มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1968 : ความทะเยอทะยานของจักรพรรดิแห่งสัตว์
“งั้นข้าจะบอกให้เจ้ารู้เองว่าพลังของโจโฉน่ากลัวเพียงใด!”
จักรพรรดิแห่งสัตว์ยกอุ้งมือขึ้นมารวบรวมแสงสีทอง
“จงตายอยู่ในเงื้อมมือของข้า เจ้าจะได้รู้ว่าระหว่างเจ้ากับโจโฉนั้น
แตกต่างกันมากขนาดไหน!”
เมื่อพูดจบ ร่างของเขาก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตาฉินเฉา
และทันใดนั้นเอง ฉินเฉาก็รู้สึกถึงสายลมวูบหนึ่งที่พัดผ่านแผ่นหลัง
จักรพรรดิแห่งสัตว์อยู่ข้างหลังเขาแล้วงั้นเหรอ!
คิดที่จะลอบโจมตีเขา มันไม่ง่ายนักหรอก
ฉินเฉาไม่ได้หันกลับไป แต่กระแทกศอกไปทางด้านหลัง
ตู้ม!
อุ้งมือของจักรพรรดิแห่งสัตว์ที่ควบแน่นแสงสีทองนั้นโจมตีไม่โดน
ฉินเฉา ซ˺ายังถูกศอกของฉินเฉากระแทกกลับไป จนเขาเกือบจะล้มลง
บนพื้น
เป็นพลังที่น่าทึ่งอะไรอย่างนี้!
ดวงตาของจักรพรรดิแห่งสัตว์พลันเปล่งแสงวาวโรจน์
กระแสไฟฟ้าสีทองบนร่างกายของเขาพลันกระพริบ จากนั้นเขาก็
เร่งความเร็วขึ้น และปลดปล่อยการโจมตีใส่ฉินเฉาอีกครั้ง
ฝ่ายฉินเฉายังคงสวมเกราะเก้ามังกรและต่อสู้กับจักรพรรดิแห่ง
สัตว์
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ไอพลังอันรุนแรงปะทุออกมาอย่างต่อเนื่อง
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยหลุม
ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างถูกไอพลังเหล่านั้นพัดออกไป ไม่มีใครเข้า
ใกล้พวกเขาได้เลยแม้แต่ครึ่งก้าว
“มีฝีมือไม่เลวเลยนี่!”
จักรพรรดิแห่งสัตว์ต่อสู้กับฉินเฉา ในระหว่างนั้นก็กล่าวเย้ยอย่าง
อดไม่ได้
“ไม่แปลกใจเลยที่เจ้ากล้าเรียกตัวเองว่าผู้บัญชาการสูงสุดแห่ง
เทือกเขาทรายเหลือง”
“หากไม่มีเพชรก็อย่าใช้ชีวิตอย่างเครื่องลายคราม แต่แก
จักรพรรดิแห่งสัตว์ มีพลังมากถึงขนาดนี้ แต่กลับเป็นหมารับใช้ให้กับ
พิภพหลิง ช่างน่าเสียดายจริงๆ”
ฉินเฉากล่าวเยาะเย้ยกลับไป
ใครบ้างที่เยาะเย้ยไม่ได้? บิดาเชี่ยวชาญเรื่องนี้ที่สุด
“หึๆ หึๆๆ หึๆๆๆ …………”
“เจ้าหัวเราะเยาะข้างั้นเหรอ? มดอย่างเจ้าจะเข้าใจความ
ทะเยอทะยานของข้าได้ยังไง!”
จักรพรรดิแห่งสัตว์กล่าวเหยียดหยาม “ถ้าการยอมจำนน
เพียงชั่วคราว แลกมาด้วยความเจริญรุ่งเรืองของเผ่าพันธุ์บิสเตอร์ของ
พวกข้า ทำไมข้าถึงจะทำไม่ได้!”
“แกคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ที่อดทนพยายามเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย
เหรอ?”
