มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 1985 : นายท่านของข้า
โกวหมาง คือเทพแห่งฤดูใบไม้ผลิ มีหน้าที่ในการดูแลการ
เจริญเติบโตของพืชพรรณ ภาพแรกที่เห็นคือหน้าเป็นคน ตัวเป็นนก
เหยียบอยู่บนมังกรโบราณสองตัว
นี่คือสิ่งที่หนีฉางบอกเขา มังกรที่เป็นพาหนะของโกวหมางในอดีต
ก็คือเผ่ามังกรไม้โบราณของพวกเธอ
โกวหมางน่าจะมีพลังอยู่ในขั้นผู้ยิ่งใหญ่เซียนฟ้า ซึ่งเป็นระดับพลัง
ที่พบเห็นกันได้มากที่สุดในสวรรค์เบื้องบน
ฉินเฉาคิดในใจ แม้แต่ระดับพลังที่พบเห็นได้มากที่สุดในหมู่เซียนก็
ยังเป็นขั้นผู้ยิ่งใหญ่เซียนฟ้า เห็นได้ชัดเจนว่าขุมพลังอำนาจของสวรรค์
เบื้องบนนั้นแข็งแกร่งมาก
มิน่าล่ะถึงได้กล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับสวรรค์
ภายใต้การนำทางขององครักษ์เฝ้าประตู โกวหมางมุ่งหน้าเข้าสู่
ตำหนักหลิงเซียวอย่างช้าๆ
โกวหมางผู้นี้แต่งกายด้วยอาภรณ์สีเหลืองเขียว ประดับประดาไป
ด้วยใบไม้สีเขียวขจี ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าจะเป็นเทพแห่งฤดูใบไม้ผลิ แต่ฉินเฉากลับรู้สึกว่าใบหน้าของ
ชายคนนี้ดูหยิ่งยโสมาก
“เทพจากสวรรค์เบื้องบน โกวหมาง ได้พบหน้าเซียนจากสวรรค์
ทุกท่านแล้ว”
โกวหมางยืนอยู่ใจกลางตำหนักหลิงเซียว แล้วประสานมือคำนับ
รอบด้าน
“บังอาจ!”
ไท่ไป๋จินซินปัดแส้หางจามรีในมือ แล้วตวาดออกมา “เซียนจาก
สวรรค์เบื้องบนไร้มารยาทเช่นนี้กันหมดเลยเหรอ! อยู่ต่อหน้าจักรพรรดิ
สวรรค์ของพวกข้า แต่ยังกล้าทำตัวหยาบคาย!”
“จักรพรรดิสวรรค์?”
โกวหมางแสยะยิ้มมุมปาก
“จักรพรรดิสวรรค์ที่ไหนกัน? ได้รับการยอมรับจากสวรรค์เบื้องบน
หรือไม่? หากยังไม่ได้รับการยอมรับจากสวรรค์เบื้องบน ก็เป็นได้แค่
จักรพรรดิที่สถาปนาตัวเองขึ้นมาเท่านั้น ข้า โกวหมางไม่อาจคำนับได้”
“จักรพรรดิสวรรค์จะขึ้นครองบัลลังก์บนสวรรค์ ต้องให้สวรรค์
เบื้องบนมายุ่งเกี่ยวตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เอ้อหลางเสินที่อยู่ด้านข้างกระทืบเท้า จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
แผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้างทันที
“โกวหมาง หากเจ้ายังไม่คุกเข่าลงก็อย่าได้ตำหนิว่าข้า หยางเจี้ยน
ไร้ความปรานี!”
เมื่ออยู่ในตำหนักหลิงเซียวแห่งนี้ ผู้ใดที่มาเข้าเฝ้าจักรพรรดิสวรรค์
จิ่วเทียนเซียนเฟยจะต้องคำนับ
ไม่อย่างนั้น เกียรติของจักรพรรดิสวรรค์จะอยู่ที่ไหน? ศักดิ์ศรีของ
สวรรค์จะอยู่ที่ไหน?
