มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 47: ท้าดวล
ฉินเฉากับซูจี กำลังเดินไปที่ตึกเรียน ผ่านสนามบาส
นักเรียนบางคนกำลังวิ่งไปมารอบ ๆ ในสนามบาส เป็นที่แน่ชัดว่า
พวกเขากำลังเล่นบาสในคาบพละ
“หวู่ปิน หวู่ปิน เรารักนาย!”
“สุดหล่อหวู่ปิน! หวู่ปินนายทำได้”
กลุ่มของเชียร์ลีดเดอร์ พวกเขากำลังตะโกนกันอย่างบ้าคลั่ง
ที่กลางสนาม มีหนุ่มหล่อร่างโชกไปด้วยเหงื่อ กำลังถือบอลขณะที่
กระโดดขึ้นไปในอากาศพร้อมกับท่ามาตรฐาน จากนั้นหมุนตัวแล้วดั้งค์
ลงไป
ทั้งเหงื่อทั้งห่วงบาสสั่นด้วยกัน จากนั้นเหล่าแฟนคลับสาว
กลายเป็นบ้าคลั่ง พวกเธอพากันกรีดร้องต่อเนื่องกัน
“อาจารย์ซู ตอนเด็ก ๆ คุณก็แก่นแก้วแบบนี้น่ะเหรอ?” ฉินเฉา
ผลักซูจีเล่น ๆ ด้วยแขน แล้วยิ้มเย้าเธอ
“ไม่!” ซูจีจ้องฉินเฉายกใหญ่ “ชายที่ฉันยกย่องไม่รู้แม้กระทั่งวิธี
เล่นบาส แล้วนายล่ะ เล่นบาสเป็นมั้ย?”
“ผม? ผมไม่เล่นบาส” ฉินเฉายักไหล่
“งั้นนายเล่นอะไร?”
“ผมเล่นวิดีโอเกม!”
“นายมัน นายเป็นโอตาคุ!?”
“โอตาคุเป็นพวกที่ถูกสาปแช่งมากที่สุดแล้วถูกรังเกียจ ทุกวันพวก
เขาเอาแต่นั่งอ้วนอยู่บ้าน”
“คุณผิดแล้ว ผมออกกำลังกายเป็นปกติ”
“นายออกกำลังกาย? นายออกกำลังกายยังไง?”
“ผมทำอาหาร ล้างจาน แล้วอื่น ๆ ”
“นายเรียกนั่นว่าออกกำลังกาย?”
“มันก็เป็นกิจกรรมที่ต้องขยับร่างกายเหมือนกัน”
พวกเขาทั้งคู่ดูคนอื่นเล่นบาสในสนามขณะที่ทะเลาะกัน
หวู่ปินเป็นนักเรียนปีสามที่โดดเด่น ไม่ใช่เพียงแค่หล่อ เขายังมา
จากครอบครัวที่ดี ขยันเรียน แล้วมีประสาทสัมผัสพิเศษ ข้างนอก หวู่ปิ
นถูกเรียกว่าเจ้าชายน้อย เขาชอบที่เหล่าแฟนพากันตั้งขบวนมาเชียร์
เขา
หวู่ปินเองก็เป็นผู้เล่นที่ถูกรู้จักอย่างกว้างขวาง มีนักเรียนหญิง
จำนวนมากที่ถูกบังคับให้ไปทำแท้งเพราะท้องกับเขา แต่โรงเรียนไม่ได้
ลงโทษอะไรเขา เพียงเพราะว่าพ่อของหวู่ปินเป็นหัวหน้าสำนักงาน
การศึกษา
นี่เป็นคาบพละของพวกเขา ที่ส่งเสริมการเล่นบาส สำหรับหวู่ปิน
เกมแบบนี้ง่ายราวกับตัดเค้ก เสียงร้องของเหล่าเด็กสาวทำให้เขารู้สึก
พอใจอย่างมาก โชคไม่ดี ไม่มีพวกเธอคนไหนเลยที่เข้าตาเขา เหล่าเด็ก
สาวที่น่าดึงดูดแล้วไม่หยิ่งถูกเขาเล่นหมดแล้ว
สายตามักจะมองไปที่นักเรียนหญิงที่นั่งอยู่เงียบ ๆ ในมุม ขณะ
กำลังอ่านหนังสือ เด็กหญิงคนนี้เรียกว่าหลี่นา เธอเป็นเพื่อนร่วมชั้น
แล้วเป็นราชินีสาวของโรงเรียน
หลี่นาเป็นสาวน้อยมากมีพรสวรรค์ เธอชนะการแข่งขันหลักของ
โรงเรียนแล้วการจัดอันดับงานแล้วตาราง หวู่ปินได้แต่บินอยู่รอบ ๆ
ระหว่างที่สองแล้วที่สาม
หวู่ปินสนใจเด็กหญิงคนนี้อย่างมากแล้วเคยลองจีบเธอ แต่สาว
น้อยนางนี้เหมือนกับก้อนหิน ไม่มองความรัก แล้วทั้งหมด
ในประวัติการจีบหญิง มีแค่คนเดียวที่มักจะปฏิเสธเขา แล้วคนนั้น
ก็คือหลี่นา!
