มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1745: ปีศาจระดับต˹าคลั่ง
เมื่อเห็นสายตาคาดหวังของอู๋ชิงเย่และลิลลี่ ฉินเฉาก็รู้สึกปวดหัว
ขึ้นมา
ทำไมถึงโยนงานหนักมาไว้ที่เขาทั้งหมดเลยล่ะ?
เจ็บปวดชะมัด!
“ก็ได้ ฉันจะทำเอง”
ตอนนี้ทั้งเขาและอู๋ชิงเย่ต่างก็เป็นมือใหม่ที่อยู่ในขั้นสร้างรากฐาน
เท่านั้น หากไม่อยากให้คนอื่นตกใจ ก็มีแต่จะต้องท่องกระบี่บินขึ้นไป
ฉินเฉาเรียกกระบี่ของตัวเองออกมา ให้ลอยอยู่ตรงหน้าเขาอย่าง
ช้าๆ
ลิลลี่จ้องมองด้วยสายตาอิจฉา เมื่อเห็นว่าฉินเฉากระโดดขึ้นไปยืน
บนกระบี่ได้อย่างคล่องแคล่ว และค่อยๆ ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า
“วิเศษมาก…………หากข้าท่องกระบี่ได้บ้างก็คงจะดี……………”
“ฮ่าๆ ก็พี่ชายของข้าเป็นมือกระบี่นี่นา………….”
อู๋ชิงเย่ขยิบตา ก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า “ในหมู่บ้านของพวกข้า
ทุกคนเรียกเขาว่าคนต˹าช้าผู้ยิ่งใหญ่กันทั้งนั้นแหละ”
ฉินเฉาแทบจะลื่นตกลงมาจากกระบี่อยู่แล้ว
แม่งเอ๊ย ในเวลาแบบนี้ยัยอู๋ชิงเย่ก็ยังมาเล่นงานเขาได้อีก ถึงเขาจะ
บินขึ้นไปสูงขนาดไหน แต่เขาก็ยังได้ยินเสียงเธออย่างชัดเจนอยู่นะ
“มือกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่ [1] …………เป็นชื่อที่ดีจริงๆ”
ลิลลี่ผู้ใสซื่อบริสุทธิ์นั้นกล่าวถึงชื่อนี้ด้วยความชื่นชม
แต่ฉินเฉารู้สึกอยากตายขึ้นมาเหลือเกิน
พระเจ้า ช่วยลูกด้วย!
เขายืนอยู่บนกระบี่อย่างมั่นคง เพียงแค่ชั่วพริบตา เขาก็ขึ้นไปถึง
บริเวณด้านบนสุดของกระบี่เล่มยักษ์
แน่นอนว่าที่ตำแหน่งของด้ามกระบี่ มีคริสทัลสีฟ้าอยู่บนนั้นด้วย
มันน่าจะเป็นคริสทัลที่ใช้บันทึกการทำงานของผนึก
ฉินเฉาควบคุมกระบี่ให้เข้าไปใกล้คริสทัลนั้น จากนั้นก็คว้ามันมาไว้
ในมือ
สัมผัสของคริสทัลนั้นเย็นเล็กน้อย มองดูแล้วไม่ใช่สิ่งของธรรมดา
สามัญเลย
ท้ายที่สุดแล้วสำนักเฟิงสุ่ยก็มีสมบัติอยู่ทั่วทุกที่
“เอามาได้หรือยัง!”
ลิลลี่ใช้พลังลมปราณห่อหุ้มเสียงของเธอ แล้วเอ่ยถามฉินเฉาผู้อยู่
สูงขึ้นไปถึง 30 เมตร
“ได้มาแล้ว!”
ฉินเฉาโบกมือกลับไปทันที “ฉันกำลังจะลงไปแล้ว!”
หลังจากที่กล่าวออกมา เขาก็ควบคุมกระบี่ให้บินลงไปด้านล่าง
แต่ในขณะนั้นเอง ดวงตาของเขาก็พลันหรี่ลงเสียก่อน
เขาเห็นว่ามีร่างหลายร่างกำลังวิ่งเข้ามาจากพื้นที่ราบในระยะไกล
นอกจากนี้ปราณปีศาจอันรุนแรงก็ได้แผ่ออกมาจากร่างเหล่านั้น
ด้วย
ฉินเฉาเหลือบตาไปมอง จึงพบว่าร่างที่กำลังวิ่งเข้ามาก็คือปู้จิง
เทียนกับลูกสมุนของเขาที่เนื้อตัวเขียวช˺าไปหมด
แต่ทว่าร่างที่ตามหลังพวกเขามานั้น คือปีศาจระดับต˹าขั้นกลาง 7
– 8 ตนที่กำลังร้องคำรามเสียงดังลั่น……………
เชี่ย นั่นโกหกกันอยู่ใช่ไหม!
