มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 568: ทำลายตระกูลซู
“วางใจได้ บอสซู”
ฉินเฉาปลอบพี่สะใภ้ในอนาคต “ถึงยังไงเขาก็เป็นพ่อของคุณ ผม
ไม่ทำอะไรเขาหรอก”
“ฉิน ฉินเฉา!”
ซูเซียงปิงรู้สึกยุ่งยากใจ ไม่คิดว่าพลังขั้นสร้างรากฐานของเขา อยู่ๆ
ก็พลันถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งกดดันและควบคุม “แกต้องการ
อะไร?”
“ฉันต้องการอะไรน่ะเหรอ?” ฉินเฉาถลึงตาใส่ “ซูเซียงปิง อย่ามา
ทำเป็นโง่! ที่ฉันต้องการคือซูจี! ซูจีของฉัน!”
“ฝันไปเถอะ ฉันไม่ให้ลูกสาวฉันแต่งกับแกหรอก!”
“นาย….”
ฉินเฉาแทบจะเดินเข้าไปจัดการเขา แต่ต้องข่มใจไว้ เพราะถ้าเขา
ทำ มันจะทำให้พี่น้องซูเสียใจ
“ดี งั้นนายบอกฉันมา ทำไมถึงไม่อยากให้ฉันแต่งกับลูกสาวของ
นาย”
“เพราะว่าแกไม่คู่ควรเป็นลูกเขยตระกูลซู!”
ซูเซียงปิงประกาศออกมา
“โอ้!”
ฉินเฉายิ้ม “นายพูดออกมานี่คิดหรือเปล่า? พลังของฉัน ฉินเฉา
สามารถทำลายนายได้เป็นหมื่นครั้ง”
“กองกำลังของฉันน่ะเหรอ?”
ซูเซียงปิงหัวเราะ “เจ้าหนู เรื่องกำลังไม่นับว่าเป็นอะไร ฉันรู้จักคน
ที่สามารถจัดการกับแกได้เป็นหมื่นๆ ครั้ง! ตระกูลซูของฉันมีชื่อเสียง
เป็นเพราะพึ่งพาฉัน และฉันหามันมาด้วยตัวเอง! ลูกเขยที่ฉัน ซูเซียงปิง
เลือก แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่คู่ควรกับลูกสาวฉันที่สุด”
“ฮึ่ม” ฉินเฉาเยาะเย้ย “ฉันไม่ได้พูดว่าจะทำลายกองกำลังของนาย
แต่เป็นตระกูลซูทั้งหมดต่างหาก”
เมื่อได้ยินคำนี้ แม้แต่ซูเฟยก็ยังต้องกลัว
“แกกล้าลงมือกับลูกสาวของฉัน!” ซูเซียงปิงคำรามออกมา
“ในหัวของนายมีแต่เรื่องฆ่าคนหรือไง?”
ฉินเฉาพูดออกมา “ที่ฉันพูดคือทำลายรากฐานของตระกูลซู
ต่างหาก!”
“ฮึ่ม เจ้าหนูอย่างแกน่ะเหรอ” ซูเซียงปิงพูดอย่างดูถูก “ฉันรู้ว่าแก
แข็งแกร่งกว่าฉัน แต่จะทำลายรากฐานของตระกูลซู แกฝันไปเถอะ!”
“ไม่เชื่อไม่สนใจงั้นสินะ เสี่ยวไป๋!”
ฉินเฉามองไปที่เสี่ยวไป๋
“ทราบแล้วค่ะนายท่านฉิน”
เสี่ยวไป๋พยักหน้า ในฐานะแม่บ้านประจำตัวฉินเฉา ในฐานะผู้ช่วย
ฐานะของเธอไม่ธรรมดา
เธอหยิบมือถือออกมา ต่อสายไปหาใครบางคน
อย่างรวดเร็ว มือถือของซูเซียงปิงที่วางอยู่ข้างๆ ก็ดังออกมา
ไม่รอให้ซูเซียงปิงตอบสนอง มือถือเครื่องนั้นก็ปรากฏในมือเสี่ยว
ไป๋ จากนั้นก็ยื่นให้ซูเซียงปิง
“คุณซู มือถือของฉัน”
ซูเซียงปิงไม่รู้ว่าพวกนี้กำลังเล่นอะไร เขาพลันยกมือขวาขึ้น รับ
โทรศัพท์มา จากนั้นก็กดรับสาย
“จางตง นึกยังไงถึงโทรหาฉัน…..อะไรนะ? แผนการถูกหยุดเหรอ?
