มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 681: รูปแบบการต่อสู้
ฉินเฉาไม่ขยับแม้สักก้าว แม้ว่าจะมีสายฟ้าระเบิดออกมาจากตัว
เขาก็ตาม
หยางถิงที่อยู่ข้างหลังมองอย่างตกตะลึง
น่ะ นี่มันเรื่องอะไรกัน…
ฉินเฉาเป็นแค่ยามไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมเขาถึงได้สู้กับนักพรตพวก
นี้ล่ะ?
แล้วนี่มันอะไรกัน? มีแม้กระทั่งสายฟ้า… หรือว่าตัวเธอกำลังดูหนัง
กำลังภายในอยู่?
“พวกนายอ่อนแอเกินไป ฉันไม่อยากทำอันตรายพวกนาย”
ฉินเฉามองคนพวกนี้แล้วส่ายหัวอย่างอ่อนใจ “ไปเรียกคนที่เก่ง
กว่านี้มาดีกว่า!”
“อย่าได้อวดเก่งนักนะแก!” นักพรตคนแรกร้องออกมาอย่างเดือด
ดาล “ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลายเตรียมตัว ใช้ยันต์พิชิตอสูร!”
พวกนักพรตต่างหยิบยันต์ที่เขียนว่า จื่อ (纸) ออกมา จากนั้นก็โยน
ขึ้นไปบนอากาศ
แล้วกระบี่พิชิตอสูรในมือก็สั่งการให้ยันต์ตกลงมาล้อมรอบฉินเฉา
เอาไว้
“พิชิตอสูร!”
สามคน สามตำแหน่ง ปักกระบี่พิชิตอสูรในมือลงกับพื้น
เมื่อยันต์รูปจื่อตกลงพื้นก็สร้างความตกตะลึงอย่างไม่น่าเชื่อ
ลำแสงสีฟ้าถูกปลดปล่อยออกมาจากยันต์รูปจื่อราวกับหว่านแห
พุ่งตรงเข้าไปหาฉินเฉา
“เปล่าประโยชน์”
ฉินเฉามองลำแสงสีฟ้าที่แน่นขนัดแล้วยิ้มออกมา
เขายื่นมือออกไป ขวางไว้ตรงหน้า พร้อมกับกางมือออก
จิตก่อเกิด สำแดงเดช
กลุ่มนักพรตมีพื้นฐานฝึกตนอยู่แค่ขั้นสร้างรากฐานระดับสุดท้าย
เท่านั้น
เปรี๊ยะ!
ลำแสงที่ยิงมาพลันถูกหยุดไว้กลางอากาศ เหมือนกับเจอเข้ากับ
กำแพง
“ เป็นอย่างนี้ได้ยังไง?”
นักพรตเห็นฉินเฉาเพียงแค่กางมือออกก็สามารถจัดการวิชาเวทย์
ที่พวกเขาทั้งสามร่ายออกมาได้อย่างง่ายดาย ต่างพากันตกตะลึงด้วย
ความไม่อยากเชื่อ
“กลับไปซะ”
ฉินเฉาโบกมือ แล้วลำแสงที่ค้างกลางอากาศก็ลอยกลับไปหากลุ่ม
นักพรตทันที
“จงสลาย!”
นักพรตทั้งสามตกใจ ที่ถูกสายฟ้าของตนแล่นเข้ามาเล่นงาน
ตนเอง
นักพรตที่เป็นหัวหน้าตัดสินใจสลายเวทย์วิชาไปอย่างรวดเร็ว ฉิน
เฉามองอย่างชื่นชมในความฉลาดของนักพรตคนนั้น
“ฝีมือพวกนายอ่อนแอเกินไป ไปเรียกเจ้าสำนักพวกนายมา”
ฉินเฉาพูด
“เจ้าปีศาจบัดซบ!”
นักพรตคนแรกกัดฟัน แต่ว่าเขารู้ดีว่าตัวเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชาย
คนนี้
“ไปเรียกอาจารย์อาไท่ซิว!”
