มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 521: หนึ่งเท้า
“เอาล่ะ ลุงจาง ฉันจะให้คุณรับผิดชอบที่นี่ ตอนนี้ใจฉันไม่ได้อยู่ที่นี่
แล้ว”
จากนั้น โดยที่ไม่รอให้พ่อบ้านทันได้คิดอะไร เธอก็เริ่มวิ่งไปแล้ว
พ่อบ้านจางถอนหายใจ “คุณหนูช่างเป็นคนขี้เป็นห่วงจริงๆ”
หลังจากถอนหายใจเล็กน้อย เขาก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สีหน้าของ
เขาเปลี่ยนไป ครั้งนี้ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยอำนาจและท่าทางคุกคาม
“แขกทุกท่าน” ชายวัยกลางคนยืนอยู่บนเวที ประสานมือทั้งสอง
ข้าง ไม่ใช้ไมค์ แต่เสียงของเขาก็ดังไปถึงทุกคน
“ผมชื่อว่าจางเซี่ยง บางคนอาจจะรู้จักผมแล้ว รู้ว่าผมนั้นเป็น
พ่อบ้านของตระกูลหาน เรื่องวันนี้เป็นเรื่องกะทันหัน ทำให้ทุกท่านต้อง
ตกใจ สำหรับเรื่องนี้ ตระกูลหานของพวกเราต้องขอโทษอย่างสุดซึ้ง”
จากนั้น จางเซี่ยงคนนี้ก็โค้งให้กับคนที่อยู่ที่นี่
การกระทำของจางเซี่ยงเอาชนะใจของคนหลายคนได้ทันที
เรื่องวันนี้นั้นน่ากลัวจริงๆ คนของตระกูลหานที่เป็นเจ้าของงาน
เลี้ยงวันเกิด กลับเกิดบาดเจ็บขึ้น ทำให้เกิดเป็นเรื่องใหญ่
“แต่ในอีกทางหนึ่ง” ท่าทางผ่อนคลายของจางเซี่ยงกลายเป็นดุดัน
พร้อมกับมองลงมาจากเวที “ที่เรื่องในวันนี้เกิดขึ้น เป็นเพราะว่าตระกูล
หานของเราอยู่อย่างสงบมาเป็นเวลานาน ทำให้หลายคนลืมความน่า
กลัวของตระกูลหานเรา ฉัน จางเซี่ยง ในฐานะคนตระกูลหาน ขอเป็น
ตัวแทนนายท่านหาน กล่าวกับทุกคนว่า สำหรับมิตรของตระกูลหาน
แน่นอนว่าเราจะตอบแทนด้วยดี แต่สำหรับศัตรู อย่ามาโทษ หากว่าเรา
ไม่เกรงใจ!”
จากนั้น จางเซี่ยงคนนี้ก็หมุนตัว มองมาที่ฉินเฉา แล้วพูดออกมา
ประโยคหนึ่ง
“สหายท่านนี้ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใคร หรือว่าเป็นศัตรูกับตระกูล
หานเรา?”
“ก็ไม่นี่” ฉินเฉายักไหล่ พาดขาทั้งสองข้างกับโต๊ะตรงหน้า ชุดสูท
รองเท้าหนังที่ใส่ ไม่ได้ทำให้เขาดูสุภาพ แต่กลับทำให้เขาดูคล้ายกับ
นักเลงขึ้นไปอีก
หลัวชิงหลินก็ยืนอยู่ข้างหลังเขาด้วยใบหน้าที่แดงก˹า
“ที่ฉันมาหาเรื่องหานห่าวเซวียน ก็เพราะว่าฉันไม่พอใจในตัวเขาก็
แค่นั้น”
“ช่างเป็นคำพูดที่อวดดีจริงๆ!”