การดังค์ได้รับความสนใจจากผู้คน แต่หลี่นาไม่แม้แต่ชำเลืองมอง
หวู่ปินอดรู้สึกโกรธไม่ได้ เขาคำราม ด้วยความโกรธ เขาพุ่งเขาปะทะกับ
คู่ต่อสู้อีกครั้ง
เหล่าเด็กหญิงร้องอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่หวู่ปินรู้สึกว่าเสียงของ
พวกเธอมันระคายหู กลายเป็นก่อกวนเขา
“หลี่นา! มองมานี่!” ท่ามกลางเสียงของฝูงคน ทันใดนั้นก็มีเสียง
ตะโกนที่ไม่ดังมาก แม้ว่าเสียงตะโกนนี้จะไม่ใหญ่ แต่ก็เหมือนกับมีเพชร
ถูกคลุมอยู่ข้างใน มันทะลุเข้าไปในหูของทุก ๆ คน
ทุกคนอดหันหัวของพวกเขามองไปที่นอกสนามบาสไม่ได้ ที่นั่นยืน
ไว้ด้วยหนุ่มสาวคู่หนึ่ง หนุ่มหล่อที่รอบข้างปล่อยบรรยากาศที่ป่าเถื่อน
ขณะที่สาวสวยเหมือนกับดอกกุหลาบที่ผลิบาน ทำให้เหล่าชายหนุ่มไม่
อาจละสายตาไปจากสาวสวยนางนี้ได้
ปัง! นักเรียนชายที่กำลังเตรียมตัวรีบาวด์บอล แต่สายตาตกอยู่ที่ซู
จี เขาไม่ได้สังเกตทิศทางที่เขาเคลื่อนไปแล้วหัวชนกับเสาห่วงบาส
ไม่มีใครหัวเราะเขา เพราะว่าทุกคนถูกดึงดูดโดยสาวสวยไปหมด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหวู่ปิน เพราะเขาคิดว่าเขาเคยเล่นกับสาวสวยมา
เยอะแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับสาวสวยคุณภาพดีที่สุด
“พี่ฉินเฉา?” หวู่ปินตกใจ หลี่นาสาวน้อยที่โดดเดี่ยวนางนี้กระโดด
ขึ้นมาอย่างร่าเริงแล้วเคลื่อนที่เหมือนกับนกที่กำลังมีความสุขจากนั้น
เธอกระแทกเข้าที่แขนของชายคนนั้น
คิ้วของสาวสวยยับย่น ซูจีคิดในใจว่า ‘ฮึ่ม สาวน้อย เธอกำลังแสดง
ความใกล้ชิดต่อหน้าฉันงั้นเหรอ’
“พี่ฉินเฉา พี่มาแล้ว!”
“อืม” ฉินเฉาลูบหัวหลี่นาแล้วพูดว่า “ก็ฉันสัญญากับเธอแล้วนี่ จะ
ไม่มาได้ไง”
“นี่ไม่ใช่พี่สาวคนสวยวันนั้นหรอกเหรอ?” หลี่นาเงยหน้าขึ้น
เหมือนกับเธอเพิ่งสังเกตว่ามีซูจีอยู่ด้วย “คุณก็มาด้วย”
“ใช่ ฉันมาเป็นเพื่อนฉินเฉา” ซูจียิ้มหวาน เธอยื่นมือออกมาแล้ว
หยิกแก้มหลี่นา “ไม่ใช่ว่าเป็นงานพบผู้ปกครองของเธอเหรอ! แน่นอน
ว่า 2 คนต้องดีกว่า ฉันชื่อซูจี เธอเรียกแค่ชื่อฉันก็ได้ หรือไม่ก็เรียกว่า
พี่สาว แล้วแต่เลย”
ถึงอย่างไรหลี่นาก็ยังเป็นแค่นักเรียนมัธยม ความไม่พอใจของเธอ
แสดงออกมาทางปากของเธอ ‘ฮึ่ม นับเธอเป็นผู้ปกครองของฉันอะไร
หา’
แม้ว่าเธอจะไม่พอใจจริง ๆ กับการจัดการแบบนี้ แต่เมื่อเห็นฉินเฉา
แล้วซูจีแสดงเหมือนกับเป็นคู่รัก เธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แม้ว่าเธอจะดู
เหมือนหมดกำลังใจ แต่เธอยังคงเกาะแขนฉินเฉาแน่น
“หลี่นา นี่คือเพื่อนของเธอ?” นี่เป็นช่วงพักครึ่งของเกมบาส
