มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 564: ผู้ช่วยของผู้ช่วย
เหล่าสายฟ้าพากันกระหน˹าลงมา หวังจะจัดการกับชายเสื้อที่ปก
คลุมให้แหวกออก
แต่ลำแสงสีทองและขาวตรงหน้านั้น กลับค่อยๆ หนีห่างออกไปที
ละน้อย
“ไล่ตามไป!”
ตงฟางอิ๋งไม่ยอมปล่อยให้สองคนนั้นหนีไป เธอตวาดใส่ศิษย์ยอด
เขาหมอกทันที
ศิษย์พวกนั้นพากันไล่ตามไป
แต่ฮัวเหนียงที่บนหน้าแต้มไว้ด้วยรอยยิ้มไม่แยแส ยืนอยู่ที่นั่น
ชายเสื้อของเธอที่คลุมฟ้าได้เข้ามาขวางพวกนั้นไว้ด้วย
“ฮัวเหนียง หลีกไปซะ!”
ตงฟางอิ๋งพูดออกมา ดวงจันทร์ในมือก็เล็งมาที่ฮัวเหนียง
“ขอโทษด้วย คำขอนี้คงต้องขอปฏิเสธ”
ฮัวเหนียงเลียนแบบน˺าเสียงของฉินเฉา พูดออกมาเบาๆ
“น่าตายเอ๊ย! เจ้ากำลังหาที่ตาย!”
ตงฟางอิ๋งกระทืบเท้าอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรภรรยาที่ยังไม่
แต่งของจูหลงซ่างเหรินคนนี้ได้ ปีศาจงูน้อยนางนี้ทำให้ตัวเองอึดอัด
จริงๆ
“ก็ได้ ในเมื่อเจ้าไม่หลีก งั้นข้าก็ไม่เกรงใจ!”
ตงฟางอิ๋งพูดจบ ก็สั่งให้ดวงจันทร์ของเธอลอยขึ้นไปเหนือหัว
“เมฆาม่วงตะวันออก ช่วยมอบพลังให้ข้าด้วย!”
เมฆสายฟ้าบนอากาศกะพริบ จากนั้นก็ให้ตงฟางอิ๋งยืมพลังอีก
เธอชูมือทั้งสองข้างขึ้นสูง ค่อยๆ ดึงดวงจันทร์ของตนที่ลอยอยู่บน
ฟ้าลงมา เตรียมดูดซับพลังและความแข็งแกร่งของสายฟ้า เพื่อใช้การ
โจมตีเต็มกำลังของเธอ
สายฟ้าฟาดกระหน˹าลงมาไม่หยุด ขณะที่พลังของเธอก็เพิ่มขึ้น
เรื่อยๆ
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น สายฟ้านั่นก็ไม่อาจทำลายชายเสื้อหมอก
ของฮัวเหนียงได้
ยามเมื่อสายฟ้าฟาดลงมา ทำได้เพียงให้มันสั่นเบาๆ เพียงเท่านั้น
“เป็นไปได้ยังไง?”
เมื่อเห็นว่าสายฟ้าของเธอไม่สามารถทำลายวิชาที่ตระกูลเป่ยถัง
ถ่ายทอดให้ฮัวเหนียงอย่าง ชายเสื้อหมอกได้ นี่ทำให้ตงฟางอิ๋งยอมรับ
ไม่ได้
“ในเมื่อท่านอยากจะลอง ข้าก็จะให้ท่านลอง”
ฮัวเหนียงเมื่อพูดจบก็สะบัดมือ ชายเสื้อทั้งสองที่ปิดกั้นฟ้าก็ถูก
เรียกกลับมา จากนั้นก็กลายเป็นชายเสื้อตามปกติ
เหล่าศิษย์ต่างมองดู พระเจ้า ฟ้าเปิดแล้ว
เหล่าศิษย์พากันเคลื่อนไหว กลายเป็นแสงไล่ตามไป
แต่ฮัวเหนียงยิ้ม จากนั้นก็สะบัดชายเสื้อด้านขวาออกไป
“คอยดูอยู่เงียบๆ เป็นเด็กดีอยู่ข้างๆ แล้วกัน”
หลังจากพูดจบ ชายเสื้อของเธอก็ราวกับเป็นมังกร ม้วนกวาดศิษย์
เหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
ทุกครั้งที่ชายเสื้อม้วนกวาด มันจะทิ้งชายเสื้อเอาไว้ พร้อมกับมัด
พวกเขาไว้ราวกับดักแด้ ทำให้พวกเขาไม่อาจใช้วิชาอะไรได้อีก
“ดี ดีมาก!” ตงฟางอิ๋งกัดฟัน “ฮัวเหนียง เจ้าดีมาก! ดีมากจริงๆ!”
