มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 500: พบหน้าเจ้าของบ้าน
หลังจากที่ขับมาอีกประมาณสิบนาที BMW สีขาวของหลัวชิงหลิน
ก็ค่อยๆ จอดตรงหน้าทางเข้าหมู่บ้านระดับสูงแห่งหนึ่ง
ที่ทำให้ฉินเฉาประหลาดใจคือ ยามที่เฝ้าทางเข้าหมู่บ้านแห่งนี้
ไม่ใช่ยามธรรมดา พวกเขาใส่เครื่องแบบทหารสีเขียว บนบ่าของพวก
เขาแบกปืนไรเฟิล ยืนตัวตรงแน่วเหมือนกับหอก
เมื่อเห็นรถของหลัวชิงหลินแล่นเข้ามา พวกเขาก็รีบยื่นมือขวาง
“โปรดแสดงบัตรยืนยันตัวตนด้วยครับ!”
“จริงๆ เล้ย” หลัวชิงหลินยิ้ม จากนั้นหยิบบัตรออกมาจากกระเป๋า
ตัวเอง พร้อมกับแสดงให้กับยามดู “เสี่ยวอู่ นายก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้จักฉัน
ทำไมต้องยืนยันตัวทุกวันด้วย”
“รบกวนคุณหนูแล้ว” คนที่เรียกว่าเสี่ยวอู่ตะเบ๊ะ จากนั้นก็พูดว่า
“นี่เป็นหน้าที่ของผมครับ”
จากนั้น เขาก็เลื่อนประตูออก เปิดทางให้ BMW คันนี้ผ่านเข้าไป
ขณะเดียวกัน ยามหนุ่มคนนั้นยังใช้สายตาพิเศษมองมาที่ฉินเฉาที่
นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ
“ยามหนุ่มคนนั้นชื่อว่าอู่เมี่ยว ก่อนหน้านี้เป็นบอดี้การ์ดของพ่อ
ของฉัน ตอนนี้ เขามารักษาการที่นี่”
หลัวชิงหลินเหยียบคันเร่ง ขณะที่บอกฉินเฉา
ในตอนนี้ฉินเฉาก็เข้าใจ พ่อของหลัวชิงหลินเป็นนายทหาร! แล้วก็
ดูเหมือนว่ายศของเขาจะไม่ต˹าเลย ที่เขาสามารถหาบอดี้การ์ดอย่างนี้ได้
ดูเหมือนว่าอย่างน้อย ยศของเขาต้องอย่างน้อยนายทหารฝ่ายเสนาธิ
การ
ดังนั้น หลัวชิงหลินจึงอาศัยอยู่ในพื้นที่ของทหาร
บ้านแต่ละหลังแทบไม่ต่างกัน ดังนั้น ถ้าคนนอกเข้ามา พวกเขาจะ
ไม่รู้ว่าบ้านหลังไหนเป็นบ้านของเจ้าหน้าที่ และบ้านหลังไหนเป็นบ้าน
ของคนธรรมดา
แต่หลัวชิงหลินจะไปลืมบ้านของตัวเองได้ยังไง รถของเธอหยุดลง
หน้าบ้านหลังไม่เล็กเท่าไหร่ขนาด 3 ชั้น
นี่เป็นบ้านที่ดี แสดงให้เห็นถึงพื้นหลังและอิทธิพลของหลัวชิงหลิน
ได้เป็นอย่างดี
แต่เมื่อฉินเฉาเคยอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเหลียวมาแล้ว แค่
บ้านขนาดใหญ่หลังนี้ จริงๆ แล้วไม่ค่อยมีผลกับฉินเฉาเท่าไหร่
กลับกัน เขากลับคิดว่า ผู้หญิงอย่างหลัวชิงหลินที่อาศัยอยู่ในบ้าน
หลังนี้ ดูธรรมดาไปเลย
“นั่น นั่นบ้านของฉัน”
ไม่รู้ว่าทำไม อยู่ๆ หลัวชิงหลินก็พลันรู้สึกกังวลขึ้นมา
หลายปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพาผู้ชายมาที่บ้าน
“อืม หลังใหญ่ดี” ฉินเฉาราวกับคนมุง มองดูอย่างอยากรู้อยากเห็น
“มะ เมื่อเจอครอบครัวของฉัน จำไว้ว่าเราตกลงกันว่ายังไง! อย่าได้
ทำผิดพลาด และอย่าเปิดเผยความลับออกไป….”
“วางใจน่า!” ฉินเฉายิ้ม “เรื่องนี้ปล่อยให้ฉัน ฉินเฉาจัดการเอง”
เพราะให้นายจัดการนั่นแหละ ฉันถึงได้ไม่วางใจ!