จางเซี่ยงเยาะเย้ยออกมา “แกคิดว่าแกเป็นใคร ต่อให้เป็นคนจาก
เมืองหลวง เมื่อมาที่เมืองจงชวนของเรา ก็ต้องไว้หน้าเรา! เพราะว่านี่
คือเมืองจงชวน เมืองที่ตระกูลหานของเราถือครอง! ใครที่กล้ามาสร้าง
ปัญหาในถิ่นของเรา มันคนนั้นต้องตาย”
“ฉันคงต้องขอปฏิเสธ” ฉินเฉายกแก้วไวน์ขึ้นมา พร้อมกับดื่มลงไป
ช้าๆ แล้วพูดว่า “ฉันจะตายมั้ยนั่นไม่รู้ แต่คนที่จะตายเมื่อกี้นี้คือนาย
น้อยจากตระกูลหานของพวกนาย”
“แกคิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรแกงั้นสิ!” จางเซี่ยงพูดออกมาอย่าง
โมโห
ชายคนนี้รับใช้ตระกูลหานมาตั้งแต่อดีต ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
สามารถพูดได้ว่าเขาได้เห็นอะไรมาหลายอย่าง หลังจากที่ตระกูลหาน
ได้ปิดบังชาวเมือง แล้วแอบปกครองเมืองในฐานะแก๊งใต้ดินอย่างลับๆ
ฐานะของเขาก็เพิ่มขึ้นมาก แล้วรายได้ของเขาก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน
หลายปีมานี้ ไม่มีใครกล้าพูดอย่างนี้กับเขา พ่อบ้านจาง!
ไม่ว่าจะไปไหน ทุกคนจะต้องให้เกียรติ และเรียกเขาว่าจางแหย
แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าหนูตรงหน้านี้ จะไม่ไว้หน้าเขา เห็นชื่อเสียงของ
เขาเป็นดั่งฟองอากาศ ถ้าไม่แสดงความสามารถสักหน่อย เดี๋ยวคนอื่น
จะคิดว่าเขานั้นไร้น˺ายา
“จางเซี่ยง ระวังคำพูดของนายด้วย”
ไม่มีผู้ชายคนไหนที่ไม่ปกป้องผู้หญิงของตัวเอง และไม่มีผู้หญิงคน
ไหนที่ไม่ห่วงใยผู้ชายของตน
หลังจากจางเซี่ยงพูดจาเป็นการข่มขู่เช่นนั้น หลัวชิงหลินจึงจ้อง
ตอบพร้อมกับพูดเสียงสูง
“ในเมืองจงชวนแห่งนี้ไม่ใช่ตระกูลหานของนายที่ใหญ่คนเดียว!
หรือว่านายคิดว่าตัวเองเป็นคนปกครองเมืองนี้จริงๆ?”
บนใบหน้าของหลัวชิงหลินมีรอยยิ้มท้าทาย แล้วพูดว่า “เมื่อนายก
ล้าพูดอย่างนั้น ฉัน หลัวชิงหลินก็ไม่ขอเกรงใจ ฉินเฉาเป็นคนของ
ตระกูลหลัวเรา! นายที่กล้าพูดกับเขาอย่างนั้น เชื่อมั้ยว่า ฉันจะส่งทหาร
ไปเยี่ยมตระกูลหานของนายในวันถัดไป!”
“ช่างเป็นคุณหนูที่อวดดีจริงๆ!”