นักพรตคนหนึ่งรีบวิ่งไปที่ตำหนักใหญ่ทันที
ฉินเฉาก็ไม่ได้ขวาง การที่เขาถ่อมาถึงที่นี่เพราะต้องการความ
ช่วยเหลือ
ดังนั้นเขาจึงต้องไว้หน้าสำนักบู๊ตึ๊งบ้าง
ไม่นาน ก็มียินเสียงคำรามดังมาจากไกล ๆ
“ปีศาจตนไหนที่มันไม่มีตา กล้ามาก่อกวนสำนักบู๊ตึ๊งของข้า! คิดว่า
สำนักบู๊ตึ๊งของข้าไม่มีคนหรือไง!”
ตัวคนยังมาไม่ถึง แต่ว่าเสียงกลับมาถึงก่อน หลังจากนั้นเงาของคน
จึงได้ตามมา
ตัวเขาใส่ชุดนักพรตสีม่วงขาว เครายาว หน้าแดงก˹า ดูแล้ว
เหมือนกับเป็นคนเจ้าอารมณ์ ในมือถือกระบี่เจ็ดดาว
“อาตมาคือไท่ซิวจากสำนักบู๊ตึ๊ง! เจ้าหนู เจ้าคือคนที่มาก่อกวน
ความสงบของสำนักบู๊ตึ๊งของข้าเหรอ?”
“ไท่ซิวเจินเหริน ที่คุณพูดฟังดูไม่ค่อยถูกต้อง”
ฉินเฉาเหมือนจะไม่พอใจ เปิดปากพูดขึ้นว่า “ ถึงฉันเป็นคนจาก
เส้นทางปีศาจ แต่ฉันก็ขึ้นเขามาด้วยความเคารพ ไม่ได้มีท่าทางว่าจะ
มาต่อสู้แต่อย่างใด ฉันปฏิบัติต่อสำนักบู๊ตึ๊งอย่างให้เกียรติ แต่สำนักบู๊ตึ๊ง
ของคุณ กลับต้อนรับแขกแบบนี้เหรอ?”
“เห๊อะ!”
ฉินเฉากล่าวจบก็ได้ยินเสียงร้องอย่างไม่พอใจจากไท่ซิว “พวก
นิกายปีศาจอย่างเจ้า มีอะไรที่พูดจริงบ้าง! ชักกระบี่ออกมา วันนี้อาตมา
จะพิชิตอสูรอย่างเจ้า!”
หลังจากพูดจบ ในมือของเขาก็ควักยันต์ออกมา
“ดูเหมือนว่าสำนักบู๊ตึ๊งนี้ จะเป็นพวกไม่ฟังใครเหมือนกันหมด
จริงๆ”
ฉินเฉาส่ายหัว แต่ไม่เรียกกระบี่หยินหยางราชันย์มารของตน
ออกมา กลับโบกมือเรียกไท่ซิวเจินเหริน “เข้ามา!”
พื้นฐานฝึกตนของฝั่งตรงข้ามอยู่ในขั้นกายทองคำ ยิ่งกว่านั้นฉิน
เฉายังสัมผัสได้ว่าฝั่งตรงข้ามยังไม่ถึงขั้นกายทองคำชั้นที่เจ็ด
ด้วยพื้นฐานฝึกตนแค่นี้ ฉินเฉาไม่กลัว
“รนหาที่ตาย!”
ไท่ซิวตวาดออกมา พร้อมกับปล่อยยันต์ในมือใส่ฉินเฉา
ตัวยันต์นั้น ปล่อยสายฟ้าออกมาไม่หยุด
ดูเหมือนว่ายันต์สายฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาโดยขั้นกายทองคำ จะ
ดุดันถึงขนาดนี้
เปรี้ยง!
สายฟ้ากระหน˹าฟาดลงมาบนพื้น เผาพื้นจนกลายเป็นสีดำ
ฉินเฉาสูดลมหายใจเข้าลึก พร้อมกับใช้งานพระสูตรหัวใจเพชรขั้น
เพชรเฉือนคมอย่างเต็มที่
ตัวเขานั้นถูกยันต์สายฟ้าตกใส่ร่าง
เปรี้ยง!
