มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1761: หนานกงเหลียงมาแล้ว
ฉินเฉาและอู๋ชิงเย่ต่างสะดุ้งเฮือก ใครกัน? มาอยู่ข้างๆ พวกเขา
ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมพวกเขาถึงไม่ทันได้สังเกตเห็นเลย?
“ใครบังอาจบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของข้า! รนหาที่ตายนัก!”
เงาร่างหนึ่งปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหัน
เงาร่างนี้ตกลงมาอยู่ตรงหน้าฉินเฉาและอู๋ชิงเย่ พลังอสูรอันยิ่งใหญ่
และมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างนั้นในทันที
เพราะรอบด้านมีปราณอสูรอยู่มากมายจนเกินไป ทั้งสองคนจึง
สัมผัสพลังของอสูรตนนี้ไม่ได้
“ราชาวูดู!”
เมื่อเห็นเงาร่างนั้น อู๋ชิงเย่ก็อุทานออกมาเสียงดังลั่น
“เอ๋? เด็กน้อยคนนี้รู้จักข้าเสียด้วย วะฮ่าๆๆ! ถือว่าเจ้าเป็นคนที่รู้
ความคนหนึ่งเลย งั้นข้าจะทำให้เจ้าตายไปแบบไม่เจ็บปวด เพื่อเป็น
รางวัลให้กับเจ้าก็แล้วกัน”
เอ่อ………
ฉินเฉามองไปยังเงาร่างนี้ เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำขาดรุ่งริ่ง
ใบหน้าเป็นสีม่วง ดวงตาคู่หนึ่งราวกับทาอายแชโดว์ ทิ้งรอยดำปื้น
ขนาดใหญ่สองอันเอาไว้ที่ขอบตา
ร่างกายผอมบางราวกับท่อนไม้ อีกทั้งยังดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรง รวมๆ
แล้วดูเหมือนกับโครงกระดูกที่น่าสะพรึงกลัว
“ระวังตัวให้ดี ราชาวูดูตนนี้คืออสูรที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากเมื่อห้า
พันปีก่อน ร่างกายส่วนใหญ่เป็นงูพิษ และยังมีพิษที่ร้ายแรงมาก
…………..ร่างกายเป็นพิษ วิธีการของมันก็เป็นพิษ แม้แต่หัวใจก็ยังเป็น
พิษ”
อู๋ชิงเย่รีบส่งกระแสจิตเตือนฉินเฉาอย่างรวดเร็ว
“เด็กน้อยสองคนนั้นกำลังแอบคุยอะไรกันอยู่?”
ถึงแม้ว่าจะไม่รู้เนื้อหาในการส่งกระแสจิต แต่ราชาวูดูก็เห็นได้
อย่างชัดเจนว่าทั้งสองคนกำลังแอบส่งกระแสจิตพูดคุยกัน
“ดูจากเสื้อผ้าของพวกเจ้าแล้ว น่าจะเป็นนักพรตตัวน้อยที่มาจาก
ลานแยกของสำนักเฟิงสุ่ยสินะ ฮ่าๆๆๆ! นักพรตน่ารังเกียจที่อยู่
เหนือกว่าพวกเจ้า โง่เขลาแบบนี้กันทั้งหมดเลยหรือไง? ถึงได้ส่งพวกเจ้า
มายังหอคอยสกัดกลั่นมารชั้นที่ 11 เพื่อมาทิ้งชีวิตในอาณาเขตของข้า
แบบนี้!”
ดวงตาที่อยู่ในขอบตาดำปื้นกลอกไปมา จากนั้นเขาก็กล่าวต่อไป
ว่า “อย่าบอกนะว่าพวกเจ้ารู้แล้ว ว่าข้าคิดที่จะฉวยโอกาสหนีไปจาก
หอคอยแห่งนี้ ในตอนที่ค่ายกลวิหคแดงอ่อนกำลังลง! ไม่มีประโยชน์
หรอก น˺าหน้าอย่างพวกเจ้าทั้งสองคนก็เป็นได้แค่อาหารกับแกล้มที่ถูก
ส่งมาให้ข้าเท่านั้น!”
“ไม่ต้องบอกเจตนาของตัวเองออกมาตรงๆ ขนาดนั้นก็ได้
…………”
ฉินเฉาคิดในใจ เจ้าหมอนี่มันโง่หรือเปล่า…….
ดูเหมือนว่าการถูกกักขังมาห้าพันปี จะทำให้สมองของเจ้าหมอนี่
เฉื่อยชาลงไปแล้ว
“นี่ข้าเผลอพูดความในใจออกไปได้ยังไงกัน………..”