ในใจจางเซี่ยงตกใจ แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว บนใบหน้าของเขา
ยังคงแสดงถึงความอวดดี
“พ่อของเธอเป็นรองผบ. ไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะสั่งการกองทัพในเรื่อง
ส่วนตัว ทำไมเธอถึงได้กล้าพูดอย่างนั้น? คำพูดที่ใหญ่โต คิดว่าฉัน จาง
เซี่ยงโง่เหรอ แม้ว่าจะเป็นคนของกองทัพ ก็อย่าได้คิดว่าฉันไม่มีสมอง”
“หลินหลิน นั่งลง” ฉินเฉาตบเก้าอี้แล้วพูดกับหลัวชิงหลิน
“มีอะไร?” หลัวชิงหลินมองไปที่ฉินเฉาด้วยอาการมึนงง
“นั่งลงแล้วดูเฉยๆ ก็พอ” ฉินเฉาดึงหลัวชิงหลินให้นั่งลง จากนั้นก็
เทไวน์ใส่แก้วให้เธอ
“เรื่องเล็กแค่นี้ให้ฉันจัดการเอง พ่อของเธอเขางานยุ่ง ไม่
จำเป็นต้องให้เขาลงมือหรอก”
จากนั้นฉินเฉาก็ยืนขึ้น จัดเสื้อผ้าใหม่ จากนั้นก็ไปยืนอยู่หลังหลัว
ชิงหลินพร้อมกับนวดไหล่ให้เธอ
“วันนี้ฉันทำให้เธอลำบากที่ต้องมาเป็นเพื่อนฉันในงานนี้ ทำให้เธอ
ต้องรู้สึกตกใจและกังวล แต่กับพวกงั่งที่ชอบสร้างความเดือดร้อนพวกนี้
ฉันไม่สนใจ เจ้าคนที่ชื่อจางเซี่ยงอะไรนั่น ในสายตาฉันก็เป็นได้แค่ขยะ”
“แม่งเอ๊ย หาที่ตาย!”
คำพูดของฉินเฉาไม่ได้เบาเลย ทำให้คำที่เขาพูดนั้น ทุกคนได้ยิน
มันอย่างชัดเจน
ทุกคนตกใจ หลายปีมาแล้ว เขาเป็นคนแรกที่กล้าพูดกับพ่อบ้าน
จางอย่างนั้น
จางเซี่ยงโมโหเป็นอย่างมาก เขาพลันยกมือขึ้นแล้วพูดว่า
“เนื่องด้วยมีแขกที่น่ารังเกียจอยู่ที่นี่ ขอให้ทุกท่านโปรดกลับไป
ก่อน ตระกูลหานของเรามีเรื่องต้องจัดการ”
จางเซี่ยงรู้ดี แม้ว่าคนพวกนี้ยังอยากจะดูต่อ แต่พวกเขาก็ไม่อยาก
ต่อต้านตระกูลหาน ดังนั้นจึงยอมจากไป
ไม่นาน ในห้องแห่งนี้ก็เหลือเพียงคนของตระกูลหาน และฉินเฉา
กับหลัวชิงหลิน
จางเซี่ยงคนนั้นหยิบมือถือออกมา จากนั้นก็พูดอะไรบางอย่างกับ
คนที่อยู่ปลายสาย
หลัวชิงหลินเย้ยหยัน แม้ว่าฉินเฉาจะไม่อยากให้เธอไปยุ่ง แต่เธอ
ไม่ใช่ผู้หญิงที่เป็นเช่นแจกันดอกไม้ที่เอาไว้โชว์ ดังนั้น สาวน้อยนางนี้จึง
หยิบมือถือออกมาเช่นกัน จากนั้นก็ต่อสายถึงใครบางคน
“พี่ มานี่เร็ว น้องสาวของพี่อยู่ในโรงแรมตี๋ห่าว กำลังถูกคนของ
ตระกูลหานรังแก”
ฉินเฉามองไปที่หลัวชิงหลินอย่างช่วยไม่ได้ การที่สาวน้อยนางนี้ต่อ
สายหาพี่ของเธอ เท่ากับเป็นการดูถูกฉินเฉา
จริงๆ แล้วฉินเฉาวางแผนจะแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง ตอนนี้กลับมี
คนของกองทัพเข้ามาเกี่ยว ยังไงก็ตาม เขายังมีฐานะของคนของสาขาที่
7 ค˺าคออยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่กลัวที่จะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่
ไม่นาน ในห้องแห่งนี้ก็มีคนวิ่งเข้ามา คนกลุ่มนี้บางกลุ่มใส่ชุดบอดี้
การ์ดสีดำ บางกลุ่มก็ใส่เครื่องแบบของรปภ.สีดำ บางกลุ่มก็ดูคล้ายกับ
นักเลง
คนพวกนี้เมื่อรวมกันแล้ว ก็มีมากกว่าร้อยคน ทั้งหมดเข้ามาล้อม
ฉินเฉา และหลัวชิงหลินไว้ตรงกลาง
“เห็นหรือยัง?”
