มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 233: กระป๋องโค้ก
ฉินเฉาก็ไม่ได้หน้าด้านตลอด หลังจากเอาเปรียบสองครั้ง เขาก็หด
มือกลับ และวางไว้บนเอวหลี่เสวี่ย
“อย่าเข้าใจผมผิด ถ้าผมไม่กอดไว้ คุณจะล้ม”
“ฉันล้ม แล้วเกี่ยวอะไรกับนาย?” หลี่เสวี่ยมองผู้ช่วยน่ารังเกียจคน
นี้อย่างโกรธแค้น อยากจะสะบัดออกจากมือของเขา แต่ก็ลังเล
แม้ว่ามือนี้จะชั่วร้ายไปบ้าง แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น เธอรู้สึก
เหมือนสามีที่เสียไปแล้วกลับมา และกอดเธอไว้ในอ้อมแขน
รถบัสค่อยๆ เคลื่อนตัวไปสู่จุดหมายของมัน
รถบัสในเมืองซู่หนานไม่ค่อยปลอดภัย กลุ่มคนบนรถมักจะใช้
สถานการณ์นี้เพื่อเป็นขโมย
ฉะนั้น พวกเขาหลายคนจะใช้เวลานี้แอบเคลื่อนไหว
ในตอนนี้เอง ฉินเฉารู้สึกถึงมือที่ยื่นออกมาจากด้านข้าง กำลังตัด
กระเป๋าถือของหลี่เสวี่ย
มือนี้ชำนาญมาก ถ้าเป็นคนอื่น พวกเขาคงไม่ต้องคอยระวัง โชค
ไม่ดี ที่ฉินเฉาเป็นข้อยกเว้น อย่าว่าแต่มือ แม้แต่ลูกปืนเขาก็รู้สึกถึงมัน
ได้
เขาก้มหัวลง และเห็นมือที่กำลังถือมีดพยายามตัดกระเป๋าหนัง
ของหลี่เสวี่ย
“เพื่อน…” ฉินเฉารีบขยับมือของเขาจากเอวหลี่เสวี่ย ด้วย
ความเร็วราวกับสายฟ้า เขาจับมือมารนั่นไว้
เจ้าของมือตกใจ พยายามดึงมือกลับ แต่ฉินเฉาจับมือเขาไว้แน่น
ไม่ยอมปล่อย
“ปะ ปล่อยฉัน!” ชายคนนั้นรีบตะโกน เมื่อฉินเฉามองขึ้นไป เขา
พบว่าชายคนนั้นเป็นคนที่หลี่เสวี่ยกระทืบเท้าใส่เขาเมื่อสักครู่นี้
“ปล่อยนาย?” ฉินเฉาเยาะเย้ย “หลังจากที่นายพยายามขโมยของ
จากกระเป๋าเธอน่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ”
เมื่อฉินเฉาพูด มันก็ดึงดูดความสนใจของคนอื่นทันที
“นักล้วงกระเป๋า?”
“ทุกคนตรวจดูกระเป๋าของตัวเอง!”
“ใคร ใครเป็นนักล้วงกระเป๋ากัน?” ชายคนนั้นรีบร้องออกมา แต่
ท่าทางของเขากังวลอย่างมาก
“ไม่ใช่นักล้วงกระเป๋า?” ฉินเฉาให้เขาดูกระเป๋าถือของหลี่เสวี่ย ซึ่ง
ถูกกรีดเป็นรอยเล็กๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว “ถ้านายไม่ใช่นักล้วงกระเป๋า งั้น
นี่คืออะไร?”
หลี่เสวี่ยมองลงไป และตะลึงเมื่อเห็นรูบนกระเป๋าของเธอ สิ่งนี้ทำ
ให้เธอโกรธทันที
“ฉินเฉา ไม่ต้องพูดกับมันแล้ว เอามันไปส่งตำรวจ”
“เธอจะพาฉันไปสถานีตำรวจ!” ชายคนนั้นรีบตะโกนทันที “ฉัน
ไม่ได้ขโมยอะไรสักหน่อย นั่นไม่ใช่ฉัน!”