สีหน้าของราชาวูดูเปลี่ยนไปในทันที “แย่แล้ว มันจะต้องเป็น
เพราะว่าข้าเคยชินกับการพูดคนเดียวมาตลอดห้าพันปีแน่ๆ เลย
…………”
“เอ่อ……..”
ทั้งฉินเฉาและอู๋ชิงเย่ต่างเหงื่อตกในทันที
“ช่างมันเถอะ ถึงพวกเจ้าจะรู้ก็ไม่สำคัญ ยังไงวันนี้ก็จะต้องเป็นวัน
ตายของพวกเจ้าอยู่ดี วะฮ่าๆๆ! กว่าห้าพันปีมานี้ ข้ายังไม่ได้ฆ่าใครเลย
สักคน ในที่สุดวันนี้ข้าก็จะได้กลับมากินเนื้อเสียที!”
เจ้าหมอนี่ชอบพูดกับตัวเองจริงๆ ด้วย…………
มันก็น่าจะเป็นแบบนั้น ท่าทางอีกฝ่ายจะอดทนอยู่ที่นี่มานาน
เกินไป ไม่มีใครมาพูดคุยหรือมาต่อสู้กับเขาเลย
เกรงว่าอสูรระดับต˹าที่อยู่ภายในหอคอยจะถูกเขาฆ่าตายไป
หมดแล้ว
ถึงจะดูเหงาโดดเดี่ยวเกินไปสักหน่อย แต่มันก็สมควรแล้วล่ะ
…………
“เฮ้! ราชาวูดู ข้าขอถามอะไรหน่อยสิ หอคอยสกัดกลั่นมารแห่งนี้มี
ทั้งหมดกี่ชั้น?”
อู๋ชิงเย่กระพริบดวงตาคู่โตที่ดูชาญฉลาด แล้วเอ่ยถามออกมา
“ฮ่าๆๆ เด็กน้อย ราชาวูดูจะบอกเจ้าว่าที่นี่มีทั้งหมด 18 ชั้นได้
ยังไง? ราชาวูดูเป็นคนพูดจาด้วยความรอบคอบจะตายไป!”
แบบนี้เรียกว่าพูดจาด้วยความรอบคอบเหรอ……….
“แล้วจะขึ้นไปชั้นบนได้ยังไงล่ะ?”
“เจ้าเด็กคนนี้จะต้องมีปัญหาแน่นอน ข้าจะไปบอกเจ้าได้ยังไง ว่า
ขอเพียงแค่ฆ่าข้าให้ตาย เส้นทางที่จะขึ้นไปยังชั้นบนก็จะปรากฏ
ออกมา”
“โอ้ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง………”
ฉินเฉาและอู๋ชิงเย่ต่างหันมามองหน้ากัน
ราชาวูดูหน้าเปลี่ยนสีไปอีกครั้ง
“พวกเจ้าสองคนหลอกลวงกันชัดๆ ถึงกับทำให้ข้าหลุดปากพูด
ออกมาได้!”
“พวกข้าไม่ได้ทำอะไรเลย เป็นเจ้าที่สารภาพออกมาเองทั้งนั้น เจ้า
ช่างซื่อสัตย์จริงๆ เป็นอสูรที่ดีมาก”
อู๋ชิงเย่ฉีกยิ้มกว้าง
“บัดซบ! เป็นแค่เด็กน้อยจากลานแยก แต่ยังกล้าอวดดีมากขนาดนี้
คอยดูเถอะว่าข้าจะฆ่าพวกเจ้าได้ยังไง!”
ราชาวูดูโกรธแค้นมาก เมื่อเขาถูกรังแกอย่างเห็นได้ชัด
เขายื่นมือขวาออกไปข้างหน้าในทันที พร้อมทั้งปลดปล่อยงูพิษสี
ม่วงห้าตัวออกมาจากนิ้วมือทั้งห้า ให้พุ่งเข้าไปโจมตีใส่ฉินเฉาและอู๋ชิง
เย่
งูพิษทั้งห้าตัวเหล่านี้เติบโตขึ้นกลางอากาศ เพียงแค่ชั่ว
พริบตาเดียวพวกมันก็กลายเป็นงูยักษ์ห้าตัว ที่แยกเขี้ยวและพุ่งเข้ามา
อยู่ตรงหน้าทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยให้งูวิญญาณของข้ากลืนกินพวกเจ้าเข้าไปเสียเถอะ ได้ตาย
อยู่ในเงื้อมมือของข้าก็นับว่าเป็นเกียรติของพวกเจ้าแล้ว! ฮ่าๆๆๆ!”