จางเซี่ยงเชิดหน้ามองฉินเฉา สีหน้าแสดงถึงความสมเพชเวทนา
“นี่คือผลลัพธ์ของผู้ที่ต่อต้านตระกูลหาน คนเยอะขนาดนี้ แค่ฟัน
ใส่แกคนละครั้งก็ทำให้แกกลายเป็นเนื้อบดได้แล้ว”
“คนเยอะแล้วยังไง ขยะก็ยังเป็นขยะอยู่วันยังค˹า…..”
ฉินเฉาส่ายหัว ยังคงไม่สนใจ พร้อมกับนวดไหล่ให้หลัวชิงหลินต่อ
ขณะที่นวด มือของเขาก็ส่งลมปราณผ่านนิ้วเข้าไปในร่างของหลัว
ชิงหลิน ทำให้ร่างของเธอรู้สึกสบาย
ฉินเฉาทำแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
หลัวชิงหลินตกใจ แต่เมื่อได้คิดดู เธอก็พลันเข้าใจ ตาของซุนเห
ยียน ขาของพี่ใหญ่ซุน ฉินเฉายังรักษาได้ แค่การนวดนิดๆ หน่อยๆ พวก
นี้ สำหรับเขาแล้ว ถือได้ว่าเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย
“ความตายใกล้เข้ามาแล้วยังไม่รู้ตัวอีก” จางเซี่ยงเยาะเย้ย “บาง
คน ตายแล้วก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองตายยังไง”
“ใช่” ฉินเฉาพยักหน้า “บางคนตายแล้วก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองตาย
ยังไง”
“ฮึ่ม จับมันโยนลงแม่น˺าเป็นอาหารปลาให้กับฉัน!”
จางเซี่ยงสั่งฆ่าฉินเฉา จากนั้นก็วางท่าทำตัวสูงส่ง
ครั้งนี้ หานห่าวเซวียนบาดเจ็บ หน้าตาของตระกูลหานถูกทำลาย
ไม่มีชิ้นดี ถ้าไม่สั่งสอนเจ้านี่ให้รู้สำนึก หลังจากนี้ ฐานะของตระกูลหาน
คงถูกคุกคาม
“ลุยเลย!”
กลุ่มคนพลันเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นบอดี้การ์ดหรือว่านักเลง ทุก
คนต่างพากันแย่งเพื่อที่จะเป็นคนแรก เพื่อรับความโปรดปรานของ
พ่อบ้านจาง
“หลินหลิน นั่งอยู่นี่นะ”
ฉินเฉากดไหล่หลัวชิงหลิน ไม่ให้เธอยืนขึ้น ขณะเดียวกัน เขาก็
กวาดตามอง ทำให้ร่างที่พุ่งเข้ามาต่างตัวสั่นอย่างอดไม่อยู่ พร้อมกับ
ถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวไม่กล้าเดินเข้ามา
การที่พวกเขาถอยหลังนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพียงแต่ข้างหลังของ
พวกเขานั้นมีคนที่วิ่งตามหลังมาอยู่
ดังนั้นเมื่อข้างหน้าถอย จึงทำให้พวกเขาชนเข้ากับคนข้างหลัง ทำ
ให้พวกเขาต้องปะทะกัน
“โอ้ ไม่!”
“เชี่ย พวกแกแม่งไม่มีตามองหรือไงวะ!”
“เฮ้ย แกเหยียบฉัน!”