ฮัวเหนียงไม่พูด ราวกับผู้พิทักษ์ ยืนอย่างสงบนิ่ง แต่ไม่ปล่อยให้
ใครผ่านไปได้
“เมื่อเป็นอย่างนี้ก็เตรียมตัวรับบทลงโทษได้เลย!”
หลังจากพูดจบ เธอก็ชูสองมือขึ้นอีกครั้ง เตรียมตัวใช้พลังที่ดูดซับ
มา
ดวงจันทร์หมุนไม่หยุด สายฟ้าก็กระหน˹าลงมา ฟาดใส่ดวงจันทร์นี้
เปรี้ยง เปรี้ยง!
สายฟ้าสีม่วงที่แล่นแปลบปลาบอยู่บนดวงจันทร์ยิ่งมายิ่งแข็งแกร่ง
ไม่รู้ดูดซับสายฟ้าเข้าไปมากแค่ไหน แต่ในตอนนี้ ดวงจันทร์ได้เปล่งแสง
เจิดจ้ามาก เหมือนกับเป็นดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ
“จงปรากฏ!”
“นี่คือวิชาสังหารของตระกูลตงฟาง!”
ศิษย์บางคนพูดออกมา แม้ว่าตัวของพวกเขาจะถูกมัดไว้ แต่ปาก
ไม่ได้ถูกปิดไปด้วย จึงพูดได้
“นี่คือสายฟ้าสวรรค์ม่วงลงทัณฑ์! ฮัวเหนียง ถึงเวลาตายของเจ้า
แล้ว”
“ผู้อาวุโสตงฟางเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งระดับ
สุดท้าย การโจมตีนี้ ต่อให้ฮัวเหนียงที่อยู่ในขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งระดับ
สุดท้ายเหมือนกันก็ไม่อาจต้านได้!”
เหตุผลที่วิชาห้าสายฟ้าลงทัณฑ์ของตระกูลตงฟางนั้นร้ายกาจ เป็น
เพราะพวกเขาดึงเอาพลังสายฟ้าจากสวรรค์มาช่วยได้ พวกเขาใช้พลัง
ตัวเองเพียงหนึ่งส่วน แต่ได้รับพลังจากสายฟ้ามาช่วยเหลืออีกสิบส่วน
ทำให้พลังโจมตีของพวกเขากระโดดข้ามขั้นไปหลายขั้น
ตระกูลซีเหมินนั้นฝึกด้านวิชากายา ที่พวกเขาเยี่ยมยอดนั้นเป็น
วิชาต่อสู้มือเปล่าแบบปราชิด ถ้าให้พวกเขาใกล้คนของตระกูลตงฟาง
ได้ ตระกูลตงฟางก็ทำได้เพียงงอมือรับการจัดการ
ตระกูลหนานกงนั้น เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงยา เพราะว่าพวก
เขาฝึกเพลิงสมาธิแท้ ยาที่พวกเขาปรุงจึงมีประโยชน์มาก ดังนั้น
ตระกูลหนานกงจึงเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลในยอดเขาหมอกน้อยที่สุด
แต่ก็เป็นตระกูลที่สำคัญมากที่สุดเช่นกัน
และสุดท้าย ตระกูลที่ทรงพลังมากที่สุดในอดีต ตระกูลเป่ยถัง
ตระกูลเป่ยถังนั้นฝึกวิชาชายเสื้อหมอก ทำให้ตระกูลนี้มีผู้หญิงมากที่สุด
เพราะตี้ฉางซ่างเหรินไม่ชอบการต่อสู้ ทำให้พวกเขาถูกตระกูลตงฟาง
กดรัศมีไป
สายฟ้าสวรรค์ม่วงลงทัณฑ์นี้ เป็นท่าสังหารของตระกูลตงฟาง
พวกเขาดูดซับพลังสายฟ้าเข้ามา แล้วกลั่นมันเป็นอาร์ติแฟค
จากนั้นก็ใช้อาร์ติแฟคที่กลั่นขึ้นมานี้โยนใส่ศัตรูเพื่อทำลายทั้งศัตรูและ
อาร์ติแฟค อารมณ์ประมาณว่าโยนระเบิดต่อต้านรถถังประมาณนั้น
เมื่อดวงจันทร์เปล่งแสงเจิดจ้าถึงขีดสุด เหล่าศิษย์ก็พากันหน้าถอด
สี อยากจะหนีให้ไกลจากที่นี่
นี่คือสายฟ้าสวรรค์เลยนะ! ต่อให้ไม่ผ่าลงมาที่ตัวเอง แต่เห็นมันอยู่
เหนือหัวอย่างนี้ คนธรรมดาที่ไหนบ้างจะไปทนไหว!