หวู่ปินผลักน˺าที่ถูกส่งมาให้เขาโดยหญิงสาวจำนวนมาก ก่อนที่จะมาถึง
ร่างของหลี่นาแล้วเช็ดเหงื่อด้วยผ้าขนหนูสีขาว กล้ามเนื้อเปล่งแสง
ระยิบระยับด้วยเหงื่อ มันดูเป็นเงาเหมือนกับเหล็ก
เหล่าสาวน้อยในโรงเรียนต่างคลั่งไคล้เขา ยกเว้นเพียงแค่สองคน
หนึ่งคือหลี่นา อีกคนคือซูจี
หลี่นาไม่ชอบชายที่มีคุณสมบัติสูง เธอต้องการแค่ชายที่เป็น
สุภาพบุรุษแล้วไว้ใจได้
พ่อแม่ของหลี่นาแยกทางกันตั้งแต่เธอยังเด็ก พ่อของเธอหนีตาม
ผู้หญิงคนอื่น ทิ้งให้เธอกับแม่อาศัยอยู่ด้วยกัน ดังนั้นเธอจึงโตมาโดย
ขาดความรักของพ่อ เมื่อฉินเฉาย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ข้างห้องเธอ พอแม่
ของเธอเดินทางไปทำงาน หลี่นามักจะย่องมาฝากท้องอาศัยทานข้าวที่
ห้องเขาบ่อย ๆ ความอ่อนโยนทำให้หลี่นาพัฒนาความรู้สึกของเธอไป
เป็นว่ารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา ความรักของพ่อที่เธอขาดไป ปรากฏ
อีกครั้งบนตัวของฉินเฉา
นี่เป็นการบูชาพ่อ มีคำกล่าวที่ไม่เหมาะสมกล่าวว่า ลูกสาวคือ
ดวงใจของพ่อตลอดชีวิต
สำหรับซูจีผู้ชายที่โดดเด่นรอบตัวเธอมีเยอะมาก เทียบกับพวกเขา
หวู่ปินธรรมดาจนไม่นับว่าอยู่ในพวกโดดเด่น ยิ่งกว่านั้นเธอยังไม่เคย
เหลียวแลชายตามองไปที่เด็กนักเรียนชายคนนี้
นี่ทำให้หวู่ปินรู้สึกผิดหวัง
“นี่คือพี่ชายของฉัน” สาวน้อยที่กอดแขนฉินเฉาพูดอย่างภูมิใจ
“ทำไมเราทั้งคู่ไม่ลองเล่นบาสกันสักเกมล่ะ พี่ชาย?” หวู่ปินเชิด
คางเขาขึ้น มองฉินเฉาที่อยู่ตรงข้ามที่สูงน้อยกว่า 180 เซน เขาเองนั้น
สูง 185 เซน ในความคิด ผู้ชายที่สูงไม่ถึง 180 เซน เป็นได้แค่พวกพิการ
เกรด 3
“โทษที ฉันไม่เล่นบาส” ฉินเฉายักไหล่ เมื่อเขายังเป็นนักศึกษาปี
หนึ่ง เขาชอบกิจกรรมนี้อย่างมาก แต่ตั้งแต่ที่เขาเข้าสู่หนทางแห่งโอตา
คุเมื่อตอนปี 2 เขาแทบจะไม่ออกจากห้อง
เหล่านักเรียนชายเริ่มโห่ใส่เขา ขณะที่นักเรียนสาวพากันหัวเราะ
เขา ฉินเฉาไม่พูดอะไร แต่สองสาวเริ่มโกรธ หลี่นากัดริมฝีปากขณะที่
จ้องเพื่อนร่วมชั้นของเธอ
แต่ซูจีก็ยื่นมือออกมาแล้วแตะไหล่ฉินเฉา จากนั้นพูดกับหวู่ปิน
“ก็แค่บาส แล้วยังไง!” หญิงสาวนางนี้สะบัดมือของเธอ ชี้ไปที่
เด็กชายที่นั่งถัดจากเธอ พูดว่า “นายโยนลูกบาสมาให้ฉัน!”
“อะ?” เด็กชายคนนั้นแข็งไปชั่วขณะ แต่เพราะว่าคำพูดของสาว
สวย เขารีบยืนขึ้น คว้าลูกบาสที่อยู่ใกล้ ๆ จากนั้น ส่งลูกบาสใส่มือซูจี
ด้วยตนเอง
“นี่!” หญิงสาวส่งลูกบาสเข้าไปในแขนฉินเฉา “เจ้าหนุ่ม ไปแสดง
ให้ฉันดูสิ!”