หลัวชิงหลินถลึงตามอง พร้อมกันนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ครั้งหนึ่ง
จากนั้นก็เปิดประตูรถ พาฉินเฉาเดินเข้าไปด้วยกัน
หน้าประตู เธอจัดการกดกริ่ง ไม่นาน ก็มีสาวน้อยคนหนึ่งเดินมา
เปิดประตู
“พี่หลินหลินกลับมาแล้ว?”
สาวน้อยที่รวบผมทรงหางม้าในชุดกันหนาวขนแกะสีน˺าเงินเดิน
ออกมา ด้วยใบหน้าที่ไม่ได้ตกแต่งอะไร เธอพูดแล้วก็ยิ้มให้หลัวชิงหลิน
“อืม เสี่ยวฮุ่ย พ่อแม่พี่ล่ะ?”
“คุณลุงกับป้าหวังอยู่ในบ้าน ป้าหวังสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ดังนั้น คุณลุงจึงอยู่เป็นเพื่อนเธอ”
“หา? แม่พี่เป็นอะไร?” เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวฮุ่ย หลัวชิงหลินก็
ตกใจ
“หนูไม่รู้ ป้าหวังบอกว่าเธอรู้สึกไม่ดี พี่หลินหลินเข้าไปดูเธอเถอะ”
เมื่อเสี่ยวฮุ่ยเปิดประตู หลัวชิงหลินก็พาฉินเฉาเดินเข้าไปทันที
“เสี่ยวฮุ่ย นี่เพื่อนของพี่ ชื่อฉินเฉา เธอพาเขาไปรอที่บันไดก่อน พี่
จะไปดูแม่”
หลัวชิงหลินไม่สนใจฉินเฉาอีก เธอจัดการวิ่งขึ้นไปบนบันไดทันที
“คุณคือเพื่อนของพี่หลินหลิน” สาวน้อยที่เรียกว่าเสี่ยวฮุ่ยคนนี้
อบอุ่นมาก เธอพาฉินเฉาไปนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก “พี่หลินหลินไม่
เคยพาผู้ชายเข้าบ้านมาก่อน คุณเป็นคนแรกเลย”
เมื่อสาวน้อยพูดจบ เธอก็เดินไปเอาน˺าร้อนใส่แก้วกระดาษมาเสิร์ฟ
ฉินเฉา
“ขอบคุณ” ฉินเฉาขอบคุณอย่างมีมารยาท ตัวเขาเป็นผู้ชายคน
แรกที่หลัวชิงหลินพามาที่บ้าน ไม่แปลกเลยที่เธอจะกังวลขนาดนั้น
แม้ว่าจะทำตามแผนที่เธอบอก ฉินเฉาก็แสดงได้อย่างเป็น
ธรรมชาติ ถึงยังไง ฉินเฉาก็เคยเห็นความโอ่อ่าแบบนี้มาหมดแล้ว ตัว
เขายังเคยทำลายโตเกียวมาแล้วครึ่งหนึ่ง เรื่องนี้แน่นอนว่าไม่ทำให้เขา
รู้สึกอะไร
“เสี่ยวฮุ่ยเป็นญาติหลินหลินเหรอ?” ฉินเฉาถาม
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันเป็นแค่สาวใช้เท่านั้น” เสี่ยวฮุ่ยยิ้มให้ฉินเฉา ฉินเฉา
คิดว่าเธอเป็นเด็กบ้านนอก เพราะว่ารอยยิ้มของเธอดูบริสุทธิ์ไม่มี
สิ่งเจือปน
“ฉันทำงานที่นี่กับคุณลุงมานานมากกว่าสามปีแล้ว คุณลุงและป้า
หวังเป็นคนดี พวกท่านดูแลฉันดีมาก อืม พี่หลินหลินก็เป็นคนดี
ยิ่งกว่านั้นยังน่ามองมากอีกด้วย ตัวเธอยังมีบริษัทใหญ่โต ยังไงก็ตาม
เธอก็ยังไม่มีแฟน ทำให้ป้าหวังและก็คุณลุงท่านเป็นห่วง”
เมื่อเห็นว่าสาวใช้คนนี้ไม่ได้มีแผนในการพูดคุยกันนี้ ฉินเฉาก็รู้สึก
กับเธอดีมากขึ้น
เมื่อต้องทำงานที่ต้องต่อสู้มานาน เขาก็ขาดความไว้วางใจในตัวคน
อื่น ทุกคำพูดที่ทุกคนเอ่ยออกมาต่างก็มีการปิดบัง หรือไม่ก็พูดจริงแค่ 7
ส่วน
บางครั้งขณะที่คุยกัน ยังต้องระมัดระวังในสิ่งที่ตัวเองพูด ด้วยกลัว
ว่าคำพูดของตัวเองนั้น จะไปขัดผลประโยชน์ของฝั่งตรงข้ามเข้า
เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างคน ก็จะไม่มีความรู้สึกที่
แท้จริงปนอยู่
“ฉันได้ยินพี่หลินหลินเรียกชื่อคุณ ให้ฉันเรียกคุณว่าพี่ฉินได้มั้ย! พี่
ฉิน บอกฉันหน่อย คุณและพี่หลินหลินเป็นแฟนกันใช่มั้ย?”