“ดูนั่นสิ นั่นใครกันน่ะ!”
“ช่วย ช่วยด้วย!”
ทันทีที่ปู้จิงเทียนมองเห็นพวกลิลลี่ เขาก็ร้องตะโกนออกมาด้วย
ความดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ให้ตายเถอะ ไอ้หมอนี่ดันคิดถึงพวกเขาขึ้นมาในเวลาแบบนี้ซะได้
“แย่แล้ว ปู้จิงเทียนกำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเรารีบไปช่วยเขา
กันเถอะ!”
ลิลลี่กล่าวออกมาด้วยความกังวลใจ
ฉินเฉารู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที ผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนดีเกินไปแล้ว
พื้นที่ในบริเวณใกล้ๆ กับหอคอยสกัดกลั่นมารแห่งนี้กว้างใหญ่มาก
แต่ปู้จิงเทียนไม่ได้วิ่งหนีไปที่อื่น กลับวิ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา เห็นได้
ชัดเจนเลยว่าอีกฝ่ายได้ตรวจสอบตำแหน่งของพวกเขาทั้งสามคน
มาแล้ว
อีกทั้งยังพาปีศาจระดับต˹าขั้นกลางเหล่านี้มาเสียมากมาย นั่นคือ
เรื่องที่ชัดเจนที่สุด
ชัดเจนเลยว่าไอ้หมอนี่ต้องการที่จะเล่นงานพวกเขา แต่ดู
เหมือนว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น และลากปีศาจระดับต˹าขั้นกลางมา
มากกว่าที่คิด จนกระทั่งตัวเองต้องมาเหน็ดเหนื่อยเองแบบนี้
“ถึงข้าจะรำคาญปู้จิงเทียน แต่ว่าเขาก็มาจากหมู่บ้านเดียวกันกับ
ข้า ข้าทนเห็นเขาถูกฆ่าตายไม่ได้หรอก”
ลิลลี่กลัวว่าพวกฉินเฉาจะไม่ช่วยเหลือ เธอจึงรีบอธิบาย
“ขอร้องล่ะ ช่วยเขาเถอะนะ!”
หลังจากที่พูดจบ เธอก็วิ่งเข้าไปหาปู้จิงเทียนอย่างไม่ลังเล
“เฮ้อ ผู้หญิงคนนี้จะไร้เดียงสาเกินไปแล้ว”
ฉินเฉายักไหล่อย่างช่วยไม่ได้
“จะไม่ยอมรับเธอหน่อยเหรอ? ผู้หญิงที่ใสซื่อบริสุทธิ์แบบนี้ไม่ได้
หากันได้ง่ายๆ นะ”
“ไปตายซะ! หากอยากรับเจ้าก็รับไปเองสิ ข้าเป็นผู้หญิงนะ จะไป
ยอมรับเธอได้ยังไง!”
อู๋ชิงเย่กลอกตาใส่ฉินเฉา
“ฉันขอเลี่ยงดีกว่า……….ฮาเร็มของฉันมันใหญ่เกินไปแล้ว ฉันไม่
อยากจะหาเรื่อง”
“เฮ้ พูดอะไรอย่างนั้น?”
อู๋ชิงเย่เลิกคิ้ว “มีคำกล่าวเอาไว้ว่า มีเหามากมายก็ไม่คัน
……………”
“โอ้ งั้นเธอก็เป็นเหาของฉันน่ะสิ”
“เอ่อ ข้าก็แค่เปรียบเทียบเท่านั้น………..”
“เปรียบเทียบเพื่อมาหัวเราะเยาะตัวเองงั้นเหรอ?”
ฉินเฉากระพริบตา นั่นทำให้อู๋ชิงเย่มองค้อนในทันที
ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกัน ในขณะที่วิ่งตามลิลลี่ไปด้านหลัง
พวกเขาเป็นคนมีสติ จึงรู้ว่าปู้จิงเทียนนั้นไม่ใช่คนดี
แต่ในเมื่อลิลลี่พุ่งเข้าไปแล้ว พวกเขาจึงทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้
ทั้งสองคนวิ่งตามลิลลี่มาติดๆ ในขณะนั้นเอง พวกปู้จิงเทียนที่มี
สภาพน่าอนาถก็วิ่งเข้ามาอยู่ตรงหน้าลิลลี่แล้ว
“ช่วยด้วย………ช่วยข้าด้วย……….”