ฉินเฉาแค่นเสียงกล่าวออกมา ดวงตาจ้องมองไปยังจักรพรรดิแห่ง
สัตว์ ในระหว่างการต่อสู้ก็ยังไม่ลืมชูนิ้วกลางใส่อีกฝ่าย
“แกไม่เห็นชีวิตของเผ่าพันธุ์อื่นอยู่ในสายตา พวกเขาไม่ต่างอะไร
ไปจากหมูจากหมาเวลาอยู่กับแก ถึงแกจะเอาชนะพิภพหลิงและ
ปลดปล่อยชาวบิสเตอร์ให้เป็นอิสระได้ แต่คนในเผ่าพันธุ์อื่นก็จะถูก
พวกแกเข่นฆ่าและกดขี่ให้กลายเป็นทาสเหมือนกัน คนอย่างแกไม่ใช่
จักรพรรดิของเผ่าพันธุ์บิสเตอร์หรอก แกเป็นได้แค่เพชฌฆาตเท่านั้น!”
“ข้าคือจักรพรรดิสูงสุดแห่งเผ่าพันธุ์บิสเตอร์!”
เมื่อจักรพรรดิแห่งสัตว์ ซากาที่สาม ได้ยินแบบนั้น เขาก็พลันเดือด
ดาลและรู้สึกว่าศักดิ์ศรีของตัวเองกำลังถูกอีกฝ่ายท้าทาย
“ข้าคือจักรพรรดิอย่างไร้ข้อกังขา! ข้าคือผู้ที่ได้รับการอวยพรจาก
เทพแห่งสัตว์!”
สิ้นเสียง กระแสไฟฟ้าบนร่างกายก็พลันเปล่งแสงรุนแรงขึ้น ไอ
พลังของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ทั้งความเร็วและพละกำลังก็เพิ่มขึ้น
เป็นสองเท่าเช่นกัน เขาเหวี่ยงหมัดที่มีแสงสีทองพันอยู่รอบด้านเข้าใส่
ฉินเฉาทันที
“ขอโทษที ฉันไม่เคยเห็นแกเป็นจักรพรรดิ”
ฉินเฉาย่อตัวลงในท่านั่งม้า พลังของคชสารปีศาจเก้าเร้นลับพลัน
แผลงฤทธิ์
ถุงมือสีขาวสวมอยู่บนกำปั้นของเขา พลังอันยิ่งใหญ่ไล่ขึ้นมาตั้งแต่
ฝ่าเท้า มาบรรจบรวมกันอยู่บนกำปั้น
“ดูปลอกคอที่อยู่บนคอแกซะสิ!”
ฉินเฉากล่าวเยาะเย้ย ในขณะที่เหวี่ยงหมัดเข้าใส่อีกฝ่าย
“แกเป็นแค่ทาสชั้นต˹าเท่านั้น!”
“หุบปากไปซะ!”
จักรพรรดิแห่งสัตว์คำรามลั่น
กำปั้นของทั้งคู่ปะทะเข้าหากัน
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ไอพลังแผ่ออกมาอย่างรุนแรง
กระแสไฟฟ้าสีทองและไอพลังสีขาวหมุนวนอยู่รอบตัวทั้งสองคน
อย่างต่อเนื่อง
พื้นดินรอบๆ ที่อยู่ในรัศมี 300 เมตรพลันยุบตัวลง
ไอพลังเหล่านี้ก่อตัวขึ้นเป็นพายุที่ถาโถมเข้าใส่สนามรบ
“พลังของแกมันไม่เท่าไหร่หรอก”
ฉินเฉายืนอยู่ตรงนั้น เท้าของเขาไม่ขยับแม้เพียงก้าว เขายื่นหมัด
ออกไปในขณะที่กล่าวขึ้นมา
“เป็นแบบนี้ ยังคิดที่จะทำให้เผ่าพันธุ์บิสเตอร์เจริญรุ่งเรืองขึ้นมา
อีกเหรอ? เป็นแบบนี้ ยังกล้าเรียกตัวเองว่าจักรพรรดิอีกเหรอ? ตลก
จริงๆ”
จักรพรรดิแห่งสัตว์เปล่งเสียงคำรามออกมา
หัวใจของเขากำลังสั่นสะท้าน
เพราะแขนของเขาเริ่มรู้สึกชา
พลังของฉินเฉาทำให้เขาตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
ทำไมชายจากเทือกเขาทรายเหลืองคนนี้ ถึงมีพลังมหาศาลขนาด
นี้!
