มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 639: หู่หลี่ลี่คือใคร
“นี่…” เจียงเว่ยตบหน้าผากของตัวเอง ยิ้มอย่างแปลกประหลาด
เขาเริ่มหัวเราะเสียงดังและดุร้าย “ฉินเฉา เอ๊ย ฉินเฉา แกนี่มันโง่
เหมือนกับหลัวเต๋อไม่มีผิด จัดการเรื่องราวด้วยกำลัง”
เขาเอามือกุมหน้าอก แล้วพูดว่า “นิกายเหยียนลั่วของเรา หนึ่งใน
หกนิกายของเส้นทางปีศาจ แม้ว่าจะไม่ใช่นิกายที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็ไม่
มีใครกล้ารุกราน รู้มั้ยว่าทำไม นั่นเป็นเพราะว่าเรามีอาวุธผู้ฝึกตน
ต้องห้ามยังไงล่ะ! ทุกคนล้วนหวาดกลัวสิ่งนี้! แต่ไม่คิดว่าเมื่อเวลาผ่าน
ไป ศิษย์ในนิกายจะกลายเป็นโลภมากและหวาดกลัวต่อความตาย และ
ได้ละทิ้งอาวุธผู้ฝึกตนต้องห้ามนี้”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเฉินตงข้างหลังก็พลันบิดเบี้ยว
“ตอนนี้ฉันจะให้แกได้เห็น ว่าอาวุธผู้ฝึกตนต้องห้ามของนิกายเห
ยียนลั่วของฉัน ร้ายกาจแค่ไหน!”
จากนั้น เจียงเว่ยก็ยื่นนิ้วออกมา กราชากผิวหน้าของตัวเองออกมา
หน้าของเขาเต็มไปด้วยเลือด แต่สีหน้าของเขายังคงแสดงออกถึง
ความสุข
“ผีร้ายแห่งนรก! ด้วยเกียรติและวิญญาณของข้า เจียงเว่ย! ขอ
อัญเชิญเจ้า!”
เมื่อน˺าเสียงของเขาจบลง หนังหน้าในมือเขาก็ค่อย ๆ ตกลงพื้น
ช้าๆ
ตูม!
ในพื้นทรายนี้ พลันปรากฏต้นหนามสีดำขึ้น และค่อย ๆ สูงขึ้น จน
สูงกว่าห้าเมตร
ขณะเดียวกัน กิ่งก้านทั้งหลายของมันก็บิดเป็นเกลียว พันร่างของ
เจียงเว่ยจนถึงคอ แขวนเขาไว้ในอากาศ
กิ่งก้านพวกนี้เต็มไปด้วยพลังของปีศาจที่น่ากลัว ไม่นาน เลือดและ
เนื้อของเจียงเว่ยก็เริ่มแห้งเหี่ยว เหมือนถูกดูดออกไป
อย่างรวดเร็ว ร่างของเขาก็เหลือแต่โครงกระดูก ห้อยอยู่บนต้น
หนาม
“หลัวเต๋อ… ถึงเวลาตายของแกแล้ว…”
แม้จะเหลือแต่โครงกระดูก แต่ปากของเขายังคงพูดได้
“เสี่ยวเหลียน… ฉันกำลังจะไปหาเธอแล้ว…”
ในที่สุด วิญญาณของเขาก็ได้ถูกมือยักษ์ที่ยื่นออกมาจากพื้นคว้าไว้
หลังจากนั้นบนพื้นก็แสดงปรากฎวงเวทย์ขนาดใหญ่ โดยที่มีต้น
หนามเป็นศูนย์กลางของอาคม
พลังมหาศาลเปล่งออกมาจากอาคม ทำให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงสาย
ลมเย็นเฉียบ สั่นสะท้านไปถึงวิญญาณ
แต่ฉินเฉากลับรู้สึกว่าพลังนี้ เหมือนจะคุ้นเคยอยู่บ้าง
ไม่ต้องคอยนาน ที่ค่ายอาคม ก็พลันมีแขนล˹าสีทองแดงโผล่ขึ้นมา
“ใครที่มันอัญเชิญราชารากษสอย่างข้าขึ้นมาจากเมืองเต็มสุข!”
“เชี่ย ไม่คิดว่าจะเป็นราชารากษส!”
ฉินเฉายังจำได้ เมื่อปีก่อนที่ตัวเขาลงนรกไปที่เมืองเต็มสุข แล้วถูก
โจมตีด้วยราชารากษส จนสุดท้ายต้องให้หลัวเต๋อออกมาช่วย
ราชารากษสนี้เป็นผู้ปกครองเมืองเต็มสุข เป็นราชาผีที่ร้ายกาจ
อย่างมาก
เปรี้ยง!