ราชาวูดูลั่นเสียงหัวเราะออกมาด้วยความตื่นเต้น
แต่ในขณะนั้นเอง ลำแสงอันเย็นเยือกกลับระเบิดขึ้นมาอย่าง
ฉับพลัน จู่ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดที่มือข้างขวา
เขาเห็นงูวิญญาณทั้งห้าตัวถูกมีดเล่มดำตัดหัว ให้กลิ้งหล่นลงไปบน
พื้นดิน
“ข้าไม่ชอบงูเลย………..”
อู๋ชิงเย่วางมีดเล่มดำที่ก่อตัวขึ้นมาจากจิตสังหารของเธอลง พลาง
กล่าวออกมาว่า “ถึงของแบบนี้จะอร่อยมากเมื่อทำเป็นซุปงู และเป็น
สัตว์เลี้ยงได้ก็เถอะ”
“หยา! เจ้าเด็กเวร เจ้าถึงกับตัดหัวงูวิญญาณของข้าได้เชียวเหรอ!”
ชาราวูดูทั้งโกรธทั้งตกใจ นักพรตตัวน้อยจากลานแยกจะมีพลังมา
ตัดหัวงูวิญญาณของเขาได้ยังไง?
“งั้นฉันจะช่วยจัดการมันให้เธอเอง”
ฉินเฉากล่าวออกมา ก่อนที่ร่างของเขาจะไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
ราชาวูดูอย่างฉับพลัน
ราชาวูดูหน้าเปลี่ยนสีไปครั้งใหญ่ ทำไมเจ้านี่ถึงได้รวดเร็วมาก
ขนาดนี้? แม้แต่เขาก็ยังมองไม่เห็นเลยด้วยซ˺าว่าอีกฝ่ายเข้ามาตอนไหน
ในขณะเดียวกัน ฉินเฉาได้ยกมือซ้ายขึ้นมาวางไว้ที่หน้าอกของ
ราชาวูดู
“ฮ่าๆๆ! ร่างกายของข้าเต็มไปด้วยพิษร้ายแรง มาโจมตีข้าเลยสิ!
เจ้าจะได้ติดพิษจนตายยังไงล่ะ! ฮ่าๆๆ!”
เจ้าหมอนี่พูดกับตัวเองอีกแล้ว
แต่ฉินเฉาที่ได้ยินแบบนั้นกลับไม่สนใจ เขายังคงใช้มือซ้ายโจมตีไป
ที่หน้าอกของราชาวูดู
ตู้ม!
เพลิงสีขาวโพลน พุ่งออกมาจากแผ่นหลังของราชาวูดูในทันที
ทันใดนั้นเองรูม่านตาของเขาก็หดตัวแน่น และจ้องมองนักพรตตัว
น้อยที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ปะ…….เป็นไปได้ยังไง………..”
ด้วยพลังของฝ่ามือเก้าเร้นลับ ควบคู่ไปกับพลังในขั้นเซียนฟ้า
ระดับสุดท้ายของฉินเฉา เมื่อโจมตีหัวใจของราชาวูดูเข้าอย่างจัง
อวัยวะภายในทั้งหมดของอีกฝ่ายจึงถูกแผดเผาเสียจนเกลี้ยง
แต่บนมือซ้ายของฉินเฉาก็ถูกแก๊สพิษสีม่วงห่อหุ้มเอาไว้ด้วย
เช่นกัน เขาเพียงแค่โบกมือข้างนั้นไปมา
เมื่อมีวิชาพระสูตรหัวใจเพชรชั้นที่สี่คอยปกป้องร่างกาย แก๊สพิษ
แค่นี้จะนับว่าเป็นอะไรไปได้?
ถึงแม้ว่าราชาวูดูตนนี้จะมีพลังอยู่ในขั้นเซียนปฐพีระดับสุดท้าย
แต่ก็ยังอยู่ห่างชั้นกันอีกไกลเมื่อเทียบกับขั้นเซียนฟ้าระดับสุดท้าย
นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เขามีรากฐานของพลังเทพ
การต่อสู้กับราชาวูดูจึงไม่แตกต่างอะไรไปจากการรังแกอีกฝ่าย
“อั่ก!”