“หึๆ เอ้อหลางเสิน ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นเทพสงครามอันดับหนึ่งแห่ง
สวรรค์คนปัจจุบัน แต่ว่าข้า โกวหมาง ไม่เคยเกรงกลัวใคร”
โกวหมางแสยะยิ้มเหยียดหยามใส่อีกฝ่าย “ข้า โกวหมาง เป็น
ตัวแทนของสวรรค์เบื้องบน ถ้าหากว่าเจ้าลงมือทำร้ายข้า นั่นก็เท่ากับ
ว่าสวรรค์และสวรรค์เบื้องบนเริ่มประกาศศึกกันอย่างเป็นทางการ! ผล
ที่ตามมา เจ้าจะต้านทานมันไหวเหรอ?”
“เจ้า……….”
เอ้อหลางเสินกำหมัดแน่น
เขาไม่กล้าลงมือจริงๆ
เขาคือตัวแทนของสวรรค์ ถ้าหากเขาลงมือทำร้ายโกวหมาง
สวรรค์เบื้องบนอาจจะทำสงครามกับสวรรค์จริงๆ ก็ได้ เขาไม่สามารถ
แบกรับความผิดนั้นได้แน่นอน
“ในเมื่อไม่ได้มาเยี่ยมเยียนจักรพรรดิองค์ใหม่ งั้นโกวหมาง
ตัวแทนของสวรรค์เบื้องบนมีธุระอะไรกันแน่?”
จิ่วเทียนเซียนเฟยไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
ตราบใดที่มีฉินเฉาอยู่ที่นี่ จิ่วเทียนเซียนเฟยนั้นรู้สึกว่าไม่มีสิ่งใดน่า
กลัว
“หึๆ ก็มาเพื่อสิ่งที่เรียกว่าจักรพรรดิองค์ใหม่ยังไงล่ะ”
โกวหมางกอดอก กล่าวอย่างเย็นชา
“สวรรค์เบื้องบนของพวกเรานั้นคิดว่า การที่สวรรค์สุ่มเลือกคนให้
ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิสวรรค์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ให้เกียรติกันเกินไป ดังนั้น
สวรรค์เบื้องบนจึงจะส่งคนให้ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิสวรรค์ในภายหลัง”
“อะไรนะ!”
เซียนชาวสวรรค์ทุกคนตกตะลึงกันอย่างถ้วนหน้า
สวรรค์เบื้องบนจะส่งคนให้ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิสวรรค์!
หมายความว่ายังไง!
นี่ไม่ใช่การควบคุมสวรรค์หรอกเหรอ!
คิดว่าบนสวรรค์ไม่มีใครอยู่แล้วหรือไง!
“บังอาจ!”
จิ่วเทียนเซียนเฟยทนไม่ได้ เธอทุบที่เท้าแขนหยกทองคำ แล้ว
ตะโกนก้องออกมา
“โกวหมาง สวรรค์เบื้องบนของพวกเจ้าไม่เห็นสวรรค์ของพวกเรา
อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย!”
“สวรรค์เบื้องบนอุกอาจเกินไปแล้ว!”
“คิดว่าสวรรค์ของพวกเราไม่มีใครอยู่งั้นเหรอ!”
บรรดาเซียนพากันตะโกนก้องออกมา
“หึๆ”
แม้จะเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของเซียน โกวหมางก็ไม่ขี้
ขลาดตาขาว ซ˺ายังกล่าวเย้ยหยันขึ้นมาอีกครั้ง “ในอดีตสวรรค์เกิด
ความระส˹าระสาย ทั่วทุกแห่งหนเต็มไปด้วยการต่อสู้ของผู้มีอำนาจ
หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสวรรค์เบื้องบน จักรพรรดิสวรรค์ใน
ตอนนั้นจะสามารถรวบรวมขุมพลังของสวรรค์ให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้
ยังไง? แม้จะผ่านมาแล้วสองยุคสมัย แต่โปรดอย่าลืมว่าสวรรค์เป็น
เพียงแค่ขุมพลังกลุ่มย่อยของสวรรค์เบื้องบนเท่านั้น ว่ายังไง? ตอนนี้คิด
ว่าตัวเองปีกกล้าขาแข็ง อยากจะแยกตัวออกไปจากสวรรค์เบื้องบนของ
พวกเรางั้นเหรอ? ขออภัย ข้าเกรงว่าพวกเจ้าคงจะไม่มีปัญญา!”