แต่ว่าเขาคือจักรพรรดิแห่งสัตว์! จักรพรรดิแห่งสัตว์ผู้สูงส่งที่สุด!
เขาได้รับพรจากเทพแห่งสัตว์ ทำให้เกิดมามีเชื้อสายขุนนางและมี
พลังอันแข็งแกร่ง
สภาวะคลั่งระดับ 5 อีกทั้งยังมีร่างเบม่อน สิ่งเหล่านี้คือข้อ
ได้เปรียบของเขา
แต่ว่าทำไมผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าถึงได้มีพลังเหนือกว่าเขา!
ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้!!
ศักดิ์ศรีของจักรพรรดิไม่ควรถูกท้าทาย!
“โฮกกกกกก!”
จักรพรรดิแห่งสัตว์ร้องคำรามใส่ฉินเฉาทันที
คลื่นพลังขนาดมหึมาระเบิดออกมาโจมตีใส่ฉินเฉา
การโจมตีนี้กะทันหันเกินไป ฉินเฉาจำเป็นต้องถอยหลังไปสองก้าว
แล้วโบกมือขับไล่คลื่นพลังนั้น
เสียงคำรามเมื่อสักครู่นี้ คล้ายกับเสียงมังกรคำรามของเขา แต่พลัง
และผลของมันน่ากลัวกว่ากันมาก
“ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงคืออะไร!”
หลังจากที่จักรพรรดิแห่งสัตว์บังคับให้ฉินเฉาล่าถอยออกไปได้ เขา
ก็ยืนนิ่งงัน และยกมือขึ้นเล็งไปบนท้องฟ้า แล้วเปล่งเสียงคำรามออกมา
อีกครั้ง
“ข้าคือโอรสสวรรค์ของเผ่าพันธุ์บิสเตอร์ ท่านเทพแห่งสัตว์ผู้
ยิ่งใหญ่ โปรดมอบพลังอันยิ่งใหญ่ให้แก้ผู้ส่งสารของท่าน!”
หลังจากที่คำรามออกมา แสงสีทองก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าอย่าง
ฉับพลัน แสงนั้นตรงเข้าสู่ร่างกายของจักรพรรดิแห่งสัตว์ ทำเอาฉินเฉา
จ้องมองด้วยความตะลึงงัน
เชี่ย นี่คือ ‘คนเสแสร้งจะโดนฟ้าผ่า’ ในตำนานใช่ไหม?
โอ้ ต่อไปหมอนี่จะกลายเป็นแบบอย่างของเขา!
จักรพรรดิแห่งสัตว์ผู้น่ารัก แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าตัวทดลอง!
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ได้ดีอย่างที่ฉินเฉา
จินตนาการเอาไว้
ในเวลานี้ สายฟ้าสีทองค่อยๆ สลายหายไป
กระแสไฟฟ้าสีทองแผ่กระจายออกไปตามพื้นดิน
แต่ที่จุดศูนย์กลางของกระแสไฟฟ้าเหล่านั้น มีชายคนหนึ่งกำลัง
ยืนนิ่งงันอยู่
จากจักรพรรดิแห่งสัตว์ที่สูง 3 เมตรก่อนหน้านี้ ก็กลายเป็น 2 เมตร
อีกครั้ง
ร่างกายของเขาดูเลือนราง ชุดเกราะแสงสีทองพลันปรากฏขึ้นมา
มือซ้ายถือขวานสีทอง มือขวาถือค้อนสงคราม
เขาช่างดูทระนงองอาจ เสื้อคลุมสีทองอันสง่างามปรากฏขึ้นมา
ด้านหลัง ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง
กลิ่นอายของทวยเทพหลั่งไหลออกมารอบด้าน
“เทพแห่งสัตว์ประทับร่าง”
จักรพรรดิแห่งสัตว์ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย ลำแสงสีทองที่มีพลัง
ทำลายพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา ทำให้ฉินเฉาไม่สามารถมองตรงๆ
ได้
เป็นพลังที่แข็งแกร่งอะไรอย่างนี้
เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว พลังของจักรพรรดิแห่งสัตว์ก็เข้าสู่ขั้น
เซียนศักดิ์สิทธิ์ระดับสุดท้ายเสียแล้ว
ที่แท้นี่ก็คือที่พึ่งของหมอนั่นสินะ?