ราชาวูดูกระอักเลือดออกมา ฉินเฉารีบเบี่ยงตัวหลบในทันที
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เกรงกลัวพิษ แต่การถูกกระอักเลือดใส่หน้าก็
ย่อมทำให้อารมณ์เสียได้อย่างแน่นอน
“พวกเจ้า………พวกเจ้าเป็นใครกันแน่…………”
ราชาวูดูต้องการที่จะฆ่าคน แต่เขาไม่คิดเลยว่าคนที่กำลังจะตาย
จะกลับกลายเป็นเขาแทน
เขารู้สึกว่าอวัยวะภายในของเขากำลังถูกแผดเผา แม้แต่วิญญาณก็
ยังถูกเผาไปด้วย
หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป เขาจะต้องตายแน่
“ขะ ข้ายังไม่อยากตาย………..ช่วยข้าด้วย……….”
ราชาวูดูยื่นมือข้างหนึ่งไปคว้าตัวฉินเฉา
“ฉันก็ไม่ได้อยากจะฆ่านาย แต่นายเป็นคนร้องขอมันเอง”
ฉินเฉายักไหล่ “ถ้าไม่ใช่เพราะว่านายมีจิตใจอาฆาตแค้นต่อพวก
เรา พวกเราก็คงจะคิดหาวิธีอื่นเพื่อขึ้นไปยังชั้นที่ 12 แทนแล้ว”
เขาจ้องมองราชาวูดู แล้วกล่าวออกมาว่า “แต่น่าเสียดายที่นายดัน
มีแผนร้ายอยู่ในใจ นี่คือผลกรรมของนายยังไงล่ะ ถ้ามีชาติหน้าก็มุ่งมั่น
ที่จะเป็นอสูรที่ดีให้ได้นะ”
ชาติหน้าเรอะ……..จะไปมีชาติหน้าอีกได้ยังไง………
ราชาวูดูน˺าตานองหน้า
วิญญาณของเขาถูกแผดเผาไปแล้ว เขาจะต้องสูญเสียดวง
วิญญาณไปอย่างแน่นอน
กลับชาติมาเกิดเนี่ย……….
ล้อเล่นกันอยู่ใช่ไหม!
“ข้า……….ถึงข้าจะตายไป………..ข้าก็จะลากพวกเจ้าลงไปด้วย
………..”
ในเวลานี้ สีหน้าของราชาวูดูได้แปรเปลี่ยนเป็นความโหดเหี้ยมไป
ในทันที
ลำแสงสีม่วงปะทุออกมาจากร่างกายของเขา จากนั้นมังกรพิษ
ขนาดมหึมาเก้าตัวก็ฉีกผิวหนังของเขาออกมา
ร่างของมังกรพิษเหล่านี้ประกอบไปด้วยพิษทั้งหมด มันน่า
สะพรึงกลัวมากจริงๆ
ราชาวูดูเค้นพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อสร้างมังกรพิษเหล่านี้ขึ้นมา พวก
มันร้องคำรามเสียงดังลั่น และพุ่งทะยานเข้าใส่ฉินเฉา
“ระวังตัวด้วยนะ! มังกรพิษพวกนี้มีพิษร้ายแรงมาก!”
อู๋ชิงเย่กล่าวออกมา ก่อนที่จะขว้างมีดจิตสังหารเล่มหนึ่งเข้าใส่ร่าง
ของมังกรพิษ
แต่ทันใดนั้นเอง เมื่อมีดที่ควบแน่นด้วยจิตสังหารพุ่งเข้าใส่มังกร
พิษ มันก็กลายเป็นของเหลวสีดำ ไหลหยดลงมาบนพื้นทันที
แม่เจ้า ความร้ายกาจของพิษนี้ไม่ธรรมดาเลย!
แม้กระทั่งจิตสังหารของอู๋ชิงเย่ก็ยังสามารถกัดกร่อนได้………….
นี่มันพิษบ้าอะไร? วิชาพระสูตรหัวใจเพชรของเขาจะสามารถ
ป้องกันมันได้ไหม?
ฉินเฉาเริ่มนึกสงสัยขึ้นมา แต่ทว่าเขาไม่อยากทดลองมันด้วย
ตัวเอง ดังนั้นเขาจึงโบกมือ เรียกง้าวสายฟ้าให้ปรากฏขึ้นมาในมือ
“ไปเลย!”
เขาขว้างง้าวสายฟ้าเข้าใส่ศีรษะของมังกรพิษตัวหนึ่ง
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
ง้าวสายฟ้าพุ่งตกลงไปบนศีรษะของมังกรพิษ
แต่ทันใดนั้นเอง ง้าวสายฟ้ากลับแปรสภาพกลายเป็นของเหลวสี
น˺าเงิน ที่ค่อยๆ ละลายไปอย่างช้าๆ
“เชี่ย มีอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า? มันกัดกร่อนได้แม้กระทั่ง
สายฟ้าเชียวเหรอ!”