ร่างขนาดใหญ่นับสิบเมตรของราชารากษสเดินออกมาจากอาคม
ทรายฟุ้งขึ้น โปรยลงมาไม่หยุด
เล่ยจื่อกับพวกพากันตกใจ พวกเขามีชีวิตมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรก
ที่ได้เห็นสิ่งที่น่าสะพรึงขนาดนี้
ในตอนนี้เอง เฟิงเสี่ยวรั่วก็ได้รู้ ว่ายังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าอ้ายเสี่ยว
เสวี่ยมากมายอย่างที่เธอพูด
นอกจากฉินเฉาตรงหน้าแล้ว ยังจะมีคนอื่นอีก?
กระบี่ที่เต็มพื้นที่ทุกหนแห่งนี้ เป็นตัวยืนยันว่า พลังของเขานั้น
แข็งแกร่ง
ในตอนนี้ บางที คนที่ไม่กลัวอาจจะมีเพียงหยางลี่ เพราะในตอนนี้
ตาของเธอกลับเป็นประกายระยิบระยับ
นี่คือพี่ใหญ่ฉินของเธอ! เขาร้ายกาจมาก! ถ้าเพื่อให้ได้เขามาเป็น
แฟนของเธอ จะให้เธอทำอะไรก็ยอม!
“เป็นแกเองเหรอ!”
ดวงตาสีเหลืองขนาดใหญ่ของราชารากษสจับจ้องมาที่ร่างของฉิน
เฉา
“ราชาคนนี้จำกลิ่นได้! เป็นเจ้านี่เองที่ในอดีตในเมืองเต็มสุข ได้ทำ
ร้ายราชาคนนี้จนบาดเจ็บ! ในที่สุด ราชาคนนี้ก็หาแกพบ วันนี้จะต้องฆ่า
แกให้ได้!”
หลังจากพูดจบ กีบเท้าขนาดใหญ่ของมันก็เหยียบย่างตรงมาที่ฉิน
เฉา ทำให้ชุดเกราะสีแดงของมันสั่น
กีบเท้านั้น ใหญ่พอ ๆ กับรถบรรทุก เหยียบลงมาบนร่างของฉินเฉา
“อ๊า!”
เฟิงเสี่ยวรั่วร้องออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับหลับตา
ร่างของฉินเฉาเล็กจ้อยราวกับเด็กทารกเพิ่งคลอด ถ้าถูกเท้านี้
เหยียบเข้า คงต้องแหลกเละเป็นเนื้อบดใต้ฝ่าเท้า!
“บ้าฉิบ! แบกไว้!”
ใครจะรู้ เล่ยจื่อพลันร้องออกมา “พี่ฉินแข็งแกร่งอยู่แล้ว จะต้อง
แบกมันไว้ได้อย่างแน่นอน!”
“แบก?”
พูดเป็นเล่น พลังของคนจะไปแบกเท้านี้ไว้ได้ยังไง?
เฟิงเสี่ยวรั่วอดไม่ไหว หรี่ตาขึ้นมอง
เห็นร่างของฉินเฉายังยืนอยู่ สองขาจมลงไปในพื้นทราย
ส่วนแขนทั้งสองข้างของเขายกขึ้นสูง ใช้ร่างที่ไม่ถึงสองเมตร ต้าน
พลังของเท้าที่เจ้าของสูงกว่าสิบเมตรไว้
“ฮึ่ม!”
ราชารากษสพ่นลมออกจมูก พร้อมกับเปลวเพลิงสีเขียวถูกพ่น
ออกมา
มันยกเท้าขึ้น พร้อมกับมีเปลวเพลิงลุกที่กีบเท้า เตรียมย˹าลงมาที่
ร่างของฉินเฉาอีกครั้ง
“รนหาที่ตายนัก!”
ในมือของฉินเฉา มีกระบี่สีดำโผล่ขึ้นมา
นี่คือกระบี่หยินหยางราชันย์มาร ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้ว ตอนนี้ ใน
ที่สุดมันก็กลั่นสำเร็จ
“ตาย!”
ฉินเฉากระโดดขึ้น พร้อมกับฟันกระบี่หยินหยางราชันย์มารในมือ
ออกไป
ฉัวะ!
แสงสีดำที่เปล่งออกมาไม่หยุด ฟันใส่กีบเท้าของราชารากษส ทำ
ให้ขาของมันสั่น เปลวเพลิงที่ลุกท่วมกีบเท้าของมัน สลายไปกลาง
อากาศ
ร่างขนาดใหญ่ของมันสูญเสียสมดุล ล้มลงไป
“กระบี่ราชันย์มาร กระบวนท่าจันทร์เสี้ยว”
ฉินเฉาที่อยู่กลางอากาศ เมื่อเห็นร่างขนาดใหญ่ล้มลง ก็ออกใช้ด้วย
กระบวนท่าจันทร์เสี้ยว
เสี้ยวจันทร์ขนาด 7 – 8 เมตร กวาดใส่ร่างของราชารากษส
“แก แก….”