ฉินเฉาขยิบตาไปที่ซูจีจากนั้นกระซิบว่า “เธอล้อฉันเล่นใช่มั้ย”
“นายกลัวอะไร!” ซูจีกระซิบตอบข้างหูเขา “ไม่ใช่ว่านายเล่นวิดีโอ
เกมมานับพันชั่วโมงแล้วเหรอ กะอีแค่บาสไม่มีอะไรต้องกลัว! ไป ถ้า
นายชนะ ฉันจะขึ้นเงินเดือนให้นาย!”
“โอเค โอเค!” เมื่อได้ยินว่าจะขึ้นเงินเดือนให้ ตาของฉินเฉาเบิก
กว้าง เขาไม่อยากใช้ทั้งชีวิตอยู่ห้องเช่าในเมืองซู่หนาน เพราะราคาบ้าน
ในซู่หนานเมืองชั้นสอง ราคายิ่งแพงขึ้นแพงขึ้น แทบจะเท่ากับราคา
จากเมืองชั้นหนึ่ง พิจารณาจากการขยายตัวของเมืองเซี่ยงไฮ้ มัน
จะต้องเชื่อมต่อกับเมืองซู่หนานแน่นอน
ราคาบ้านที่อยู่ใกล้พื้นที่ในเมือง แต่ละตารางเมตรแทบจะราคา 4
หลัก ถ้าต้องการซื้อบ้าน 50 ตรม. มันต้องจ่ายเกือบจะ 500,000 หยวน
เมื่อเพิ่มการตกแต่งพวกเฟอร์นิเจอร์เข้าไป ราคาจะขึ้นไปอย่างน้อย
600,000 หยวน
เงินเดือนของฉินเฉาอยู่ที่ 4,000 หยวน นั่นก็คือ 50,000 หยวนต่อ
ปี ถ้าเขาต้องการจะซื้อบ้าน 50 ตรม. ฉินเฉาจะต้องละทิ้งการกินแล้ว
ดื่มไป 12 ปี
ค่าเฉลี่ยเงินเดือนในเมืองซูโจวอยู่ที่ระหว่าง 1,000 – 2,000 หยวน
บางคนน้อยกว่า 1,000 หยวน ดังนั้นปัญหาเรื่องบ้านถูกเขาทิ้งไว้ข้าง
หลังมาเป็นเวลานาน
แม้ตอนนี้เขาจะมีรายได้ระดับหนึ่ง แต่เขาก็ยังคงไม่สามารถซื้อ
บ้านได้
ยิ่งกว่านั้น การล่อลวงการขึ้นเงินเดือนของซูจีก็ทำให้เขาตื่นเต้น
จริง ๆ ชาวจีนให้ความสำคัญกับการมีบ้านเป็นของตัวเองจริง ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้คนทางภาคเหนือ ฉินเฉาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ถ้าเขามีบ้าน แฟนเก่าคงไม่ทิ้งเขาไป
“ดี เรามาเล่น 1 ต่อ 1 คนแรกที่ทำได้ 3 แต้มก่อนชนะ!”
หวู่ปินพูด รับลูกบาสกลับมาจากมือของฉินเฉาหมุนมันบนนิ้วมือ
จากนั้นพูดอย่างถือดีว่า “คนแพ้ต้องคุกเข่ากับพื้นแล้วเรียกผู้ชนะว่า
‘ปู่’ 3 ครั้ง!”
“หึหึ ดูเหมือนว่านายจะชอบเรียกคนอื่นว่าปู่จริง ๆ นะ?” ฉินเฉา
กอดแขนพร้อมแสยะยิ้ม แน่ชัดว่ากลุ่มคนพวกนี้คิดว่าเขาไม่รู้จักบาส
พวกนี้ต้องการทำให้เขาขายหน้า
“หวู่ปิน นายไม่คิดว่ามันมากเกินไปเหรอ!” หลี่นาคล้ายแม่ไก่ เธอ
เอาตัวมายืนข้างหน้าฉินเฉา ซักถามเจ้าชายน้อยในชั้นของเธอ
“มีอะไรผิด กล้ารับคำท้ามั้ยล่ะ?” หวู่ปินรู้สึกรำคาญ เขามองไปที่
ฉินเฉาพร้อมกับรอยยิ้มเหน็บแนมบนใบหน้า
“นายได้ยินฉันพูดว่าไม่กล้ามั้ยล่ะ?” พร้อมกับเสียงโห่ของนักเรียน
ชาย ฉินเฉาถอดเสื้อโค้ตแล้ววางมันไว้ในมือซูจี “เมื่อนายอยากจะเป็น
หลานฉันนัก ฉันจะช่วยนายเอง!”