แล้วโดยเฉพาะผู้ฝึกตน สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดก็คือสายฟ้าสวรรค์
แต่ฮัวเหนียงที่อยู่ใจกลางกลับไม่มีสีหน้าตื่นกลัวเลยสักนิด ราวกับ
ว่าสายฟ้านี้จะไม่ผ่าใส่ตัวเธอแต่เป็นคนอื่น
“ผู้อาวุโสตงฟาง ท่านจงคิดให้ดี”
ฮัวเหนียงยังคงเอ่ยค้าน “ถึงยังไงตัวข้าก็เป็นคู่บำเพ็ญที่ยังไม่ตบ
แต่งของจูหลงซ่างเหริน ถ้าท่านฆ่าข้า ท่านจะไปบอกเขาว่ายังไง?”
“นี่เป็นเรื่องของข้า ไม่ต้องให้เจ้ามาเป็นห่วง!”
ตงฟางอิ๋งสีหน้าจริงจัง ดวงจันทร์ที่เหนือหัวค่อยๆ หลุดจากการ
ควบคุมของเธอทีละน้อย ในที่สุดเธอก็ฟันฉับลงมา
ตูม ตูม ตูม!
ดวงจันทร์ระเบิดอากาศออกมา
เมื่อตงฟางอิ๋งปล่อยดวงจันทร์ออกไป สายฟ้าก็เริ่มถูกดวงจันทร์
ปล่อยออกมาทั้งสี่ทิศแปดทาง ศิษย์บางคนที่โชคไม่ดี หรือไม่ระวัง ก็ถูก
สายฟ้าฟาดใส่จนถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน
“โอ้ ช่างบาปนัก”
ฮัวเหนียงถอนหายใจ เธอมองไปที่ศิษย์คนนั้นที่ถูกสายฟ้าผ่าใส่จน
เป็นเถ้าถ่าน ในสายตาก็เต็มไปด้วยความเสียใจ
พริบตานี้ ศิษย์ทุกคนต่างพากันตกตะลึง
ในพริบตานั้น ที่พวกเขาเห็นราวกับไม่ใช่ปีศาจงู แต่เป็นราวกับ
พระโสดาบันที่มาโปรดสัตว์
ศิษย์หลายคนถึงกับทนไม่ไหวต้องคุกเข่าลงกราบกราน
จากนั้นฮัวเหนียงก็โบกมือ ปล่อยชายเสื้อที่พันธนาการพวกศิษย์
เหล่านั้น
เมื่อชายเสื้อพวกนั้นถูกเรียกกลับมา จากนั้นก็ถูกผลักเข้าไป
รับหน้าดวงจันทร์ดวงนั้น
ดวงจันทร์นั้นราวกับปะทะกับกำแพง มันหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
ปล่อยสายฟ้าที่ราวกับกระบี่ ตัดชายเสื้อนั้นไม่หยุด
และในจังหวะนี้ เหล่าศิษย์ของยอดเขาหมอกที่ฮัวเหนียงปล่อย
ออกมา ก็พากันกังวลเรื่องเธอ
แต่ท่าทางของฮัวเหนียงไม่มีแม้แต่ความกลัว และสุดท้าย เธอก็ยิ้ม
ออกมา
“ผู้อาวุโสตงฟาง พลังของท่านแม้ว่าจะแข็งแกร่งก็จริง แต่ถ้าใช้ไม่
ระวัง มันจะทำร้ายตัวท่านเอาได้ง่ายๆ”
จากนั้นเธอก็ขยับแขน ชายเสื้อถูกม้วนกลับมา จากนั้นก็ถูกผลัก
ออกไปอีกครั้ง
“เมฆาหมุนวน”
เพียงแค่การสะบัดชายเสื้อแค่ครั้งเดียว ดวงจันทร์ที่เป็นราวกับ
หายนะที่น่าสะพรึงกลัว ทันใดนั้นก็พลันถูกส่งลอยกลับไปหาตงฟางอิ๋ง
“หืม!”