ราชาผู้ปกครองเมืองเต็มสุข แม้จะอยากพูดก็พูดไม่ออก ร่างแยก
เป็นสองส่วนในพริบตา จากนั้นก็เปลี่ยนร่างเป็นพลังวิญญาณแล้ว
หายไป
“ถือว่าความตายของแกไม่เสียเปล่า”
มือซ้ายของฉินเฉาเปลี่ยนเป็นกรงเล็บยืดยาวออกไป แทงเข้าไปใน
ร่างที่เหลืออยู่ของราชารากษส
ลมปราณที่เหลืออยู่ของมัน ถูกแก่นปีศาจของเขาดูดเข้าไป
แต่ว่าน่าเสียดาย แม้ว่าลมปราณของเขาจะเพิ่มขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่
สามารถทำให้พื้นฐานฝึกตนของฉินเฉาเพิ่มขึ้น นี่ไม่ต่างกับไม่ช่วยอะไร
ไม่มีเพลิงชนิดที่เจ็ด ไม่มีเม็ดยาวิญญาณปฐพี ฉินเฉาก็ยากที่จะเข้า
สู่ชั้นที่เจ็ดของขั้นกายทองคำ
เมื่อจัดการราชารากษสผู้ที่ถูกเรียกมาโดยเจียงเว่ยได้แล้ว ฉินเฉาก็
มองลงไปบนพื้น เขาพบว่าตอนนี้ เฉินตงกับคนของนิกายเหยียนลั่ว ได้
หายไปโดยไม่เหลือร่องรอยแล้ว
ฉินเฉาชูกระบี่หยินหยางราชันย์มารขึ้น กระบี่ปทุมพิสุทธิ์ที่เต็มอยู่
บนฟ้าก็พลันถูกดูดเข้ามา ราวกับมังกรกระบี่ รวมเข้ากับกระบี่หยินห
ยางราชันย์มาร
เขาลงมาที่พื้น หมุนตัวเดินไปทางหู่ชิงอย่างช้าๆ
เฉินตงกับพวก ฉวยโอกาสหนีไปแล้ว แต่คนของพันธมิตรปีศาจ
พวกนี้ ไม่รู้ทำไมยังไม่หนีไปอีก
“ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่”
ฉินเฉามองไปที่หู่ชิง “ดูท่า คงจะเตรียมตัวตายกันสินะ”
“ไม่ ฉินเฉา ฉันรู้ว่านายแข็งแกร่งมาก ฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาย แต่
นายฆ่าฉันไม่ได้”
หู่ชิงไม่ใช่คนโง่ เธอรีบโบกมือ “ฉันไม่สู้แล้ว อีกทั้งนายยังทำร้าย
คนของฉัน ถือว่าหายกัน”
“ฉันก็ไม่ต้องการสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็นเหมือนกัน”
ฉินเฉาเก็บกระบี่หยินหยางราชันย์มารกลับ “เธอมีแค่โอกาสนี้
โอกาสเดียวเท่านั้น ถ้าครั้งหน้า เธอยังลงมือกับฉันอีก อย่ามาโทษว่าฉัน
ใจร้าย ต่อให้สุดหล้าฟ้าเขียว ฉันก็จะตามไปกำจัดเธอ”
ฉินเฉารู้สึกสับสนอยู่ในหัว เขาคิดอยู่เสมอว่า ตัวเขาได้ลืมใครบาง
คนไป
“งั้นคงต้องขอโทษผู้ทรงเกียรติฉินแล้ว….” หู่ชิงมีสีหน้าซับซ้อน
“เมื่อเป็นอย่างนี้ พันธมิตรปีศาจก็จะไม่ลงมือกับผู้ทรงเกียรติฉินอีก
ตอนนี้ พันธมิตรปีศาจของเราได้รู้แล้ว ว่าผู้ทรงเกียรติฉิน คือประมุข
นิกายหลัวซาอย่างถูกต้อง จากนี้ไป เราจะเรียกคุณว่า ประมุขฉิน”
“ฟังแล้วแสลงหูชอบกล…” ฉินเฉาโบกมือ “เรียกแค่ฉินเฉาก็พอ
ใช่แล้ว ก่อนจะไป ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอ”
“ประมุขฉินโปรดบอก”
“ใครจ้างเธอมา”
“ในเมื่อประมุขฉินตอนนี้เป็นคนของพันธมิตรปีศาจเรา ฉันก็จะไม่
ปกปิดคุณ” เพื่อที่จะลองยั่วยวนฉินเฉา หู่ชิงก็เผยยิ้มที่งดงามที่สุด
ออกมา แต่เมื่อเห็นฉินเฉาไม่เล่นด้วย เธอก็หันหน้าไปทางที่หลี่เต๋อหวัง