นายไม่ได้ทำ? ทำไม? ฮัลโหล อย่าเพิ่งวาง เฮ้?”
“คุณหลี่ ไม่ใช่ว่าคุณอยู่ฮ่องกงหรอกเหรอ? อะไรนะ….อ๊า? เรื่อง
พัฒนาที่ดินที่เราร่วมมือกัน คุณไม่อยากทำต่อแล้ว? ถ้าเป็นอย่างนั้น
ต้องจ่ายค่าปรับนะ! อะไรนะ? คุณเต็มใจจ่ายค่าปรับ? คุณ…..”
“ไม่ใช่ว่าเลขาธิการหลิวกำลังท่องเที่ยวอยู่หรอกเหรอครับ? อะไร
นะ รัฐบาลต้องการให้เราชดใช้? ทำไมล่ะครับ ผมก็จ่ายเงินไปตั้งเยอะ!
รัฐบาลทำแบบนี้หมายความว่ายังไง….ฮัลโหล เลขาธิการหลิว? ฮัล
โหล?”
หลังจากที่รับสายแต่ละสายเสร็จ สีหน้าของซูเซียงปิงก็ซีดลงซีดลง
บริษัทหลายบริษัทที่ร่วมมือกับเขาได้ถูกต้าฟากรุ๊ปกดดัน ดังนั้น
พวกเขาจึงตัดสินใจไม่ร่วมมือกับเขา
สุดท้าย แม้แต่รัฐบาลก็หยุดให้การสนับสนุนซูเซียงปิง ข้อตกลงที่
ทำไว้ถูกยกเลิก
ข่าวนี้ทำให้ซูเซียงปิงราวกับถูกสายฟ้าฟาด
แผนการร่วมมือของเขาถูกทำลาย ความรับผิดชอบทุกอย่างตกใส่
หัวเขา
แม้แต่รัฐบาลยังหยุดให้การสนับสนุน ตระกูลซูจบสิ้นแล้ว
แล้วโดยเฉพาะแผนงานพัฒนาเมืองซู่หนานให้เป็นเมืองศูนย์กลาง
ธุรกิจ ตัวเขาได้วางแผนการมานาน ทรัพย์สินของบริษัทได้เพิ่มขึ้น
หลายเท่า เขาแม้กระทั่งหวังจะเข้าตลาดในอเมริกาปีหน้า
แต่หลังจากรับสายจากเลขาธิการหลิว แผนการทุกอย่างถูกทำลาย
สิ้น บริษัทที่ร่วมมือด้วยมาตลอดก็พากันถอนตัว
ซูเซียงปิงสอบถามเหตุผล ผู้อื่นก็พูดมาเพียง นายไปตอแยคนที่ไม่
ควรตอแยเข้าแล้ว จากนั้นก็วางสายไป
ตอแยคนที่ไม่ควรตอแย…ใครกัน หรือว่าจะเป็นฉินเฉา?
ต่อให้เขาเป็นประธานบริษัทต้าฟากรุ๊ปจริง แต่เขาทำยังไงถึงให้
รัฐบาลยอมทำตามที่เขาบอก!
“นายชนะแล้ว…..”