“โกวหมาง อย่าให้มันมากเกินไปนัก…………”
จิ่วเทียนเซียนเฟยกำหมัดแน่น
“ในดินแดนเซียน ความแข็งแกร่งคือเหตุผลที่หนักแน่นที่สุด”
โกวหมางยังคงพูดออกมา “คิดจะขัดคำสั่งของสวรรค์เบื้องบนงั้น
เหรอ? ได้ แต่ต้องมีปัญญามาต่อสู้กับข้าก่อน”
“โกวหมาง เจ้ากำลังยั่วยุพวกข้าอยู่ใช่ไหม!”
เอ้อหลางเสินกำหอกสามง่ามสองคมในมือตนแน่น แล้วชี้ไปยัง
โกวหมางที่อยู่อีกด้าน
“ฮ่าๆๆ ถ้าข้ากำลังยั่วยุ แล้วยังไง?”
โกวหมางเห็นเอ้อหลางเสินหยิบอาวุธอันโด่งดังขึ้นมาชี้หน้าตัวเอง
สีหน้าของเขากลับไม่มีความขี้ขลาดอยู่เลยแม้แต่น้อย
“ถ้าเก่งนักก็โจมตีข้าเลยสิ ถ้าไม่เกรงกลัวที่จะต้องทำสงครามกับ
สวรรค์เบื้องบนก็มาโจมตีข้า! เข้ามาสิ เข้ามาโจมตีข้าเลย!”
พูดยังไม่ทันขาดคำ กำปั้นสีดำก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าโกวหมาง
ตู้ม!
ร่างของโกวหมางลอยละลิ่วออกไป ทะลุกำแพงของตำหนักหลิง
เซียว แล้วตกลงไปยังทะเลเมฆด้านนอก
“จริงๆ เลย ฉัน ฉินเฉาเติบโตมาจนป่านนี้ เพิ่งจะเคยได้ยินคนร้อง
ขอเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก”
ฉินเฉาสะบัดกำปั้นของตัวเองและกล่าวขึ้นมา
“ขอให้คนอื่นโจมตีตัวเองเนี่ยนะ แปลกคน แต่โชคดีที่ฉันเป็นคน
จิตใจดี จนคนอื่นให้ฉายาว่าเหลยเฟิง ในเมื่อนายขอร้องมา ฉันก็เลย
ต้องทำให้นายสมหวัง เฮ้อ ทำไมฉันถึงเป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคน
อื่นขนาดนี้นะ!”
เมื่อเซียนคนอื่นๆ ได้ยินคำพูดของฉินเฉาก็รู้สึกเหมือนได้ระบาย
ความโกรธ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
ฉินเฉาลงมือกับโกวหมางจริงๆ!
ถ้าเป็นแบบนี้ พวกเขาอาจจะต้องทำสงครามกับสวรรค์เบื้องบน
จริงๆ!
“เจ้า เจ้ากล้าต่อยข้า!”
โกวหมางลุกขึ้นมา เช็ดเลือดบนมุมปาก แล้วจ้องมองฉินเฉา
“งั้นนายจะทำแบบนั้นทำไม!”
ฉินเฉามองโกวหมางด้วยความประหลาดใจ และพูดขึ้นมา “นาย
เป็นคนขอร้องฉันเองชัดๆ! แต่พอฉันทำให้นายพอใจ นายก็ดันมาพูดจา
แบบนี้กับฉัน! ชาวสวรรค์เบื้องบนไร้เหตุผลแบบนี้กันหมดเลยเหรอ!”
“เหลวไหล!”
โกวหมางจะคุ้นเคยกับคำพูดอันร้ายกาจของฉินเฉาได้ยังไง?
ใบหน้าของเขาแดงก˹า ต้องตะโกนออกมาในที่สุด
“เจ้ากำลังทำให้สวรรค์กับสวรรค์เบื้องบนประกาศสงครามกัน!”
“โอ้ จะพูดแบบนั้นได้ยังไง?”
ฉินเฉายักไหล่ “ฉันไม่ใช่เซียนบนสวรรค์ ฉันเป็นแค่ผู้ฝึกตนตัว
เล็กๆ บนโลกมนุษย์”
“อะไรนะ!”
โกวหมางตกใจมาก
“เขาไม่ใช่เซียนบนสวรรค์ของเราจริงๆ”
ไท่ไป๋จินซิงที่อยู่อีกด้านหัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “เขาเป็น
มนุษย์ผู้ฝึกตนจากด้านล่าง ที่ขึ้นมาทำธุระบนสวรรค์”
“ชะ……..เชี่ยเอ๊ย………”
แม้แต่โกวหมางก็ต้องสบถออกมาอย่างอดไม่ได้
งั้นหมัดนี้ เขาก็โดนต่อยอย่างเสียเปล่าน่ะสิ!