“หึหึ แล้วเธอเห็นว่าไง?” ฉินเฉาหลุบตาลง พร้อมกับเอ่ยหยอกล้อ
เมดสาว
“ฉันคิดว่าใช่! ดูจากท่าทางของคุณ เหมือนคนมีการศึกษา ฉันเชื่อ
ในการตัดสินใจของพี่หลินหลิน ด้วยความน่าดูของเธอ เธอจะต้องหา
คนที่มีการศึกษา พี่หลินหลินก็เหมือนกับฉัน ฉันไม่ชอบเสี่ยวอู่ เอาจริงๆ
สำหรับฉันแล้วก็ถือว่าไม่เลว”
เสี่ยวอู่?
หรือว่าจะเป็นอู่เมี่ยวที่เป็นยาม ดูเหมือนว่าสาวน้อยคนนี้จะถึงวัย
ที่มีความรักแล้ว
ฉินเฉายิ้ม “ฉันก็ไม่ได้ดีอะไร ฉันไม่ดีอย่างที่เธอคิด ฉันเป็นแค่คน
ธรรมดา ยิ่งกว่านั้นยังมาจากครอบครัวชาวนาอีก”
ครอบครัวของฉินเฉาตั้งแต่รุ่นปู่ขึ้นไปสามรุ่น ต่างก็เป็นชาวไร่
ชาวนาที่ยากจน ถ้าจะพูดเมื่อตอนนั้น ก็ถือว่าเป็นช่วงชีวิตที่ดีอยู่
ที่บ้านเกิดของปู่ของเขา เมื่อตอนที่ยังเด็ก พวกท่านเป็นเจ้าของที่
ยังไงก็ตาม หลังจากนั้น เจ้าของที่ก็ได้เปลี่ยนไป เขาได้รู้จักกับชายคน
หนึ่ง เมื่อตอนนั้น ครอบครัวของเขาได้เชิญเขามา พร้อมกับร˹าเรียนวิชา
ดูฮวงจุ้ย จากนั้น ท่านก็กลายเป็นหมอดูไป
ดังนั้น บางครั้ง จึงได้มีการทำพิธีขึ้น เพื่อไม่ใช่ภูตผีคอยรังควาน
เจ้าของที่
เรื่องในอดีตพวกนี้ เป็นเรื่องเมื่อตอนฉินเฉายังเด็ก ในตอนนั้นเขา
ไม่ค่อยสนใจฟังที่พวกเขาเล่าสักเท่าไหร่
“ฉันไม่เชื่อ!” สาวน้อยส่ายหัว หางม้าของเธอส่ายไปมา “คนมี
การศึกษาอย่างพวกคุณ มักจะถ่อมตัว ฉันไม่ใช่คนโง่ ฉันรู้ว่าผู้ชายที่พี่
หลินหลินชอบ แน่นอนว่าต้องไม่ผิดพลาด!”
ฉินเฉาคิดว่าสาวน้อยคนนี้น่าสนใจยิ่ง แต่ในขณะที่อยากจะคุยกับ
สาวน้อยต่ออีกหลายคำ ในตอนนี้เอง ประตูก็พลันเปิดออก
“เสี่ยวฮุ่ย ฉันหิวแทบตายแล้ว ขอบะหมี่ให้ฉันชามหนึ่งด่วนเลย!”
“เย้! พี่ใหญ่กลับมาแล้ว หนูจะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ!”
เมื่อเห็นว่าทางเข้ามีชายหนุ่มในเครื่องแบบทหารเดินเข้ามา เสี่ยวฮุ่
ยก็กระโดดลงมาจากโซฟาทันที จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในครัว
“ใช่แล้ว พี่ใหญ่ นี่คือเพื่อนของพี่หลินหลินพามา หนูจะไปทำ
บะหมี่ให้ พี่ช่วยรับแขกแทนหนูหน่อย!”