พริบตา ซูเซียงปิงก็เหมือนกับแก่ลงไปสิบปี มือที่ถือมือถืออยู่ก็
ห้อยลง
เขารู้แล้วว่าฉินเฉาร้ายกาจจริงๆ
เพราะว่ากิจการทั้งสองของตระกูลซู อสังหาริมทรัพย์ และ
มหาวิทยาลัย ได้ถูกยกให้กับซูเฟย ส่วนที่เหลือเป็นของซูเซียงปิง
กิจการของซูเฟยไม่มีปัญหาอะไร แต่กิจการในความรับผิดชอบ
ของเขาล้มเหลว
นี่ทำให้เขาล้มละลาย
และเพราะแผนการศูนย์กลางธุรกิจ ทำให้เขาต้องไปกู้ยืมเงินจาก
ธนาคารมาจำนวนมาก ตอนนี้เมื่อแผนการถูกทำลาย สัญญาที่ทำไว้กับ
ธนาคารก็ถูกยกเลิก เขาต้องขายบ้านเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้
กิจการที่ตัวเขาลำบากทำมาตั้งหลายปี ไม่คิดว่าเพียงโทรศัพท์ไม่กี่
สาย กลับกลายเป็นฟองอากาศไป
“พ่อ คุณ คุณเป็นอะไร……”
ซูเฟยตกใจ รีบวิ่งเข้าไป จับแขนพ่อของเธอแล้วถาม
“ซูเฟย….” ซูเซียงปิงเผยด้านชราของเขา พูดกับลูกสาวตัวเอง
อย่างหมดอาลัยตายอยาก “ตระกูลซู….จบสิ้นแล้ว พรุ่งนี้ ลูกขาย
มหาวิทยาลัยกับอสังหาริมทรัพย์ทุกอย่าง….เราต้องเอาเงินไปใช้หนี้
ธนาคารก้อนใหญ่”
“อะไรกัน เป็นแบบนี้ได้ยังไง……”
ซูเฟยก็รู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าเหมือนกัน เซ่อไป “ทำไม แค่พริบตา
…..”
“ซูเซียงปิง”
ฉินเฉายืนขึ้น มองไปที่ชายที่ชราภาพจริงๆ คนนี้ แล้วพูด “นี่ไม่ใช่
ฉันรังแกนาย แต่เป็นเพราะนายทำตัวเอง…..”
ฉินเฉาไม่อยากทำลายตระกูลซู เพราะยังไงก็เป็นบ้านของซูเฟย
และซูจี แม้ว่าตาแก่นี่จะเลว แต่เขาก็ไม่อาจมองพี่น้องซูถูกตัวเอง
ทำลายครอบครัวได้
ที่เขาทำ ไม่ใช่อะไร แค่อยากจะให้ซูเซียงปิงรู้ถึงพลังของตัวเอง
แล้วไม่ขัดขวางความรักของเขาและซูจี
แต่ไม่ทันให้เขาได้พูดอะไรอีก ที่บันไดก็ได้มีเสียงสรรเสริญพุทธะ
ดังมา
“อา….มิต….ตา….พุธ……”
เมื่อหันไปมอง ก็เห็นหลวงจีนอาวุโสคนหนึ่ง ค่อยๆ เดินมาอย่าง
ช้าๆ ขณะที่ปากพูดกับฉินเฉา
“ประสกหนุ่มคนนี้ ด้วยพื้นฐานหลอมรวมจิตระดับสุดท้าย ก็มา
รังแกคน ออกจะเกินไป ถ้าอาตมาดูไม่ผิด ประสกคงเป็นผู้ฝึกตนจาก
เส้นทางปีศาจ ปีศาจร้ายจากเส้นทางปีศาจ อย่าได้เกินไปนัก
ไม่อย่างนั้น ยามลงนรก จะต้องได้รับผลกรรมที่หนักหน่วง”
“ท่านอาจารย์ชิเทียน ท่านอาจารย์ชิเทียน ช่วยผมด้วย….”
ซูเซียงปิงเห็นหลวงจีนอาวุโส ทันใดนั้นก็เหมือนกับเห็นผู้ช่วยชีวิต
ตะโกนออกมา “ผม ผมต้องตายจริงๆ แล้ว…..”