กลุ่มคนกลายเป็นวุ่นวาย ตอนนี้พวกเขาไม่สนใจแล้วว่าจะเป็น
พวกเดียวกันมั้ย
หมัดฉันเท้าแก ต่างปลิวกันให้ว่อน ต่อยเตะกันวุ่นวาย
จางเซี่ยงโกรธจนแทบจะกัดลิ้นตัวเอง
แม่งเอ๊ย ไอ้พวกนี้ พวกมันเป็นไม่ได้แม้แต่กำแพงมนุษย์
“ไอ้พวกงั่ง!”
เขาทนไม่ไหวจนขว้างแก้วลงพื้น “รีบไปจัดการไอ้ฉินเฉานั่น ถ้ามัน
มีชีวิตเดินออกไป ฉันจะหักขาพวกแกซะ!”
คำพูดของพ่อบ้านจางที่เหมือนกับกำลังคำราม ได้ปลุกพวกนักเลง
ที่กำลังตีกันให้ตื่นขึ้น
แม่ง เป็นอย่างนี้ได้ยังไง
พวกเขาเข้ามาในวงการนี้ได้หลายปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เกิด
อาการกลัวเพียงแค่ถูกมอง
นักเลงพวกนี้ปลุกขวัญตัวเอง จากนั้นก็เริ่มเรียงแถวแล้วบุกเข้าไป
ใหม่
“หึหึ ดี เป็นพวกแกรนหาที่ตายเองนะ” หลังจากที่คำพูดของฉิน
เฉาหลุดออกไป หลัวชิงหลินพลันรู้สึกว่าที่ไหล่ของตัวเองสั่นเบาๆ
จากนั้น ในห้องก็พลันเกิดลมแรงขึ้น
เฟอร์นิเจอร์รอบๆ หลัวชิงหลินต่างลอยขึ้น จากนั้นก็เริ่มหมุน แล้ว
ก็กระแทกใส่ร่างของพวกโง่ที่พุ่งเข้ามา
คนโง่พวกนี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นพวกนักเลง ร่างกายของพวกมันต่าง
ถูกใช้ไปกับเหล้าและก็ผู้หญิง
มีเพียงพวกรปภ.และบอดี้การ์ดไม่กี่คนที่พอจะทนแรงกระแทก
จากพายุเฟอร์นิเจอร์พวกนี้ได้ นอกนั้นต่างพากันปลิวออกไป
พ่อบ้านที่ชื่อว่าจางเซี่ยงคนนั้นก็ตกใจ ไม่อยากจะเชื่อสายตา
ตัวเอง ลูกน้องของเขาต่างพากันถูกพายุพัดไปราวกับเศษฝุ่น
“โอ้ มารดามันเถอะ…..”
“พายุนี่มาจากไหนกัน!”
หลายคนนอนอยู่บนพื้น ไม่ว่าจะหัว แขน เอว หรือว่าขา ต่างก็เจ็บ
จากการถูกเฟอร์นิเจอร์กระแทกใส่ ไม่อาจลุกขึ้นได้ในทันที
อย่างรวดเร็ว หลัวชิงหลินก็รู้สึกถึงความอบอุ่น และพลังจากมือ
ใหญ่ ที่ได้กลับมาที่ไหล่ของเธอ
ฉินเฉายืนอยู่หลังหลัวชิงหลิน นวดไหล่ให้เธอ
ลมพายุเมื่อกี้นี้ เกิดขึ้นมาจากลูกเตะของเขา
ลมปราณแห่งความวุ่นวาย ลมปราณนี้ไม่รู้ว่าเมื่อเทียบกับ
ลมปราณพุทธหรือว่าปีศาจกับเต๋าก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่ามีพลังเหนือกว่ากัน
กี่เท่า ตอนนี้พลังของเขาฟื้นกลับคืนมาที่ขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งระดับ
สุดท้าย เมื่อเทียบกับพลังที่เขามีก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าตอนนี้เหนือกว่ากัน
ไปกี่เท่าแล้ว