ต้องกล่าวว่าปู้จิงเทียนโชคร้ายมาก ที่จริงแล้วเขาต้องการที่จะไป
ยั่วโมโหปีศาจระดับต˹าขั้นกลางสองตนให้มาที่นี่ แต่ดันบุกเข้าไปในรัง
ของอสูรระดับต˹าขั้นกลางอย่างไม่ตั้งใจ อสูรทั้งฝูงจึงพุ่งเข้ามาโจมตี
พร้อมกัน
กลุ่มของปู้จิงเทียนที่มีกันอยู่ 5 คน เป็นเพียงมือใหม่ที่อยู่ในขั้น
สร้างรากฐานเท่านั้น เขาจะต่อกรกับอสูรเหล่านี้ได้ยังไง? เพราะแบบ
นั้นพวกเขาจึงวิ่งหนีออกมาด้วยความหวาดกลัว และถูกพลังของอสูร
โจมตีเข้าใส่ระหว่างทาง จนทำให้มีบาดแผลมากมายตามร่างกาย
“ไปเลย!”
เพราะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ลิลลี่จึงทนเห็นปู้จิงเทียนตายไปไม่ได้
เธอร่ายวิชาออกมาอย่างไม่ลังเลใจ แล้วพึ่งพากำไลบนข้อมือเพื่อ
ปลดปล่อยวิชาออกมา
จรวดบินพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว และโจมตีเข้าใส่อสูรวานรเผือก
ตัวที่พุ่งเข้ามาหน้าสุด
ขนของวานรเผือกนั้นเปล่งแสงแวววาว พลังของมันไม่ได้ด้อยไป
กว่าลิลลี่เลย
แต่เพราะมุ่งมั่นอยู่กับการไล่ล่าปู้จิงเทียน มันจึงไม่สังเกตเห็นจรวด
นี้และถูกโจมตีในทันที
ตู้ม! เปลวเพลิงพลันระเบิดออกมา
วานรเผือกขนาดยักษ์ที่อยู่ด้านหลังปู้จิงเทียนกรีดร้องออกมา มัน
กระเด็นไปไกลและตกลงไปบนพื้นทรายที่อยู่ด้านหลัง
พื้นที่รอบหอคอยสกัดกลั่นมารในระยะ 500 เมตรนั้นไม่มีต้นไม้ใบ
หญ้าเจริญเติบโต
ทั่วทุกที่มีแต่ทราย และวานรเผือกตัวนั้นก็ทำให้ทรายกระเด็น
ขึ้นมา
วานรเผือกอีก 5 – 6 ตัวที่อยู่ด้านหลังโกรธแค้นขึ้นมาในทันที พวก
มันร้องคำราม แล้วกระโจนเข้ามาอยู่ตรงหน้าลิลลี่ หมายจะฉีกร่างของ
เธอให้เป็นชิ้นๆ
“จรวดเพลิง!”
ลิลลี่ตกใจมาก แต่ก็รีบร่ายวิชาในทันที เธอปลดปล่อยจรวดออกไป
ด้วยคิดว่าวิธีเก่าๆ นี้จะสามารถโจมตีวานรเผือกให้กระเด็นออกไปได้
แต่ใครจะรู้ว่าวานรเผือกจะดุร้ายมากขนาดนี้ มันใช้ฝ่ามือตบจรวด
ให้ลอยออกไปอีกทางอย่างไม่คาดคิด
จากนั้นวานรเผือกก็กระโจนเข้ามาหาลิลลี่ที่กำลังตื่นตระหนกอยู่
บนพื้น พร้อมกับยกฝ่ามือที่แข็งราวกับเหล็กขึ้นมา เตรียมที่จะฟาดใส่
ศีรษะของลิลลี่
หากลูกตบที่แข็งขนาดนี้ตบลงมา ศีรษะของลิลลี่จะต้องระเบิด
อย่างแน่นอน
ฝ่ายปู้จิงเทียนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ลิลลี่นั้นตกตะลึง ในขณะนั้นเองเขาก็
ยกเท้าขึ้น วิ่งหนีต่อไปอย่างไม่คิดชีวิต
“คุณชายปู้ ท่านจะไม่ไปช่วยคุณหนูลิลลี่เหรอครับ!”