งูสายฟ้าแล่นพล่านไปทั่วมือฉินเฉา
แต่ฉินเฉาไม่ได้หวาดกลัว เขาไม่กลัวพลังของสายฟ้าพวกนี้ เขาจับ
ยันต์สายฟ้าไว้ พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ไท่ซิวเตรียมจะใช้ยันต์สายฟ้าเล่น
งานเขากลับ
“พระสูตรหัวใจเพชร!”
สายตาของไท่ซิวไม่ได้ฝ้าฟาง เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ร้องออกมาอย่าง
ตื่นตระหนก
ขณะเดียวกันก็ไม่ชักช้า ยกกระบี่เจ็ดดาวขึ้นขวางตรงหน้าตัวเองไว้
เปรี้ยง!
ยันต์สายฟ้าปะทะเข้ากับกระบี่เจ็ดดาว สายฟ้าและลำแสงพลัน
ปะทุออกโจมตีซึ่งกันและกัน
“เจ้าถึงกับมีวิชาของวัดเป่าไต้!”
“ฉันยังมีเยอะกว่านี้!”
ฉินเฉาพูดจบก็ฟาดฝ่ามือปีศาจเก้าเร้นลับใส่หน้าอกของไท่ซิว
“คาถาสลับร่าง!”
แต่ไท่ซิวกลับแปะยันต์ลงบนร่างตัวเอง ก่อนที่ฝ่ามือของฉินเฉาจะ
ฟาดเข้ามาอย่างหนักหน่วง
ปัง!
ต้นสนที่อยู่ด้านข้างของเขาพลันระเบิดออกกลายเป็นเศษ
แต่ตัวไท่ซิวกลับไม่เป็นอะไร กลับกัน เขากลับปายันต์อีกใบใส่ฉิน
เฉา
“ยันต์กองทัพสวรรค์!”
ยันต์สีทองขนาดมหึมาปรากฏในอากาศ พุ่งเข้าใส่ฉินเฉา
“กระบี่ราชันย์มาร กระบวนท่าจันทร์เสี้ยว!”
ฉินเฉาเรียกกระบี่ราชันย์มารออกมา พร้อมกับปล่อยจันทร์เสี้ยวสี
ดำเข้าใส่ยันต์สีทองใบนั้น
ตูม!
ฉินเฉาต้องสั่นสะท้านจากแรงระเบิดจากการปะทะกันของยันต์
และคลื่นกระบี่ จากนั้นก็ตกลงมาบนพื้น
เขามองขึ้นไปที่ไท่ซิวที่มีสภาพไม่ได้ต่างกันนัก กำลังกระอัก
เลือดออกมา
“เจ้าหนู ไม่คิดว่าเจ้าจะมีพลังร้ายกาจขนาดนี้!”
ไท่ซิวโบกมือเรียกกระบี่เจ็ดดาวแล้วพูดว่า “ อย่างไรก็ช่าง วันนี้
เลือดของเจ้าจะต้องอาบเขาบู๊ตึ๊ง!”
“ฉันว่าอย่างนายคงทำไม่ได้”
ฉินเฉากระเด้งขึ้นจากพื้น มองไปที่ไท่ซิวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเขาขมวด
คิ้วแล้วพูดว่า “ฉันบอกว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับเจ้าสำนักของนาย แต่นาย
ก็เอาแต่ร้องว่าจะฆ่าฉันให้ได้ นี่ฉันไปข่มขืนภรรยาฆ่าล้างครัวของนาย
หรือไงฟร่ะ!”
“เจ้าเด็กสามหาว หุบปาก!”
ไท่ซิวเดือดดาล ฟันกระบี่เจ็ดดาวในมือไปที่ฉินเฉา
“กระบี่พิชิตอสูร!”
กระบี่สีทองสองเล่มลอยเข้าใส่ฉินเฉา
“น่าเบื่อ”
ฉินเฉาโบกมือ ปล่อยฝ่ามือวัชระจัดการกับคลื่นกระบี่ที่พุ่งเข้ามา
“ถ้านายไม่ใช่คนของบู๊ตึ๊งแล้วเป็นแค่คนธรรมดานะ นายมันก็
เป็นได้แค่หมาบ้าตัวหนึ่ง”
“เจ้าเด็กปากเสีย! ทิ้งร่างไว้ที่นี่ซะ!”