“หึๆ …….ชีวิต ชีวิตของข้าคือเก้ามังกร มะ แม้แต่สวรรค์เก้าชั้นฟ้า
………..ข้าก็สามารถกัดกร่อนได้………..พะ พวกเจ้าจะต้อง………..ตาย
เท่านั้น………..”
ราชาวูดูกล่าวประโยคสุดท้ายออกมา ก่อนที่จะสิ้นชีวิตไป
“แม่งเอ๊ย จะตายอยู่แล้วก็ยังมาทิ้งปัญหาใหญ่เอาไว้ให้พวกเราอีก
………..”
ฉินเฉารู้สึกหดหู่ขึ้นมา
“จะทำยังไงดีล่ะ? ฉินเฉา เจ้ามีวิธีรับมือกับมันบ้างไหม?”
อู๋ชิงเย่รู้สึกกังวลใจมาก เมื่อจิตสังหารของเธอถูกหลอมละลายเป็น
ครั้งที่สอง
“แน่นอนอยู่แล้ว สามีของเธอเป็นใคร? คอยดูฉันให้ดีๆ ล่ะ”
ฉินเฉากล่าวออกมา ก่อนที่เขาจะงอเข่าลง ปล่อยลมหายใจให้จม
ลงเข้าสู่จุดตันเถียน และจ้องมองไปยังมังกรพิษทั้งเก้าตัวที่กำลังร้อง
คำราม
“หลิงเอ๋อ ฮวาหรุ่ย………..ให้ฉันยืมพลังที!”
ฉินเฉาอ้าปากออกมา แล้วเปล่งเสียงคำรามใส่มังกรพิษทั้งเก้าตัว
“จงสลาย!”
พลังแห่งเสียงมังกรคำรามพลันแผลงฤทธิ์
ลำแสงสีฟ้าแผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมังกรพิษทั้งเก้าตัว
ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้รับผลกระทบจากพลังนี้ หมอกพิษที่แพร่กระจาย
ออกมาก็พลันระเบิด
ป่าทึบขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังนั้นไม่เหลือชิ้นดีเพราะผลกระทบ
จากเสียงมังกรคำราม
หุบเหวลึกปรากฏขึ้นมาบนพื้นดิน ราวกับว่ามีมังกรขนาดใหญ่บุก
ตะลุยเข้าไปในป่าทึบของชั้นที่ 11
อู๋ชิงเย่จ้องมองฉินเฉาด้วยความตกตะลึง เธอไม่คาดคิดเลยว่าเสียง
คำรามของฉินเฉาจะมีพลังมากมายถึงเพียงนี้
หุบเหวที่ปรากฏอยู่บนพื้นมีความลึก 7 – 8 เมตร ซ˺ายังกว้างกว่า 5
– 6 เมตรอีกด้วย………….
ไม่รู้ว่ามันทอดยาวไปถึงไหน เธอมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของมันเลย
“เรียบร้อยแล้ว!”
หลังจากที่ฉินเฉาทำงานเสร็จเรียบร้อย เขาก็หันมาชูสองนิ้วให้อู๋ชิง
เย่
แต่ทันใดนั้นเอง สีหน้าของทั้งสองคนก็พลันเปลี่ยนไปอย่าง
กะทันหัน
เพราะกลิ่นอายที่คุ้นเคยได้ลงมาเยือนในชั้นที่ 11 แห่งนี้แล้ว
เป็นเขา………
คนที่สามารถก้าวจากชั้นหนึ่งลงมาสู่อีกชั้นหนึ่งได้………..
นอกจากเขาก็ไม่มีใครอื่นอีกแล้ว………….
“มีพลังระดับนี้อยู่ในหอคอย……..เจ้าเป็นใครกันแน่………”
น˺าเสียงอันมืดมนเศร้าหมองดังก้องขึ้นมาอย่างช้าๆ
ในขณะเดียวกัน ร่างกายสูงใหญ่กำยำก็พุ่งลงมาปรากฏตัวอยู่
ตรงหน้าฉินเฉาและอู๋ชิงเย่
ตู้ม! พื้นดินสั่นสะเทือนในทันที
หลุมลึกปรากฏอยู่ที่ใต้ฝ่าเท้าของร่างนั้น
พลังในระดับนี้……….นอกจากหนานกงเหลียง ก็ไม่พบเจอใครใน
สำนักเฟิงสุ่ยเป็นคนที่สองอีกแล้ว………..