“ใช่ไม่ใช่ ค่อยไปอธิบายที่สถานีตำรวจเอาแล้วกัน” ฉินเฉาแสยะ
ยิ้ม และยังคงจับมือเขาไว้
“ใช่แล้ว เอามันไปส่งตำรวจ ไอ้พวกขโมย!”
“มีสถานีตำรวจอยู่ที่ป้ายถัดไป เอาพวกมันไปส่งที่นั่น!”
ผู้คนตะโกนด้วยความเดือดดาล ในคนกลุ่มนี้ บางคนก็มี
ประสบการณ์ขมขื่นที่ถูกขโมยมือถือบ้าง กระเป๋าตังค์บ้าง….
“ปล่อยเขาซะ ไม่งั้น ฉันจะฆ่านาย” ในตอนนี้เอง คนสองสามคนก็
เบียดเสียดเข้ามา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นพวกเดียวกับขโมย เมื่อ
เห็นว่าพวกเขามีกันหลายคน กลุ่มคนรอบๆ ก็พากันเงียบ
“โอ้?” ฉินเฉาเลิกคิ้ว “มีพวกเยอะเหมือนกันนี่”
“ฉิน ฉินเฉา….” เมื่อเห็นคนหลายคน หลี่เสวี่ยก็เริ่มกลัว เธอดึง
แขนเสื้อฉินเฉา และพูดอย่างอ่อนแรงว่า “ปล่อยเขาไปเถอะ”
ฉินเฉายิ้มออกมา แม้ว่าผู้จัดการสาวคนนี้ภายนอกจะดูใจแข็ง แต่
เธอก็ยังคงเป็นผู้หญิงจากข้างใน
“ไม่เป็นไร” ฉินเฉายังไม่ปล่อยชายคนนั้นไป เขาพูด “ผมก็
อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าพวกเขาจะฆ่าผมยังไง”
“ฮึ่ม เดี๋ยวก็รู้” หนึ่งในพวกนั้นที่เหมือนจะเป็นหัวหน้า พูดอย่าง
เย็นชา “เมื่อนายลงไป เราก็จะลง ถ้าวันนี้ ฉัน ต้วนจื่อ (ตัดนิ้ว) ไม่ได้หัก
ขานาย ฉันจะเปลี่ยนไปใช้แซ่ของนายเลย!”
เมื่อเขาพูดอย่างนั้น ฉินเฉาพลันสังเกตว่าชายคนนี้มือขวามีเพียงสี่
นิ้ว นิ้วก้อยของเขาหายไปแล้ว
ดูเหมือนว่าขโมยคนนี้จะเคยถูกจับมาครั้งหนึ่งแล้ว และบางคนคง
ตัดนิ้วก้อยของเขาไป นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อเล่นเขา
“ก็ดี ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะทำลายนิ้วที่เหลือของนาย”
“เจ้าโง่ เดี๋ยวก็รู้ว่าหลังจากนี้นายจะร้องออกมาแบบไหน!”
ต้วนจื่อคนนั้นพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา
เมื่อเห็นเพื่อนของเขามาช่วย นักล้วงกระเป๋าที่ถูกฉินเฉาจับไว้ ก็
มองดูเขาอย่างท้าทาย
ในชีวิตของเขา ฉินเฉาเกลียดพวกล้วงกระเป๋าที่สุด คนพวกนี้ก็มี
มือมีเท้าเหมือนกัน แต่พวกเขากลับไม่ทำงาน แต่กลับต้องการขโมย
ผลลัพธ์ที่คนอื่นทำงานหนักเพื่อที่จะได้มา
ความสุขของพวกเขา สร้างบนความทุกข์ของคนอื่น
เมื่อตอนฉินเฉาอยู่ปี 1 มีคนขโมยมือถือเขา มือถือนั้นเป็นของขวัญ
ที่พ่อของเขาให้ไว้ตอนเขาเข้ามหาลัย มันเป็นมือถือเครื่องแรกของเขา
และเป็นโนเกียรุ่นนำเข้า
ในตอนนั้น มันมีราคามากกว่า 1500 หยวน หลังจากใช้ได้เพียง
ไม่กี่เดือน มันก็ไม่ได้อยู่ในมือเขาอีกแล้ว
ไม่เพียงแต่พ่อของเขาจะโทษเขาเท่านั้น ตลอดหลายวันที่เขาไม่มี
มือถือ และต้องใช้บัตรแทน และจากนั้นก็ซื้อของในประเทศมาเครื่อง
หนึ่ง
แม้ว่ามือถือหายจะแย่แล้ว แต่บางคนถึงขั้นกระเป๋าตังค์หาย ไม่มี
กระทั่งเงิน บัตรปราชาชน และบัตรหลายๆ อย่างก็หายไปด้วย ทำให้
พวกเขาต้องไปที่สำนักงานเขต เพื่อทำบัตรใหม่
ขณะที่ฉินเฉาตกอยู่ในห้วงคำนึง รถบัสพลันหยุด ประตูหลังเปิด
ออก และคนสองสามคนพยายามเบียดเข้ามา
“ลงไป และฉันจะจัดการแกให้ตาย!” ต้วนจื่อคนนั้นขู่
“ได้ ลงรถกัน” ฉินเฉาดึงนักล้วงกระเป๋าคนนั้น และผลักเขาฝ่า
กลุ่มคนไป
“เฮ้ รอฉันด้วย!” กลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น หลี่เสวี่ยรีบตามไป
ในเหตุการณ์ที่ฉินเฉาต้องถูกจัดการ เธอวิ่งไปที่สถานีตำรวจเพื่อขอ
ความช่วยเหลือ
ฉินเฉาและนักล้วงกระเป๋าเบียดออกมาจากรถ ตามมาด้วยเพื่อน
ของเขา 5 คน และหลี่เสวี่ยด้วย
หลี่เสวี่ยยืนอยู่ด้านข้างอย่างใจเย็น รอให้รถบัสขับไปก่อน หลังจาก
รวบรวมความกล้า เธอก็พูดกับคนพวกนี้
“ขโมยของคนอื่นมันผิดนะ ยอมแพ้เถอะ”
“ฮ่าๆ ๆ!” ราวกับได้ยินเรื่องตลก นักล้วงกระเป๋าพวกนี้พากัน
หัวเราะ
ต้วนจื่อคนนั้นมองมาที่หลี่เสวี่ยด้วยท่าทางลามก “คนสวย ฉันคุณ
ลุงคนนี้ ไม่ทำงาน เธออยากจะได้ฉันไปเป็นผัวลับๆ บ้างมั้ย? จาก
รูปร่างของเธอ เธอท่าทางเหมือนกับหัวหน้าสาว แน่นอนว่าเธอสามารถ
ดูแลฉันได้!”
“ถุย!” เมื่อเห็นใบหน้าของฝั่งตรงข้ามที่เต็มไปด้วยแผลฝีดาษ หลี่
เสวี่ยก็ถ่มน˺าลายด้วยความรังเกียจ
“ปล่อยฉัน!” นักล้วงกระเป๋าที่ถูกฉินเฉาจับขู่ “หรือว่าจะให้เราหัก
ขาแก”
“ไปบอกกับตำรวจในสถานีตำรวจแล้วกัน” ฉินเฉายักไหล่ และเริ่ม
เดินไปที่สถานีตำรวจที่อยู่ไม่ไกล
“หยุด!” เหล่านักล้วงกระเป๋าเข้ามาขวางเขาไว้ ต้วนจื่อคนนั้น
ตะโกน “ไอ้เวร อยากจะเป็นฮีโร่หรือไง หา! จัดการมัน!”
พร้อมกันนั้น พวกเขาก็พุ่งเข้าใส่ฉินเฉา พยายามจะทดสอบ ‘กังฟู’
ที่พวกเขาฝึกมา
จากข้างหลัง หลี่เสวี่ย ร้องออกมาด้วยความตกใจ เธอพยายาม
ขยับออกห่างจากนักล้วงกระเป๋าพวกนี้อย่างรวดเร็ว อยากจะไปที่สถานี
ตำรวจ
แต่ต้วนจื่ออ่านใจเธอออก เขารีบมาหยุดตรงหน้าเธอ
“คนสวย จะไปไหน? ทำไมไม่เล่นเป็นเพื่อนคุณลุงคนนี้หน่อยล่ะ?”
พร้อมกันนั้น เขาก็ยื่นมือออกไปจะจับหน้าอกของหลี่เสวี่ย
“อ๊า!” ในตอนนี้เอง ก็มีเสียงกรีดร้องดังออกมาจากข้างหลังเขา
ต้วนจื่อพลันสะท้าน และรีบหันกลับไปดู
เขาเห็นฉินเฉายืนอยู่กับที่โดยไม่มีรอยขีดข่วน แต่คนของเขากลับ
นอนกองอยู่บนพื้น ร้องโหยหวนขณะที่จับข้อมือของพวกเขาไว้
“โทษที ฉันทำลายมือของคู่หูนายไปแล้ว” มือของฉินเฉายังคงจับ
มือชายคนนั้นอยู่ ตอนนี้ นักล้วงกระเป๋าคนนั้นหน้าซีด เขาหยิบบุหรี่
ออกมาจากกระเป๋าด้วยมืออีกข้าง คาบไว้ในปากและจุดมัน
ต้วนจื่อตัวสั่น เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมชายคนนี้ถึงลงรถมาอย่างไม่
เกรงกลัว กลายเป็นว่าเขารู้จักกังฟู
ครั้งนี้ พวกเขาชนกำแพงเหล็กเข้าให้แล้ว
ฉินเฉาลากนักล้วงกระเป๋า เดินเข้าไปหาต้วนจื่อทีละก้าว ต้
วนจื่อคนนั้นตกใจ เขาก้าวถอยหลัง และพลันจับหลี่เสวี่ยไว้ และตะโกน
ออกมา
“อย่า อย่าเข้ามา! ถ้านายเข้ามา ฉันจะกรีดหน้าเธอ!” พร้อมกันนั้น
เขาก็เอามีดออกมา และโชว์มันให้ฉินเฉาดู
หลี่เสวี่ยร้องออกมา แต่ไม่กล้าขยับ
ฉินเฉาถอนหายใจ ผู้จัดการหลี่ คุณเป็นผู้หญิงมีความสามารถไม่ใช่
เหรอ? ทำไมคุณถึงปล่อยให้คนอื่นจับง่ายๆ อย่างนั้น? ในฐานะผู้ช่วย
ของคุณ ผมรู้สึกเสียใจจริงๆ
เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น ตำรวจสาวในเครื่องแบบพลัน
สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้
เธอรีบพุ่งเข้ามา และสบตากับฉินเฉา
“ฉินเฉา นายอีกแล้ว!”
“อ้ายเสี่ยวเสวี่ย?” ตำรวจสาวผู้โดดเด่นคนนี้ พร้อมด้วยรูปร่างที่
สมบูรณ์แบบ ยังชัดเจนในใจฉินเฉา
“นาย!” เมื่อเห็นฉินเฉา อ้ายเสี่ยวเสวี่ยก็กัดฟันกรอด อยากจะหยิบ
ปืนออกมา ยิงใส่หน้าเขา “นายทำร้ายคนอีกแล้ว!”
“เหลวไหล” ฉินเฉากลอกตา “เธอเป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย? เธอไม่
เห็นเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น! พี่สาว เรากำลังจับโจร หัวหน้าของฉันก็ถูก
พวกเขาจับไว้ โอเคนะ?”
อ้ายเสี่ยวเสวี่ยหันไปรอบๆ และมองไปที่ต้วนจื่อที่กำลังจับหลี่เสวี่ย
และถือมีดอยู่
“ต้วนจื่อ แกอีกแล้ว!” นักล้วงกระเป๋าผู้มีชื่อเสียง ต่างถูกบันทึกไว้
ฉะนั้น เมื่อเธอเห็นเขา อ้ายเสี่ยวเสวี่ยก็จำได้ทันที
“เวรเอ๊ย!” ต้วนจื่อ รู้ว่าอ้ายเสี่ยวเสวี่ยดุร้ายขนาดไหน เขาผลักหลี่
เสวี่ยไปหาเธอ จากนั้นนก็ใช้โอกาสนี้หันหลังและพยายามวิ่งหนี
อ้ายเสี่ยวเสวี่ยจับหลี่เสวี่ยไว้ก่อน จากนั้นเธอก็วิ่งตาม พยายามไล่
เขา
แต่ครั้งนี้ ต้วนจื่อ วิ่งไปไกลแล้ว ในฐานะมืออาชีพ เขามีศิลปะการ
หลบหนีที่สมบูรณ์แบบ แม้ว่าอ้ายเสี่ยวเสวี่ยจะไล่ตาม เธอก็ยังไล่จับเขา
ล้มเหลว
ฉินเฉายิ้ม เมื่อเห็นกระป๋องโค้กที่ถูกทิ้งอยู่ข้างถนน เขาพลันวาด
เท้าไปข้างหลัง และเตะกระป๋องนั้น
กระป๋องโค้กพุ่งฝ่าอากาศมาในองศาที่สมบูรณ์แบบ ข้ามหัวอ้าย
เสี่ยวเสวี่ย และจากนั้น ก็กระแทกใส่หลังหัวของต้วนจื่ออย่างแม่นยำ
แรงที่กระป๋องพามานั้นหนักมาก ต้วนจื่อรู้สึกราวกับถูกไม้หน้า
สามตีเข้าให้ เขาล้มหน้ากระแทกพื้นและสลบไป
อ้ายเสี่ยวเสวี่ยย่นคิ้ว และพูดอย่างเดือดดาล
“ใครบอกให้นายช่วย! ฉันจับเขาเองได้!”
“ใช่! แน่นอนว่าเธอจับเขาได้!” ฉินเฉาก็โกรธเหมือนกัน ยัยบ้าเอ๊ย!
ยัยร่านที่ไม่รู้จักบุญคุณ “เมื่อเธอจับเขาได้ เราก็แก่พอดี! ทำไมเธอไม่
พาพวกมันไปสักที เรายังมีอย่างอื่นต้องทำอีก”
“ฉินเฉา อย่าเกินไปนัก!” อ้ายเสี่ยวเสวี่ยมาถึงด้านข้างของต้วนจื่อ
และพูดอย่างโมโห
“เหอะ ฉันเหรอที่เกินไป?” ฉินเฉาเยาะเย้ย “ฉันต้องขอบคุณสินะ
เจ้าหน้าที่อ้าย ที่ปล่อยให้ฉันต้องอยู่ในคุกตั้งหลายวัน”
เมื่อได้ยินอย่างนี้ หลี่เสวี่ยที่อยู่ใกล้ๆ ก็สะดุ้ง อะไรนะ? ผู้ช่วยของ
ฉันเคยเข้าคุก?
“นั่นไม่ใช่ความผิดฉัน!” รู้สึกผิด อ้ายเสี่ยวเสวี่ยตะโกนกลับไป
“พวกเบื้องบนต่างหากที่ทำ!”