ไท่ซิวฟันกระบี่พิชิตอสูรใส่ฉินเฉาไม่ยั้ง กระบี่สีทองกู่ร้องออกมาไม่
หยุด แต่ก็ถูกฝ่ามือวัชระของฉินเฉาจัดการไป
“เปล่าประโยชน์ การโจมตีของนาย อย่างมากก็ช่วยแก้คันให้ฉัน
เท่านั้น”
นักพรตไท่ซิวคนนี้ มีพลังอยู่ในขั้นกายทองคำขั้นที่สี่ แต่เมื่อ
เผชิญหน้ากับฉินเฉา เขากลับทำอะไรไม่ได้
“ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ข้าก็จะให้เจ้าเด็กปากเสียอย่างเจ้าได้ลิ้มลอง
เวทย์วิชาลับของสำนักบู๊ตึ๊งของข้า!”
เมื่อไท่ซิวพูดจบ กระบี่เจ็ดดาวตรงหน้าก็ได้พุ่งเข้าหาเขา พร้อมกับ
ปาดนิ้วของเขา
ทันใดนั้น เลือดของเขาก็ไหลออกมา
ไท่ซิวควบคุมหยุดเลือดที่ไหลออกมา เขียนเป็นตัวอักษรที่ดูลึกลับ
ขึ้นในอากาศ
“วิชาลับสำนักบู๊ตึ๊ง อสูรฟ้าจงฟังคำบัญชาแห่งข้า!”
เมื่อเขียนเสร็จ เลือดที่เขียนก็มารวมกันที่ปลายนิ้วของเขา “หมา
ป่าไม้! สุนัขทองคำ! ไก่ฟ้าดิน! ไก่อาทิตย์! วิหคดารา! วานรอัคคี! วานร
วารี! จงออกมาตามบัญชาแห่งข้า เสือขาว!”
ในขณะที่เสียงของเขากำลังดัง เลือดที่ปลายนิ้วก็ค่อย ๆ กระจาย
ไปในอากาศ
จากนั้น เสียงคำรามก้อง ก็ดังมาจากฟ้า
ในท้องฟ้าตะวันตก กลุ่มดาวหมาป่าสวรรค์ได้เปล่งแสงเจิดจ้า
ออกมา
จากนั้น ก็ได้มีดวงตาสีขาวขนาดมหึมาลืมตาขึ้น เบื้องหลังเป็นหมู่
เมฆ พร้อมกับปีกสีดำสองข้างที่สอดประสาน
เมฆกลายเป็นมังกร ลมกลายเป็นเสือ
รูปลักษณ์น่าเกรงขามนี้ ก่อตัวขึ้นบนเขาบู๊ตึ๊ง
“โฮกกก!”
อสูรฟ้าเสือขาวกระโดดลงมาจากเมฆ ตกลงมาตรงหน้าฉินเฉามอง
มาที่เขาอย่างอยากรู้อยากเห็น
“วิชาลับของบู๊ตึ๊งนี้ น่าสนใจจริงๆ”
ฉินเฉาพูดออกมา
“น่าสนใจงั้นรึ งั้นก็ลองรับดู!”
ไท่ซิวร้องหึออกมา จากนั้นก็สั่งให้เสือขาวกระโจนเข้าใส่ฉินเฉา
ความเร็วของเสือขาวเร็วสุดยอด พริบตา ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉิน
เฉาแล้ว
ร่างที่ยาวกว่าห้าเมตร มาพร้อมกับพายุหอบหนึ่ง พร้อมกับตะปบ
กรงเล็บใส่ฉินเฉา
แกร๊ง!
ฉินเฉายกกระบี่หยินหยางราชันย์มารของตนป้องกันกรงเล็บของ
มันไว้
แกร๊ง!
ง่ามมือของเขาชาเล็กน้อย
ไม่เสียทีที่เป็นพลังของอสูรฟ้า สูงอย่างที่คิดเลย
ขณะที่เสือขาวโจมตี ไท่ซิวก็ไม่อยู่เฉย เขากระโจนขึ้นไปในอากาศ
พร้อมกับฟันกระบี่พิชิตอสูรลงใส่หัวฉินเฉา
“แม่ง ถึงกับรุมโจมตีฉัน!”