ไม่ได้ จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้ยังไง!
จะต้องให้สวรรค์ชดใช้!
“เลิกใช้ถ้อยคำโกหกแบบนี้มาหลอกลวงข้าได้แล้ว! ข้า โกวหมาง
ไม่ใช่เด็กสามขวบ! ในเมื่อสวรรค์ต้องการประกาศสงคราม งั้นก็อย่าได้
กล่าวโทษว่าสวรรค์เบื้องบนไม่เห็นแก่หน้าใคร! พวกเจ้ารอข้าก่อน
เถอะ!”
เมื่อพูดจบ โกวหมางก็หันหลัง ทำท่าจะบินออกไปทันที
แต่ในเวลานี้ ร่างกายของเขากลับสั่นเทิ้มและหดคอกลับมาอย่าง
ไม่รู้ตัว
ขวานยักษ์เล่มหนึ่งพุ่งฉิว ส่งเสียงหวีดหวิวบินเฉียดศีรษะของเขา
ไปปักอยู่บนทะเลเมฆ
ตู้ม!
ขวานยักษ์เล่มนั้นมีพลังมหาศาลมากจริงๆ
ทั้งทะเลเมฆและตำหนักหลิงเซียวพลันสั่นสะเทือน
“มาถึงที่นี่แล้ว อย่าเพิ่งรีบไปไหนเลย ระหว่างพวกเรายังมี
ความแค้นที่ยังไม่ได้สะสางกันอยู่เลยนี่”
ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งลอยอยู่บนอากาศ จ้องมองมาด้านล่างด้วย
สายตาเย็นชา
“จะ เจ้า……..”
เมื่อโกวหมางเห็นชายร่างสูงใหญ่ที่อยู่บนฟ้า เหงื่อก็พลันแตกพลั่ก
ไหลเต็มแผ่นหลังทันที
“หึๆ น่าแปลกจริงๆ เจ้ายังจำข้าได้อีกเหรอ?”
ชายร่างสูงใหญ่คนนั้นยื่นมือขวาออกไป แล้วแบมือ
ขวานยักษ์ที่ปักอยู่บนทะเลเมฆลอยกลับไปอยู่ในมือของชือโหยว
ทันที
“ชือโหยว…….ไม่ใช่ว่าเจ้าตายไปแล้วเหรอ………..”
“ใช่ ข้าตายไปแล้ว เพราะถูกตระกูลซวนหยวน ที่ได้รับการ
สนับสนุนจากสวรรค์เบื้องบนของพวกเจ้าสังหาร”
ชือโหยวกล่าวเย้ย “เดิมทีข้าทำให้ตระกูลซวนหยวนแตกพ่ายไปได้
แล้ว เผ่าจิ่วหลีกำลังรวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ไม่คิด
เลยว่าสวรรค์เบื้องบนของพวกเจ้าจะส่งยอดฝีมือจำนวนมากไปให้
ตระกูลซวนหยวน ช่างชั่วช้าจริงๆ”
“เหอะ! ชือโหยว แล้วเจ้าไม่ได้ดึงจอมขมังเวทย์มาช่วยเหลือเจ้า
หรือไง!”
โกวหมางรีบเถียงกลับไป “เจ้ายืนกรานที่จะลงไปบนโลกมนุษย์
เพื่อต่อสู้กับสวรรค์เบื้องบนของพวกข้า พอเอาชนะไม่ได้ก็ไม่พอใจ”
“นั่นก็ใช่ ตอนนี้ข้าฟื้นคืนชีพแล้ว พวกเรามาสู้กันอีกครั้งดีกว่า”
ชือโหยวกล่าวออกมา แล้วชี้นิ้วไปยังโกวหมาง “เมื่อก่อนเจ้าพ่าย
แพ้ให้กับข้า ตอนนี้ข้าอยากเห็นนักว่าเจ้าจะก้าวหน้าขึ้นหรือไม่!”
“ระ รอเดี๋ยว!”
โกวหมางแข้งขาอ่อนแรงด้วยความหวาดกลัว
ถึงเขาจะเป็นยอดฝีมือผู้น่าเกรงขามบนสวรรค์เบื้องบน แต่สำหรับ
เทพอสูรโบราณ ชือโหยวผู้นี้ เขาไม่มีทางเทียบอีกฝ่ายได้!