“ประสกซูอย่าได้กังวล”
หลวงจีนนั่นพูดอย่างน่าเชื่อถือ “ปีศาจร้ายจากเส้นทางปีศาจนี้ มี
พื้นฐานฝึกตนเพียงขั้นหลอมรวมจิตระดับสุดท้าย แต่อาตมาอยู่ในขั้น
ความสามารถเทวะระดับสุดท้าย เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอาตมา วันนี้
อาตมาจะทวงความเป็นธรรมให้กับประสกเอง”
ฉินเฉาได้ยินก็ระคายหู เชี่ย พูดราวกับว่าตัวเองเก่งกาจกว่าเขา
แล้วจากที่ฟัง ราวกับเขาเป็นคนก่อกวนอย่างงั้นแหละ
“ประสกหญิงท่านนี้ ขอให้เจ้าได้โปรดปล่อยประสกซูด้วยเถอะ”
หลังจากพูดจบ หลวงจีนก็ทำปางมือ พร้อมกับท่องคาถาออกมา
ดังๆ “โอม!”
บทสวดเจ้าแม่กวนอิม
ตราผนึกสีขาวลอยเข้าใส่เสี่ยวไป๋
ซูเฟยยืนมองอยู่ด้านข้างด้วยสมองที่ว่างเปล่า ในใจก็คิดว่า พวก
เขาพูดอะไรกัน
“วิชากระจอก”
กับการโจมตีระดับนี้ เสี่ยวไป๋คร้านจะสนใจ
เธอโบกมือ ตูม ผนึกนั้นถูกตบจนลอยขึ้นไปในอากาศ
หลวงจีนชิเทียนตกใจ ในใจก็คิดว่า อาตมาใช้พลังไป 70% แต่
คุณหนูคนนี้กลับตบพลังของอาตมาปลิวอย่างง่ายดาย?
จากนั้น เขาก็มองดูเธออย่างละเอียด ทันใดนั้นก็กระจ่าง
สวรรค์ คุณหนูคนนี้ถึงกับเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง
ระดับกลาง!
“ประสกหญิง โปรดคิดให้ดี เพราะอาตมาเห็นประสกเป็นผู้หญิง
จึงไม่อยากทำอะไรรุนแรง แต่ประสกก็อย่าได้เกินไปนัก ไม่อย่างนั้น ถ้า
อาตมาลงมือเต็มที่ อาตมาไม่รับประกันว่าประสกหญิงจะรอดชีวิตหรือ
เปล่า”
จากนั้น ไม่รอให้เสี่ยวไป๋พูด ฉินเฉาก็ออกหน้ามา
ลงมือกับเจ้าเด็กนี่ปลอดภัยกว่า เพียงแค่ขั้นสร้างรากฐานระดับ
สุดท้ายก็สามารถจัดการเขาได้ง่ายๆ แล้ว
“ประสกหนุ่ม มีคำพูดที่ว่า ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับตัวกลับใจ
อย่าได้กระทำเกินเลย เก็บมือกลับมาเสีย”
“ฮึ่ม!” ฉินเฉาเบ้ปากอย่างดูถูก “ฉันน่ะเหรอทำเกินเลย? นายไป
ถามประสกซูของนายนู่น! ฉันและซูจี พวกเราเหมาะสมกัน ทั้งสองคน
ปรองดองรักใคร่ แต่กลับต้องมาถูกเขาที่เห็นแก่ตัวทำลายไป!”
“ประสกน้อย เจ้า” อาจารย์ชิเทียนพูดขึ้น “ชีวิตเป็นพ่อแม่ให้มา
เมื่อประสกซูไม่ต้องการให้ลูกสาวของเขาแต่งกับเจ้า เจ้าก็อย่าได้ดื้อดึง
วางทิฐิลงเสีย แล้วจะเกิดปัญญา”
“ปัญญากับหัวแกสิ” ฉินเฉาพูดอย่างไม่พอใจ “ฉันไม่ได้บอกให้
นายมาสอนเรื่องธรรมะกับฉัน เป็นพระก็ทำวัตรสวดมนต์ไป มายุ่งเรื่อง
ครอบครัวคนอื่นเขาทำไม! ไม่แปลกที่รุ่นชิของนายจะมีแต่พวก
ความสามารถเทวะ ใช้ไม่ได้ ช่างทำให้วัดเป่าไต้เสียหน้าจริงๆ”
“เจ้าปีศาจ อย่าพูดอวดดีนัก! เห็นอาตมาใจดีเข้าหน่อยทำเป็นได้
ใจ วันนี้อาตมาจะชำระล้างเจ้าเอง!”