“ตอนนี้ข้ามีพลังของเทพเจ้าแล้ว เจ้าไม่ควรค่าพอให้พูดถึงอีก
ต่อไป”
เมื่อพูดจบ เขาก็ยกนิ้วขึ้นมา
ทันใดนั้นเอง ค้อนยักษ์สีทองก็กระแทกเข้าใส่หน้าอกของฉินเฉา
มันโจมตีร่างของเขาให้ลอยขึ้นไปบนอากาศ และตกลงมาบนพื้นดินที่
ไกลออกไปหลายร้อยเมตรทันที
“มด เจ้าคือมดที่ไม่ควรค่าพอให้พูดถึง”
จักรพรรดิแห่งสัตว์กล่าวเย้ยหยัน
แต่ในเวลานี้ ฉินเฉาที่ควรจะหมดสติไปกลับลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
พร้อมทั้งปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า แล้วเบ้ปากพูดออกมา
“น้องสาวแกเถอะ แกทำเสื้อผ้าของฉันสกปรกไปหมดแล้ว กลับไป
ฉันต้องโดนซูจีบ่นแน่ๆ!”
“เจ้าไม่เป็นอะไรเลยเรอะ!”
จักรพรรดิแห่งสัตว์ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง “เจ้าจะหนังเหนียว
เกินไปแล้ว!”
“เอาล่ะ เอาล่ะ หมดเวลาอุ่นเครื่องกันแล้ว”
ฉินเฉายืดตัวขึ้นเพื่อขยับกล้ามเนื้อ เสียงข้อต่อในร่างกายเสียดสี
กันดังลั่น
“อุ่นเครื่อง…………”
จักรพรรดิแห่งสัตว์รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง
หลังจากที่เทพแห่งสัตว์ประทับร่าง มันทำให้เขารู้สึกสดชื่นเป็น
อย่างมาก
ราวกับว่าดาวเคราะห์อันกว้างใหญ่ทั้งดวงตกอยู่ในกำมือของเขา
ในตอนนี้ จักรพรรดิแห่งสัตว์มีความมั่นใจที่จะไปท้าทายโจโฉแล้ว!
“เป็นแค่มดตัวกระจ้อย แต่ยังคิดต่อต้านเทพเจ้างั้นเหรอ?”
จักรพรรดิแห่งสัตว์หัวเราะเยาะออกมา
“อย่ามั่นใจเกินไป ความมั่นใจที่มากเกินไปจะกลายเป็นความอวด
ดี”
ฉินเฉากล่าว ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งแสงสีแดง
“จิตมารผสานร่าง…………”
แสงสีแดงหลั่งไหลออกมาจากดวงตาของฉินเฉา และผลักดันเขา
ให้เข้าสู่สถานะที่แข็งแกร่งที่สุด
“นายท่าน ให้พวกข้าช่วยกันสั่งสอนเจ้าคนอวดดีนั่นเถอะค่ะ!”
เสียงของพวกมังกรสาวหลีหยินดังขึ้นมา
พลังของเกราะเก้ามังกรได้เข้าสู่สภาวะขั้นสมบูรณ์โดยตรง
ฉินเฉาใช้พลังของหลิงเอ๋อเป็นแกนนำ เขาต้องการใช้พลังทำลาย
ล้างที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อสังหารจักรพรรดิแห่งสัตว์
เกราะเก้ามังกรสีแดงปรากฏอยู่บนร่างกายของฉินเฉาอย่างสง่า
งาม
“ไม่ว่ามดจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถก้าวตามรอยเท้าของ
เทพเจ้าได้!”
จักรพรรดิแห่งสัตว์กล่าวเย้ยด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งโบกมือวูบหนึ่ง
ทันใดนั้นค้อนสีทองก็พุ่งทะยานเข้าหาฉินเฉา
ค้อนเหล่านี้สร้างขึ้นมาจากพลังของเบม่อนคลั่ง แต่ละอันมีพลัง
ทำลายล้างที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
แต่ทว่าฉินเฉาก็สามารถปัดค้อนเหล่านี้ด้วยมือขวาได้อย่างง่ายดาย
จักรพรรดิแห่งสัตว์ตื่นตระหนกทันที
เป็นไปได้ยังไง!
ตอนนี้เขามีพลังเทียบเท่ากับเทพเจ้า!
อีกฝ่ายจะต่อกรกับเทพเจ้าได้ยังไง!
นี่มัน……….คือเรื่องตลกอะไรกันแน่!
และยิ่งไปกว่านั้น ใช้เพียงแค่มือขวาก็สามารถปัดพลังเบม่อนคลั่ง
ของเขาได้แล้วเนี่ยนะ!
หรือว่า……..อีกฝ่ายก็มีพลังเท่ากับเทพเจ้าเหมือนกัน?
แต่มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง!
เขาคือจักรพรรดิแห่งสัตว์ เขาได้รับพรจากเทพแห่งสัตว์ถึงได้รับ
พลังนี้มา
แต่เจ้านั่นเป็นใคร? คนนอกดินแดนจะมีพลังเทียบเท่ากับเขาได้
ยังไง!
จักรพรรดิแห่งสัตว์ไม่รู้ว่า ฉินเฉาในตอนนี้มีพลังแข็งแกร่งยิ่งกว่า
เทพเจ้า!
เขาอยู่ในขั้นเซียนศักดิ์สิทธิ์ระดับสุดท้าย แต่ว่าในตอนนี้ พลังของ
ฉินเฉาอยู่ในขั้นเซียนซุนระดับแรก
แต่ฉินเฉาก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เพราะเขารู้ว่าพลังของเทพ
แห่งสัตว์ไม่น่าจะจัดการได้ง่ายๆ
พลังของทั้งคู่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก บางทีอาจจะเท่ากันด้วยซ˺า
ไป
เมื่อก่อนฉินเฉามักจะกระโดดไปฆ่าศัตรูที่มีพลังมากกว่าตลอด
ดังนั้นเขาจึงเข้าใจเรื่องนี้
“จักรพรรดิแห่งสัตว์ ละทิ้งความทะเยอทะยานที่ไม่มีอยู่จริงในใจ
ของแกไปดีกว่า”
ฉินเฉากล่าวออกมา “แกเป็นแค่สัตว์ร้ายที่ต้องการจะเอาชนะและ
เข่นฆ่าคนอื่นเท่านั้น หลังจากที่โค่นล้มพันธมิตรพิภพหลิงลงได้ ฉันก็ไม่
มีทางปล่อยแกไปอยู่ดี ดังนั้นสงครามในครั้งนี้ ฉันจะปล่อยให้กองทัพ
ทาสของแกเป็นฝ่ายชนะไม่ได้ และเทือกเขาทรายเหลืองของพวกเราก็
แพ้ไม่ได้เหมือนกัน”
“พวกเราทุกคนต่างต่อสู้เพื่อตัวเอง”
จักรพรรดิแห่งสัตว์กล่าวเย้ยหยัน และกำหมัดแน่น “เจ้าทำเพื่อ
ดาวของเจ้า ข้าทำเพื่อเผ่าพันธุ์บิสเตอร์ของข้า สงครามครั้งนี้ ข้าจะ
ต่อสู้ด้วยทุกวิถีทางอย่างไม่ลังเล ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่านักรบเผ่าบิสเตอร์ที่
แท้จริงเป็นยังไง!”
สิ้นเสียง กระแสไฟฟ้าสีทองปะทุออกมาอีกครั้งและแผ่กระจาย
ออกไปรอบตัวเขาอย่างต่อเนื่อง
กลิ่นอายของเทพเจ้าก็หลั่งไหลออกมาอีกครั้งเช่นกัน คนรอบข้าง
พลันรู้สึกเทิดทูนศรัทธาและอยากจะคุกเข่าให้กับจักรพรรดิแห่งสัตว์
แต่ฉินเฉายังคงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว
เทพเจ้าอะไรนั่น เขาเคยเห็นมานักต่อนักแล้ว
ในเมื่อหมอนั่นยังไม่อยากตื่นขึ้นมา งั้นเขาก็จะใช้หมัดต่อยให้หมอ
นั่นตื่นขึ้นมาเอง!