อยู่
“เป็นมันจริง ๆ ฉันรู้แล้ว”
ฉินเฉาพยักหน้า “กลับดี ๆ ล่ะ คราวหลังก็อย่าเข้าร่วมปลักน˺านี้
อีก”
“ไม่ใช่ว่าเราอยากร่วมปลักน˺านี้ แต่จากพัฒนาการของเส้นทาง
ปีศาจเราในตอนนี้ ก็มีแต่ต้องถูกกดขี่อยู่อย่างนี้เหมือนเดิม”
จิ่งเทียนตะโกนออกมาอย่างเดือดดาล
“ไว้ฉันจัดการเรื่องของฉันเสร็จ ฉันจะเริ่มสร้างนิกายหลัวซา
ขึ้นมา” ฉินเฉาพูด
“โอ้?” หู่ชิงตาเป็นประกาย “งั้นเราคงต้องรอแล้ว แต่ว่ายังไงก็ตาม
ประมุขฉิน นิกายหลัวซายังไม่ถูกทำลายจนสิ้นซาก พวกเขายังซ่อนตัว
อยู่ในสถานที่เร้นลับ เร้นกายเพื่อรอวันที่นิกายหลัวซาจะกลับมามี
อิทธิพลอีกครั้ง ถ้าประมุขฉินสามารถติดต่อกับพวกเขาได้ มันก็จะช่วย
ลดปัญหาได้อีกมาก”
ฉินเฉารู้สึกว่าหลัวเต๋อที่อยู่ในร่างกำลังตื่นเต้น
“ข้าจะต้องกลับไปฆ่าพวกนิกายหลัวซาที่เหลือทั้งหมดด้วยตัวข้า
เอง!”
ตาแก่นี่ไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ใด ๆ แต่แสดงความขุ่นแค้นออกมา
ฉินเฉาไม่ตอบอะไรเขา และถามต่อว่า “รู้มั้ยว่าพวกเขาอยู่ที่
ไหน?”
“ฮิฮิ อีกไม่นาน พวกเขาจะออกมาหานายด้วยตัวเอง” หู่ชิงพูด
“ทำไม?” ฉินเฉาไม่เข้าใจ
“เพราะว่านายกลายเป็นประมุขของนิกายหลัวซา แล้วฉันก็จะ
ประกาศเรื่องนี้ออกไปในโลกผู้ฝึกตน เมื่อถึงตอนนั้น พวกที่ซ่อนตัวอยู่
จะต้องทนไม่ได้แล้วแสดงตัวออกมาในที่สุดอย่างแน่นอน”
“ดูเหมือนเธอชอบที่ฉันตกอยู่ในอันตรายนะ”
ฉินเฉาพูดอย่างไม่พอใจ
“ประมุขฉินพูดอะไรอย่างนั้น” หู่ชิงโบกมือ “พวกเราทุกคนต่างก็
เป็นพวกเดียวกัน นิกายปีศาจทั้งหก ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
นอกจากนิกายเหยียนลั่วที่ทรยศแล้ว นิกายอื่นล้วนรวมเป็นหนึ่ง
เดียวกัน”
“ใครจะไปเชื่อคำตลบตะแลงของเธอ” ฉินเฉาเอามือถูจมูก “กลับ
ดี ๆ ล่ะ ไม่ส่งนะ”
“ ประมุขฉิน ไว้โอกาสหน้าค่อยพบกันใหม่”
หู่ชิงประสานมือไว้ที่หน้าอก แล้วพูดกับฉินเฉา
ยังไงก็ตาม เมื่อได้ยินคำว่าไว้พบกันใหม่ของเธอ ฉินเฉาก็พลันเกิด
ความคิดชั่วร้ายขึ้นมานิดหน่อย
จิ่วเทียนแบกร่างเฮยเหวินขึ้นบ่า ขณะที่มืออีกข้างหนีบร่างกวง
หลางเดินนำหน้า หู่ชิงพยุงจิ้งหรู แล้วยังเหลือบมองมาที่ฉินเฉาคราหนึ่ง
“ดูแลลูกสาวของฉันให้ดีล่ะ”
“ลูกสาวของเธอ? ใครคือลูกสาวของเธอ?” ฉินเฉาไม่เข้าใจ
“ลูกสาวของฉันคือหู่หลี่ลี่” หู่ชิงขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น
“หู่หลี่ลี่? ใครล่ะนั่น?” ฉินเฉาเอามือถูจมูก “ฟังชื่อแล้ว ทำไมรู้สึก
คุ้นๆ?”
จิ้งจอกน้อยบนบ่าของฉินเฉาเลียแก้มเขา
หู่ชิงมองไปที่จิ้งจอกน้อย ในตาเอ่อคลอไปด้วยหยาดน˺าตา เธอไม่
พูดอะไรอีก จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป