มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 369: จดหมายท้าประลอง
“ขอโทษด้วย สหายคนนี้เป็นคนที่เรารับเข้ามาใหม่ จึงไม่เข้าใจ
เรื่องธรรมเนียม” บนใบหน้าของจ้าวจิงจิงแสดงออกถึงความเย็นชา แต่
ว่าในใจนั้นรู้สึกเป็นสุข การมาถึงของยามาซากิพร้อมด้วยฝีปากนี้มาได้
ถูกเวลาจริงๆ
เล่ห์ที่ใช้การทำร้ายคนของตัวเองของอ้าวกาน เพื่อให้ตัวเองทำ
อะไรไม่ถูกนั้น ตอนนี้ ถูกส่งกลับเข้าตัว
ขณะที่ไม่รู้จะตอบโต้ยังไงนั้น ยามาซากิก็ได้เดินเข้าไปตบปากโทริ
จิโร่ ทำให้ความอึดอัดในใจของเธอบรรเทาลง ในเวลานี้ ต่อให้อีกฝ่าย
หาข้ออ้าง ตัวเองก็มีความชอบธรรม
“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะช่วยสอนศิษย์น้องที่ไม่รู้ธรรมเนียมของคุณหนู
จิงจิงให้เอง”
อ้าวกานเหลือบมาทางฉินเฉา ในสายตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
โทริจิโร่รอคำนี้จากอ้าวกานมานานแล้ว เมื่อได้ยินคำของอ้าวกาน
ก็คำราม พร้อมกับยืนขึ้น
ร่างสูงสองเมตรที่ดูราวกับกำแพง ยืนต่อหน้าฉินเฉา ทำให้เขา
เหมือนตัวเล็กลงมาก
โทริจิโร่ยิ้มออกมา พร้อมกับยื่นมือที่ใหญ่ราวใบตาลตะปบลงที่
ไหล่ของฉินเฉา เจ้าเด็กเหลือขอ เมื่อกี้นี้แกบังอาจตบปากข้า บิดาจะป่น
กระดูกไหล่แก! ดูสิ ว่าหลังจากนี้ แกจะฝึกศิลปะป้องกันตัวได้ยังไง!
จ้าวจิงจิงนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน เธอร้องออกมา พร้อมกับต้องการ
เข้าไปหยุด
แต่เธออยู่ค่อนข้างไกล แม้ต้องการช่วยแต่ก็มีเวลาไม่พอจะยื่นมือ
เข้าไป
ตำแหน่งของหลิวต้าไห่นั้นเป็นตำแหน่งที่ช่วยได้ แต่เขาไม่ขยับ ใน
ใจหลิวต้าไห่พูดว่า ใครจะไปผิดใจกับอ้าวกานเพียงเพราะเจ้านี่กัน
นอกจากคนโง่
แต่เหมือนยามาซากินั้นจะไม่กลัว เขารีบย่อตัวลง พร้อมกับตั้งท่า
เพลงมวยตระกูลหลิวทันที
นี่คือการตั้งท่าแรกของเพลงหมัดตระกูลหลิว ซึ่งเป็นเพียงหมัดตรง
ธรรมดา
โทริจิโร่ไม่สนใจหมัดนี้ของฉินเฉาโดยสิ้นเชิง รนหาที่ตาย หมัดนี้ชก
เข้าที่จุดที่เปราะที่สุดของเขา
“อ๊ากก!” ลูกตาของโทริจิโร่แทบหลุดออกมา ขาทั้งสองข้างหนีบ
เข้าด้วยกัน เอามือกุมท่อนล่างของเขาไว้ คุกเข่าก้นกระแทกลงตรงหน้า
ฉินเฉา
ฉินเฉาค่อยๆ เก็บหมัด จากนั้นก็พูดอย่างสุภาพให้กับโทริจิโร่ตาม
พิธีการ
“ออมมือแล้ว ออมมือแล้ว!”
ผู้คนที่อยู่ในลานฝึกพากันเซ่อ
ฉินเฉาคนนี้ ไม่เล่นตามกติกาแม้แต่น้อย
ถึงกับโจมตีใส่ท่อนล่างของโทริจิโร่ แม้ว่าจะไม่มีกฎเป็นลายลักษณ์
อักษรว่าห้ามตีตรงนั้น แต่ระหว่างการประลอง ผู้คนก็จะไม่โจมตีตรงจุด
นั้น มันเป็นความรู้พื้นฐาน
แต่ใครใช้ให้ ยามาซากิ คาโต้คนนี้เป็นคนใหม่กันเล่า แม้จะเรียน
ศิลปะป้องกันตัว แต่ก็ยังเรียนได้ไม่ถึงวัน
ดังนั้น โทริจิโร่จึงได้แต่โทษตัวเองแล้ว นอนขดอยู่ตรงหน้าฉินเฉา
อย่างน่าเกลียด
“จ้าวจิงจิง!” อ้าวกานตอนนี้โกรธขึ้นมาแล้ว เขากัดฟันกรอด โผล่
สันดานออกมา
“ที่ฉันมาครั้งนี้ อย่างแรกเพื่อขอแต่งงาน เมื่อแต่งงานไม่ได้ ฉันก็
ยังมีแผนอื่น” อ้าวกานกอดอก ใช้สายตาข่มขวัญ มองไปที่จ้าวจิงจิง
“ฮึ่ม รู้อยู่แล้วว่าแกไม่มีเจตนาดี” จ้าวจิงจิงก็ไม่สนใจ “แล้วจะเริ่ม
เมื่อไหร่?”
“เสี่ยวเต๋า ส่งจดหมายท้าประลอง!” อ้าวกานบอก ชายที่ดูเหมือน
คนแคระที่อยู่ด้านข้างเขาดึงจดหมายออกมา พร้อมกับส่งให้กับจ้าว
จิงจิงตรงหน้า
บนนั้นเขียนไว้ด้วยภาษาญี่ปุ่นว่า จดหมายท้าประลอง
“ตามข้อตกลงของเรา สำนักยุทธ์ที่แท้จริงของเรา กับ ตำหนักยุทธ์
ของพวกเธอ เดือนหน้าวันที่ 3 จะมีการประลองขึ้น ที่ลานสัปปะยุทธ์
ของพวกเรา!”
เสี่ยวเต๋าที่ยืนอยู่ตรงหน้าจ้าวจิงจิง กล่าวข้อความในจดหมายท้า
ประลองออกมาให้ทุกคนฟัง “พวกเรา จะเลือกคนสามคน ประลองกัน
จนเหลือคนสุดท้าย”
เมื่อได้ยินคำนี้ ใจฉินเฉากระตุก
ในจุดนี้ เห็นได้ชัดถึงความตั้งใจของสำนักยุทธ์ที่แท้จริง ปัจจุบันนี้
ตำหนักยุทธ์เหลือเพียงอาเม่าอาโกว (หมาแมว) จะไปเทียบกับอีกฝ่ายที่
มีผู้ฝึกยุทธ์ที่มีชื่อเสียงหลายร้อยคนได้ยังไง? คนทางนั้นมีมาก เป็น
ธรรมดาที่จะมีตัวเลือกมาก
เจ้าชั่วนี่ ขี้โกงจริงๆ
“คนแพ้ต้องปิดโรงฝึกที่ฮอกไกโด ผู้ชนะจะรับเอากิจการของฝั่ง
ตรงข้ามที่เมืองซัปโปโร”
หลังจากที่เสี่ยวเต๋าอ่านเสร็จ ก็กลับไปยืนอยู่ข้างอ้าวกาน
“ทุกคนได้ยินกันชัดแล้วนะ?” อ้าวกานกล่าวเยาะเย้ย “ไม่ทราบว่า
คุณหนูจิงจิง จะกล้ารับคำท้านี้หรือไม่?”
“กล้าสิ ทำไมจะไม่กล้า?” จ้าวจิงจิงยิ้ม “ต่อให้ต้องตาย ก็เป็นการ
ตายที่คุ้มค่า อ้าวกาน เมื่อถึงตอนนั้น หวังว่าคนที่ประลองกับฉันจะเป็น
นาย ฉันจะให้นายรู้ฤทธิ์ซะบ้าง ไม่งั้นฉันจะไม่ขอใช้แซ่จ้าว!”
จ้าวจิงจิงคนนี้ ตอบรับคำท้าของอ้าวกานด้วยตนเอง ไม่แม้แต่จะ
สนใจหลิวต้าไห่ที่อยู่ใกล้ๆ
“ศิษย์น้อง ไม่รอให้ผู้อาวุโสกลับมาก่อนเหรอ?”
ผู้อาวุโสที่หลิวต้าไห่พูด เป็นเจ้าสำนักคนปัจจุบันของตำหนักยุทธ์
จ้าวชิงซาน
พ่อของหลิวต้าไห่อายุสั้น เพื่อไปอยู่เป็นเพื่อนกับจอมยุทธ์หลิว
ดังนั้น เป็นธรรมดาที่ฐานะของหลิวต้าไห่คนนี้จะสูงกว่าจ้าวชิงซาน
แต่ว่าน่าสงสารที่จ้าวชิงซานนั้นรู้สันดานของหลิวต้าไห่ดี ดังนั้น
เมื่อเขาไม่อยู่ เขาจึงมอบอำนาจให้กับลูกสาวของเขา
ที่เขาจากไปนั้น เป็นเพราะตำหนักยุทธ์สาขาอื่นปิดตัวลง ทำให้เขา
ต้องไปจัดการเรื่องที่เหลือ
นี่คือตำหนักยุทธ์แห่งสุดท้าย
ถ้าเสียที่นี่ไปล่ะก็ ตำนานที่จอมยุทธ์หลิวสร้างไว้ ก็เป็นอันปิดตัวลง
“ถ้าเป็นพ่อ ก็ต้องสนับสนุนการตัดสินใจของฉัน” จ้าวจิงจิงยืนยัน
รูปลักษณ์อันมั่นใจของเธอทำให้อ้าวกานโกรธ “พวกเราเป็นผู้ฝึกยุทธ์
ฝึกทุกลมหายใจเข้าออก! ตอนนี้ เราถูกคนจากสำนักอื่นมาขี่คอ เราก็จะ
ไม่หดหัว! เมื่อพวกมันต้องการปะทะ เราก็จะจัดการกับพวกมัน!”
จ้าวจิงจิงสาวน้อยผู้ฝึกยุทธ์ พูดออกมาโดยไม่สนใจสิ่งใด ชูมือขึ้น
พร้อมกับตะโกนออกมา
กลุ่มศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนัก ก็ตะโกนตามมา
“ใช่ จัดการมัน!”
“บากะ บากะ!” ฉินเฉาก็แสร้งเป็นตะโกนตามน˺า
“โอ้! กิจการที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ จบสิ้นแล้ว!” หลิวต้าไห่เจ็บปวด
ใจ พูดไม่ออก
“ศิษย์พี่ ท่านผู้ก่อตั้งพูดไว้ว่า” จ้าวจิงจิงกับหลิวต้าไห่ เมื่อเทียบ
กันแล้ว เธอดูเป็นผู้นำมากกว่า เธอประสานมือเข้าด้วยกันแล้วพูดว่า
“เมื่อจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเจ้ายังคงอยู่ ต่อให้แพ้พ่ายไป ก็ยัง
สามารถฟันฝ่าขึ้นมาได้อีกครั้ง ตราบเท่าที่เราอุตสาหะ ต่อให้โรงฝึกนี้
ต้องล่มสลาย เราก็ยังสามารถก่อตั้งตำหนักยุทธ์แห่งที่สองขึ้นมาได้! นี่
คือคำพูดที่ท่านผู้ก่อตั้งพูดเอาไว้”
จ้าวจิงจิงมองไปที่ศิษย์พี่ของเธอตรงหน้า ในใจก็รู้สึกเสียใจ
ศิษย์พี่ของเธอเป็นคนไม่เอาไหน ถ้าไม่ได้รับมรดกของผู้ก่อตั้งล่ะก็
เขาก็ไม่มีอะไร
ยามาซากิคนนั้นยังใจกล้ากว่าเขาเลย แต่ว่าน่าสงสารที่เขานั้นเป็น
คนญี่ปุ่น
“ดี!” อ้าวกานได้ยินคำที่คนพวกนี้คุยกัน เขาเข้าใจภาษาจีนนิด
หน่อย ใบหน้าของเขาจึงกลายเป็นน่าเกลียด
“เมื่อคุณหนูจิงจิงตอบรับ เราก็จะประลองกัน อันดับแรก จัดการ
กับพวกอ่อนแอที่เหลือในตำหนักยุทธ์ซะ ไว้เจอกันเดือนหน้า!”
อ้าวกานพูดจบก็โบกมือ พาลูกน้องจากไป โทริจิโร่ที่นอนขดบนพื้น
ก็ถูกชายหลายคนหิ้วปีกไป
แม้ว่าเมื่อครู่นี้เขาจะพูดไปแบบนั้น แต่ในใจอ้าวกานกลับคิด
มากกว่านั้น
หนึ่งเดือน? แฮ่ม ถ้าเธอ จ้าวจิงจิงไม่ยอมแต่งกับฉัน สามวัน ฉันจะ
ทำให้โรงฝึกเน่าๆ นี้ล้มละลาย เมื่อถึงตอนนั้น เธอ จ้าวจิงจิงไม่มา
ร้องไห้ขอร้องฉัน จากนั้นก็ให้ฉันขึ้นขี่ ฮ่าๆ ๆ! อย่ามาตำหนิฉัน อ้าวกาน
ที่ฉันจะไม่เหลือจุดจบที่ดีให้กับเธอ!
“ศิษย์น้อง เธอใจร้อนเกินไปแล้ว” หลังจากที่อ้าวกานจากไป
หลิวต้าไห่ก็ตำหนิศิษย์น้องของเธอ
“ศิษย์พี่ ทำไมท่านถึงขี้ขลาดอย่างนี้” จ้าวจิงจิงไม่อ่อนข้อ เถียง
กลับไป “ถ้าวันนี้เรากลัว ไม่ต้องให้พวกเขามาก่อกวน ตำหนักยุทธ์ของ
เราก็ต้องปิดตัวลง คนอื่นมาหาเรื่องถึงประตู แต่เรากลับไม่ตอบโต้ จะ
ให้คนอื่นคิดยังไง?”
จ้าวจิงจิงส่ายหัวไปมา ศิษย์พี่ของตัวเอง ยากที่จะขุนจริงๆ
“ฮึ่ม เรื่องนี้ ไว้ให้ผู้อาวุโสกลับมาแล้วค่อยพูดกันอีกครั้ง!”
หลิวต้าไห่โบกมือ แล้วจากไปอย่างโมโห
จ้าวจิงจิงถอนใจ จากนั้นหันกลับไป เดินไปหาฉินเฉา จากนั้นตบบ่า
เขา
“ดีมาก ยามาซากิ ที่นายทำเมื่อสักครู่ ศิษย์พี่ต้องขอบคุณนาย
แล้ว”
“ศิษย์พี่วางใจ!” ฉินเฉาสัญญาอย่างหนักแน่น ตบหน้าอกตัวเอง
แล้วพูดว่า “ตราบเท่าที่ผม ยามาซากิอยู่ที่นี่ ไม่มีใคร กล้ารังแกศิษย์พี่
แน่!”
เมื่อได้ยินคำพูดของยามาซากิ จ้าวจิงจิงก็ยิ้มออกมา ถ้าไม่ใช่
เพราะโทริจิโร่ประมาทล่ะก็ บางทีไหล่ของยามาซากิคงแหลกไปแล้ว
แต่เธอก็ยังรู้สึกอบอุ่นอยู่ดี
เธอเกิดมาในครอบครัวผู้ฝึกยุทธ์ รอบๆ ก็มีแต่พวกแข็งทื่อราวกับ
ท่อนไม้
พ่อของเธอ จ้าวชิงซาน ก็บอกกับเธอว่า
จิงจิง ลูกต้องฝึกอย่างหนัก เพื่อตำหนักยุทธ์ของพวกเรา!
มีเพียงชายตรงหน้านี้เท่านั้น ที่ตบหน้าอกตัวเอง แล้วพูดว่าจะ
ปกป้องเธอ
แม้ว่าเธอจะแข็งแกร่ง แต่ในใจก็เป็นผู้หญิง…ผู้หญิงที่หวังว่าจะมี
อัศวินมาปรากฏตัว แล้วคอยปกป้องตัวเอง?
แม้ว่า อัศวินตรงหน้านี้จะอ่อนแอก็ตาม….
“ดี ศิษย์พี่ต้องฝากนายแล้ว นายต้องฝึกให้หนัก จำไว้” จ้าวจิงจิง
ไม่ได้ปฏิเสธเขา แต่พูดกับเขาว่า “พลังของนายจะต้องเหนือกว่าศิษย์พี่
หลังจากนี้ศิษย์พี่จะไม่ฝึกยุทธ์อีกแล้ว ชีวิตที่เหลือคงต้องพึ่งการปกป้อง
ของนายแล้ว”
“ดี! ขอศิษย์พี่วางใจ!” ฉินเฉาพยักหน้าอย่างตื่นเต้น แม้ว่าสีหน้า
จะไม่มีอะไร แต่ในใจเขารู้สึก
จ้าวจิงจิงเหนื่อยแล้ว บางที เธออาจต้องการให้ผู้ชายปกป้องเธอ
ถ้าไม่มีเขา ตำหนักยุทธ์แห่งนี้คงต้องจบสิ้นแล้ว แต่ก็ยังโชคดี ที่เขา
มาพบเข้า มีเขาที่เป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง
ฉินเฉาเปลี่ยนไป เมื่อเขามาถึงญี่ปุ่น ตัวเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปช้าๆ
ขณะที่เขาเตรียมจะสารภาพผิดกับศิษย์พี่คนสวย มือถือที่ได้มา
ใหม่ของเขาก็ดังขึ้น
เขาหยิบมันออกมา พระเจ้า เบอร์ของหลิวจาง
“ฉินเฉา สารเลว นายไปมุดหัวอยู่ที่ไหน!”
เมื่อรับโทรศัพท์ เสียงที่ราวกับสิงโตคำรามก็ดังออกมา
“โมชิโมชิ (ฮัลโหล) ?” ฉินเฉายังคงแกล้งเป็นคนญี่ปุ่น “ผมมา
จัดการเรื่องข้างนอก ผมรู้เรื่องฮอกไกโดดี คุณไม่ต้องเป็นห่วง”
คำพูดนี้ สำหรับจ้าวจิงจิงแล้วธรรมดา เพราะยามาซากิก็บอกกับ
เธอว่า เขาเพิ่งมาจากฮอกไกโด
“เอ๋?” หลิวจางกลายเป็นประหลาดใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉินเฉาพูด
ภาษาญี่ปุ่นได้คล่องแคล่วขนาดนี้?
หรือว่าเจ้านี่จะเคยหลอกสาวแก่มาก่อน?