ลูกน้องคนหนึ่งรีบเอ่ยถามออกมาทันที
“เรื่องหนีสำคัญกว่า หากเจ้าเอาชนะวานรเผือกได้ก็ไปเลยสิ!”
ปู้จิงเทียนร้องตะโกนโดยไม่หันหลังกลับมา
ลิลลี่นั้นหมดหวังไปเสียแล้ว
ฝ่ามือขนาดยักษ์ของวานรเผือกพุ่งเข้ามาอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว เธอ
ทำได้แค่รอคอยความตายเท่านั้น
“ไสหัวไปซะ!”
ในขณะนั้นเอง เสียงของเซียนคนหนึ่งก็ดังก้องเข้ามาในหูของเธอ
ลิลลี่เบิกตากว้างในทันที และเห็นฉินซานกำลังยืนอยู่ด้านหลัง
วานรเผือกตัวนั้น พร้อมกับเขาจับหางของมันเหวี่ยงไปรอบๆ
วานรเผือกกรีดร้องออกมาอย่างน่าสงสาร ร่างกายที่ใหญ่โตถึง 2
เมตรของมันถูกเหวี่ยงไปกระแทกใส่ร่างของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่อยู่
ใกล้ๆ ร่างของวานรเผือกทั้งสองตัวจึงล้มลงไปบนพื้นทรายพร้อมกัน
“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ฉินเฉายื่นมือไปดึงลิลลี่ให้ลุกขึ้นจากพื้น
“มะ ไม่เป็นไร……….”
ดวงตาคู่สวยของลิลลี่ไม่ได้จ้องมองมาที่ฉินเฉาเลยแม้แต่น้อย แต่
เธอกำลังจ้องมองร่างอันสง่างามของอู๋ชิงเย่ด้วยความรักใคร่
โอ้ จบสิ้นแล้ว ผู้หญิงคนนี้ถอนตัวไม่ขึ้นแล้วล่ะ
ฉินเฉายกมือกุมหน้าผากตัวเองอย่างอดไม่ได้
ในเวลานี้พวกปู้จิงเทียนได้วิ่งหนีไปไกลแล้ว
“ไอ้พวกบ้านั่น จะไร้ยางอายเกินไปแล้ว!”
อู๋ชิงเย่สบถออกมา แต่ดวงตายังคงจับจ้องไปที่ร่างของวานรเผือก
ฝั่งตรงข้ามมีวานรเผือกทั้งหมด 7 ตัว แต่ละตัวกำลังจ้องมองพวก
ฉินเฉาด้วยสายตาเดือดดาลทั้งสิ้น
“พวกเรามีปัญหากันแล้วล่ะ…………”
ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
“จะทำยังไงกันดีล่ะ………….”
อู๋ชิงเย่หันมาเอ่ยถามฉินเฉา
สายตาของเธอกำลังสื่อความหมายออกมาว่า จะฆ่าวานรเผือกตัว
นี้เลยดีไหม?
แต่ฉินเฉาส่ายหน้า หากเป็นแบบนั้น ความพยายามทั้งหมดก็สูญ
เปล่าเลยน่ะสิ
“พวกเธอวิ่งไปรอที่หอคอยสกัดกลั่นมารกันก่อนเถอะ”
ฉินเฉาเอ่ยปากออกมาทันที
“อะไรนะ! หอคอยสกัดกลั่นมาร? ห้ามเข้าไปใกล้ที่นั่นไม่ใช่เหรอ!”
ลิลลี่รีบร้องอุทานออกมา
“แต่ว่าตอนนี้ที่นั่นน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด”
ฉินเฉากล่าวตามความคิดของตัวเอง “ที่นั่นจะต้องมีม่านพลัง
ป้องกันอยู่แน่นอน และยิ่งไปกว่านั้นจะต้องมียอดฝีมือที่เฝ้าดูแลอยู่
ด้วย พวกเธอวิ่งไปก่อน เดี๋ยวฉันจะคอยสกัดพวกมันเอง”
ในครรลองสายตาของทั้งสามคน วานรเผือกเริ่มมีจำนวนเยอะขึ้น
เรื่อยๆ แล้ว
อสูรระดับต˹าขั้นกลางเหล่านี้ปิดกั้นเส้นทางไปแล้ว
“จะ เจ้าจะอยู่คนเดียวได้งั้นเหรอ?”