“ได้” สายตาของชายคนนั้นตกลงที่ร่างของฉินเฉาทันที
ขณะเดียวกัน ฉินเฉาก็หันไปมองที่เขาด้วยเช่นกัน
เป็นชายที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่ง คิ้วที่เอียงเป็นเส้นตรง พร้อมกับ
ใบหน้าที่คล้ายกับหลัวชิงหลินอยู่หลายส่วน ผิวของเขาดูมีสุขภาพดี ดู
เหมือนกับคนที่ทำงานข้างนอกบ่อยๆ
ดูจากอินทรธนูที่อยู่บนบ่า ฉินเฉาก็บอกได้ว่าเขามียศพันตรี
ในหน่วยทหาร แตกต่างจากรัฐบาล ถ้าคุณมีพ่อเป็นข้าราชการ
คุณก็จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้อย่างรวดเร็วและ
ง่ายดาย
แต่ในหน่วยทหารนั้น แม้ว่าคุณจะเป็นลูกของเจ้าหน้าที่ คุณก็จะ
ถูกดูแลไม่ต่างจากคนอื่น เพื่อที่จะกลายเป็นเจ้าหน้าที่ทางทหารที่โดด
เด่น ถ้าคุณไม่มีความสามารถที่แท้จริง ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะได้เลื่อนยศ
สายตาของชายทั้งสองปะทะกัน ราวกับมีประกายไฟปะทุออกมา
“นายเป็นแฟนของหลินหลิน?” นายทหารหนุ่มนายนี้พูดตรงๆ ไม่
อ้อมค้อม พร้อมกับนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามฉินเฉา
“อืม ใช่แล้ว” ฉินเฉาพยักหน้า วันนี้ หน้าที่ของเขาก็คือการทำตัว
เป็นแฟนของหลัวชิงหลิน เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง
“หึหึ สวัสดี ฉันชื่อว่าหลัวหยูเฟิง เป็นพี่ชายของหลินหลิน”
นายทหารหนุ่มเลิกทำหน้าบึ้ง พร้อมกับยิ้มออกมา จากนั้นก็ยื่นมือ
ออกมาอย่างมีมารยาท
“สวัสดี ผมชื่อฉินเฉา” ฉินเฉายื่นมือออกไปจับพร้อมใบหน้าที่มี
รอยยิ้ม แม้ว่าหลัวชิงหลินจะบอกเขาซ˺าๆ ว่าครอบครัวของเธอไม่ง่ายที่
จะจัดการ แต่ฉินเฉาคิดว่า พี่ชายคนนี้ก็ไม่ได้แย่
ดังนั้น เขาจึงยื่นมือออกไป พร้อมกับเช็คแฮนด์กับหลัวหยูเฟิงครา
หนึ่ง
เมื่อมือของพวกเขาสัมผัสกัน ฉินเฉาก็พลันขมวดคิ้ว
หลัวหยูเฟิงคนนี้ลงมืออย่างไม่มีความเมตตากันเลย ถ้าเกิดไม่รู้ว่า
เขาวางแผนจะทำอะไร กลัวว่าเพียงแค่การบีบนี้ มือของเขาคงบวมไป
หลายวัน
ยังไงก็ตาม ตัวเขาไม่ได้วางแผนอะไร แต่ก็เป็นถึงสมาชิกผู้ทรง
เกียรติของสาขาที่ 7 เป็นทายาทของนิกายหลัวซา และเป็นผู้สืบทอด
พลังเทพ!
ดังนั้น ไม่ว่าหลัวหยูเฟิงจะทำอะไร มุมปากของฉินเฉาก็ยังคงมี
รอยยิ้มประดับอยู่
นี่เป็นความจงใจของหลัวหยูเฟิง เขาต้องการจะตรวจสอบดู เมื่อ
เขาเป็นแฟนของหลินหลิน ถ้าเขาไม่มีความสามารถที่จะปกป้องเธอ
เขาซึ่งเป็นพี่ชายก็จะรู้สึกไม่วางใจ
แต่ยังไงก็ตาม ที่เขาใช้แรง 30% เขาก็ไม่ได้หวังจะทำรุนแรงอะไร
เขาก็แค่อยากจะหาความสนุกให้กับตัวเองเท่านั้น
พลังบีบของผู้ชายปกติจะอยู่ที่ 30-50 กิโลกรัม ถ้าได้ฝึกสักหน่อยก็
อาจจะมีกำลังอยู่ที่ 60-100 กิโลกรัม แต่พลังบีบของเขามีกำลังอยู่ที่
160 กิโลกรัม
ถ้ามีโอกาสล่ะก็ เขาสามารถหักคอคนได้โดยตรงเลย
แม้ว่าจะเป็นพลังเพียงแค่ 30% สำหรับคนธรรมดาก็ถือว่าน่ากลัว
มากแล้ว ในความคาดหวังของเขา เจ้าหนูที่ไม่รู้ว่าเป็นลูกของผู้ทรง
อิทธิพลคนไหนที่ได้รับการตามใจตั้งแต่เด็ก เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับ
เขา แล้วจับมือกันล่ะก็ มันจะต้องมีใบหน้าซีดเซียว พร้อมกับร้อง
ออกมาด้วยความเจ็บปวด