เมื่อดวงจันทร์เข้ามาใกล้ๆ ใบหน้างามของตงฟางอิ๋งก็ถอดสี
พร้อมๆ กับแสงจันทร์ที่สาดเข้ามา
แม้ว่าดวงจันทร์นี้ตัวเธอจะเป็นคนโยนออกไป แต่เธอก็ไม่สามารถ
รับเอาไว้ได้ นี่เป็นราวกับการยิงปืนลั่นใส่ตัวเองก็ไม่ปาน
ถ้าถูกดวงจันทร์นี้ชนใส่ ตัวเธอต้องถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่านด้วย
สายฟ้าพวกนั้นอย่างแน่นอน
ไม่มีผู้ฝึกตนคนไหนที่ไม่กลัวสายฟ้าสวรรค์ ตระกูลตงฟางก็
เหมือนกัน
แต่ในตอนนี้เอง ชายเสื้อก็พลันลอยมา ม้วนกวาดเอาดวงจันทร์นั้น
จากนั้นก็เหวี่ยงมันไปอีกทาง
ตูม!
สายฟ้าสีม่วงระเบิดออกใกล้ๆ ต้นไม้
พื้นดินสั่นไหว ศิษย์หลายคนถูกแผ่นดินไหวทำให้ล้มลง
เมื่อมองไปที่ฮัวเหนียง เธอกลับยืนเอามือไขว้หลังด้วยสีหน้ามั่นใจ
ราวกับความวุ่นวายนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ
ตงฟางอิ๋งยืนอยู่กับที่ หายใจหอบ ด้วยสีหน้าซีดเซียว
“เจ้า เจ้าอยู่ในขั้นกายทองคำแล้ว?”
เธอพูดคำนี้ออกมา ด้วยไม่อยากจะเชื่อในความจริงนี้
“ใช่แล้ว” ฮัวเหนียงพยักหน้า ราวกับส่งตงฟางอิ๋งลงนรก
ทำไม ตัวข้าที่ฝึกหนัก รวมทั้งใช้ยาที่มหัศจรรย์นับไม่ถ้วน กว่าจะ
มาถึงขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งระดับสุดท้ายนี้
แต่ปีศาจงูที่น่ารังเกียจนี่ ทำไมถึงอยู่ในขั้นกายทองคำได้?
ปรมาจารย์กายทองคำในยอดเขาหมอกหมายถึงอะไร?
บางที แม้แต่สี่เจ้าตำหนักยังต้องไว้หน้าฮัวเหนียง
“ฮึ่ม!”
แต่ตงฟางอิ๋งไม่เชื่อ เธอถอนหายใจฮึ่มฮั่ม “ฮัวเหนียง ต่อให้เจ้าอยู่
ในขั้นกายทองคำแล้วทำไม! เจ้าก็สามารถปกป้องสองคนนั้นได้แค่
ชั่วคราว! จะบอกให้ พวกมันตอนนี้เป็นศัตรูกับผู้ฝึกตนทั้งโลกแล้ว!
ตราบเท่าที่พวกมันมีชีวิตอยู่ พวกมันจะไม่มีวันสงบสุข!”
“ข้ารู้” ฮัวเหนียงมีสีหน้าหดหู่ แต่ก็ค่อยๆ ยิ้มอย่างช้าๆ “แต่ข้าเชื่อ
ว่า ข้าสามารถช่วยพวกเขาได้”
“ฮ่าๆ ๆ! ต่อให้เจ้าสำนักเขาเทพยุทธ์ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะปกป้อง
พวกมัน!”
ตงฟางอิ๋งยิ้ม “เพราะว่า พวกเขาต้องรักษาหน้าตา และศักดิ์ศรี
ของผู้ฝึกตนทั้งโลก! ผู้ฝึกตนทั้งโลก เจ้าไม่เข้าใจหรอก ว่าคนที่กล้าเป็น
ศัตรูกับผู้ฝึกตนทั้งโลกเป็นยังไง!”