“ไม่เป็นไร ฉันจะสกัดมันเอาไว้สักพัก หลังจากนั้นก็จะท่องกระบี่
ตามพวกเธอไปทีหลัง”
ฉินเฉากล่าวออกมา พร้อมกับชูกระบี่ที่ถืออยู่ในมือ
“อืม……..”
อู๋ชิงเย่จำเป็นต้องพยักหน้า ในเมื่อเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
หากเธอพาลิลลี่ออกไป ฉินเฉาก็จะได้จัดการกับสัตว์อสูรเหล่านี้ได้
ง่ายดายขึ้นด้วย
ดังนั้นเธอจึงดึงลิลลี่ให้วิ่งหนีออกไปจากบริเวณที่วานรเผือกกำลัง
จะเข้ามาล้อม
“เจี๊ยกๆๆ!”
เมื่อวานรเผือกเห็นว่ามีคนสองคนคิดจะวิ่งหนีไป มันก็รีบร้อง
ตะโกน และทำท่าจะวิ่งไปทันที
“ขอโทษทีนะ แต่ว่านี่คือทางตัน”
ฉินเฉายื่นกระบี่ออกไปขวางทางพวกมัน
“เจี๊ยกๆๆ!”
วานรเผือกยังคงส่งเสียงร้องออกมา ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความ
โหดเหี้ยม
“ดูเหมือนว่าเรื่องภาษาจะเป็นอุปสรรคสินะ……….หนีฉาง ช่วยฉัน
ทีสิ”
ฉินเฉาโคจรพลังของมังกรไม้โบราณ ที่สามารถสื่อสารกับทุกสิ่งทุก
อย่างในโลกใบนี้ได้
ทันใดนั้นเอง ฉินเฉาก็เข้าใจคำพูดของวานรเผือกเหล่านี้แล้ว
“ไอ้มนุษย์ผู้สมควรตาย พวกข้าจะฉีกพวกเจ้าให้เป็นชิ้นๆ แล้วจับ
มาเสียบไม้ย่างกินซะ!”
วานรเผือกพวกนี้โรคจิตกันซะจริง
“พวกเราแค่จะผ่านไปเท่านั้น ปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้เหรอ?”
ฉินเฉาเอ่ยถามออกมา
“ไอ้มนุษย์ผู้สมควรตาย ฝันไปเถอะ!”
วานรเผือกคำรามออกมาทันที “ข้าได้กลิ่นเหม็นของพวกเจ้ามา
ตั้งแต่ไกลแล้ว บังอาจบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของพวกข้า นับว่าหา
เรื่องตายแท้ๆ”
เอ่อ รู้จักใช้สำนวนซะด้วย
เป็นอสูรที่ใฝ่รู้ใช้ได้เลย
“ถ้าพวกแกปล่อยพวกเราไปสักครั้ง พวกเราก็คงจะต่างคนต่างอยู่
กันไปแล้ว แต่ในเมื่อพวกแกคิดที่จะใช้กำลังกันจริงๆ งั้นก็อย่ามาหาว่า
ฉันโหดเหี้ยมล่ะ!”
ฉินเฉากล่าวออกมา พร้อมกับเหวี่ยงกระบี่
“ฮ่าๆๆๆ!”
วานรเผือกเหล่านี้หัวเราะลั่น “มนุษย์ผู้นี้เอาหัวไปโขกประตูมา
หรือไง? พวกข้าคืออสูรระดับต˹าขั้นกลางผู้แข็งแกร่งเชียวนะ ลำพัง
เพียงแค่พลังของเจ้า มันยังไม่พอที่จะใช้อุดฟันของพวกข้าเลยด้วย
ซ˺า!”
“เชี่ย ในเมื่อพูดแล้วไม่ฟัง งั้นก็โทษความโชคร้ายของตัวเองไปก็
แล้วกัน!”
ฉินเฉาฉุนจัดขึ้นมาทันที
อสูรตัวน้อยๆ เหล่านี้จะบ้าคลั่งกันเกินไปแล้ว
ดูซิว่าฉินเฉาคนนี้จะซัดพวกแกให้ตายไปได้หรือเปล่า!
สิ้นเสียงนั้น ฉินเฉาก็เตรียมพร้อมที่จะลงมือ
—————————————–
[1] 贱 (jiàn) แปลว่าราคาถูก ต˹าช้า พ้องเสียงกับคำว่า 剑 (jiàn) ที่
แปลว่ากระบี่ค่ะ