เพียงแค่นิ้วเดียวของชือโหยวก็สามารถฆ่าเขาได้แล้ว!
โกวหมางไม่ใช่คนโง่ เขาจะไม่ไปยั่วยุใครโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ
“ชือโหยว ในเมื่อเจ้ามีชีวิตอยู่ก็มีชีวิตอยู่ไปเถิด สวรรค์เบื้องบน
เห็นว่าเจ้าเป็นจอมขมังเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่มารบกวนเจ้าหรอก แต่ทำไม
เจ้าถึงต้องสอดมือ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของสวรรค์ด้วย!”
“หึๆ แน่นอนว่าความอยู่รอดของสวรรค์ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า
ชือโหยวผู้นี้เลย”
ชือโหยวพูด แล้วยิ้มออกมา
“งั้นทำไมเจ้าถึงยังไม่รีบถอยไปอีกล่ะ? หรือว่าอยากจะไปรายงาน
สวรรค์เบื้องบน?”
“แต่ว่านายท่านของข้าดันให้ข้าจัดการน่ะสิ”
“อะไรนะ? นายท่าน?”
โกวหมางตกใจเป็นอย่างมาก
ชือโหยวเป็นคนที่ไม่เกรงกลัวและไม่ยอมรับใครทั้งสิ้น คนแบบนี้มี
เจ้านายตั้งแต่เมื่อไหร่!
เรื่องเหลวไหลชัดๆ!
“เจ้าน่าจะได้เจอกับนายท่านของข้าแล้ว”
ชือโหยวกล่าวออกมา พลางเคลื่อนตัวลงมาจากอากาศอย่างช้าๆ
แล้วชกกำปั้นใส่ฉินเฉา
“นายท่าน ภารกิจสำเร็จแล้ว ข้าจะรั้งตัวเจ้านั่นเอาไว้ ตราบใดที่ข้า
ชือโหยวอยู่ที่นี่ โกวหมางจะไม่มีทางหนีไปไหนได้”
“อืม ฉันรู้ว่านายเชื่อใจได้”
ฉินเฉาพยักหน้า
“ข้าละอายใจจริงๆ ……….”
ใบหน้าของชือโหยวพลันขึ้นสีแดงก˹า
สงครามในพิภพหลิงครั้งสุดท้าย เขาตรงเข้าไปท้าทายเอลิอัส
จากนั้นก็ถูกโจมตีจนกระเด็นออกไปนอกโลกในท้ายที่สุด
ถึงหลังจากนั้นฉินเฉาจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ชือโหยวก็ยังคง
กังวลใจกับเรื่องนี้มาโดยตลอด และคิดว่าตัวเองช่วยเหลือฉินเฉาไม่ได้
เขาจะกล้าบอกว่าตัวเองเป็นเทพอสูรโบราณได้ยังไง?
ในตอนนั้นเขากล่าวปฏิญาณกับพวกนายหญิงว่าจะขับไล่เอลิอัส
ออกไปให้พ้น
แต่ผลสุดท้าย เขากลับถูกโจมตีจนหายตัวไปเสียเอง
ชือโหยวผิดคำพูดเพราะเอลิอัส
แต่ในคราวนี้ ชือโหยวจะต้องพยายามให้ถึงที่สุด
สวรรค์เบื้องบน คู่ปรับเก่าของเขา!
ร่างที่แท้จริงของนายท่านกำลังฝึกฝนอยู่ เขาจึงจะต้องซัดสวรรค์
เบื้องบนให้ร้องลั่นแทนนายท่าน!
ชือโหยว ชือโหยว คราวนี้เจ้าจะประมาทไม่ได้อีกแล้ว!
ไม่อย่างนั้น เจ้าจะยังมีหน้าไปอยู่ข้างกายนายท่านได้ยังไง?
“ไม่เป็นไรหรอก มันเป็นเพราะว่าพิภพหลิงมีพลังพิเศษ และนาย
เองก็ประมาทเกินไปด้วย แต่คราวนี้ฉันต้องพึ่งพาชือโหยวจริงๆ”
ฉินเฉากล่าวออกมาด้วยความจริงใจ
“จะ เจ้าเป็นใครกันแน่!”
โกวหมางหันมาจ้องมองฉินเฉา ดวงตาของเขาแทบจะถลนออกมา