอนนี้บิดาดูแย่มากเลยสินะ?
“พี่ชายดูไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเลย คงจะมาเข้าร่วมในการประลองยุทธ์
เลือกคู่เป็นครั้งแรกใช่ไหมล่ะ?”
นักพรตฮวาเจียนยังคงเอ่ยถามฉินเฉาอย่างไม่หยุดปาก
ไม่รู้ทำไม แต่ฉินเฉาสังเกตเห็นว่า ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ต่างก็มอง
มาทางพวกเขาด้วยสายตาเห็นใจ
ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้ก็ได้รับความทุกข์ทรมานจากนักพรตฮวา
เจียนคนนี้เหมือนกัน
“ใช่ ไม่ได้หรือไง?”
“ตลกแล้ว จะไม่ได้ได้ยังไง? มันเยี่ยมไปเลยต่างหาก!”
นักพรตฮวาเจียนรีบกล่าวออกมาทันที “พี่ชายไม่รู้หรือไงว่าการ
ประลองยุทธ์เลือกคู่นี้ต้องการเลือดเนื้อที่สดใหม่? ข้ามาที่นี่ทุกเดือน
ทุกเดือน เพื่อรอคอยให้ท่านมาที่นี่!”
“เชี่ย มาทุกเดือน นี่นายเป็นประจำเดือนหรือไง!”
ฉินเฉาใช้ความอดทนอย่างมาก ที่จะไม่เข้าไปต่อยนักพรตคนนี้
“แค่กๆ อะไรล่ะนั่น? พี่ชายเข้าใจผิดแล้ว ข้าหมายถึงน้องใหม่
ต่างหากล่ะ”
เขากล่าวออกมา แต่จู่ๆ ก็ลดเสียงลง และทำท่าลับๆ ล่อๆ กล่าว
ออกมาว่า
“พี่สือเอ้อไม่รู้อะไรซะบ้างเลย พี่มาที่นี่เป็นครั้งแรก ข้าก็เลยกลัว
ว่าพี่จะไม่รู้กฎบางข้อ หากพี่สือเอ้อไปละเมิดกฎของสำนักสวรรค์เร้น
ลับเข้า สำนักสวรรค์เร้นลับอาจจะไม่ต้อนรับพี่สือเอ้อก็ได้นะ”
“กฎเหรอ?”
ฉินเฉาตกตะลึง
แต่พี่สือเอ้อ………..ชื่อนี้มัน
ช่างเถอะ อย่างน้อยมันก็ยังเรียกว่าพี่B ก็แล้วกัน
“แน่นอน แต่ว่าข้ามีจิตวิญญาณของเหลยเฟิงอยู่กับตัว และยังมี
ความคิดที่จะช่วยโลก จึงได้เขียนคู่มือการประลองยุทธ์ของสำนัก
สวรรค์เร้นลับขึ้นมาเป็นพิเศษ”
นักพรตฮวาเจียนหยิบหนังสือที่เย็บเล่มด้วยด้ายเล่มหนึ่งออกมา
จากแขนเสื้อจักรวาล เขายื่นให้ฉินเฉา แล้วกล่าวว่า
“แค่ 250 หยวน พี่ชายจะสามารถเปลี่ยนจากมือใหม่กลายเป็น
ทหารผ่านศึกได้ในทันที ขอเพียงแค่มีเงิน 250 หยวนเท่านั้น ราคานี้ข้า
แทบจะหลั่งเลือดอยู่แล้ว แต่ข้าเห็นแก่ใบหน้าที่มีเมตตาของพี่สือเอ้อ
อีกทั้งพี่สือเอ้อก็ยังมีวาสนาต่อข้า ราคาเดิมของมันคือ 999 หยวนเชียว
นะ แต่ว่าตอนนี้ข้าขายให้พี่สือเอ้อเป็นพิเศษแค่ 250 หยวนเท่านั้น!”
“นายเก็บเอาไว้เองเถอะ………..”
เชี่ย 250 หยวน มันเหมาะสมหรือไง?
“พี่สือเอ้อ อย่าได้ยอมแพ้เพราะเงิน 250 หยวนสิ ลองคิดดูสิ หากมี
คู่มือเล่มนี้ พี่สือเอ้อก็จะได้รู้กฎของสำนักสวรรค์เร้นลับ และเข้าแข่งขัน
ได้อย่างราบรื่น และถ้าหากพี่สือเอ้อซื้อคู่มือตอนนี้ ข้าจะช่วยวิเคราะห์
การเคลื่อนไหวของอู๋ชิงเย่ให้ฟรีๆ หากได้การวิเคราะห์นี้ไป แม้ว่าพี่สื
อเอ้อจะต่อสู้กับเจ้าสำนักอู๋ชิงเย่เป็นครั้งแรก ก็จะสามารถเข้าใจทุก
กระบวนท่าของฝ่ายตรงข้ามได้แน่นอน และถ้าหากพี่สือเอ้อเอาชนะ
ขึ้นมา สำนักสวรรค์เร้นลับจะไม่ใช่ของพี่หรอกเหรอ? ท่านจะยังต้อง
สนใจเงิน 250 หยวนอยู่ไหม?”
ให้ตายเถอะ ฝีปากของหมอนี่ช่างร้ายกาจจริงๆ
ด้วยเหตุผลที่ทรงพลังขนาดนี้ มันสามารถทำลายทุกสิ่งที่เขาจะพูด
ออกมาได้ทั้งหมด
สหายคนนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นนักพรตแล้วล่ะ เขาเหมาะที่จะไปทำ
การตลาดมากกว่า
ย่ามันเถอะ!
“เหอะ!”
ไม่รอให้ฉินเฉาได้ตอบอะไร นักปราชญ์หวังจิ่วอีก็เอ่ยปากขึ้นมา
เขาพ่นลมหายใจออกมา แล้วกล่าวว่า
“คนที่จะเอาชนะอู๋ชิงเย่ได้ มีแต่ข้า หวังจิ่วอี ผู้นี้เท่านั้น พวกแกทุก
คนมันเป็นเพียงแค่ขยะ!”
[1] B ตัวนี้ เป็นคำแสลงภาษาจีนที่มาจากคำว่า 屄 (ปี) ที่แปลว่า
อวัยวะเพศหญิง แต่ถ้าเป็นคำว่า 牛B (หนิวปี) จะแปลว่าโคตรเจ๋ง เจ๋ง
สุดๆ ค่ะ
ที่บอกว่าชื่อฉินสือเอ้อ มองผ่านๆ เหมือนจะดูเหมือนฉินB เพราะ
ฉินสือเอ้อคือ ฉิน12 ค่ะ มองผ่านๆ เลยดูคล้ายกับตัว B