“บางที….” ฮัวเหนียงมองขึ้นไปบนฟ้า แล้วก็คิดอย่างเหม่อลอย
“ในที่แห่งนั้น…..จริงๆ แล้วก็มีคนเหมือนเขาอยู่…….”
“ฮัดชิ้วววว!”
ฉินเฉาถูจมูกไปมา พร้อมกับมองไปที่หญิงสาวที่ราวกับน˺าแข็ง
ตรงหน้า
“แม่งเอ๊ย ต้องมีคนคิดถึงฉันแน่ๆ …..แน่นอนว่าไม่ใช่ผู้หญิง ต้อง
เป็นผู้ชาย เป็นผู้ชายอย่างแน่นอน”
“พูดอะไร?”
สาวงามชุดขาวที่อยู่อีกฟากของโต๊ะทำงานมองมาที่ฉินเฉา
จากนั้นก็ก้มมองเอกสารบนโต๊ะต่อ
“พูดแล้วก็ออกไป ที่นี่ไม่ต้อนรับนาย”
“บอสซู!”
ฉินเฉากระอักกระอ่วน แล้วรีบโน้มหน้าข้ามโต๊ะไปจนแทบจะชน
หน้าซูเฟย
“ผมไปทำอะไรให้คุณโกรธ คุณพูดมาเลย! คุณเป็นแบบนี้ผมรู้สึก
ไม่ดีเลย!”
“!”
ซูเฟยที่อยู่ๆ ก็ถูกฉินเฉาเอาหน้าเข้ามาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจ
ของเขา ทำให้หัวใจเต้นแรง
แต่เมื่อเห็นข้างหลังเขามีสาวงามยืนอยู่ ตัวเธอก็อยากจะต่อยเขา
สักหมัด แต่ก็ข่มความโกรธลง แล้วถดร่างถอยหลัง แล้วพูดว่า
“คนเล็กๆ อย่างดิฉัน ซูเฟย จะไปกล้าโกรธคุณฉินได้ยังไง เป็น
ยังไงบ้าง เล่นแต่งงานในโรงพยาบาลสนุกมั้ย? เล่นแต่งงานใน
โรงพยาบาลยังไม่พอ ตอนนี้ยังพาสาวสวยมาอวดฉันอีก? สาวคนนี้ ถ้า
จำไม่ผิด ในโรงพยาบาลฉันไม่เจอเธอ หรือว่าจะเป็นสาวคนใหม่ของ
นาย?”
“บอสซู คุณพูดอะไร”
ฉินเฉาหมดหนทาง ไม่รู้ทำไม เสี่ยวไป๋ที่มักจะซ่อนตัวกลับปรากฏ
ตัวติดตามเขาต้อยๆ แบบนี้
“คุณซูเข้าใจผิดแล้วค่ะ”
แม้ว่าเสี่ยวไป๋จะเป็นนักฆ่า แต่ก็เป็นผู้หญิง ดังนั้น เธอจึงดูออกว่า
สาวงามชุดขาวตรงหน้านี้นั้น ชอบฉินเฉาจากใจ
แต่ก็ปกปิดไว้ ไม่เปิดเผยออกมา เพราะไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิด
ว่าตัวเองแย่งแฟนน้อง
“ดิฉันเป็นผู้ช่วยของคุณฉิน คอยช่วยจัดการงานต่างๆ ดังนั้นจึง
ต้องติดตามอยู่ข้างกายเขา ไม่ใช่ผู้หญิงคนใหม่ของเขา โปรดอย่าเข้าใจ
ผิดค่ะ”
“โอ้?” เมื่อซูเฟยได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้น “ผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทเหยี่ยว
ฟ้า ตอนนี้ดูแลกันดีขนาดนี้เชียว? ผู้ช่วยมีผู้ช่วยอีกที ทั้งยังต่างเพศกัน
อีก กับคำอธิบายนี้ ผู้ชายทำงานกับผู้หญิง อย่าทำงานหักโหมนักล่ะ
การจัดการแบบนี้ ดูท่าบริษัทเราคงต้องเอาเยี่ยงอย่างบ้าง?”