ในพริบตานี้ ฉินเฉาก็ได้เรียกพลังของคชสารปีศาจมารวมร่าง
“ตาย!”
เขายกเท้าขึ้นเตะใส่อสูรฟ้า เสือขาวตนนั้น
ขณะเดียวกัน มือขวาของเขาก็ฟาดฝ่ามือวัชระใส่คลื่นกระบี่สีทอง
ที่พุ่งลงมาจนแตกสลายไป
“ไท่ซิว เจ้าจมูกโค จะเกินไปแล้ว!”
ฉินเฉาทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ เขาลืมคำเตือนของหลี่ไป๋ซานไปสิ้น
วันนี้ ถ้าไม่จัดการถล่มเขาลูกนี้ เขาจะรู้สึกไม่ดีเอามากๆ
“เป็นเจ้าที่หาที่ตาย!”
ไท่ซิวยังถือกระบี่เจ็ดดาวมั่น รู้สึกสมใจกับพลังของเสือขาวที่ตน
เรียกออกมา พร้อมกับพูดว่า “วันนี้ มาเจอกับข้าไท่ซิว ถือว่าเจ้าโชค
ร้ายแล้ว”
“ยังไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่โชคร้าย!”
ฉินเฉาแสยะยิ้ม พร้อมกับเดินเข้าไปหาไท่ซิวอย่างช้าๆ
“อสูรฟ้าฟังบัญชา จัดการเจ้าปีศาจนั่นซะ!”
กระบี่เจ็ดดาวในมือไท่ซิวชี้ไปที่ฉินเฉา
เสือขาวคำรามก้อง ในปากของมันเริ่มมีลมกลุ่มหนึ่งควบแน่นอยู่
ในนั้น
นี่เป็นเวทย์วิชาลมอย่างหนึ่ง ยิ่งกว่านั้น ระดับของมันไม่ใช่น้อยๆ
แต่ฉินเฉาไม่สนใจ เขายังคงก้าวต่อไป
ตูม!
การรวบรวมพลังของเสือขาวเร็วมาก มันอ้าปาก พร้อมกับพ่นแสง
สีขาวออกมา
แสงสีขาวนี้พัดผ่านพื้น ทำให้แรงลมสร้างเป็นรอยแยกลึกอยู่บน
พื้น
สายลมหมุนวน ตามหลังแสงสีขาวเป็นเศษหินดินทรายที่ถูกพัด
รวมตัวเป็นทอร์นาโดเล็กๆ พัดขวางมา
“ฝ่ามือวัชระ!”
มือขวาของฉินเฉาที่รวบรวมพลังของวัชระเฉือนคมไว้ รวมกับพลัง
ของฝ่ามือพระโพธิสัตว์ ในขณะที่แสงสีขาวถูกพ่นออกมา เขาก็ฟาดฝ่า
มือนี้ออกไป
ตูม! พื้นระเบิดเป็นหลุม
ไท่ซิวถึงกับมองเซ่อไป เขาไม่คิดว่าเพียงแค่ฉินเฉาฟาดฝ่ามือ
ออกมา ก็ทำลายพลังที่เสือขาวพ่นออกไปได้
เขาไม่รู้ว่าก่อนที่ฉินเฉาจะมาบู๊ตึ๊งนี้ เขาได้ไปขอให้หูเกอสอนให้
โดยเฉพาะ
ฉินเฉาคิดว่า สิ่งที่เขาต้องเผชิญในปัจจุบันและอนาคตมีมากมาย
ทั้งยังวุ่นวายสับสน ดังนั้น เขาจึงต้องค้นหารูปแบบการต่อสู้ของตัวเอง
ให้ได้ก่อน
ไม่อย่างนั้น ต่อให้จะมีพลังมากมายแค่ไหน แต่ขาดรูปแบบ ก็
เป็นได้แค่ความป่าเถื่อนเท่านั้น เหมือนกับเสี่ยวไป๋ ถ้าเธอมีพลังต่อสู้ 5
เธอก็จะแสดงพลังออกมาได้ถึง 10!