เมื่อหลวงจีนพูดจบ ในมือก็ท่องบทสวดออกมา ต้องการโจมตีฉิน
เฉา
ฉินเฉารู้สึกช่วยไม่ได้จริงๆ
ในป่าใหญ่ย่อมต้องมีนก
ในกลุ่มบุคคลผู้ฝึกตนสายธรรมะ มีบางคนที่เป็นอัจฉริยะอย่าง
อาจารย์ชิฝ่า และก็มีคนดื้อด้านเอาแต่ความคิดตัวเองอย่างชิเทียน
“อาจารย์ชิเทียน คุณนั่งลงให้หัวเย็นก่อนดีกว่า”
ขณะที่พูดฉินเฉาก็ผายมือออกไป
พลังจิต
กับผู้ฝึกตนความสามารถเทวะเล็กๆ นี้ แค่เพียงพลังจิตธรรมดาก็
สามารถจัดการได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว
ดังนั้น หลวงจีนชิเทียนจึงรู้สึกถึงพลังสายหนึ่ง กดร่างของเขา
เอาไว้ มัดแขนตรึงขา ขณะเดียวกับที่ร่างแข็งค้าง ตัวเขาก็เดินไปหา
เก้าอี้แล้วนั่งลง
“เจ้า เจ้าใช้อวิชาอะไร…..”
เมื่อหลวงจีนชิเทียนถูกฉินเฉาควบคุมร่าง ตอนนี้ตัวเขาพลันรู้สึก
กลัว
“อวิชา?” ฉินเฉายิ้มออกมา “หึหึ อาจารย์ชิเทียน ดูเหมือนว่านาย
จะศึกษามาดีนะ เอาล่ะ นายนั่งเป็นผู้ชมเงียบๆ อยู่ด้านข้างก็พอ ฉัน
และคุณซูเรามีเรื่องในบ้านต้องคุยกัน”
หลังจากพูดจบ ฉินเฉาก็ดีดนิ้ว
อาจารย์ชิเทียนพลันขยับปากไม่ได้
ซูเซียงปิงที่มองดูอยู่ใกล้ๆ เห็นได้อย่างชัดเจน ในตอนนี้เขารู้แล้ว
ว่าพลังของฉินเฉาน่ากลัวแค่ไหน
อาจารย์ชิเทียนในขั้นความสามารถเทวะไม่มีใครต่อกรกับเขาได้ ดู
เหมือนว่าฉินเฉาจะไม่ใช่ผู้ฝึกตนในขั้นหลอมรวมจิตระดับสุดท้ายอย่าง
ที่รู้สึกซะแล้ว เป็นไปได้อย่างมากว่า พลังของเขาจะอยู่ในขั้นวิญญาณ
แรกก่อตั้งอันน่าสะพรึงแล้ว
สวรรค์ ลูกสาวของเขา ทำไมถึงได้รู้จักกับคนน่ากลัวแบบนี้!
“คุณซู ที่ฉันยังเรียกคุณอย่างนี้เพราะว่าคุณคือพ่อของซูจีและซู
เฟย”
ฉินเฉานั่งลง มองไปที่ซูเซียงปิง จากนั้นก็พูดว่า “ที่ฉันมาที่นี่
เป้าหมายไม่ใช่ทำลายตระกูลซูของคุณ แต่มาทำข้อตกลงของเราให้
สมบูรณ์ ซูเฟย คุณเป็นพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ ผมมีเรื่องอยากจะถาม
คุณสักคำ”
หลังจากพูดจบ สายตาของฉินเฉาก็เลื่อนไปด้านข้าง แล้วตกลงที่
ร่างของซูเฟย